5 วิธีทำให้กูเกิล Crawling และ Indexing เว็บไซต์เรามากขึ้น

Copy of [NEW] Blog Size [1200x628px] (14)

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเองอยู่ คงรู้กันดีว่าแนวทางการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามหลัก SEO ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล เพื่อให้อัลกอริทึมของ Search Engine รู้จักเว็บไซต์มากขึ้นและนำขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกๆ เป็นการเพิ่ม Organic Traffic ทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปสามารถค้นหาเจอก่อน ทำให้สามารถตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจากเว็บไซต์นั้นๆ  

นอกเหนือจากการองค์ความรู้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตรงตามแนวทาง SEO อย่างการทำ On-Page หรือ Off-Page แล้ว การรู้ว่ากูเกิลจะเข้ามาเก็บข้อมูลต่างๆ บนเว็บไซต์เพื่อนำข้อมูลไปจัดอันดับนั้นมีกระบวนการทำอย่างไร แล้วในฐานะของเจ้าของเว็บไซต์จะทำอย่างไรให้กูเกิลหาเว็บไซต์เจอให้เร็วมากขึ้น เพราะนั่นหมายความว่ายิ่งกูเกิลรู้จักเว็บไซต์ของเราเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่เว็บไซต์เราจะติดอันดับได้ไวมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นในบทความนี้ Relevant Audience จะขอพาผู้อ่านทุกท่านไปดู 5 วิธีที่จะช่วยให้อัลกอริทึมของกูเกิลสามารถเข้ามาจัดทำหน้าดัชนีและเก็บข้อมูลไปจัดอันดับได้มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

5 วิธีทำให้กูเกิล Crawling และ Indexing เว็บไซต์มากขึ้น

โดยพื้นฐานแล้วเมื่อมีการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา Search Engine อย่างกูเกิลจะมีการปล่อย Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูล (Crawling) เพื่อทำการจัดทำหน้าดัชนี หรือเรียกว่าการจัดทำ Indexing เพื่อเอาไว้ให้ผู้ใช้งานกูเกิลทั่วโลกสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้นั่นเอง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google Indexing) ในบทความนี้ จะพาทุกคนมาดู 5 วิธีที่จะช่วยทำให้กูเกิลเข้ามารวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปจัดอันดับให้ดีขึ้น ดังนี้

  1. ปรับปรุงความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ 

50 พันล้าน และ 1.93 พันล้าน คือตัวเลขของจำนวนหน้าเว็บไซต์และเว็บไซต์ทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นแน่นอนว่ากระบวนการของอัลกอริทึมเพื่อจัดทำหน้าดัชนีเว็บไซต์จึงแปรผันตรงกับความเร็วของเว็บไซต์ด้วยเช่นกัน หากเว็บไซต์ของคุณยิ่งช้าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม นั่นหมายความว่าก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้การจัดทำหน้าดัชนีช้าลงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ดังนั้นการประเมิน Page Speed ของเว็บไซต์และปรับปรุงให้ดีอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์โฮสติ้ง การปรับปรุงไฟล์ต่างๆ ด้วยการบีบอัด ลดขนาดของรูปภาพ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

  1. เว็บไซต์ควรมีโครงสร้างของ Internal Link ที่ดี

ประโยชน์ของการมี Internal Link บนเว็บไซต์นั้นมีหลากหลายอย่าง (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เป็นประโยชน์ต่ออัลกอริทึมของกูเกิลในการรวบรวมข้อมูลต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์เพื่อนำไปทำการจัดอันดับ เพราะ Internal Link เปรียบเสมือนกับการสร้างเส้นทางให้อัลกอริทึมของเว็บไซต์สามารถเข้ามาจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกมากขึ้น ข้อสำคัญคือต้องตรวจสอบ Internal Link ต่างๆ บนเว็บไซต์ว่ามีครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เพิ่งมีการย้ายโฮสติ้ง หรือกำลังอยู่ในช่วงการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบนเว็บไซต์ 

  1. ส่ง XML Sitemap ไปยัง Google

หนึ่งในเคล็ดลับสำหรับการช่วยให้อัลกอริทึมของ Search Engine เข้ามาจัดทำหน้าดัชนี คือ การส่ง XML Sitemap ของเว็บไซต์ไปยัง Search Engine เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อนของหน้า Deep Page เพราะการส่ง Sitemap ไปยังเว็บไซต์จะช่วยให้ Search Engine สามารถค้นหาหน้าทั้งหมดได้ง่ายขึ้น  สำหรับการส่ง XML Sitemap ของกูเกิลสามารถส่งผ่าน Google Search Console ส่วนหากเป็น Bing ให้ส่งผ่าน Bing Webmaster Tools

  1. ตรวจสอบ Canonical Tags บนเว็บไซต์

Canonical Tags เป็นวิธีการบอก Search Engine ให้รู้ว่า URL ที่ถูกกำกับภายใต้แท็กนี้คือหน้าหลักของเว็บไซต์ เพื่อเป็นการป้องกันการจัดทำหน้าดัชนีที่ผิดพลาดของอัลกอริทึม แถมยังเป็นการป้องกันปัญหา Duplicated Content ที่อาจเกิดจากการที่เว็บไซต์เรามีหน้าที่คล้ายกันหลายหน้าอีกด้วย

ดังนั้นการตรวจสอบ Canonical Tags ให้ถูกต้องอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ อาจจะเริ่มจากการเช็กผ่าน Tools ต่างๆ เช่น Moz Bar หรือ URL Inspection เพื่อให้แน่ใจว่าหน้าเว็บไซต์จะได้รับการจัดทำดัชนีในทุกหน้าที่ต้องการอย่างถูกต้อง

  1. แก้ไข Broken Links

สำหรับข้อแนะนำสุดท้ายนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มือใหม่หลายคนชอบละเลย แต่หารู้ไม่ว่าส่งผลอย่างมหาศาลในหลายๆ เรื่อง ทั้งสร้างความหงุดหงิดใจให้กับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เข้ามายังเว็บไซต์หรือโดยเฉพาะในเรื่องของการจัดทำหน้าดัชนีของอัลกอริทึม นั่นก็คือเรื่องปัญหาของ Broken Links บนเว็บไซต์ สำหรับข้อแนะนำคือควรมีการตรวจสอบอย่างเป็นประจำผ่าน Analytics Tools ต่างๆ เช่น Google Search Console หรือ Screaming Frog จากนั้นให้ดำเนินการตามขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการทำ Redirect หน้าเว็บไซต์ อัปเดตหรือลบออก

ทิ้งท้าย

อ่านมาจนถึงตรงนี้หลายคนคงเตรียมพร้อมกับการปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้การจัดทำหน้าดัชนีของอัลกอริทึมมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะเริ่มต้นด้วยการลองใช้เครื่องมือตัวช่วยต่างๆ อย่าง Google Search Console เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการปรับแก้ Broken Link จากนั้นถึงค่อยๆ ไต่ระดับความเข้มข้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญคือต้องทำอย่างเป็นประจำและใส่ใจในทุกรายละเอียดของหน้าเว็บไซต์ รับรองเลยว่าการติดอันดับแรกๆ ในหน้า SERPs จะไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

Source: Searchenginejournal

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า