5 วิธีเพิ่ม Local Traffic เข้าสู่เว็บไซต์แบบ Next-Level ในปี 2022

RA CONTENT MAY 20 C2 Blog Size [1200x628px] (4)

จากการสำรวจโดย BrightLocal พบว่า 99% ของผู้บริโภคนิยมใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจท้องถิ่น (Local Business) และ 78% ของผู้บริโภคค้นหามากกว่า 1 ครั้ง ภายใน 1 สัปดาห์ ฉะนั้นสำหรับใครที่กำลังทำธุรกิจขนาดเล็ก หรือ Local Business อยู่ในตอนนี้ต้องบอกว่าไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะดีไปกว่าตอนนี้แล้วที่จะเริ่มคิดหาทางเพิ่ม Local Traffic บนเว็บไซต์ 

ในบทความนี้จะมาแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กสามารถใช้ประโยชน์จากกระแสนิยมเหล่านี้เพื่อเพิ่ม Local Traffic บนเว็บไซต์กัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

1. เริ่มต้นด้วย LOCAL SEO

หากต้องการทลายขีดจำกัดการเข้าถึงของคนทั่วไปสำหรับธุรกิจท้องถิ่น การใช้เทคนิค SEO ทั่วไปเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ อย่างที่รู้กันว่าธุรกิจท้องถิ่นไม่ได้มีงบประมาณในการทำการตลาดมากมาย ดังนั้นการทำ Local SEO จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดหลายคนยกนิ้วให้ว่าดีที่สุด เพราะข้อดีในการทำ Local SEO มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ

  • ช่วยในการทำอันดับบน SERPs จากการหลีกเลี่ยงการแข่งขันทำ SEO แบบกว้างๆ
  • ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ง่ายขึ้น
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน 
  • ทำให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือ เพิ่มโอกาสในการที่ธุรกิจจะได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น

โดยเคล็ดลับการทำ Local SEO เบื้องต้นต่อไปนี้จะช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้จริงทันที 

  1. ปรับปรุง Longtail Keyword อย่างที่บอกว่าสำหรับธุรกิจท้องถิ่น คีย์เวิร์ดที่ใช้ควรที่จะมีลักษณะเฉพาะเจาะจงลงไปในสถานที่ตั้งของธุรกิจให้มากขึ้น โดยสามารถนำไปใส่ได้ทั้งใน Title, Meta Description  อย่างเช่น หากประกอบธุรกิจร้านอาหารอยู่ในย่านบางซื่อ แต่การที่จะใช้คีย์เวิร์ด “ร้านอาหาร” อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรก แถมยังไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการด้วย ฉะนั้นลองเพิ่มย่านที่อยู่อาศัยเข้าไปอย่าง “ร้านอาหาร บางซื่อ” ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการติดอันดับการค้นหาได้ง่ายขึ้น แถมยังเป็นการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะไปในตัวอีกด้วย
  2. อย่าลืมใส่ตำแหน่งที่ตั้งลงบนเว็บไซต์  การนำข้อมูลสถานที่ตั้งมาใส่ในเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขติดต่อ และแน่นอนว่าต้องเป็นข้อมูลล่าสุด จะทำให้เว็บไซต์มีอันดับที่ดีขึ้นได้ (ควรตรงกับข้อมูลใน Business Profile)
  3. ปรับเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายบนมือถือ เป็นที่รู้กันดีว่าร้อยละ 90 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันใช้งานผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ฉะนั้นต้องไม่ลืมว่าการปรับโครงสร้างของเว็บไซต์ให้มีเลย์เอาท์ ความเร็วในการโหลดบนหน้าเว็บไซต์ หรือองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ใช้งาน (User Experience) ให้เหมาะสมบนโทรศัพท์มือถือ ล้วนมีความสำคัญต่ออัลกอริทึมของกูเกิลที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประเมินเพื่อจัดอันดับเว็บไซต์ 

2. รีวิวออนไลน์

จากการสำรวจของ BrightLocal ระบุว่า 98% ของผู้บริโภคนิยมอ่านรีวิวออนไลน์สำหรับธุรกิจท้องถิ่น ในขณะที่งานวิจัยจาก Trustpilot พบว่า 64% ในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการได้รับอิทธิพลจากรีวิวออนไลน์ของลูกค้าคนอื่นโดยตรง      (สำหรับใครที่กลัวการรีวิวออนไลน์ อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่) อันที่จริงรีวิวออนไลน์เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญต่อชื่อเสียงของธุรกิจ อย่างที่รู้กันว่ารีวิวออนไลน์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กูเกิลนำไปประเมินในการจัดอันดับเว็บไซต์ ฉะนั้นอย่าลืมมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อสร้างความพึงพอใจจากนั้นก็เพียงแค่รอให้ลูกค้าแบ่งปันความคิดเห็นเชิงบวกต่อเว็บไซต์

3. เพิ่ม Local Backlink

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กูเกิลมองว่าเว็บไซต์นั้นมีคุณภาพเหมาะที่จะนำไปอยู่บนหน้าแรกบน SERPs นั่นคือการที่เว็บไซต์ได้รับ Backlink จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพนั่นเอง แถมยังเพิ่มโอกาสที่ผู้คนทั่วไปจะเจอเว็บไซต์จากการค้นหาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย สำหรับเทคนิคเบื้องต้นในการสร้าง Backlink คุณภาพบนเว็บไซต์อาจลองทำตามตัวอย่างต่อไปนี้

  • มีส่วนร่วมกับธุรกิจท้องถิ่นอื่นๆ บนโซเชียลมีเดีย ลองบอกให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นรู้เกี่ยวกับคอนเทนต์ดีๆ ที่เหมาะสมที่เรามีอยู่เท่านั้นเอง เช่น การเขียนอีเมลแชร์บทความไปให้ หากคอนเทนต์นั้นมีประโยชน์และมีคุณภาพผู้ประกอบการเหล่านั้นก็อาจจะแชร์ลิงก์กลับมา 
  • แจกฟรีให้คนแชร์ ใครๆ ก็ชอบของฟรีและดี ถ้าคอนเทนต์ที่เราถือครองอยู่มีคุณภาพจริง ก็ไม่เสียหายหากจะทดลองแจกฟรีให้คนทั่วไปเพื่อเพิ่มโอกาสในการที่ผู้คนจะใช้คอนเทนต์ไปอ้างอิงและส่ง Backlink กลับมา 

4. ปรับปรุงแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย

อย่างที่รู้กันดีว่าในยุค Post-Pandemic นี้ อัตราการใช้งานโซเชียลมีเดียของผู้คนสูงแบบพุ่งทะลุเพดาน โดย Hootsuite ได้รายงานว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียคิดเป็น 33% ของการใช้จ่ายเพื่อการโฆษณาดิจิทัลทั้งหมดในปี 2021  และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 17% ในปี 2022 นี้

ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงสมเหตุสมผลที่จะใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาด Aaron Dunham ซีอีโอและนักวิเคราะห์การตลาดจากบริษัท Concentric Management ออกมาให้คำแนะนำ 3 อย่างที่ควรโฟกัสสำหรับการใช้โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดของคุณในปีนี้

  • เสริมความแข็งแกร่งให้กับ “ข้อเสนอ” การกำหนดเป้าหมายสำหรับผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้นขึ้นอยู่กับ พฤติกรรม ความสนใจ และข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ ฉะนั้น Aaron แนะนำว่าการเสนอสินค้าหรือบริการพร้อมกับของแถม จะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนทั่วไปสนใจในธุรกิจของคุณทันที 
  • ติดตามผลของแคมเปญ เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องคอยติดตามผลลัพธ์ของแคมเปญโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะดูยอด Engagement บนโพสต์ เช่น ยอดไลค์ คอมเมนต์ ยอดแชร์ หรือการตรวจสอบ Traffic บนเว็บไซต์ว่ามีต้นทางมาจากแคมเปญบนโซเชียลมีเดียหรือไม่ 

5. ปรับปรุงข้อมูลบน Google Business Profile

จากการรายงานผลสำรวจโดยกูเกิล ระบุว่า 50% ของผู้บริโภคท้องถิ่นมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจที่มีหน้าโปรไฟล์อยู่บน Google Business Profile และกูเกิลยังเคลมว่าการที่ผู้ประกอบการอัปเดตข้อมูลธุรกิจไว้ใน Business Profile นี้ก็จะช่วยให้อันดับของเว็บไซต์ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ไม่รู้จัก Google Business Profile อาจต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยด่วน (อ่านได้จากบทความนี้) เพราะ Business Profile เป็นเครื่องมือฟรีที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท้องถิ่นทุกคนที่ไม่ได้มีงบประมาณในการทำการตลาดสูงแต่ต้องการให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการที่มีคนมาช่วยสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ให้กับคุณแบบฟรีๆ แบบไม่เสียเงินในกระเป๋าแม้แต่สตางค์เดียว 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า