4 วิธีลบข้อมูลที่ไม่ต้องการออกจากหน้า Google Search

RA CONTENT APR 26 C3 Blog Size [1200x628px] (3)

หลายคนคงรู้ว่า Google เป็น Search Engine ที่มีประโยชน์มากสำหรับการค้นหาข้อมูลออนไลน์ต่างๆ แต่หากคุณเป็นนักการตลาดหรือแบรนด์ในบางครั้งก็อาจไม่อยากให้ข้อมูลบางประเภทปรากฏในหน้า SERPs เพราะหากข้อมูลหรือเนื้อหานั้นขาดการอัปเดตหรือเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดจะสร้างปัญหาที่ใหญ่เกินจะแก้ไขมาให้ในภายหลังได้

อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะลบเนื้อหาเหล่านั้นออกจากหน้า Google Search ได้อย่างสะอาดหมดจด แต่อย่างน้อยถ้าข้อมูลหรือหน้าเว็บไม่เป็นที่ต้องการแล้วก็ต้องพยายามลบเท่าที่จะทำได้ หรือไม่ก็ทำให้อัลกอริทึมของกูเกิลมองเห็นคอนเทนต์เหล่านั้นให้น้อยลง ในบทความนี้จะมาแนะนำ 4 วิธี เพื่อช่วยเหลือนักการตลาดหรือแบรนด์ที่ต้องการลบข้อมูลออกจากหน้า Google Search กัน

วิธีที่ 1 ลบข้อมูลจากเนื้อหาที่เราเป็นคนสร้างเอง

เริ่มจากอะไรที่สามารถทำตามได้ง่ายที่สุด แน่นอนว่าสำหรับประเภทของข้อมูลที่สามารถลบเพื่อไม่ให้ปรากฏบนหน้า Google Search ได้ทันทีก็คือเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะอยู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ บล็อก หรืออื่นๆ โดยมีวิธีดังนี้

ลบหน้าเว็บที่ไม่ต้องการ สำหรับในขั้นตอนนี้อาจแตกต่างออกไปขึ้นอยู่กับระบบของ CMS (Content Management System) ที่ใช้ ในบทความนี้ขอยกตัวอย่าง WordPress เนื่องจากเป็นเครื่องมือยอดนิยมของคนทำเว็บไซต์ในปัจจุบัน

  • ล็อกอินไปที่หน้า Dashboard ของ WordPress 
  • เลือกหน้าเว็บหรือบล็อกที่ต้องการลบ
  • เลือก Trash

โดยหน้าเว็บที่ถูกลบจะถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ Trash และยังสามารถกู้คืนได้ในขั้นตอนนี้ แต่หากไม่ต้องการกู้คืนก็สามารถลบออกจากโฟลเดอร์ Trash อย่างถาวรได้

บล็อกหรือลบ URL สำหรับ Google Search การลบหน้าเว็บยังไม่เพียงพอ เนื่องจาก Google ได้ทำรายการ Index ในหน้าเว็บเอาไว้แล้วทำให้หน้าเพจที่ถูกลบออกไปอาจมีลิงก์ URL ที่เชื่อมโยงกับหน้าอื่นๆ ในเว็บไซต์อยู่ สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาในขั้นตอนนี้ แนะนำให้ใช้เครื่องมืออย่าง Google Search Console ในการลบหรือบล็อก URL ที่ไม่ต้องการ โดยเริ่มจาก

  • ไปที่ Google Search Console
  • คลิกที่ Temporary Removals 
  • เลือก New Request
  • เลือก Temporarily Remove URL
  • คลิก Next เป็นอันเสร็จสิ้น  

วิธีที่ 2 ติดต่อ Site Owner หรือ Web Master 

แน่นอนว่าหากเนื้อหาหรือข้อมูลที่ไม่ต้องการไปปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของคนอื่น การติดต่อเจ้าของบ้านให้ลบออกก็เป็นเรื่องคุ้มค่าที่จะลองทำ ข้อแนะนำคือให้แสดงความเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ อีเมล หรือข้อความส่วนตัว 

วิธีที่ 3 เนื้อหาละเมิดข้อกำหนด Google จะลบให้ทันที

มีบางกรณีที่สามารถนำเนื้อหาออกจาก Google Search ได้โดยตรง โดยที่ไม่จำเป็นต้องติดต่อ Site Owner ให้เป็นเรื่องวุ่นวาย ดังนี้ 

ตรวจสอบว่าเนื้อหาว่าตรงข้อกำหนดของกูเกิลหรือไม่ หากเนื้อหาที่ต้องการลบตรงกับข้อกำหนดก็จะทำให้กูเกิลลบเนื้อหาหรือทำ De-Index (ดีอินเด็กซ์) โดยข้อกำหนดต่างๆ มีดังนี้

  • เนื้อหาที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเพศอย่างโจ่งแจ้ง
  • เนื้อหาที่เป็นการโจรกรรมข้อมูล
  • เนื้อหาที่เป็นประเด็นทางกฎหมาย
  • การละเมิดสิทธิทางปัญญา

จากนั้น ให้ไปที่หน้า Support Page เลือกข้อกำหนดที่ตรงตามคอนเทนต์ที่ต้องการลบ กดส่ง Removal Request เป็นอันเสร็จสิ้น

วิธีที่ 4 อย่าลืมตรวจสอบว่าลบสำเร็จแล้วหรือไม่

หากทดลองใช้วิธีต่างๆ ด้านบนแล้ว อย่าลืมลองทดสอบด้วยการลองใช้ URL ที่ถูกลบไปแล้วบน Search Engine เพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหาที่ไม่ต้องการยังคงปรากฏบนหน้า SERPs หรือไม่ หรืออาจต้องรอให้อัลกอริทึมของกูเกิลรวบรวมข้อมูลของหน้าเว็บใหม่ก่อน สุดท้ายต้องเข้าใจว่าการลบเนื้อหาที่ไม่ต้องการเป็นเรื่องยากที่จะลบเนื้อหาออกจากหน้า SERPs ทั้งหมด ดังนั้นกระบวนการลบหน้าที่ไม่ต้องการนี้อาจใช้เวลาสองสามเดือนหรือสองสามปีจนกว่าเนื้อหาที่ไม่ต้องการจะถูกกูเกิลลดการมองเห็นลงในที่สุด

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า