9 ปัจจัยสำคัญที่ต้องรู้สำหรับการทำ On-Page SEO

RA CONTENT JUN 2 C1 Blog Size [1200x628px] (4)

ใครเคยเล่นเกม Tetris บ้าง? เกมต่อบล็อกสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าใครจะเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะ “เอาชนะ” ตอนจบของเกมได้ แถมในทุกระดับเลเวลตัวเกมยังเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเร่งให้ผู้เล่นเกมโอเวอร์ให้ได้ ลองมองย้อนกลับมาดูกระบวนการทำ SEO ก็จะพบว่าโดยพื้นฐานทั้งสองสิ่งนี้มีอะไรที่คล้ายๆ กัน อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญ SEO หลายท่านคงรู้กันดีว่าในวันที่ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับแรกได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นก็เรียกได้ว่าเป็น “Point of No Return”  หรือเป็นจุดที่ไม่สามารถกลับตัวได้แล้ว เพราะการทำ SEO นั้นไม่มีวันจบสิ้นหากต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่าเว็บไซต์คู่แข่งกำลังตีตื้นขึ้นมาหรือกูเกิลอัปเดตอัลกอริทึมใหม่ๆ นั่นหมายถึงอันดับของคุณกำลังเกิดความสั่นคลอน

การทำ On-Page SEO ถือเป็นเรื่องจำเป็นลำดับต้นๆ หากต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าแรก สำหรับมือใหม่หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้าง แต่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าคืออะไร? และมีความสำคัญมากแค่ไหน? ในบทความนี้จะพามือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นทำ SEO มารู้จัก 9 ปัจจัยที่ต้องรู้สำหรับการเริ่มต้นทำ On-Page SEO กัน

9 ปัจจัยสำคัญสำหรับการทำ On-Page SEO

สำหรับปัจจัยสำคัญสำหรับการทำ On-Page SEO สามารถแบ่งได้ออกเป็นสามประเภทหลัก คือ เนื้อหาคอนเทนต์ HTML และโครงสร้างเว็บไซต์ ดังนี้

เนื้อหา Content

การทำคอนเทนต์ให้ถูกหลักการ ตรงใจผู้บริโภค ทำให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์ตามที่ต้องการ นั่นเรียกว่า “Content Is King” หรือก็คือการสร้างสรรค์คอนเทนต์บนเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ ยิ่งคอนเทนต์บนเว็บไซต์เข้าขั้น King มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้อัลกอริทึมของ Search Engine ประทับใจกับเว็บไซต์ของเรามากเท่านั้น ลองมาดูกันว่าการจะสร้างคอนเทนต์ให้เป็นคิงแบบไม่ใช่เบี้ยจะมีอะไรบ้าง

1.E-A-T

กูเกิลต้องการให้ทุกเว็บไซต์สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ (Quality Content) เสมอ นั่นหมายถึงการที่กูเกิลมักจะอ้างอิงสิ่งที่เรียกว่า E-A-T หรือก็คืออัลกอริทึมพื้นฐานในการวัดว่าคอนเทนต์นั้นๆ มีคุณภาพมากพอในสายตาของกูเกิลหรือไม่ โดยพื้นฐานของคอนเทนต์แบบ E-A-T คือต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลัก นั่นคือ 

  • Expertise (ความเชี่ยวชาญ) คอนเทนต์จะต้องแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนมีความรู้หรือเชี่ยวชาญในสิ่งที่เขียนจริงๆ
  • Authoritativeness (อำนาจ) คอนเทนต์จะต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นเสมือนศูนย์กลางของความรู้ในสาขานั้นๆ
  • Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ) คอนเทนต์จะต้องมีความน่าเชื่อถือ มีความสดใหม่  

2.Keywords

กูเกิลคอยมองหาความเกี่ยวข้อง (Relevance) และคุณภาพ (Quality) เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆเพื่อคัดเลือกเว็บไซต์ที่สามารถตอบคำถามให้กับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้น่าพึงพอใจที่สุด ฉะนั้นการปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีความเกี่ยวข้อง อย่างการเลือกใช้ Keyword ให้ตรงกับสิ่งที่คนเสิร์ชเข้ามาไม่ว่าจะนำไปใช้บนลิงก์ URL บน Featured Snippet หรือส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ อย่างไรก็ตามอย่าลืมการทำ Keyword Research เพื่อกำหนดกลุ่มคำที่เหมาะสมในการเลือกใช้

3.เขียนตามหลักการ SEO 

การเขียนคอนเทนต์ที่ต้องการให้ทั้งคนและอัลกอริทึมเข้าใจถือเป็นหนึ่งในศิลปะชั้นสูงของโลกใบนี้ มือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นการทำคอนเทนต์ให้ตรงตามหลักการ SEO อาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้ทั้งคนและอัลกอริทึมเข้าใจ ใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ลองใช้ข้อแนะนำต่อไปนี้

  • เน้นอ่านทำความเข้าใจง่าย ลองเริ่มต้นเขียนเนื้อหาที่สามารถอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป เพื่อให้ผู้ทีค้นหาสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
  • อย่าสแปม Keywords หรือศัพท์ในวงการเรียกกันว่า Keyword Stuffing หากกูเกิลจับได้ว่าเว็บไซต์มีการทำ Keyword Stuffing กูเกิลจะลดการมองเห็นของเว็บไซต์ทันที
  • เขียนประโยคและย่อหน้าให้สั้นเข้าไว้ ใครที่เคยเข้าเว็บไซต์ที่มีบทความที่มีหนังสือเรียงกันเป็นตับ คงอ่านกันได้ไม่ถึง 10 วินาที จากนั้นก็คงกดปิดออกเพราะอ่านไม่รู้เรื่องและปวดตากันใช่ไหม ดังนั้นให้หลีกเลี่ยงการเขียนประโยคยาวๆ และใช้ย่อหน้าเพื่อแบ่งเนื้อหาให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย
  • ใช้ Subheading การใช้ Subheading สำหรับการแบ่งหัวเรื่องรอง จะช่วยดึงดูดความสนใจจากใครก็ตามที่กำลังอ่านเนื้อหาคอนเทนต์อยู่ อย่างไรก็ตามควรใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหาคอนเทนต์นั้นๆ
  • ใช้ Bullet list การใช้ Bullet list เพื่อแบ่งรายการหัวข้อย่อยเป็นวิธีที่ดีในการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนย่อยต่างๆ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม

4.Visual Assets

ผู้บริโภคในปัจจุบันมากกว่า 36% ใช้การค้นหาด้วยรูปภาพในการช้อปปิ้งออนไลน์ ฉะนั้นการใช้รูปภาพ วิดีโอ และอินโฟกราฟิกเป็นเรื่องที่มากกว่าความสวยงามของเว็บไซต์ แต่ยังเพิ่มโอกาสทำคะแนน SEO ให้กับเว็บไซต์ด้วย อย่างไรก็ตามให้ระวังขนาดของไฟล์ภาพเพื่อป้องกันประสิทธิภาพที่ลดลงของเว็บไซต์ 

HTML

HTML ( HyperText Markup Language) หรือก็คือโค้ดที่ใช้ในการจัดโครงสร้างเนื้อหาและหน้าเว็บไซต์ HTML เปรียบได้กับเป็นคนนำทางให้กับอัลกอริทึมของ Search Engine และผู้ใช้งานเบราวเซอร์ทั่วไปว่าหน้าเว็บไซต์นี้คืออะไร 

ลองมาดูปัจจัยต่างๆ ของ HTML ที่เกี่ยวข้องกับการทำ On-Page SEO กัน  

5.Title Tags

Title Tags คือชื่อของหน้าเว็บเพจที่แสดงผลอยู่ด้านบนสุดของเว็บเบราว์เซอร์ ดังนั้น Title Tags จึงเป็นส่วนสำคัญมากในการทำ SEO แม้จะไม่มีกฎตายตัวสำหรับการตั้งชื่อ แต่หากมองในมุมอัลกอริทึมของ Search Engine การตั้งชื่อ Title ไม่ควรยาวเกิน 75 ตัวอักษร เพื่อไม่ให้มีความยาวเกินไป และควรตั้งชื่อให้มีความกระชับ น่าสนใจและได้ใจความ เพื่อดึงดูดผู้คนให้กดเข้ามายังเว็บไซต์นั่นเอง

6.Meta Description

Meta Description มีลักษณะเป็นชุดคำตัวอักษรสีเทาเล็กๆ ความยาวระหว่าง  175 – 225 คำ ที่จะปรากฏอยู่ใต้ Title Tags โดยการเขียน Meta Description ที่ดีต้องพยายามสรุปใจความสำคัญที่สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กดเข้ามายังหน้าเว็บไซต์ได้ อาจใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องลงไปตามความเหมาะสม การที่เว็บไซต์มีคำอธิบายที่ดีจะช่วยให้ผู้ที่ค้นหาข้อมูลเข้าใจว่าเว็บไซต์นั้นมีเนื้อหาอะไร

โครงสร้างเว็บไซต์

การมีเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างที่ดีนั้นมีความสำคัญด้วยเหตุผลสองประการ 

ประการแรก คือเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างที่ถูกจัดวางอย่างสมเหตุสมผลจะสามารถถูกอัลกอริทึมของ Search Engine เข้ามารวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปจัดอันดับเว็บไซต์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และประการที่สองคือช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานเว็บไซต์มากขึ้น 

ลองมาดูปัจจัยที่ควรพิจารณาหากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงสร้างเว็บไซต์กัน

7.Site Speed

เว็บไซต์ที่โหลดช้าไม่ได้แค่สร้างความรู้สึกผิดหวังให้กับผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลเสียต่ออันดับของเว็บไซต์ในระยะยาวด้วย ลองอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Core Web Vitals ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของกูเกิลที่จะประเมินประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้งานเป็นหลัก สำหรับวิธีแก้ไขหากพบว่าเว็บไซต์โหลดช้า มีวิธีแก้ไขเบื้องต้น ดังนี้

  • ทำ Image Optimization
  • ลดการทำ Redirects

8.Responsive Design

ในปี 2016 ปริมาณการค้นหาข้อมูลผ่านมือถือแซงหน้าเดสก์ท็อปเป็นครั้งแรก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไปตลอดกาล ปัจจุบันสัดส่วนของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือมีมากถึง 56% (แท็บเล็ตอีก 2.4%) ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Search Engine จะเริ่มจัดลำดับความสำคัญของเว็บไซต์ด้วยการออกแบบที่สามารถตอบสนองการใช้งานบนมือถือให้สูงขึ้นตาม ฉะนั้นในปัจจุบันใครที่กำลังทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO ก็อย่าลืมออกแบบเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานบนมือถืออย่างมีประสิทธิภาพ

9.Link Building

หนึ่งในกฎเหล็กของการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO คือการทำ Link Building หรือการเชื่อมโยงเนื้อหาบนเว็บ ทั้งภายในและภายนอก เพราะการทำ Link Building จะช่วยให้กูเกิลบอทเข้ามาเก็บข้อมูลตามลิงก์ที่ถูกเชื่อมโยงไว้ได้ดีขึ้น รวมไปถึงในเรื่องของหลักเกณฑ์ E-A-T ของการทำคอนเทนต์ ที่ Link Building ก็จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคอนเทนต์ได้ โดยการทำ Link Building บนเว็บไซต์แบ่งได้ ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Internal Link คือลิงก์ที่เชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์
  • External Link คือลิงก์ที่เชื่อมโยงเว็บไซต์หนึ่งกับอีกเว็บไซต์หนึ่ง พูดง่ายๆ คือสามารถกดลิงก์บนเว็บไซต์ของคุณแล้วไปเปิดหน้าเว็บของคนอื่นนั่นเอง
  • Backlink หรือลิงก์จากเว็บอื่นๆ ที่กลับมาที่เว็บไซต์ เพื่อบอกให้อัลกอริทึมของกูเกิลรู้ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ถูกนำไปอ้างอิง ยิ่งเว็บไซต์ที่ทำ Backlink ส่งกลับมามีค่า DA (Domain Authority) สูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อเว็บไซต์มากขึ้นเท่านั้น

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า