Google Indexing คืออะไร? มือใหม่หัดทำ SEO ต้องรู้!

RA CONTENT MAY 11 C3 Blog Size [1200x628px] (5)

“หน้านี้ถูกกูเกิลทำ Indexing ไปแล้วหรือยังนะ?” หลายคนที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองคงเกิดคำถามลักษณะนี้ขึ้นมาในใจอยู่บ่อยครั้ง ต้องอธิบายแบบนี้ว่า อัลกอริทึมของ Search Engine จะหาเว็บไซต์เจอหรือไม่เจอนั้น มีรายละเอียดเชิงเทคนิคที่มีความซับซ้อนมาก ถ้าจะให้อธิบายตั้งแต่พื้นฐานหลายคนอาจจะมีหลับคาหน้าคอมกันบ้างแน่ๆ แต่ในบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเรื่องยากๆ ให้เข้าใจได้ง่ายๆ กันว่า อะไรคือ Indexing? และมีวิธีการตรวจสอบอย่างไรว่าหน้าเว็บไซต์นี้ถูกกูเกิลทำ Indexing ไว้แล้วหรือยัง? และหากกูเกิลยังไม่ได้ทำ Indexing จะมีวิธีการไหนที่แจ้งให้กูเกิลทราบได้บ้าง ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย

Indexing คืออะไร ทำไมคนทำ SEO ต้องรู้?

สำหรับคำว่า Indexing แท้ที่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบริษัทเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังแต่อย่างใด แต่คือศัพท์เฉพาะที่ถูกนิยามไว้ในบริบทของการที่ Search Engine (ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง Google) ได้ปล่อย Google Bot คอยเก็บข้อมูลต่างๆ ในหน้านั้นๆ ของเว็บไซต์ แล้วนำไปจัดเรียงในฐานข้อมูลเพื่อเอาไว้ให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถค้นหาผ่าน Google Search ได้

หมายความว่าหากเว็บไซต์ไหนไม่ได้ถูก Indexing ก็จะเท่ากับว่าหน้าเว็บไซต์นั้นจะไม่ถูกจัดเก็บเข้าไปในฐานข้อมูลและจะเป็นผลให้หน้านั้นไม่สามารถค้นหาผ่าน Google Search ได้  พูดง่ายๆ ก็คือคำว่า Indexing นั้นหมายถึงการจัดทำบันทึกข้อมูลเพื่อให้คนทั่วไปสามารถค้นหาข้อมูลนั้นๆ เจอผ่าน Google Search นั่นเอง 

จะรู้ได้อย่างไรว่า “หน้านั้นถูก Indexing แล้ว”

ปัญหาในเรื่องของ Indexing เป็นหนึ่งในสิ่งที่ SEO Specialist หลายท่านกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะหลายคนที่กำลังเริ่มต้นทำ SEO อาจมีความกังวลว่ากูเกิลนั้นเริ่มปล่อย Google Bot มาทำ Indexing ในหน้าเว็บไซต์แล้วหรือยัง เพราะถ้าไม่มีการทำ Indexing ก็จะหมายความว่าทุกอย่างที่ทำมาไม่ว่าจะเป็นการอดหลับอดนอนคิดคอนเทนต์ หรือปรับแต่งหน้าเว็บไซต์จนสายตาเสียกันไปข้าง ทั้งหมดนี้จะมีค่าเท่ากับศูนย์ทันที 

เพราะฉะนั้นการตรวจสอบว่าหน้าเว็บว่าถูกทำ Indexing ไปแล้วหรือยังจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ แน่นอนว่าวิธีจะใช้ตรวจสอบมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

  • การทดสอบด้วยการคัดลอกเนื้อหาบางส่วน จากนั้นไปที่ Google แล้วกดวางเนื้อหานั้นไปที่ช่องค้นหาเลยว่าพบหรือไม่พบ
  • ไปที่ Google แล้วพิมพ์ site: ตามด้วยชื่อเว็บไซต์ แบบไม่ต้องใส่ https:// ตัวอย่างเช่น site:relevantaudience.com ก็จะสามารถเช็กได้เลยว่า Google ได้จัดทำ Indexing หน้าเว็บไซต์ไปมากน้อยแค่ไหน
  • ไปที่ Google แล้วพิมพ์ cache: ตามด้วยชื่อเว็บไซต์ แบบไม่ต้องใส่ https:// ตัวอย่างเช่น cache:relevantaudience.com ก็จะสามารถตรวจสอบได้เช่นกัน 
  • ทดสอบด้วยการค้นหาแบบตรงๆ สำหรับการทดสอบแบบนี้ก็คือการลองค้นหาด้วยการนำเอาลิงก์ของหน้าเว็บที่ต้องการตรวจสอบไปค้นหาบน Google Search โดยตรง ตัวอย่างเช่น หากอยากรู้ว่าคอนเทนต์ที่เราเพิ่งลงบนเว็บไซต์ไปจะถูกกูเกิลจัดทำ Indexing แล้วหรือยัง ก็แค่นำ URL ของหน้าเว็บนั้นไปค้นหาลงบนช่อง Google ก็จะทราบได้ทันทีว่าผลเป็นอย่างไร 

วิธีทำให้ Bot เข้ามา Indexing หน้าเว็บ

ต้องเข้าใจกันก่อนว่า Bot ของกูเกิลนั้นจะถูกปล่อยออกมาอยู่ตลอดเวลาเพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเว็บไซต์เพื่อนำไปจัดทำ Indexing อาจใช้เวลาตั้งแต่ 2-3 วัน จนไปถึง 2-3 สัปดาห์ ก็ขึ้นอยู่กับว่าโครงสร้างเว็บไซต์นั้นง่ายต่อการที่ระบบของกูเกิลจะตรวจสอบข้อมูลได้ช้าหรือเร็วแค่ไหน 

แต่หากผ่านไปหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์จนเกิดความรู้สึกตงิดๆ ในใจว่าทำไมหน้านี้ไม่ถูก Indexing สักที  ก็ถึงเวลาที่จะต้องใช้วิธีการที่จะช่วยให้กูเกิลเข้ามาเจอหน้านั้นเพื่อทำ Indexing ให้สักที สำหรับวิธีการส่งสัญญาณไปให้กูเกิลทราบมีด้วยกันอยู่หลายวิธี แต่บางวิธีอาจต้องมีพื้นฐานเทคนิคในการทำ SEO อยู่บ้าง แต่ในบทความนี้จะมาแนะนำวิธีที่ทำตามได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องมีความรู้เชิงลึกมากเท่าไหร่ ซึ่งวิธีการทำมีดังนี้

  • ใช้วิธีการ Ping หรือแจ้งเตือนให้กูเกิลทราบด้วยการก็อป URL ทั้งหมดนี้ไปวางไว้ที่ Search Bar แล้วกด Enter เมื่อเจอ Text ในลักษณะตามภาพด้านล่างนี้ หมายความว่าการแจ้งให้กูเกิลทราบสำเร็จแล้ว https://www.google.com/ping?sitemap=(ใส่ URL เต็มของหน้าเว็บที่ต้องการแจ้งให้กูเกิลทราบ)

อ่านมาจนถึงตรงนี้คงพอเข้าใจกันแล้วใช่ไหมว่า อะไรคือ Indexing แล้วการทำ Indexing มีผลสำคัญต่อการทำ SEO อย่างไร ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าสำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นทำ SEO อยู่ในตอนนี้ แล้วคิดว่าแค่ Google มาทำ Indexing ให้กับหน้าเว็บไซต์ แล้วจะทำให้หน้าเว็บไซต์ติดอันดับสูงๆ ทันที เป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ เพราะการทำ Indexing เป็นเพียงแค่บันไดก้าวแรกของการทำ SEO เท่านั้น ยังมีเทคนิคอีกมากที่ต้องใช้เวลาและความอดทนในการเรียนรู้และทดลองทำ อย่างที่รู้กันดีว่าผลลัพธ์จากการทำ SEO เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา กว่าจะเห็นผลลัพธ์อาจจะต้องรอตั้งแต่ 3-4 สัปดาห์ ไปจนถึง 3-4 เดือน เพราะฉะนั้นต้องใจเย็นเอาไว้จนกว่าวันที่ผลลัพธ์นั้นจะปรากฏออกมา

รับปรึกษาการทำ SEO ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู