สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google ลงวันที่ Google Ads API v26.1 ไว้ที่ 28 ตุลาคม 2569 ในบันทึกการออกเวอร์ชัน เป็นเวอร์ชันย่อยที่ไม่มี breaking changes ต่อจาก v26 ที่ออกวันที่ 14 ตุลาคม
- ฟิลด์ใหม่ CampaignBudget.budget_network_settings จัด Owned and Operated, Search Partner และ Display เข้า TIER1 หรือ TIER2 และจำกัดงบของ tier ที่สองได้ในหน่วย milli-percent (1,000 = 1%)
- ค่าเริ่มต้นทั้งบัญชีอยู่ใน resource ใหม่ CustomerBudgetNetworkSetting และฟิลด์อ่านอย่างเดียว budget_network_eligibility บอกเหตุผลที่งบใช้ฟีเจอร์นี้ไม่ได้
- Performance Max รองรับการยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนผ่าน CampaignCriterion แบบ negative ที่มี income_range แต่บันทึกของ Google ไม่ได้ระบุประเทศ จึงยังไม่ยืนยันว่าใช้ในไทยได้
- คำแนะนำใหม่ OPTIMIZE_FOR_NEW_CUSTOMERS รับค่า incremental conversion value เป็นหน่วยสกุลเงินท้องถิ่น ไม่ใช่ micros
Google ปล่อย Google Ads API v26.1 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เป็นเวอร์ชันย่อย (minor version) ที่ไม่มี breaking changes ตามที่ระบุไว้ในบันทึกการออกเวอร์ชัน Google Ads API บน Google for Developers ประเด็นหลักคือ การจัดลำดับความสำคัญของช่องทางแบบน้ำตก (waterfall channel prioritization) และการกำหนดเพดานงบ (budget caps) บน campaign budget สามารถอ่านและตั้งค่าผ่าน API ได้แล้ว และแคมเปญ Performance Max รองรับการยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือน (household income exclusions) ผ่านโค้ดได้ด้วย นอกจากนี้ เวอร์ชันเดียวกันยังเพิ่มคำแนะนำ "optimize for new customers" การติดตามการใช้โค้ดโปรโมชันจากภายนอกสำหรับ promotion asset เครื่องมือตรวจสิทธิ์ Local Services และชุด reach frequency bucket ที่ครบขึ้น
Google เพิ่มอะไรใน Google Ads API v26.1
บันทึกของ Google ระบุ v26.1 ว่าออกวันที่ 28 ตุลาคม 2569 และในคอลัมน์ breaking changes เขียนว่า "None (minor release)" เวอร์ชันนี้ต่อยอดจาก v26 ซึ่ง Google ลงวันที่ไว้ 14 ตุลาคม 2569 และมี breaking changes อยู่ เนื่องจาก v26.1 เป็นเวอร์ชันย่อย โค้ดที่รันบน v26 อยู่แล้วจึงไม่ต้องเขียนใหม่เพื่อให้ทำงานต่อได้ ฟิลด์ใหม่จะมีผลก็ต่อเมื่อคุณต้องการใช้มันเท่านั้น
Google แบ่งสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน v26.1 ไว้หกหมวด:
- Campaigns: การจัดลำดับช่องทางแบบน้ำตกและเพดานงบสำหรับ campaign budget รวมถึง error ใหม่สำหรับการเปิดใช้แคมเปญ Demand Gen ที่ย้ายมา
- Targeting: การยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนในแคมเปญ Performance Max
- Recommendations: ประเภทคำแนะนำใหม่ OPTIMIZE_FOR_NEW_CUSTOMERS
- Assets: การติดตามการใช้โค้ดโปรโมชันจากภายนอกบน promotion asset
- General: บริการตรวจสิทธิ์ Local Services และการตั้งค่า Local Services ที่แก้ไขได้
- Reports: reach frequency bucket ตั้งแต่ 6+ ถึง 9+ สถานะการซ่อนค่าด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวหรือคุณภาพบน reach metric และการรองรับ segment ที่กว้างขึ้นสำหรับเมตริก Search share สองตัว
สองข้อแรกน่าจะได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะเปลี่ยนการควบคุมที่นักโฆษณาเคยตั้งค่าด้วยมือ ให้กลายเป็นสิ่งที่สคริปต์ เครื่องมือจัดการบิด หรือแดชบอร์ดภายในองค์กร นำไปใช้กับแคมเปญหลายร้อยแคมเปญได้พร้อมกัน
การจัดลำดับช่องทางและเพดานงบ ใช้ผ่าน API ได้แล้ว
บันทึกของ Google อธิบายฟีเจอร์นี้ว่าเป็นวิธีควบคุมการจัดสรรงบข้ามช่องทางเครือข่าย โดยระบุสามช่องทาง ได้แก่ พื้นที่ที่ Google เป็นเจ้าของและดำเนินการเอง (Owned and Operated) เครือข่าย Search Partner และ Google Display Network บันทึกยังชี้ไปที่บล็อกโพสต์ก่อนหน้าของ Google เรื่อง channel prioritization and budget allocation สำหรับรายละเอียดเชิงผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ v26.1 เพิ่มเข้ามาคือโครงสร้างที่ให้ซอฟต์แวร์จัดการเรื่องนี้ได้
โครงสร้างของการตั้งค่างบ
Google เพิ่มฟิลด์ชื่อ CampaignBudget.budget_network_settings ซึ่งเก็บการตั้งค่าได้ไม่เกินหนึ่งรายการต่อ advertising channel type ดังนั้นงบที่ใช้ร่วมกันหนึ่งก้อนจะไม่มีกฎสองชุดที่ขัดกันสำหรับแคมเปญประเภทเดียวกัน ในแต่ละการตั้งค่ากำหนดได้สองเรื่อง:
- ลำดับความสำคัญของช่องทาง แต่ละช่องทาง (OWNED_AND_OPERATED, SEARCH_PARTNER หรือ GOOGLE_DISPLAY) จะถูกจัดเข้า tier ใด tier หนึ่ง คือ TIER1 หรือ TIER2 นี่คือ "น้ำตก" ช่องทางใน tier แรกมาก่อน ช่องทางใน tier ที่สองตามมาทีหลัง
- เพดานงบ การตั้งค่าแต่ละรายการสามารถจำกัดสัดส่วนงบที่ช่องทางใน tier รองใช้ได้ ค่าเพดานอยู่ในฟิลด์ BudgetCapConfig.cap_percent_millis
หน่วยของเพดานนี้คือจุดที่มีโอกาสเกิดบั๊กมากที่สุด Google ระบุว่าใช้หน่วย milli-percent โดย 1,000 เท่ากับ 1% และ 100,000 เท่ากับ 100% ส่วน 0 เท่ากับ 0% ซึ่ง Google อธิบายว่าเป็นการเลือกไม่ใช้ (opt-out) ใครที่ใส่ "10" โดยคิดว่าเป็นเพดาน 10% จะได้เพดานจริงแค่ 0.01% ถ้าต้องการเพดาน 10% ต้องใส่ 10,000
ค่าเริ่มต้นระดับบัญชี
Google ยังเพิ่ม resource ใหม่ชื่อ CustomerBudgetNetworkSetting ซึ่งมีได้เพียงหนึ่งรายการต่อ customer และมี resource name เป็น customers/{customer_id}/customerBudgetNetworkSettings ค่าที่ตั้งไว้ตรงนี้จะใช้กับทุก campaign budget ที่ไม่ได้ตั้ง budget_network_settings ของตัวเอง ผลในทางปฏิบัติคือมีสองชั้น ได้แก่ ค่าเริ่มต้นของบัญชี และการตั้งค่าเฉพาะงบสำหรับแคมเปญที่ต้องการกฎต่างออกไป
ค่าเริ่มต้นนี้สร้างหรือแก้ไขได้ผ่านบริการใหม่ CustomerBudgetNetworkSettingService และเมธอด MutateCustomerBudgetNetworkSetting Google ระบุว่าแก้ไขผ่านเมธอดทั่วไป GoogleAdsService.Mutate ได้เช่นกัน และดึงข้อมูลได้ด้วย GoogleAdsService.Search และ SearchStream จึงใส่ลงในคิวรีรายงานที่มีอยู่แล้วได้
สิทธิ์การใช้งานมีรายงานให้ ไม่ต้องเดา
ไม่ใช่ทุกงบที่ใช้ฟีเจอร์นี้ได้ Google เพิ่มฟิลด์แบบอ่านอย่างเดียว CampaignBudget.budget_network_eligibility ซึ่งบอกว่างบนั้นมีสิทธิ์ใช้การจัดลำดับแบบน้ำตกและเพดานงบหรือไม่ และถ้าไม่มี จะแสดงเหตุผลที่ไม่มีสิทธิ์ บันทึกฉบับสรุปไม่ได้ระบุว่าเหตุผลเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ฟิลด์นี้จึงเป็นจุดที่ต้องเข้าไปดู หากตั้งค่าไม่ถูกต้อง API จะส่ง BudgetNetworkSettingError ซึ่งเป็น error ใหม่กลับมา
สำหรับคนที่สร้างระบบอัตโนมัติ ฟิลด์ eligibility คือสิ่งแรกที่ต้องคิวรี
อะไรใหม่เมื่อเทียบกับที่เคยรายงานไปแล้ว
ทั้งสองฟีเจอร์ไม่ใช่ของใหม่ในหน้าจอ Google Ads Relevant Audience เคยรายงานการเปิดตัวการจัดลำดับช่องทางและเพดานงบในหน้าจอเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 และเคยรายงานการพบการยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนใน Performance Max บนหน้าจอเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 สิ่งที่เปลี่ยนใน v26.1 คือช่องทางการเข้าถึง ตอนนี้การควบคุมทั้งสองอย่างเป็นส่วนหนึ่งของ API ที่สคริปต์ เครื่องมือที่ใช้ MCP และแพลตฟอร์มจัดการบิดและงบของบุคคลที่สามใช้เป็นฐาน
ความต่างนี้มีผลต่อวิธีใช้งานจริง การตั้งค่าที่อยู่แค่ในหน้าจอจะถูกปรับทีละแคมเปญโดยคนที่เปิดบัญชีอยู่ ส่วนการตั้งค่าที่อยู่ใน API สามารถใช้เป็นกฎครอบคลุมทั้ง manager account ตรวจสอบตามรอบเวลา และย้อนกลับได้จาก log สำหรับเอเจนซีและทีมภายในที่ดูแลหลายบัญชี นี่คือความต่างระหว่างฟีเจอร์ที่ถูกลองใช้กับไม่กี่แคมเปญ กับฟีเจอร์ที่กลายเป็นการตั้งค่ามาตรฐาน
การยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนใน Performance Max
บันทึกของ Google ระบุว่า v26.1 เพิ่มการรองรับการยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนในแคมเปญ Performance Max วิธีทำคือสร้าง CampaignCriterion แบบ negative และกำหนดฟิลด์ income_range รูปแบบ campaign criterion นี้เป็นแบบเดียวกับที่ API ใช้กับการยกเว้นอื่น ๆ อยู่แล้ว เครื่องมือที่จัดการ negative criteria จึงต่อยอดได้ในรูปแบบที่คุ้นเคย
มีข้อจำกัดสองข้อที่ควรพูดให้ชัด ข้อแรก บันทึกพูดถึงการยกเว้นเท่านั้น ไม่ได้อธิบายว่ากลุ่มรายได้ครัวเรือนใช้เป็นการปรับบิดหรือการกำหนดเป้าหมายเชิงบวกใน Performance Max ได้ ข้อสอง บันทึกไม่ได้บอกว่าข้อมูลรายได้ครัวเรือนมีในประเทศใดบ้าง และไม่มีข้อความใดในเวอร์ชันนี้ที่บอกว่าข้อมูลนี้ใช้ได้ในประเทศไทย ก่อนจะสัญญากับลูกค้าในไทยว่าทำการยกเว้นนี้ได้ ให้ตรวจในบัญชีจริงก่อนว่าช่วงรายได้แสดงขึ้นสำหรับพื้นที่ในไทยหรือไม่
คำแนะนำ optimize for new customers
Google เพิ่ม RecommendationType.OPTIMIZE_FOR_NEW_CUSTOMERS เมื่อ Google ออกคำแนะนำนี้ จะมีค่า recommended_incremental_conversion_value แนบมาด้วย และเมื่อนำคำแนะนำไปใช้ผ่าน API คุณส่งค่า account_default_incremental_conversion_value และ campaign_override_incremental_conversion_value ได้
Google ระบุว่าค่าเหล่านี้ใช้หน่วยมาตรฐานของสกุลเงินในบัญชี ไม่ใช่หน่วย micros ฟิลด์ที่เป็นตัวเงินส่วนใหญ่ใน Google Ads API ใช้หน่วย micros ซึ่งเงินหนึ่งหน่วยเท่ากับ 1,000,000 โค้ดที่เรียกใช้ฟังก์ชันแปลง micros ซ้ำในจุดนี้จะทำให้ค่าสูงเกินจริงหนึ่งล้านเท่า สำหรับบัญชีที่ใช้เงินบาท ค่า 500 หมายถึง 500 บาท
การนำคำแนะนำนี้ไปใช้ยังต้องอาศัยการตัดสินใจว่าลูกค้าใหม่มีมูลค่ามากกว่าลูกค้าเก่าเท่าไร API ให้ค่าที่ Google แนะนำและรับตัวเลขของคุณ แต่ไม่ได้บอกว่าค่าที่แนะนำนั้นเข้ากับมาร์จินของธุรกิจคุณหรือไม่
การเปลี่ยนแปลงย่อยในเวอร์ชันเดียวกัน
Promotion asset พร้อมการติดตามการใช้โค้ดจากภายนอก
PromotionAsset ได้ฟิลด์ใหม่ external_redeem_info ซึ่งแก้ไขภายหลังไม่ได้ ฟิลด์นี้เก็บ partner_promotion_id, code_type (SINGLE_USE_PROMOTION_CODE หรือ MULTI_USE_PROMOTION_CODE) และ code_source (CUSTOMER_UPLOADED หรือ GOOGLE_GENERATED) Google ระบุว่าต้องใส่ partner promotion ID เมื่อ code source เป็น GOOGLE_GENERATED และมี error ใหม่ AssetError.PARTNER_PROMOTION_ID_TYPE_INCOMPATIBLE เมื่อรูปแบบ ID ไม่ตรงกับที่ระบบโปรโมชันของบัญชียอมรับ Google วางฟีเจอร์นี้ไว้สำหรับติดตามโค้ดโปรโมชันที่ใช้แบบออฟไลน์
การตรวจสิทธิ์ Local Services
เมธอดใหม่ LocalServicesEligibilityService.CheckLocalServicesEligibility รับค่า customer และ Google Business Profile listing ID แล้วส่งกลับว่า customer มีสิทธิ์หรือไม่ เป้าหมายที่มีสิทธิ์แยกตามประเภท lead พร้อมหมวดบริการ ประเภทงาน และ callout รวมถึงเหตุผลประกอบ เช่น ปัญหาเรื่องใบอนุญาต นอกจากนี้ Customer.local_services_settings เปลี่ยนจากอ่านอย่างเดียวเป็นแก้ไขได้ พร้อมฟิลด์ใหม่ redemption_provider_info สำหรับ merchant ID ภายนอก
Error ของการย้ายแคมเปญ Demand Gen
API จะส่ง DemandGenCampaignError.CANNOT_ACTIVATE_MIGRATED_CAMPAIGN กลับมา หากคุณพยายามเปิดใช้แคมเปญ Demand Gen ที่ย้ายมาก่อนลบแคมเปญต้นฉบับ หรือในขณะที่สำเนาที่ย้ายมาอีกชุดของต้นฉบับเดียวกันยังเปิดใช้อยู่
รายงาน reach และเมตริก Search share
Google เพิ่ม unique_users_six_plus ถึง unique_users_nine_plus ทำให้ frequency bucket ครบตั้งแต่ 1+ ถึง 10+ เมตริก unique users แต่ละตัวยังได้ฟิลด์คู่ "_info" แบบ ReachMetricInfo ซึ่งแจ้งสถานะ เช่น ค่าถูกซ่อนด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวหรือคุณภาพ อีกส่วนหนึ่ง search_top_impression_share และ search_click_share เลือกใช้ร่วมกับ segment ของ hotel booking itinerary และ vertical ads ได้แล้ว รวมถึง advance_booking_window, length_of_booking และ vertical_ads_listing
สรุป v26.1 ในตารางเดียว
ตารางด้านล่างจับคู่การเปลี่ยนแปลงแต่ละข้อใน v26.1 ตามบันทึกของ Google กับออบเจกต์ใน API ที่เกี่ยวข้อง
| การเปลี่ยนแปลงใน v26.1 | ตำแหน่งใน API |
|---|---|
| ลำดับช่องทางแบบน้ำตกและเพดานงบของ tier รอง | CampaignBudget.budget_network_settings เพดานอยู่ใน cap_percent_millis (1,000 = 1%) |
| ค่าเริ่มต้นระดับบัญชีของการตั้งค่าดังกล่าว | resource CustomerBudgetNetworkSetting และบริการ mutate ของมัน |
| การยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนใน Performance Max | CampaignCriterion แบบ negative พร้อม income_range |
| คำแนะนำ optimize for new customers | RecommendationType.OPTIMIZE_FOR_NEW_CUSTOMERS ค่าเป็นสกุลเงินท้องถิ่น ไม่ใช่ micros |
| การติดตามโค้ดโปรโมชันออฟไลน์ | PromotionAsset.external_redeem_info |
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนนำไปใช้
API เวอร์ชันย่อยจะไปถึงนักโฆษณาผ่านเครื่องมือที่เรียกใช้มัน บันทึกของ Google บอกวันที่ของการเปลี่ยน API แต่ไม่ได้บอกว่า client library สภาพแวดล้อม Google Ads scripts หรือแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามจะรองรับฟิลด์ใหม่เมื่อไร ก่อนวางแผนโดยอิง v26.1 ให้ตรวจสิ่งเหล่านี้:
- เวอร์ชันของเครื่องมือ ตรวจว่า library สภาพแวดล้อมสคริปต์ หรือแพลตฟอร์มที่ใช้ รองรับ v26.1 แล้วหรือยัง ถ้ายัง คุณจะใช้ฟิลด์ใหม่ไม่ได้ แม้หน้าจออาจแสดงฟีเจอร์นั้นแล้วก็ตาม
- สิทธิ์ของงบ คิวรี budget_network_eligibility ของงบที่จะปรับ แล้วดูเหตุผลที่ไม่มีสิทธิ์ก่อนเขียนการตั้งค่าใด ๆ
- หน่วย เพดานงบใช้หน่วย milli-percent ค่าลูกค้าใหม่ใช้หน่วยเงินมาตรฐาน ทั้งสองต่างจากความเคยชินที่ได้จากฟิลด์อื่น
- ค่าเริ่มต้นกับการตั้งค่าเฉพาะ ตัดสินใจว่าจะให้ค่าเริ่มต้นใน CustomerBudgetNetworkSetting เป็นตัวถือกฎ และให้งบแต่ละก้อนตั้งค่าทับ หรือทำกลับกัน การผสมสองแบบโดยไม่มีบันทึกจะทำให้ตรวจสอบภายหลังยากขึ้น
- ข้อมูลรายได้ในตลาดที่ยิงโฆษณา ตรวจในบัญชีว่ามีช่วงรายได้ครัวเรือนสำหรับประเทศที่คุณกำหนดเป้าหมายหรือไม่ ก่อนสร้างขั้นตอนการยกเว้น
ทีมที่ควบคุมการแสดงผลบน Search Partner และ Display ผ่านการตั้งค่าแคมเปญอยู่แล้ว ควรเปรียบเทียบเพดานงบแบบใหม่กับวิธีที่ใช้อยู่ บันทึกของ Google อธิบายกลไกเท่านั้น ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลผลลัพธ์ว่าการจำกัดช่องทางรองส่งผลต่อผลงานอย่างไร การทดสอบใด ๆ จึงต้องวัดในบัญชีของคุณเอง
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
สำหรับนักโฆษณาในไทย ประโยชน์จริงของ v26.1 ตกอยู่กับผู้ที่ดูแลบัญชีจำนวนมาก ทั้งเอเจนซีที่มี manager account ทีมภายในที่ดูแลหลายแบรนด์ และผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มจัดการบิดหรืองบที่สร้างบน API เมื่อเครื่องมือเหล่านั้นอัปเดตเป็น v26.1 กฎอย่าง "จำกัดงบ Search Partner และ Display ไว้ที่สัดส่วนที่กำหนดในทุกบัญชีที่มีสิทธิ์" จะถูกนำไปใช้และตรวจสอบโดยซอฟต์แวร์ได้ ไม่ต้องเปิดทีละแคมเปญ ส่วนการยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนเป็นส่วนที่ต้องระวังในไทย เพราะบันทึกของ Google ไม่ได้บอกว่ามีข้อมูลนี้ในประเทศไทย หากการบริหาร Google Ads ของคุณพึ่งระบบอัตโนมัติ หรือแผนการตลาดอีคอมเมิร์ซ ของคุณใช้โค้ดโปรโมชันและการหาลูกค้าใหม่เป็นหลัก เวอร์ชันนี้ควรค่าแก่การทบทวนเมื่อเครื่องมือของคุณรองรับแล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Google Ads API v26.1 ออกเมื่อไร
Google ลงวันที่ Google Ads API v26.1 ไว้ที่ 28 ตุลาคม 2569 ในบันทึกการออกเวอร์ชัน เป็นเวอร์ชันย่อยที่ไม่มี breaking changes และตามหลัง v26 ซึ่ง Google ปล่อยเมื่อ 14 ตุลาคม 2569
ตอนนี้ตั้งเพดานงบรายช่องทางผ่าน API ได้แล้วหรือยัง
ได้แล้ว v26.1 เพิ่ม CampaignBudget.budget_network_settings ซึ่งจัดช่องทาง Owned and Operated, Search Partner และ Display เข้า tier ตามลำดับความสำคัญ และจำกัดงบที่ช่องทางใน tier ที่สองใช้ได้ ค่าเริ่มต้นระดับบัญชีอยู่ใน resource ใหม่ CustomerBudgetNetworkSetting และมีฟิลด์ eligibility แบบอ่านอย่างเดียวที่บอกว่างบใช้ฟีเจอร์นี้ได้หรือไม่
การยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนใน Performance Max ใช้ในไทยได้ไหม
บันทึกของ Google ไม่ได้ระบุ บันทึกบอกเพียงว่า Performance Max รองรับการยกเว้นกลุ่มรายได้ครัวเรือนผ่าน CampaignCriterion แบบ negative ที่มี income_range แต่ไม่ได้ระบุประเทศ จึงควรตรวจในบัญชีของคุณเองว่าช่วงรายได้แสดงสำหรับพื้นที่ในไทยหรือไม่ก่อนนำไปใช้
ต้องแก้โค้ดเพื่อรองรับ v26.1 หรือไม่
ไม่ต้อง Google ระบุว่าเวอร์ชันย่อยอย่าง v26.1 ไม่มี breaking changes คุณต้องแก้โค้ดก็ต่อเมื่อต้องการใช้ฟิลด์ใหม่ และ client library หรือเครื่องมือของคุณต้องรองรับ v26.1 ก่อน
เพดานงบใช้หน่วยอะไร
เพดานงบใช้หน่วย milli-percent ดังนั้น 1,000 เท่ากับ 1% และ 100,000 เท่ากับ 100% ค่า 0 คือเพดาน 0% ซึ่ง Google อธิบายว่าเป็นการเลือกไม่ใช้
Google Ads API v26.1 ไม่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์โฆษณาใหม่ แต่เปิดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วทำงานแบบอัตโนมัติได้ ประโยชน์ที่ได้ขึ้นกับว่าเครื่องมือของคุณรองรับเมื่อไร และการจัดการเรื่องหน่วยกับสิทธิ์การใช้งานอย่างรอบคอบ หากต้องการให้ช่วยทบทวนว่าเพดานงบรายช่องทาง เป้าหมายลูกค้าใหม่ หรือการยกเว้นกลุ่มเป้าหมาย เหมาะกับบัญชีของคุณอย่างไร คุยกับทีม Google Ads ของ Relevant Audience







