เวลาพูดถึงการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google หลายคนจะนึกถึงการทำ Backlink เป็นอันดับแรก แต่พอเริ่มลงมือทำจริงก็มักจะเจอคำถามชวนสับสนว่า ลิงก์ที่ได้มานั้นเป็นแบบ “No Follow” หรือ “Do Follow” และสองคำนี้ส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์ต่างกันอย่างไร บทความนี้จะอธิบาย No Follow Link แบบเข้าใจง่าย พร้อมอัปเดตให้ตรงกับวิธีที่ Google ใช้งานจริงในปัจจุบัน เพื่อให้คุณวางกลยุทธ์ลิงก์ได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติ
No Follow Link คืออะไร?
No Follow Link คือลิงก์ที่มีการกำกับแอตทริบิวต์ rel=”nofollow” เอาไว้ใน HTML เพื่อบอกบอทของ Search Engine ว่า “ไม่ต้องส่งต่อค่าน้ำหนักการจัดอันดับ (link equity) ไปยังหน้าปลายทาง” พูดง่าย ๆ คือเป็นลิงก์ที่คลิกได้ตามปกติสำหรับผู้ใช้งานจริง แต่ในมุมของอัลกอริทึม Google จะไม่นับลิงก์นั้นเป็นการ “โหวต” ให้เว็บไซต์ปลายทางโดยตรง
ตัวอย่างโค้ดของ No Follow Link จะมีหน้าตาประมาณนี้:
No Follow ต่างจาก Do Follow อย่างไร?
ทั้งสองแบบทำหน้าที่เป็นลิงก์เหมือนกัน แต่ส่งสัญญาณถึง Google ตรงกันข้ามกัน
| ประเด็น | Do Follow Link | No Follow Link |
|---|---|---|
| การส่งต่อค่าน้ำหนัก SEO | ส่งต่อไปยังหน้าปลายทาง | ไม่ส่งต่อโดยตรง (ตามค่าเริ่มต้น) |
| โค้ด rel | ไม่มีแอตทริบิวต์พิเศษ (ค่าเริ่มต้น) | rel=”nofollow” |
| ผู้ใช้คลิกได้ | ได้ | ได้ |
| นำ Traffic เข้าเว็บไซต์ | ได้ | ได้ |
โดยปกติเวลาเราใส่ลิงก์ในเนื้อหาเองโดยไม่กำกับอะไรเลย ลิงก์นั้นจะเป็น Do Follow อยู่แล้ว ส่วน No Follow ต้องตั้งใจกำกับ rel=”nofollow” เพิ่มเข้าไป
สิ่งที่เปลี่ยนไป: nofollow กลายเป็น “คำใบ้” ไม่ใช่ “คำสั่ง”
จุดที่หลายบทความเก่ายังเข้าใจผิดคือ ปัจจุบัน Google ไม่ได้มองว่า nofollow เป็นคำสั่งเด็ดขาดอีกต่อไป แต่ปรับให้เป็น “คำใบ้ (hint)” ที่ Google จะพิจารณาประกอบ หมายความว่า Google อาจเลือกใช้ลิงก์ nofollow บางส่วนเพื่อช่วยทำความเข้าใจบริบทของหน้าเว็บก็ได้ แต่จะไม่รับประกันว่าส่งต่อค่าน้ำหนักเต็มเหมือน Do Follow
นอกจากนี้ยังมีแอตทริบิวต์เฉพาะทางเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ระบุประเภทลิงก์ได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งควรใช้ให้ถูกประเภท:
- rel=”sponsored” สำหรับลิงก์ที่เกิดจากการโฆษณา การจ่ายเงิน หรือดีลแบบมีค่าตอบแทน
- rel=”ugc” สำหรับลิงก์ที่มาจากเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น เช่น คอมเมนต์ กระทู้ หรือฟอรัม
- rel=”nofollow” สำหรับลิงก์ทั่วไปที่คุณไม่ต้องการรับรองหรือไม่ต้องการส่งต่อน้ำหนัก
ใช้แอตทริบิวต์ให้ตรงประเภทจะช่วยให้ Google เข้าใจเจตนาของลิงก์ได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะถูกมองว่าพยายามปั่นลิงก์
No Follow Link มีประโยชน์จริงหรือไม่?
คำตอบคือ “มีประโยชน์” และการมองข้ามมันคือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะถึงแม้ No Follow จะไม่ส่งค่าน้ำหนักโดยตรง แต่ก็มีคุณค่าในหลายมิติ
1. สร้างโปรไฟล์ลิงก์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
เว็บไซต์ที่ได้รับ Backlink ตามธรรมชาติย่อมมีทั้งลิงก์ Do Follow และ No Follow ปะปนกัน หากเว็บไซต์ใดมีแต่ลิงก์ Do Follow ที่ดูตั้งใจสร้างทั้งหมด อาจดูผิดธรรมชาติและเสี่ยงถูกอัลกอริทึมเพ่งเล็งว่าเป็นสแปม
2. นำ Referral Traffic เข้าเว็บไซต์
ลิงก์ No Follow จากแพลตฟอร์มที่มีคนเข้าเยอะ เช่น โซเชียลมีเดียหรือเว็บบอร์ดดัง สามารถดึงผู้เข้าชมจำนวนมากเข้าสู่เว็บไซต์ ซึ่งนำไปสู่โอกาสในการสร้าง Conversion ได้จริง
3. เพิ่มการมองเห็นแบรนด์และโอกาสได้ลิงก์ต่อ
เมื่อคนเห็นเนื้อหาของคุณผ่านลิงก์ No Follow มากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะมีคนนำไปอ้างอิงต่อด้วยลิงก์ Do Follow จากเว็บไซต์อื่น ๆ ตามมา
ควรใช้ No Follow Link ในกรณีใดบ้าง
ในมุมของเจ้าของเว็บไซต์ การกำกับ nofollow อย่างเหมาะสมช่วยให้คุณควบคุมการส่งสัญญาณไปยัง Google ได้ดีขึ้น กรณีที่นิยมใช้ ได้แก่
- ลิงก์โฆษณาหรือลิงก์ที่ได้รับค่าตอบแทน ควรกำกับ rel=”sponsored” เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ Google
- ลิงก์ที่ผู้ใช้สร้างเอง เช่น คอมเมนต์ใต้บทความหรือกระทู้ ควรใช้ rel=”ugc” เพื่อกันการสแปมลิงก์
- ลิงก์ไปยังหน้าที่ไม่ต้องการรับรอง เช่น แหล่งข้อมูลที่คุณยกมาประกอบแต่ยังไม่มั่นใจในคุณภาพ
- ลิงก์ภายในบางประเภท เช่น หน้าเข้าสู่ระบบ หรือหน้าที่ไม่ต้องการให้เป็นเป้าหมายในการจัดอันดับ (แม้ในทางปฏิบัติ การจัดการด้วยการวาง Internal Link ให้ดีหรือใช้ noindex มักเหมาะกว่า)
แนวทางจัดการลิงก์ให้สมดุลในปี 2026
หัวใจสำคัญของการทำ Backlink ที่ยั่งยืนไม่ใช่การไล่เก็บแต่ลิงก์ Do Follow ให้ได้มากที่สุด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ดีจนคนอยากอ้างอิงเองตามธรรมชาติ ลองยึดหลักง่าย ๆ ดังนี้
- เน้นคุณภาพของเว็บไซต์ที่ลิงก์มาหามากกว่าจำนวนลิงก์
- ปล่อยให้โปรไฟล์ลิงก์มีทั้ง No Follow และ Do Follow ผสมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
- กำกับ rel ให้ตรงประเภท (sponsored / ugc / nofollow) เสมอเมื่อจำเป็น
- โฟกัสที่ Referral Traffic และการมองเห็นแบรนด์ ไม่ใช่แค่ค่าน้ำหนัก SEO
หากคุณกำลังวางรากฐานเว็บไซต์ให้พร้อมรองรับการทำ SEO อย่างจริงจัง การมีโครงสร้างเว็บที่ดีตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องสำคัญ ทีมงานของเราพร้อมช่วยเรื่อง ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ในกรุงเทพฯ ที่เป็นมิตรกับ SEO และพร้อมเติบโตไปกับธุรกิจของคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
No Follow Link ช่วยเรื่องอันดับ SEO โดยตรงหรือไม่?
ไม่ได้ช่วยส่งค่าน้ำหนักโดยตรงเหมือน Do Follow แต่ช่วยทางอ้อมผ่าน Referral Traffic การมองเห็นแบรนด์ และการทำให้โปรไฟล์ลิงก์ดูเป็นธรรมชาติ
ปัจจุบัน Google ยังสนใจ nofollow อยู่ไหม?
ยังสนใจ แต่มองเป็น “คำใบ้” ที่จะพิจารณาประกอบ ไม่ใช่คำสั่งตายตัว Google อาจเลือกใช้ลิงก์ nofollow บางส่วนเพื่อทำความเข้าใจบริบทได้
ควรใช้ nofollow, sponsored หรือ ugc?
ใช้ sponsored กับลิงก์ที่ได้ค่าตอบแทน, ugc กับลิงก์จากเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง และ nofollow กับลิงก์ทั่วไปที่ไม่ต้องการรับรอง
มีลิงก์ No Follow เยอะเกินไปจะเสียหายไหม?
ไม่เสียหาย ตรงกันข้าม การมี No Follow ปะปนอยู่ถือเป็นเรื่องปกติและช่วยให้โปรไฟล์ลิงก์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
สรุป
No Follow Link ไม่ใช่ลิงก์ที่ “ไร้ค่า” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของโปรไฟล์ลิงก์ที่ดีและเป็นธรรมชาติ การเข้าใจว่าเมื่อไรควรใช้ nofollow, sponsored หรือ ugc จะช่วยให้คุณส่งสัญญาณที่ถูกต้องไปยัง Google และลดความเสี่ยงจากการทำลิงก์ที่ดูผิดธรรมชาติ หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องการวางกลยุทธ์ SEO และโครงสร้างเว็บไซต์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทีมงาน Relevant Audience ยินดีให้คำแนะนำ






