เปิดสถิติการสร้างแบรนด์อย่างไรให้อยู่ในใจคน อัปเดตล่าสุดปี 2022

RA CONTENT JUN 27 C3 Blog Size [1200x628px] (4)

ในปี 2022 นี้การแข่งขันทางการตลาดบนโลกออนไลน์มีแต่สูงขึ้นอย่างไม่มีท่าทีว่าจะชะลอลงแต่อย่างใด แบรนด์ที่มีสินค้าคุณภาพดีและการให้บริการน่าประทับใจไม่เพียงพออีกต่อไป ดังนั้นกลยุทธ์การ ”สร้างแบรนด์” จึงกลายมาเป็น First-Priority แรกในการก้าวไปสู่ความสำเร็จของการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน 

อย่างไรก็ตามการสร้างแบรนด์ไม่ได้มีเพียงโลโก้ที่ถูกออกแบบ หรือรูปแบบฟอนต์ที่คุณเลือกใช้เท่านั้น แต่การสร้างแบรนด์เปรียบได้กับการบอกเล่าเรื่องราวให้กับกลุ่มลูกค้าของคุณรู้โดยอิงจากประสบการณ์ดีๆ ที่แบรนด์คุณสามารถมอบให้ได้ อาจเปรียบได้กับเป็นปรัชญาและวัฒนธรรมที่แบรนด์ยึดมั่นถือมั่น ซึ่งจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ามีความรู้สึกสนใจในแบรนด์มากขึ้น แน่นอนว่าการสร้างแบรนด์ให้ดีไม่สามารถสร้างขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน ฉะนั้นในบทความนี้จะพามาดู 6 สถิติที่น่าสนใจที่เป็นส่วนสำคัญที่สามารถทำให้แบรนด์เติบโตไปได้อย่างยั่งยืน สถิติเหล่านี้จะมีอะไรบ้าง มาดูไปพร้อมกัน

1. ความเป็น “Authenticity” ของแบรนด์

ในปัจจุบันความเป็น Authenticity หรือแบรนด์ที่มีลักษณะเป็นแบบออริจินัล เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากกับการสร้างแบรนด์ในปัจจุบัน เนื่องจากความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการให้สินค้าหรือบริการที่พวกเขาเลือกใช้มีความน่าเชื่อถือให้มากที่สุด ซึ่งความเป็น Authentic หรือใครจะเรียกว่าความเป็น “แก่นแท้” ของแบรนด์ก็ได้ โดยจะต้องเกิดขึ้นจากแนวคิดที่สอดคล้องไปกับตัวตนของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการทำแคมเปญเพื่อโปรโมตสินค้าหรือบริการ ก็ต้องแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของแบรนด์ ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลของ Stackla พบว่าผู้บริโภคมากกว่า 88% พูดตรงกันว่าหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจว่าจะซัพพอร์ตแบรนด์หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์นั้นมีความ Authenticity มากน้อยแค่ไหน 

2. ความน่าเชื่อถือของแบรนด์

แน่นอนว่าเมื่อผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ นั่นหมายความว่าพวกเขาไว้วางใจต่อแบรนด์นั้นอย่างแท้จริง จากผลสำรวจในสหรัฐอเมริกาพบว่า 46% ของผู้บริโภคมีโอกาสที่จะจ่ายเงินมากกับแบรนด์ที่พวกเขาสามารถเชื่อใจหรือวางใจได้ 

ความหมายคือเมื่อแบรนด์สามารถสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคได้แล้ว ผลตอบแทนที่แบรนด์จะได้รับก็คือกำไรจากยอดขายสินค้าหรือบริการที่เพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง ฉะนั้นในระยะยาวหากแบรนด์สามารถสร้างความไว้วางใจนี้ให้เกิดขึ้นกับฐานลูกค้าก็จะช่วยให้แบรนด์ได้รับผลตอบรับกลับมาอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน

3. เลือกใช้สีเพื่อช่วยการจดจำแบรนด์

เมื่อพูดถึงการตลาดออนไลน์ เรื่องของ ”สี” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อวิธีในการที่ผู้คนรับรู้แบรนด์ของคุณ โดยการวิจัยโดย Reboot พบว่าการใช้สีที่สามารถบ่งบอกตัวตนของแบรนด์จะสามารถเพิ่มการจดจำแบรนด์แก่ลูกค้าได้ถึง 80%

ผู้เชี่ยวชาญในด้านการตลาดออนไลน์หลายคนให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่าการเลือกใช้สีจะช่วยให้ผู้รับชมรู้สึกถึงอารมณ์กระตุ้นบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากในการเชื่อมต่อแบรนด์และผู้บริโภค ลองนึกภาพตามว่าเวลาคุณได้เห็นสีเหลืองแดงก็ต้องมีภาพของร้าน McDonalds ลอยมาในหัวแน่ๆ หรือถ้าเป็นสีเหลืองฟ้าก็ต้องเป็นภาพป้ายของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอย่าง Ikea 

4. First Impression เป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าคุณเชื่อในรักแรกพบ ผู้บริโภคก็เชื่อในความประทับใจแรกเห็นเช่นกัน สถิติจาก 8ways ระบุว่า ผู้คนใช้เวลาเพียงแค่ 0.05 วินาทีเท่านั้นในการออกความคิดเห็นต่อเว็บไซต์เพียงแรกเห็น พูดง่ายๆ ว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผู้คนเข้ามาพบเห็นแบรนด์นั่นคือช่วงเวลาที่มีความสำคัญมากที่แบรนด์จะต้องคำนึงว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ หรือสามารถจดจำแบรนด์ได้ตั้งแต่แรกเห็น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สี แบบอักษร จำนวนข้อความ ระยะห่าง โลโก้และอื่นๆ พูดง่ายๆ ว่าถ้าหากต้องการให้แบรนด์สร้างความประทับใจแรกที่ดีต่อลูกค้า ก็อย่าลืมปรับปรุงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้สามารถบ่งบอกตัวตนแบรนด์ได้นั่นเอง

5. ”ความโปร่งใส” ต้องมาก่อน

ในยุคที่การทวิต เขียนรีวิว สามารถดังหรือกลายเป็นประเด็นไวรัล (Viral) ได้ในชั่วข้ามคืน ทำให้ปัจจัยด้านความโปร่งใส (Transparency) ของแบรนด์กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ของโลกธุรกิจในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ วิธีปฏิบัติต่อพนักงาน และเรื่องที่เกิดขึ้นภายในหลังบ้านของแบรนด์  จากการสำรวจโดย Accenture Strategy พบว่า 66% ของผู้บริโภคคิดว่าความโปร่งใสของแบรนด์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดึงดูดให้ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ พูดง่ายๆ ว่า ความโปร่งใสของแบรนด์กลายเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อใจและความจงรักภักดีต่อแบรนด์ให้สูงมากขึ้น ฉะนั้นหากแบรนด์ต้องการเชื่อมต่อกับผู้บริโภค การแสดงความจริงใจไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังช่วยดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ๆ อีกด้วย

6. แบรนด์ต้องรู้จักยึดโยงกับประเด็นทางสังคม  

แม้ในประเทศไทยจะยังไม่มีการสำรวจแบรนด์ต่างๆ ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่จากการสำรวจโดย Edelman ของสหรัฐอเมริกาในปี 2019 พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการให้แบรนด์แสดงจุดยืนในประเด็นทางสังคมหรือการเมืองมากขึ้น และ 64% ของผู้บริโภคกล่าวว่าพวกเขาจะตัดสินใจสนับสนุนแบรนด์หรือเลือกที่จะคว่ำบาตรแบรนด์เพียงเพราะจุดยืนทางสังคมหรือการเมือง นอกเหนือจากประเด็นการเมือง ก็ยังมีประเด็นอื่นๆ อย่างเช่น วาระทางสังคมอื่นๆ ที่อ่อนไหว สิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน ความหลากหลายทางเพศ ไปจนถึงเรื่องปากท้องและสิ่งแวดล้อม

แต่ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์จะสามารถพูดในสิ่งที่ขัดกับตัวตนเพื่อเลือกที่จะเอาใจลูกค้าเพื่อหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อแบรนด์ได้ อย่าลืมว่าหากมีการแสดงความคิดเห็นที่ขาดความเข้าใจและไม่ระมัดระวังมากพอ ก็เป็นไปได้ว่าอาจเสี่ยงถูกผู้บริโภคบอยคอตต์ภายในชั่วข้ามคืน ฉะนั้นแบรนด์ต้องรู้จักที่จะไหลไปตามกระแสอย่างฉลาด หากต้องการผลลัพธ์ที่ดี

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า