seo backlinks

การทำ SEO ที่ได้ผลดีนั้นจะประกอบไปด้วยปัจจัยหลักก็คือ การทำ SEO On-page และการทำ SEO Off-page  ซึ่งหากทั้งสองปัจจัยนี้เกิดการผสมผสานกันอย่างลงตัว ก็จะทำให้เว็บไซต์ของท่านสามารถติดอันดับ SEO บน Google ได้

การทำ SEO คืออะไร?

SEO หรือ Search Engine Optimization คือการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ บล็อกหรือ Landing Page ของท่านให้ติดอันดับบน Search Engine หน้าแรกไม่ว่าจะเป็น Google, Bing, Yahoo, Baidu เป็นต้น การทำ SEO นั้นมีหัวข้อหลักๆก็คือการทำ SEO On-page และ SEO Off-page ซึ่งในบทความนี้เราจะกล่าวถึงการทำ SEO Offpage ที่ดี

SEO Off-page หรือ SEO Backlinks คืออะไร?

Backlink หรือ SEO Backlinks คือ การทำให้เว็บไซต์ของเราถูกกล่าวถึงจากเว็บไซต์อื่นมากขึ้น กล่าวคือเรานำลิงก์เว็บไซต์ของเราไปวางบนเว็บไซต์อื่นนั่นเอง แต่เราควรเลือกด้วยว่าเว็บไซต์ที่เราจะวางลิงก์นั้นมีคุณภาพ และความน่าเชื่อถือในสายตาของ Google มากน้อยเพียงใด ซึ่งสามารถวัดความน่าเชื่อถือได้จากค่า DA (Domain Authority) ของเว็บไซต์เหล่านั้น

การสร้าง backlinks หรือ links building ที่ดีนอกจากคุณภาพของ Backlink ที่ดีแล้ว จำนวนของ backlink และความหลากหลายของ backlink ก็ส่งผลกับการทำอันดับบน Google เช่นกัน ท่านควรส้ราง backlink จากเว็บไซต์หลายๆประเภท โดเมนที่ต่างกัน IP ที่ต่างกัน เป็นต้น

การสร้าง Backlink อย่างปลอดภัยและได้ผลควรทำอย่างไร?

หากท่านได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ SEO มาก่อนท่านจะทราบว่าตั้งแต่ปี 2012 Google นั้นได้มีอัลกอริทึมที่ชื่อว่า Google Penguin ออกมา เพื่อป้องกันและกวาดล้างเว็บไซต์ที่ทำ backlink อย่างไร้คุณภาพได้มีอันดับที่ดีบน Google หรือถูกแบนไปจาก Google ทำให้การสร้าง Backlink ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ตัวอย่าง backlink ที่ดีและปลอดภัยมีดังนี้

  1. Editorial Backlink คือ backlink ที่ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากเจ้าของเว็บไซต์ก่อน หากเราได้ backlink จากเว็บไซต์ประเภทนี้ก็จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีอันดับดีขึ้นมาก
  2. Related Content Backlink หากเราถูกกล่าวถึงโดยเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ก็จะทำให้เว็บไซต์ของเราได้คะแนนจากจุดนี้มากขึ้นด้วย
  3. Manual Link Building การสร้าง backlink อย่างเป็นธรรมชาติ (ไม่ใช้ โปรแกรม หรือ Tools ช่วย) ก็จะทำให้อันดับคีย์เวิร์ดของเว็บไซต์ของท่านดีขึ้นได้
  4. Readable Content ควรสร้างบทความที่มีคุณภาพในการสร้าง backlink และหลีกเลี่ยงบทความที่ใช้การสปินเนื้อหาในการทำ backlink
  5. ให้ทีมงาน SEO มืออาชีพ สร้าง backlink หากท่านต้องการประยัดเวลา และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ท่านควรให้ทีมงาน SEO มืออาชีพดังเช่น relevant audience เป็นผู้สร้าง backlink ให้ท่าน ท่านสามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรามีทีมงานมืออาชีพคอยแนะนำให้ฟรี

หากท่านต้องการทำ SEO Backlinks หรือทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Digital marketing campaign, Google Ads, Facebook Ads, TikTok Ads ท่านสามารถติดต่อเรามาได้ที่ 020385055 หรือ info@relevantaudience.com เรามีทีมงานมืออาชีพให้คำแนะนำฟรี

SEO ecommerce website

การทำธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับการตลาดออนไลน์ อาทิ ecommerce website, portal website, blog, social media  กลุ่มธุรกิจที่ทำการออนไลน์บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องมีการอัพเดทและปรับตัวให้ทันกับ trend การตลาด และเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่เสมอ เนื่องจาก trend การตลาด และเทคโนโลยีของธุรกิจออนไลน์นั้นจะมีการพัฒนาค่อนข้างเร็ว และต่อเนื่อง

หลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบมากมายต่อธุรกิจ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาจับจ่ายใช้สอย และใช้ช่องทางออนไลน์ ในการซื้อสินค้ากันมากขึ้น พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตมากขึ้น และมีการแข่งขันสูงมากขึ้นอีกด้วย การวางกลยุทธสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และสามารถทำได้หลายช่องทาง รวมไปถึงอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญสำหรับการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นั่นก็คือ การทำ SEO ecommerce website สำหรับ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั่นเอง

SEO คืออะไร?

SEO (Search Engine Optimization) คือการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับที่ดี บน Search Engine ต่าง ๆ อาทิ Google, Bing, Yahoo, Baidu หรือ Naver หากเว็บไซต์ของท่านแสดงผลบน Search Engine ได้แล้วก็จะช่วยให้ User ค้นหาเจอเว็บไซต์ของท่านได้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าของท่านได้อีกด้วย

SEO ดีต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่างไร?

  • ช่วยเพิ่ม Organic traffic ให้กับเว็บไซต์: Organic traffic คือ Traffic ที่มาจากการค้นหาบน Search Engine อย่างเช่น Google เป็นต้น ผู้ที่ค้นหาบน Google จะมีความสนใจใน สินค้าหรือบริการที่ค้นหาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ท่านจะได้ user ที่สนใจในสินค้าหรือบริการมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นอีกด้วย
  • ช่วยประหยัดงบค่าโฆษณา: หากเว็บของท่านติดอันดับบน Google ด้วย SEO แล้ว ก็จะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น และท่านก็จะไม่ต้องเสียค่าคลิกโฆษณาให้กับ Google เพิ่มเติมอีกด้วย
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์และแบรนด์: หากผู้เข้าชมเว็บไซต์ของท่าน ค้นหาข้อมูลบน Google และไม่เคยเจอแบรนด์หรือเว็บไซต์ของท่านมาก่อนเลย อาจทำให้โอกาสขายสินค้าของท่านลดลงไปด้วยได้
ตัวอย่างการแสดงผลบน Google

ตัวอย่างการแสดงผลบน Google

เทคนิคที่สำคัญในการทำ SEO สำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซ มีอะไรบ้าง?

  1. Keyword research: การทำ Keyword research ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับ SEO ecommerce websites ท่านสามารถใช้งาน Google keyword planner tools เพื่อดูสถิติการค้นหาต่อเดือน หรือใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์ Keyword สำหรับ SEO โดยเฉพาะ เช่น Ahrefs tools หรือ Keysearch Tools จะช่วยให้ท่านสามารถวางแผนได้ง่ายขึ้นว่าควรใช้ Keyword ใดในการทำ SEO หากเบือกใช้ Keyword ที่คู่แข่งสูงจนเกินไป ก็อาจทำให้ไม่เห็นที่ดีในด้าน SEO ได้
  2. SEO on-page: การทำงานของ Google นั้นคือการเก็บข้อมูล Source Code บนเว็บไซต์ของเราไปอยู่ในฐานข้อมูลของ Google และประมวลการจัดลำดับออกมาในหน้าผลการค้นหา ดังที่เราใช้งานกันอยู่เป็นประจำ การทำ SEO On-page ที่ดี สำหรับเว็บไซต์ ecommerce มีดังนี้
  • URL-Structure: ควรวาง path URL ไม่เกิน 3 step เช่น com/category/product เพื่อให้ robots ของ Google เก็บข้อมูลได้ง่าย และทำให้เว็บไซต์มีการกระจาย page authority ได้ดีมากขึ้นด้วย
  • ใส่ข้อมูล Meta tag ให้ครบ: การใส่ข้อมูล meta tag ที่ครบถ้วนจะทำให้ robot ของ Google เข้าใจเว็บไซต์ของเราได้มากขึ้นด้วย ท่านสามารถอ่านรายละเอียดการทำ SEO on-page ได้ที่นี่ ทำ SEO on-page ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง SEO on-page checklist 2020
  • มีรีวิวสินค้าและคอมเม้น: หากท่านสังเกตเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังต่าง ๆ จะมีการเปิดให้ User ได้รีวิวและคอมเม้นสินค้า ซึ่งการคอมเม้นจะเป็นการเพิ่ม activity ให้กับหน้าเว็บของเราให้มีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ และเป็นการเพิ่ม unique content ได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้ robots ของ Google ชื่นชอบเป็นอย่างมาก
  1. SEO content: หลังจากปรับปรุงด้าน SEO on-page เรียบร้อยแล้ว ควรมีการเพิ่มเนื้อหาของเว็บไซต์ด้วย SEO content เพื่อเป็นการเพิ่ม Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย
  2. SEO Backlink: การสร้าง backlink ที่หน้าเชื่อถือให้เว็บเว็บไซต์ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการทำให้อันดับของเว็บไซต์ของเราดีขึ้น ควรเลือก backlink ที่ดีคะแนนความน่าเชื่อถือสูง ( Domain Authority 30 ขึ้นไป ) ในการสร้าง backlink, หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ในการสร้าง backlink ก็สามารถทำได้เช่นกัน
  3. SEO Maintenance: ควรตรวจเช็คคุณภาพด้าน SEO เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ท่านสามารถใช้เครื่องมือฟรีเช่น Google Search Console ตรวจเช็คคุณภาพเว็บไซต์ได้ในเบื้องต้น หรือหากท่านต้องการตรวจเช็คคุณภาพของเว็บไซต์อย่างละเอียด ท่านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือด้าน SEO สำหรับมืออาชีพ อาทิ Screaming Frog SEO, Raven Tools, Ahrefs ก็สามารถทำได้เช่นกัน

หากท่านต้องการทีมงาน SEO มืออาชีพเพื่อช่วยเหลือธุรกิจของท่านในการทำ SEO ecommerce website ท่านสามารถติดต่อเรา relevant audience ได้เลย เรามีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาให้ได้ฟรี ท่านสามารถติดต่อเราได้ที่ เบอร์โทร Thai: 020385055   English: 0878199015 หรืออีเมล info@relevantaudience.com หรือ Line ID: @relevantaudience

SEO

ในยุคปัจจุบันการทำ SEO เป็นถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เนื่องจากข้อดีของการทำ SEO นั้นมีมากมาย อย่างเช่น ช่วยลดต้นทุนในการโฆษณา, ทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพมากขึ้นทั้งในมุมมองของ Search Engine และในมุมมองของ User ที่เข้าชมเว็บไซต์ เป็นต้น

การทำ SEO ให้ได้ผลดีนั้นจำประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ การทำ On-page SEO และ การทำ SEO Off-page ซึ่งจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป สำหรับบทความนี้จะกล่าวถึงการทำ SEO On-page ที่ดีนั้นต้องตรวจเช็คอะไรบ้าง มาดูกันได้เลย

  1. Meta title: Meta title เปรียบเสมือนหัวข้อของเว็บไซต์ ที่ทำให้ทั้ง User และ Search Engine ทราบว่าหน้าเว็บนี้ต้องการพูดถึงเรื่องอะไร การสร้าง meta title ให้รองรับ SEO นั้นควร มีข้อมูลที่สำคัญอยู่ใน title เช่น keyword หลักของหน้านั้น, meta title มีความข้อความที่กระชับ ไม่ยาวจนเกินไป, หลีกเลี่ยงการใช้ meta title ที่ซ้ำกันหลายๆหน้า, แทรก focus keyword ใน meta title เป็นต้นseo
  2. Meta Description: meta description เปรียบเสมือนคำอธิบายรายละเอียดของเว็บไซต์ของเรา และ meta description จะไปแสดงผลอยู่บน Google อีกด้วย การสร้าง meta description ที่ดีนั้นจะประกอบด้วย การแทรก focus keyword, ใน meta description, meta description มีความยาวที่เหมาะสม และเนื้อหากระชับได้ใจความ, meta description แต่ละหน้าไม่ซ้ำกัน เป็นต้น
  3. Image Optimize: ในปัจจุบัน Google ให้ความสำคัญ กับรูปภาพมากขึ้น ดังนั้นการทำรูปภาพให้รองรับการทำงานของ Google จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เทคนิคการทำรูปภาพบนเว็บไซต์ให้ Support SEO ประกอบไปด้วย การใส่ข้อความ ALT tag ของรูปภาพ เพื่อให้ Search Engine เข้าใจรูปภาพ, การปรับขนาดไฟล์รูปภาพให้เหมาะสม ไม่ใช้ไฟล์ขนาดใหญ่เกินไป เป็นต้น
  4. Headings H1, H2: เว็บไซต์ headings เปรียบเสมือนการไฮไลท์หัวข้อของเนื้อหาบนเว็บไซต์ ให้ทั้ง User และ Google ทราบว่า เนื้อหาบนหน้านี้หัวข้อไหนมีความสำคัญบ้าง การใส่ headings ให้รองรับ SEO เช่น มี Focus keyword ใน h1 และ h2 เป็นต้น
  5. Related Keywords: การวาง Keyword สำหรับเนื้อหาของ SEO ในยุคปัจจุบันนั้น จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ควรแทรก focus keyword ด้วยปริมาณที่เหมาะสม และแทรก keyword ที่มีความเกี่ยวข้องกับ focus keyword ลงไปด้วย
  6. Article length: Article length คือความยาวของ text ในเนื้อหา ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Google นั้นชอบข้อมูลที่เป็น text ดังนั้นบทความ SEO ที่ดีนั้นควรมี text ข้อความเป็นส่วนประกอบหลัก มีความยาวที่เหมาะสม และเนื้อหาของข้อความควรมีคุณภาพด้วย
  7. Loading Speed: การตรวจเช็คคุณภาพของเว็บไซต์ในเรื่องของ Page Speed ก็มีความสำคัญเช่นกัน การทำให้เว็บโหลดเร็วขึ้น, การลดขนาดรูปภาพ การลดการโหลดไฟล์ต่าง ๆที่หน้าเว็บ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จำทำให้เว็บไซต์ของเรามีคุณภาพมากขึ้นทั้งในสายตาของ Search Engine และผู้เข้าชมเว็บไซต์
  8. Mobile Support: การทำเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานบนมือถือนั้นเป็นอีกข้อที่สำคัญเช่นกัน เนื่องจากผู้ใช้งานบนมีถือมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และทาง Google มีการตรวจเช็คเว็บไซต์ทางด้านการรองรับใช้งานบนมือถืออีกด้วย
  9. Schema Markup: Schema Markup จะเป็นส่วนเสริมที่ช่วยให้ Search Engine เข้าใจประเภทของเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรา มากขึ้นเช่น เนื้อหาส่วนที่เป็น article, เนื้อหาส่วนที่เป็นข้อมูลการติดต่อ เป็นต้น
  10. Internal links and external links: การสร้าง link ภายในเว็บไซต์ไปยังเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกัน (คล้ายกับวิกิพีเดีย) เป็นการเพิ่มคุณภาพชอง SEO onpage อีกวิธีหนึ่ง เนื่องจากเป็นการอำนวนยความสะดวกให้ robot ของ search engine วิ่งผ่านลิงก์บนเว็บของเราได้มากขึ้น และการสร้าง external link ออกไปยังเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ก็จำทำให้เว็บไซต์ของเรามีความเชื่อมโยงกับเว็บที่น่าเชื่อถือเหล่านั้นอีกด้วย
  11. การใช้โปรโตคอลแบบ https: ปัจจุบัน Google ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานเว็บไซต์เป็นอย่างมาก ดังนั้นการทำเว็บไซต์ให้ใช้โปรโตคอลแบบ https จึงมีส่วนช่วยให้ On-page ของเรามีคุณภาพสูงขึ้นด้วย
  12. XML Sitemap: XML sitemap คือ แผนผังของเว็บไซตที่คอยนำทางให้ robots ของ Search Engine เข้าใจเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการสร้าง XML sitemap จึงเปรียบเสมือนการสร้างสารบัญของเว็บไซต์ให้กับ Google
  13. Robot.txt: robots.txt เป็นไฟล์ที่ใช้ควบคุมการทำงานของ robots เปรียบเสมือนประตูทางเข้าของ robots จาก Google เราสามารถเลือกให้ robots อ่านเฉพาะหน้าที่สำคัญของเรา หรือปิดกัน robots ไม่ให้เข้าไปอ่านหน้าที่เราไม่อยากให้อ่านเช่น เช่น หน้า pagination page หรือหน้าหลังบ้าน admin ของเว็บเราเป็นต้น

หากท่านทราบแนวทางการตรวจเช็ค SEO Onpage แล้ว ท่านสามารถนำไปตรวจเช็คเว็บไซต์ของท่านได้เลย หรือหากท่านต้องการผู้ช่วยมืออาชีพในการทำ SEO ท่านสามารถติดต่อเรา relevant audience ได้ทันที เรามีทีมงานมืออาชีพให้คำปรึกษาฟรี

ในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันทางด้าน Online Marketing มีการแข่งขันกันสูงขึ้น ทำให้การทำ SEO เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ของท่าน ประสบความสำเร็จได้

การทำ SEO ในยุคปัจจุบันนั้น จะเน้นไปที่คุณภาพมากขึ้นกว่าการทำ SEO ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของเว็บไซต์ที่ใช้งาน คุณภาพของเนื้อหาในเว็บไซต์ และคุณภาพของ Backlink ที่ทำให้กับเว็บไซต์ นอกจากนี้ Google ยังมีระบบประมวนผล ในเรื่องของ location อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากท่าน ต้องการทำ SEO เน้น target ประเทศไทย จังหวัตภูเก็ต ท่านก็สามารถใช้การทำ Local SEO ช่วยในเรื่องนี้ได้

การทำ Local SEO คืออะไร?

การทำ Local SEO คือ การทำให้ เว็บไซต์หรือบริการของคุณติดอันดับใน Google ในคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ location อย่างเช่น restaurant in Phuket เป็นต้น

ข้อดีของการทำ Local SEO

  1. ช่วยให้ธุรกิจของท่าน ได้ Traffic หรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ จากคนในพื้นที่นั้นมากขึ้น ทำให้เพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น
  2. ช่วยให้ธุรกิจของท่าน เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ จากผู้ที่มีความสนใจในพื้นที่บริการของท่าน เช่น ชาวต่างชาติค้นหาร้านอาหารในพื้นที่ของท่าน
  3. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาได้ เนื่องจากการทำ SEO จะไม่ต้องเสียเงินค่าคลิกโฆษณาให้ Google
  4. ทำให้ธุรกิจของท่านสามารถแสดงผลได้ทั้ง Google Search และ Google Map อีกทั้งยังรองรับการใช้งานบนมือถือได้ดีอีกด้วย
  5. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของท่าน เนื่องจากทาง Google จะสร้าง snippet ให้กับธุรกิจที่มี profile อยู่ใน Google my business ทำให้ผู้คนสามารถค้นหาธุรกิจของท่านได้ง่ายมากขึ้น และเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นอีกด้วย

gmb

เทคนิคการทำ Local SEO

  1. ท่านสามารถสร้างเนื้อหาเว็บไซต์ของท่านให้มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่นั้น ๆ เช่น มีที่อยู่ และเบอร์โทร เป็นที่อยู่ในพื้นที่ และเพิ่มมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้น ๆ มากขึ้น เป็นต้น
  2. สร้าง Profile ธุรกิจใน Google my Business หรือ GMB ท่านสามารถสร้าง Profile ของท่านบน Google my Business ได้เพื่อให้ธุรกิจของท่านสามารถแสดงผลได้บน Google Search และ Google Map และหากท่านต้องการผู้ช่วยในการสร้าง GMB ท่านสามารถติดต่อเราได้เลย เรามีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฟรี
  3. สร้าง Local Citations ขั้นตอนนี้คือการทำให้ธุรกิจของท่านถูกพูดถึงจากเว็บไซต์อื่น ๆ ในส่วนของ ชื่อธุรกิจ ที่อยู่และเบอร์โทรมากขึ้น โดยการกระจายข้อมูลธุรกิจของท่านไปบนเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อสูง ( High Domain Authority )

ดังที่กล่าวมาข้างต้น การทำ Local SEO เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของท่าน หากท่านต้องการผู้ช่วยมืออาชีพดูแลด้าน การทำ Local SEO ให้กับธุรกิจของท่าน ท่านสามารถติดต่อทีมงาน Relevant Audience ได้ทันที ทางเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน Local SEO Services ให้คำปรึกษาฟรี!

seo
seo

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า ทำไมต้องทำ SEO ด้วย เพราะว่าในยุคปัจจุบันนั้นมีการแข่งขันกันในด้านของการตลาดออนไลน์สูงขึ้น ธุรกิจและบริษัทต่าง ๆ มาลงทุนในการโฆษณาออนไลน์ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาด้านโซเชียลมีเดีย การซื้อโฆษณาด้วย เพย์ เพอ คลิก รวมไปถึงการโฆษณาด้วยกลยุทธด้าน SEO ถ้าหากธุรกิจหรือบริษัทใดได้ทำการตลาดและโฆษณาออนไลน์ได้ครบวงจร จะทำให้ธุรกิจนั้นแทบจะครองความยิ่งใหญ่บนโลกออนไลน์ได้เลยทีเดียว

ความหมายของ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization คือการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ บล็อกหรือ Landing Page ของท่านให้ติดอันดับบน Search Engine หน้าแรกไม่ว่าจะเป็น Google, Bing, Yahoo, Baidu เป็นต้น การทำ SEO นั้นมีหัวข้อหลักๆก็คือการทำ SEO On-page และ SEO Off-page ซึ่งเราจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

ทำไมต้องทำ SEO?

การทำ SEO เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ User หรือผู้คน ได้มองเห็นเว็บไซต์ หรือธุรกิจของท่านผ่านทาง Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google, Bing, Yahoo, Baidu เป็นต้น หาก User เหล่านี้ค้นหาด้วยคำค้นหา หรือคีย์เวิร์ดต่าง ๆ และเจอสินค้า หรือบริการของท่านอยู่บ่อย ๆ ก็จะช่วยในการตัดสินใจ และทำให้เกิดโอกาสซื้อขายสินค้าหรือบริการ ของท่านมากขึ้นไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น นาย ก ต้องการซื้อรองเท้าวิ่งหนึ่งคู่ และนาย ก เสิร์ชหารองเท้าที่เหมาะกับเค้าบน Google ก็เจอแบรนด์ของเรา เสิร์ชหารีวิวก็เจอแบรนด์ของเรา เสิร์ชหาร้านขายรองเท้าออนไลน์ ก็เจอเว็บของเรา หากเป็นเช่นนี้โอกาสตัดสินใจที่จะเลือกแบรนด์ของเราก็จะมีมากขึ้นไปด้วย และการทำ SEO ก็จะช่วยให้เว็บไซต์หรือบทความของท่านเข้าถึงผู้เข้าจบได้จากคีย์เวิร์ดที่หลากหลายด้วย การทำ SEO จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธที่สำคัญ ของการทำการตลาดออนไลน์อย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อดีของการทำ SEO

1. ช่วยขยายกลุ่มลูกค้าได้ตรงตามเป้าหมาย: การทำ SEO สามารถช่วยให้ได้กลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้าหรือบริการของเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากผู้เข้าชมต้องทำการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดก่อน จึงจะเจอเว็บไซต์ของเราบน Search Engine ผู้เข้าชมเหล่านี้มีความสนใจคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเราอยู่ ทำให้เราได้กลุ่มผู้เข้าชมที่ตรงตามเป้าหมาย

2. ช่วยลดต้นทุนค่าโฆษณา: การทำ SEO นั้นสามารถช่วยลดต้นทุนค่าโฆษณาได้ในระยะยาว เนื่องจากหากเว็บเราติดอันดับอยู่บน Search Engine แล้ว ก็จะติดอยู่อย่างนั้นยาวนานมาก ช่วยลดต้นทุนค่าคลิกโฆษณาได้มากทีเดียว

3. กระจายเนื้อหาในรูปแบบของ content marketing ได้: เราสามารถทำ content marketing ผสมไปกับการทำ SEO ได้ เช่น การเขียนรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว และเขียนถึงสายการบินที่ไปที่เที่ยวนั้น เป็นต้น

4. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของเรา: การทำให้ผู้เข้าชมเจอแบรนด์ของเราปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย บนบทความต่าง ๆ หรือบน Google ทำให้ผู้คนเกิดความคุ้นเคย และเชื่อถือในแบรนด์ของเรามากขึ้น

5. ทำให้เว็บไซต์ของเรามีคุณภาพมากขึ้น: การทำ SEO On-page จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีคุณภาพมากขึ้น ทั้งในมุมมองของผู้เข้าชม และในมุมมองของ Search Engine เพื่อที่จะทำอันดับให้ดี ดังนั้นการทำ SEO Optimize จะช่วยเพิ่มคุณภาพของเว็บไซต์เราได้อีกด้วย

ขั้นตอนการทำ SEO และการทำ SEO ให้ติดอันดับ

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO นั้นมีความสำคัญต่อกลยุทธการทำการตลาดออนไลน์ค่อนข้างมาก หากท่านกำลังมองหา เอเจนซี่ทำ SEO ในกรุงเทพ หรือบริษัทรับทำ SEO ที่สามารถทำ SEO ได้มากกว่าหนึ่งภาษา ท่านสามารถติดต่อทีมงาน Relevant Audience ได้เลยตลอดเวลา เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาฟรี และตอนนี้เรายังมีโปรโมชั่นทำ SEO ราคาถูก สู้โคโรน่าไวรัส อีกด้วย รีบติดต่อเราได้เลยครับ