Google Chrome อนุญาตให้เก็บข้อมูลแบบ Third-Party Data ไปจนถึงปี 2024

Google Chrome อนุญาตให้เก็บข้อมูลแบบ Third-Party Data ไปจนถึงปี 2024

การตลาดดิจิตอลAugust 1, 2022
By Antonio Fernandez

ล่าสุดกูเกิลได้ประกาศแผนการชะลอการยกเลิกใช้งานการเก็บข้อมูลคุกกี้ (Third-Party Data) บน Google Chrome โดยขยายเพิ่มอีก 1 ปี จากเดิมมีแผนที่จะยุติการใช้งานคุกกี้ดังกล่าวภายในปี 2023 เปลี่ยนเป็นปี 2024 แทนแล้ว ต้องบอกว่าแผนชะลอการยกเลิกครั้งนี้เป็นการประกาศครั้งที่สองจากกูเกิล ทั้งที่ในความจริงแล้วกูเกิลวางแผนที่จะยุติการให้บริการเก็บข้อมูลคุกกี้ภายในปี 2022 นี้ 

แน่นอนว่าทางกูเกิลต้องการเวลามากขึ้นในการทดสอบระบบต่างๆ เช่น Privacy Sandbox ซึ่งเป็นโซลูชันใหม่ที่กูเกิลเคลมว่าจะเข้ามาช่วยให้การแสดงผลโฆษณาตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น รายละเอียดของแผนการชะลอครั้งนี้จะมีอะไรที่สำคัญบ้าง และนักการตลาดหรือแบรนด์จะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว มาดูกันเลย

ไทมไลน์ใหม่

การชะลอแผนยกเลิกเป็นครั้งที่สองของกูเกิลในครั้งนี้ ทำให้ทั้งทีมผู้พัฒนา แบรนด์ รวมถึงนักการตลาดทั่วไปมีเวลาเตรียมตัวในการปรับตัวมากขึ้น โดย Anthony Chavez ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น Vice President of Google’s Privacy Sandbox Initiative ได้ออกมาระบุถึงหนึ่งในสาเหตุที่เป็นเหตุผลสำคัญของแผนชะลอการยกเลิกในครั้งนี้ ว่าเกี่ยวเนื่องมาจากทีมผู้พัฒนา Privacy Sandbox จำเป็นต้องใช้เวลามากขึ้นเพื่อที่จะประเมินและทดสอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ก่อนที่เริ่มต้นยกเลิกการเก็บข้อมูลคุกกี้ (Third-Party Data) เป็นการถาวรบน Google Chrome และจะเปลี่ยนการเก็บข้อมูลเป็นแบบ First-Party Data ในภายหลัง

กูเกิลได้เริ่มทดสอบเทคโนโลยี Privacy Sandbox นี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และทีมผู้พัฒนารวมถึงนักการตลาดต่างเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการกรอบเวลาในการทดสอบที่ยาวนานมากขึ้น โดยสำหรับ Privacy Sandbox API จะเริ่มปล่อยเวอร์ชันทดลองให้กับนักพัฒนาทั่วไปได้เริ่มทดลองใช้งานในเดือนสิงหาคมนี้ และกูเกิลยังคงมีแผนที่จะเปิดตัวเวอร์ชันทดสอบนี้ให้กับผู้คนทั่วโลกมากขึ้นภายในปี 2023

Privacy Sandbox คืออะไร?

Privacy Sandbox บน Google Chrome หรือที่คนไทยหลายคนชอบเรียกว่า “ระบบคัดกรองโฆษณา” อธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ฟีเจอร์ Privacy Sandbox ก็คือเป็นระบบจัดการความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ที่กูเกิลได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์การเก็บข้อมูลผู้ใช้แบบ First-Party Data นั่นเอง 

โดยจะประกอบไปด้วยเทคโนโลยีหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Topics API, FLEDGE API ที่กูเกิลเคลมว่าจะช่วยให้การทำงานของนักโฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ความปลอดภัยของผู้ใช้งานก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน 

ในฐานะของแบรนด์และนักการตลาดทั่วไปแล้ว จะได้รับเวลามากขึ้นในการเตรียมตัวเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แคมเปญโฆษณาของคุณ เพราะอย่าลืมว่าการยกเลิกใช้งานคุกกี้บน Chrome เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการลงแคมเปญโฆษณาพอสมควร (อ่าน 4 เช็กลิสต์ เตรียมตัวกับ First-Party Data ได้ที่นี่) เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นข่าวดีที่กูเกิลให้ได้มีเวลาในการเรียนรู้เพิ่มเติมมากขึ้น สำหรับใครที่อยากดูรายละเอียดไทมไลน์ของการประกาศในครั้งนี้แบบเต็มๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ Privacy Sandbox Timeline

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

3 กลยุทธ์ก่อนเริ่มทำโฆษณาออนไลน์ บน Facebook Ads

ธุรกิจ E-Commerce มีเปอร์เซ็นต์การเติบโตที่สูงขึ้นมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในโลกยุค Post-Covid จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่หลายคนจะเห็นโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น  เพราะการโฆษณาในโลกดิจิทัลเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่สำคัญมากในธุรกิจแบบ E-Commerce เพราะสามารถสร้างยอด Engagement ที่สูง แถมยังสามารถนำข้อมูลต่างๆ ของลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ  ในบทความนี้จะนำเคล็ดลับในการทำแคมเปญโฆษณาใน Facebook...

ดูข้อมูล Google Search Console ให้ดูง่ายขึ้นด้วย Data Studio

...

SEO vs. GEO: ทำไมทราฟฟิกจากการค้นหา AI จึงแตกต่างกัน

เรียนรู้ว่าทำไมหน้าเว็บที่ติดอันดับออร์แกนิกสูงสุดมักถูกมองข้ามโดย AI Search ค้นพบความแตกต่างระหว่าง SEO และ GEO พร้อมวิธีเพิ่มทั้งทราฟฟิกออร์แกนิกและการอ้างอิงจาก AI...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

General topics3 min read

วิธีเพิ่มการเข้าถึงเนื้อหาของคุณให้สูงสุด

คุณทุ่มเทเวลาและความคิดสร้างสรรค์ไปกับบทความ อินโฟกราฟิก หรือวิดีโอชิ้นใหม่ มั่นใจว่าคุณภาพดีเยี่ยม แต่พอเผยแพร่ออกไปกลับมีคนเห็นเพียงหยิบมือ ฟังดูคุ้น ๆ ใช่ไหม? ความจริงก็คือ ในยุคที่เนื้อหาถูกผลิตออกมาท่วมท้นทั้งในไทยและทั่วโลก การ “สร้างเนื้อหาดี” เป็นเพียงครึ่งแรกของงานเท่านั้น อีกครึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การกระจายเนื้อหา” ให้ไปถึงคนให้มากที่สุด บทความนี้จะพาคุณวางแผนเพิ่มการเข้าถึงเนื้อหาแบบเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ช่องทางที่คุณเป็นเจ้าของไปจนถึงการขยายผลด้วยงบโฆษณาและพันธมิตร ทำไม “การกระจายเนื้อหา”...

No Follow Link คืออะไร? ส่งผลอะไรกับ Ranking Factor ของเว็บไซต์

เวลาพูดถึงการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google หลายคนจะนึกถึงการทำ Backlink เป็นอันดับแรก แต่พอเริ่มลงมือทำจริงก็มักจะเจอคำถามชวนสับสนว่า ลิงก์ที่ได้มานั้นเป็นแบบ “No Follow” หรือ “Do Follow” และสองคำนี้ส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์ต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบาย No Follow Link แบบเข้าใจง่าย พร้อมอัปเดตให้ตรงกับวิธีที่ Google...

คู่มือ SEO เทคนิคเพื่อการจัดอันดับที่ดีขึ้น

เรียนรู้กลยุทธ์ SEO เทคนิคสำคัญเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์และอันดับการค้นหาด้วยคู่มือที่ครอบคลุมนี้...