ตอบ 5 คำถามสุดฮิตของมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้งาน Google Business Profile

RA CONTENT MAY 30 C2 Blog Size [1200x628px] (4)

ผู้ประกอบการธุรกิจที่คุ้นชินกับการใช้งาน Google Business Profile (GBP) อยู่แล้วคงพอจะทราบกันบ้างว่าในปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ กูเกิลมีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ รวมถึงมีการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องมือให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อผู้ใช้งานที่ต้องการขยายฐานลูกค้าให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่อย่างไรก็ตาม การอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนข้อกำหนดกฎเกณฑ์บางอย่างของกูเกิล อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นใช้งาน GBP กลายเป็นว่าแทนที่ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของกูเกิลจะส่งผลดีต่อการใช้งานแต่ดันเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ใช้งานแทนซะอย่างนั้น

ในบทความนี้จึงนำ 5 คำถามปัญหาสุดฮิตที่ต้องเจอเป็นประจำสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นใช้งาน Business Profile อยู่ตอนนี้ จะมีข้อไหนบ้างที่เคยเจอแล้วไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร มาดูไปพร้อมกัน 

1. บัญชี Business Profile ถูกระงับ มีวิธีแก้ไขอย่างไร?

หนึ่งในปัญหายอดฮิตที่หลายคนเจอ คือ วันดีคืนดีกูเกิลส่งอีเมลแจ้งเตือนมาว่า “ข้อมูลทางธุรกิจบน Business Profile ถูกระงับ” แน่นอนว่าหลายคนที่เคยเจอข้อความแบบนี้คงใจสลายแน่นอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจที่ใช้ Google Business Profile เป็นแพลตฟอร์มหลักในแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็ไม่ต่างกับการใส่ไข่ทั้งหมดลงในตะกร้าใบเดียวแล้ววันดีคืนดีตะกร้าใบนั้นดันแตกขึ้นมา 

ต้องอธิบายว่าการระงับข้อมูลทางธุรกิจโดยกูเกิลหลักๆ แล้วจะมีอยู่ด้วยกันสองรูปแบบคือ “Soft Suspension” และ “Hard Suspension”

  • สำหรับ Soft Suspension ข้อมูลทางธุรกิจยังคงสามารถแสดงผลบนหน้า SERPs แต่จะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ได้ และจะต้องทำการ Verified ข้อมูลใหม่ทั้งหมดกับกูเกิล 
  • แต่หากข้อมูลธุรกิจถูกระงับในลักษณะ Hard Suspension นั่นหมายความว่าข้อมูลธุรกิจจะไม่สามารถปรากฏหรือแสดงผลใดๆ ในเครือข่ายของกูเกิลทั้งหมด

ที่สำคัญคือกูเกิลจะไม่มีการแจ้งเหตุผลประกอบว่าทำไมข้อมูลธุรกิจจึงถูกระงับ ดังนั้นข้อแนะนำคือ ให้เข้าไปอ่านหลักเกณฑ์ไกด์ไลน์เกี่ยวกับข้อมูลทางธุรกิจบน GBP ได้ที่นี่ จากนั้นให้ลองเทียบทีละบรรทัดว่าโปรไฟล์ธุรกิจไปขัดกับส่วนไหนหรือไม่ เมื่อระบุปัญหาได้แล้วทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะส่งคำขอไปให้กูเกิลรับทราบและช่วยแก้ไขปัญหาให้ โดยต้องระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และแจ้งให้กูเกิลทราบว่าได้มีการแก้ไขปัญหานั้นแล้ว โดยสามารถแสดงหลักฐานประกอบแนบไปด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • รูปถ่ายป้ายหน้าร้านทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  • สำเนาใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ
  • ใบยืนยันอนุญาตประกอบธุรกิจอื่นๆ ในประเทศนั้นๆ
  • รูปถ่ายของยานพาหนะของบริษัท (หากเป็นธุรกิจที่ให้บริการในพื้นที่)
  • บิลค่าโทรศัพท์พร้อมชื่อและที่อยู่ธุรกิจ

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นการพิสูจน์และยืนยันต่อกูเกิลว่าธุรกิจนี้เป็นของจริงและถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากที่ส่งคำขอการแก้ไขแล้วก็เพียงแค่รอให้ทางกูเกิลตรวจสอบข้อมูล โดยปกติจะใช้เวลา 2 – 3 วัน จากนั้นกูเกิลจะส่งอีเมลการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาให้เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

2. ข้อมูลธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งแล้วแต่ผลการค้นหายังไม่เปลี่ยน มีวิธีแก้ไขอย่างไร?

อีกหนึ่งปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำคือปัญหาการแสดงผลที่ตั้งธุรกิจที่ไม่ได้อัปเดตตรงตามจริง ตัวอย่างเช่น ธุรกิจแบบ Service Area Business มีการย้ายที่ตั้งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง สมมติว่าจากกรุงเทพไปยังชลบุรี ทีนี้เจ้าของธุรกิจมีการเปลี่ยนที่อยู่เป็นที่อยู่ใหม่ในชลบุรีแล้ว โดยหลักก็จะต้องลบที่อยู่เดิมและเลือกชลบุรีเป็นพื้นที่ให้บริการใหม่ ฟังดูแล้วก็ดูปกติไม่น่าเกิดปัญหาอะไรใช่ไหม? แต่ในบางครั้งกลับพบว่าในหน้า SERPs ยังปรากฏที่ตั้งเดิมไม่ใช่ตำแหน่งใหม่

หากพบว่าข้อมูลธุรกิจของคุณอยู่ในสถานการณ์ประหลาดนี้ ในการแก้ไขปัญหานี้วิธีที่ดีที่สุดคือให้ไปที่ Google Business Profile Help Forum จากนั้นให้กรอกรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

  • ชื่อธุรกิจ
  • ที่ตั้งของธุรกิจทั้งของเก่าและของใหม่
  • URL ของเว็บไซต์
  • Business Profile ID 

จากนั้นรอให้กูเกิลเข้ามารับเรื่องและใช้เวลาในการประเมินและแก้ไขปัญหา 

3. ในบัญชีผู้ใช้งาน จะเพิ่ม Managers หรือ Owner ได้อย่างไร?

ในการให้สิทธิ์การแก้ไขข้อมูลธุรกิจแก่คนอื่น จะต้องเริ่มจากการที่คุณเป็นบัญชีผู้ใช้งานหลักของโปรไฟล์ธุรกิจนั้นๆ โดยเริ่มจากจากไปที่หน้า Advance Menu ในหน้า Merchant Panel บน Google Search จากนั้นให้คลิกที่สัญลักษณ์จุดสามจุดตามรูปภาพตัวอย่าง

จากนั้นให้คลิกไปที่ Business Profile Setting

ระบบจะแสดงเมนู Manager Option ที่สามารถเพิ่ม แก้ไขหรือลบสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลธุรกิจของบัญชีนั้นๆ ได้

หากต้องการเพิ่ม Manager หรือ Owner สำหรับโปรไฟล์ธุรกิจ ก็คลิกไปที่ Add จากนั้นก็สามารถส่งคำเชิญทางอีเมลไปยังบัญชีที่ต้องการให้สิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลต่างๆ 

สำหรับข้อแตกต่างระหว่าง Manager กับ Owner คือ หากเป็น Owner จะมีสิทธิ์ในการแก้ไข เพิ่มหรือโอนความเป็นเจ้าของโปรไฟล์ธุรกิจนั้นได้ แต่หากเป็น Manager จะอยู่ในลักษณะที่จำกัดกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับเอเจนซีการตลาดหรือพนักงานในบริษัทที่มีหน้าที่อัปเดตข้อมูลธุรกิจ

4. Postcard PIN ไม่สามารถใช้งานได้ แก้ไขอย่างไร?

สำหรับใครที่ใช้งาน Google Business Profile จะต้องเคยผ่านขั้นตอนสมัครใช้งานซึ่งจะต้องผ่านขั้นต่อการรอรับ PIN (รหัสยืนยันตัวตนธุรกิจ) ที่ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นปัญหาที่ทำให้ไมเกรนขึ้นได้ง่ายๆ นั่นคือปัญหา PIN ที่ได้รับมากลับนำไปยืนยันตัวตนเพื่อเปิดการใช้งานโปรไฟล์ไม่ได้! ปัญหานี้มีเหตุผลด้วยกันหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • รหัสยืนยัน PIN นี้จะหมดอายุหลังจาก 30 วัน ฉะนั้นหากมีคำขอ PIN นี้นานกว่า 30 วัน รหัส PIN นี้จะหมดอายุและไม่สามารถใช้งานได้ หากพบว่าปัญหาเกิดจาก PIN หมดอายุวิธีแก้ไขคือส่งคำขอรหัสใหม่อีกครั้ง
  • ปัญหาข้อกำหนดหลักเกณฑ์ตาม Google’s Address Guidelines ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องแน่ใจก่อนยืนยันคำขอเปิดใช้งานว่าที่ตั้งของธุรกิจถูกต้องและเป็นไปตามข้อกำหนด เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาในการเปิดใช้งาน Business Profile ได้
  • การส่งคำร้องขอ PIN ที่ซ้ำซ้อนหรือการแก้ไขข้อมูลสำคัญใดๆ ในโปรไฟล์ธุรกิจ เช่น ชื่อธุรกิจ ที่อยู่ หรืออื่นๆ กูเกิลจะยกเลิก PIN ทันทีหากพบว่ามีการแก้ไขข้อมูลสำคัญๆ บนโปรไฟล์ธุรกิจที่ได้ส่งคำร้องขอ PIN ไปแล้ว ดังนั้นหากเกิดปัญหานี้วิธีแก้ไขคือต้องส่งคำร้องขอ PIN ใหม่อีกครั้ง  
  • การป้อนรหัส PIN ไม่ถูกต้องเกิน 5 ครั้ง ก็จะเป็นผลให้รหัส PIN นั้นไม่สามารถใช้ได้ วิธีแก้ไขคือต้องลบข้อมูลธุรกิจนั้นออกจากบัญชีผู้ใช้งาน และสร้างโปรไฟล์ใหม่ พูดง่ายๆ คือเริ่มต้นสร้างข้อมูลธุรกิจใหม่อีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

ทั้งหมดนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้รหัส PIN ใช้งานไม่ได้ 

5. แก้ไขข้อมูล Business Profile บน Google Search ได้ไหมและทำอย่างไร?

ใครที่ใช้งาน Google Business Profile คงเคยเห็นแบนเนอร์สีฟ้าเล็กๆ ที่กูเกิลโปรโมตให้ลองแก้ไขข้อมูล Business Profile ผ่าน Google Search กันมาบ้าง 

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามการจัดการแก้ไขข้อมูล Business Profile เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจส่วนใหญ่ต้องทำความคุ้นเคย ไม่ว่าคุณจะมีโปรไฟล์ธุรกิจเพียงแห่งเดียวหรือเป็นเอเจนซีที่ต้องคอยจัดการข้อมูลธุรกิจเป็นสิบที่ การเข้าใจวิธีจัดการโปรไฟล์ในรูปแบบใหม่ๆ ก็นับได้ว่าเป็นความคิดริเริ่มในการทำงานการตลาดออนไลน์ที่ดี หากใครที่มีบัญชีผู้ใช้งาน Business Profile และอยากลองใช้งานแก้ไขข้อมูลผ่าน Google Search สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า