สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- บทความช่วยเหลือ Google Ads 16807329 อธิบายเส้นทางใหม่ 'Set up an experiment from the asset group builder' สำหรับการทดสอบ A/B ชิ้นงานใน Performance Max
- Search Engine Roundtable รายงานสวิตช์ 'Save and test asset group changes' เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 และระบุว่าอาจยังอยู่ระหว่างการทยอยเปิดใช้
- ช่องนำการเปลี่ยนแปลงไปใช้เมื่อกลุ่มทดลองชนะถูกเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น และกลุ่มชิ้นงานที่ทดสอบจะดูได้อย่างเดียวจนกว่าการทดลองจะจบ
- Google ระบุว่างบประมาณร่วม กลยุทธ์การเสนอราคาแบบพอร์ตโฟลิโอ Smart Bidding Exploration และการทดลองที่ทับซ้อนทำให้สร้างการทดสอบไม่ได้ และแต่ละการทดสอบครอบคลุมกลุ่มชิ้นงานเดียว
Google Ads เปิดให้ผู้ลงโฆษณา Performance Max เปลี่ยนการแก้ไขชิ้นงานโฆษณา (asset) ให้กลายเป็นการทดสอบ A/B ได้ทันทีจากหน้าแก้ไขกลุ่มชิ้นงาน โดยไม่ต้องไปที่หน้า Experiments แยก บทความช่วยเหลือของ Google ชื่อ "About Performance Max optimization experiments: A/B testing assets (Beta)" มีหัวข้อ "Set up an experiment from the asset group builder" และเว็บไซต์ Search Engine Roundtable รายงานสวิตช์นี้ซึ่งใช้ชื่อว่า "Save and test asset group changes" เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เมื่อการทดสอบเริ่มขึ้น กลุ่มชิ้นงานที่ทดสอบจะถูกล็อกเป็นโหมดดูอย่างเดียวจนกว่าการทดสอบจะจบ และช่องที่ให้นำชิ้นงานที่ชนะไปใช้โดยอัตโนมัติถูกเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น
Google เพิ่มอะไรในหน้าแก้ไขชิ้นงาน Performance Max
แผงควบคุมใหม่นี้อยู่ด้านล่างสุดของหน้า "Edit assets" ของกลุ่มชิ้นงาน (asset group) ใน Performance Max คุณ Barry Schwartz จาก Search Engine Roundtable เขียนไว้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่า Google Ads "อาจกำลังทยอยเปิดใช้" (possibly rolling out) สวิตช์นี้ หลังจากคุณ Joey Bidner ผู้ทำงานด้านโฆษณา โพสต์ภาพหน้าจอไว้บน LinkedIn ข้อความบนแผงในภาพนั้นระบุว่า ระบบจะวัดผลกระทบด้านประสิทธิภาพจากการเปลี่ยนพาดหัว คำอธิบาย รูปภาพ และวิดีโอ และผู้ลงโฆษณาจะไม่สามารถแก้ไขกลุ่มชิ้นงานได้ระหว่างที่การทดลองกำลังทำงาน
แหล่งข้อมูลหลักของเรื่องนี้คือเอกสารของ Google เอง บทความช่วยเหลือ Google Ads หัวข้อ About Performance Max optimization experiments: A/B testing assets (Beta) (answer 16807329) อธิบายขั้นตอนของเส้นทางใหม่นี้ไว้ทีละข้อ ส่วนหน้าช่วยเหลืออีกหน้าชื่อ "About asset best practice recommendation" (answer 16271597) มีเพิ่มมาหนึ่งประโยค ว่าตอนนี้ผู้ลงโฆษณาสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพของกลุ่มชิ้นงานได้ โดยสร้างการทดลอง A/B ภายใต้ "Save and test asset group changes" ในหน้า "Edit assets"
ขั้นตอนตามที่ Google ระบุไว้
ตามบทความช่วยเหลือ 16807329 เส้นทางผ่านหน้าสร้างกลุ่มชิ้นงาน (asset group builder) ทำงานดังนี้
- เปิดเมนู Campaigns แล้วเลือกแคมเปญ Performance Max ที่ต้องการแก้ไข
- เลือก Asset groups แล้วกดไอคอนดินสอใต้หัวข้อ "Assets"
- ในหน้า "Edit assets" แก้ไขพาดหัว คำอธิบาย รูปภาพ ไซต์ลิงก์ หรือชิ้นงานอื่น ๆ
- เลื่อนลงไปด้านล่างสุดจะพบแผง "Save and test asset group changes"
- เปิดสวิตช์ "Save asset group changes as an A/B test"
- ตรวจสอบกลุ่มควบคุม (control arm) กลุ่มทดลอง (treatment arm) ชื่อการทดลอง สัดส่วนทราฟฟิกของกลุ่มทดลอง ระยะเวลา และตัวชี้วัดความสำเร็จ
- เลือกว่าจะคงหรือเอาเครื่องหมายออกจากช่อง "Apply these changes to the original asset group if the treatment arm wins" แล้วกด Create test
มีรายละเอียดของหน้าจอสองข้อที่หน้าช่วยเหลือระบุไว้ ข้อแรก เมื่อเปิดสวิตช์ ปุ่มด้านล่างของหน้าจะเปลี่ยนจาก "Save" เป็น "Create test" ข้อสอง ช่องนำการเปลี่ยนแปลงไปใช้อัตโนมัติจะถูกเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น โดย Google ให้เหตุผลว่าแนะนำให้เปิดไว้เพื่อความสะดวก Google ยังระบุด้วยว่าตัวเลือกนี้จะมีผลเฉพาะเมื่อการทดลองจบลงและผลแสดงว่ากลุ่มทดลองทำได้ดีกว่ากลุ่มควบคุมเท่านั้น
หน้าช่วยเหลือยังพูดถึงตัวเลือก "Save with experiment" ที่อยู่คู่กับปุ่ม "Save" ปกติ โดย Google อธิบายว่าตัวเลือกนี้จะเก็บโฆษณาเวอร์ชันเดิมไว้กับทราฟฟิกบางส่วน เพื่อวัดผลของการแก้ไขเทียบกับการตั้งค่าเดิม ถ้อยคำในส่วนนี้ของบทความค่อนข้างหลวม และบทความไม่ได้อธิบายว่า "Save with experiment" กับ "Create test" เป็นการกระทำเดียวกันที่เรียกต่างชื่อ หรือเป็นปุ่มสองปุ่มแยกกัน
ต่างจากเส้นทางเดิมผ่านหน้า Experiments อย่างไร
การทดสอบ A/B ชิ้นงานใน Performance Max ทำได้มาก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แล้ว บทความช่วยเหลือ 16807329 ฉบับเดียวกันยังคงอธิบายเส้นทางเดิมผ่านหน้า Experiments ไว้ และเมื่อนำสองเส้นทางมาเทียบกันจะเห็นว่าอะไรคือของใหม่
ตารางนี้เปรียบเทียบสองเส้นทางตามที่บทความช่วยเหลือ 16807329 ระบุไว้เท่านั้น
| ขั้นตอน | เส้นทางเดิมผ่านหน้า Experiments | เส้นทางใหม่ผ่านหน้าแก้ไขกลุ่มชิ้นงาน |
|---|---|---|
| จุดเริ่มต้น | Experiments ปุ่มบวก เลือก Assets, "Assets provided by you", Performance Max และ "Any assets" | แคมเปญ, Asset groups, ไอคอนดินสอ, "Edit assets" |
| วิธีสร้างกลุ่มทดลอง | เลือกหรืออัปโหลดชิ้นงานในการ์ด "Treatment arm" แยกต่างหาก | สิ่งที่เพิ่งแก้ไขจะกลายเป็นกลุ่มทดลอง |
| วันที่ | เริ่มวันถัดไป วันสิ้นสุดกำหนดโดย Experiment Guidance System แนะนำอย่างน้อย 4 ถึง 6 สัปดาห์ | แผงแสดงช่อง "Duration" แต่ไม่ได้ระบุว่ากำหนดค่าอย่างไร |
| การนำผู้ชนะไปใช้ | ทำเอง: กด Apply แล้วยืนยันในกล่องข้อความ | ช่องนำไปใช้อัตโนมัติ เปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น มีผลเฉพาะเมื่อกลุ่มทดลองชนะ |
| ปุ่มสุดท้าย | Schedule | Create test (แทนที่ Save) |
ความเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติคือจังหวะเวลา ในเส้นทางเดิม ผู้ลงโฆษณาต้องตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะทำการทดสอบ แล้วไปสร้างการทดลองในหน้าจอแยก ส่วนเส้นทางใหม่ ระบบเสนอการทดสอบให้ตรงจังหวะที่มีคนกำลังแก้ไขชิ้นงาน ทำให้วัดผลการปรับชิ้นงานตามรอบปกติได้ง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้เผลอเริ่มการทดสอบโดยไม่ได้ตั้งใจได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะแผงนี้โผล่ขึ้นมาระหว่างการแก้ไขตามปกติ
การทดสอบแบ่งชิ้นงานและทราฟฟิกอย่างไร
บทความช่วยเหลือ 16807329 อธิบายว่าการทดสอบเปรียบเทียบชิ้นงานจะแบ่งชิ้นงานในกลุ่มออกเป็นสามประเภท ชิ้นงานกลุ่มควบคุม (A) คือชิ้นงานเดิมที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ชิ้นงานกลุ่มทดลอง (B) คือชิ้นงานที่นำมาเทียบ อาจเป็นชิ้นงานเดิมชิ้นอื่นหรือชิ้นงานที่อัปโหลดใหม่ก็ได้ ส่วนชิ้นงานร่วม (common assets) คือทุกชิ้นที่ไม่ได้ถูกเลือกเข้ากลุ่มใดเลย Google ระบุว่าชิ้นงานร่วมเหล่านี้จะยังแสดงตามปกติกับทราฟฟิก 100% ของแคมเปญ ควบคู่ไปกับชิ้นงานกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองตามสัดส่วนทราฟฟิกของแต่ละกลุ่ม
บทวิเคราะห์: กติกาเรื่องชิ้นงานร่วมสำคัญมากตอนอ่านผล ถ้าเปลี่ยนแค่พาดหัวสองข้อ โดยรูปภาพ โลโก้ และวิดีโอยังเหมือนเดิม ทั้งสองกลุ่มจะยังแสดงชิ้นงานร่วมชุดเดียวกัน การทดสอบจึงวัดความต่างที่เกิดจากชิ้นงานที่ถูกเปลี่ยนภายในชุดโฆษณาที่แทบเหมือนกันทั้งหมด ไม่ใช่การเทียบชุดครีเอทีฟสองชุดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง คุณ Joey Bidner ตั้งข้อสังเกตที่ใกล้เคียงกันในโพสต์ LinkedIn ตามที่ Search Engine Roundtable อ้างถึง ว่าสวิตช์นี้เหมาะกับการทดสอบแนวทางการสื่อสารสองแบบ เมื่อมีพาดหัว รูปภาพ และคำอธิบายชุดทางเลือกครบทั้งชุด ซึ่งเป็นความเห็นของเขา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Google
ข้อจำกัดที่ Google ระบุไว้
ส่วน "Keep in mind" และส่วนแก้ปัญหาของบทความช่วยเหลือ 16807329 ระบุข้อจำกัดไว้ชัดเจน ข้อจำกัดเหล่านี้มีผลกับการทดสอบ และบางข้อเป็นตัวตัดสินว่าจะใช้สวิตช์นี้ได้หรือไม่ตั้งแต่ต้น
กลุ่มชิ้นงานถูกล็อกระหว่างการทดสอบ
Google ระบุว่าเมื่อการทดลองเริ่มขึ้น ผู้ลงโฆษณาจะไม่สามารถแก้ไข เพิ่ม หรือลบชิ้นงานใด ๆ ในกลุ่มชิ้นงานที่กำลังทดสอบได้จนกว่าการทดลองจะจบ หน้าแก้ไขของกลุ่มนั้นจะเปลี่ยนเป็นโหมดดูอย่างเดียว ข้อความบนแผงในภาพหน้าจอที่ Search Engine Roundtable นำมาเผยแพร่ก็บอกเรื่องเดียวกัน ถ้าใช้คำแนะนำ 4 ถึง 6 สัปดาห์ของ Experiment Guidance System ในเส้นทางเดิมเป็นแนวทาง ก็อาจหมายถึงหนึ่งเดือนหรือนานกว่านั้นที่แก้ชิ้นงานในกลุ่มนั้นไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม Google ไม่ได้ระบุระยะเวลาเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ไว้
การตรวจสอบนโยบาย ขีดจำกัดชิ้นงาน และหนึ่งกลุ่มต่อการทดสอบ
ชิ้นงานใหม่ในกลุ่มทดลองต้องผ่านการตรวจสอบนโยบายตามมาตรฐาน และชิ้นงานที่ไม่ผ่านจะไม่สามารถแสดงในการทดลองได้ ชิ้นงานทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองนับรวมในขีดจำกัดของกลุ่มชิ้นงาน การทดลองแต่ละครั้งทดสอบชิ้นงานได้ในกลุ่มชิ้นงานเดียวเท่านั้น และในรายการแก้ปัญหา Google ระบุเพิ่มว่ากลุ่มชิ้นงานที่มีชิ้นงานมากกว่า 15 ชิ้นอาจเต็มขีดจำกัด โดยแนะนำให้ลบชิ้นงานบางส่วนออกเพื่อให้อยู่ในขีดจำกัด
แคมเปญที่ใช้การทดสอบนี้ไม่ได้
บทความช่วยเหลือ 16807329 ระบุสาเหตุที่การสร้างการทดลองอาจล้มเหลวไว้ดังนี้ แคมเปญถูกลบไปแล้ว แคมเปญใช้งบประมาณร่วม (shared budget) อยู่ในกลยุทธ์การเสนอราคาแบบพอร์ตโฟลิโอ หรือใช้ Smart Bidding Exploration แคมเปญมีการทดลองอื่นที่กำลังทำงานหรือตั้งเวลาไว้ในช่วงวันที่เลือก หรือแคมเปญมีฟีเจอร์ที่การทดลองไม่รองรับ สำหรับแคมเปญที่ใช้งบประมาณร่วม Google แนะนำให้นำงบประมาณร่วมออกก่อน
เกิดอะไรขึ้นเมื่อการทดสอบจบ
Google อธิบายผลลัพธ์ไว้สองแบบ การกด Apply จะเปิดกล่องข้อความเพื่ออัปเดตกลุ่มชิ้นงานเดิมด้วยการเปลี่ยนแปลงจากการทดลอง ส่วนการกด End จะหยุดการทดสอบโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ชิ้นงานใหม่ในกลุ่มทดลองจะถูกทิ้งไป และกลุ่มชิ้นงานจะกลับสู่สภาพเดิม
บทวิเคราะห์: ช่องนำไปใช้อัตโนมัติที่เปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นเปลี่ยนวิธีที่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ถ้าติ๊กช่องไว้ การแก้ไขอาจถูกนำไปใช้กับทั้งกลุ่มโดยไม่มีใครอนุมัติ ตราบใดที่ผลของ Google แสดงว่ากลุ่มทดลองชนะ ถ้าเอาเครื่องหมายออก กลุ่มทดลองที่ชนะก็ยังต้องมีคนกด Apply และถ้ามีคนกด End ชิ้นงานใหม่ทุกชิ้นที่อัปโหลดมาเพื่อการทดสอบจะหายไปทั้งหมด ทีมงานจึงควรเก็บสำเนาชิ้นงานใหม่ไว้นอก Google Ads ก่อนจบการทดสอบ
สิ่งที่ Google ไม่ได้บอก
เอกสารยังเปิดคำถามไว้หลายข้อ และควรถือว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่รู้มากกว่าจะเดาเอาเอง
- ขอบเขตและกำหนดการเปิดใช้ Search Engine Roundtable ใช้คำว่าอาจกำลังทยอยเปิดใช้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 และ Google ยังไม่ได้ให้วันที่หรือรายชื่อบัญชีที่มีสิทธิ์ใช้
- ข้อจำกัดด้านประเทศหรือภาษา บทความช่วยเหลือ 16807329 ไม่ได้ระบุไว้เลย แต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่าใช้ได้ทั่วโลก
- สัดส่วนทราฟฟิกและระยะเวลาเริ่มต้นในแผงใหม่ แผงแสดงทั้งสองช่อง แต่บทความไม่ได้ให้ค่าเริ่มต้น
- มีตัวชี้วัดความสำเร็จอะไรให้เลือกบ้าง และระบบตัดสินว่า "ชนะ" อย่างไรสำหรับการนำไปใช้อัตโนมัติ
- ตัวเลข 15 ชิ้นหมายถึงรวมทั้งหมดหรือแยกตามประเภทชิ้นงาน บทความให้ตัวเลขไว้โดยไม่ได้แจกแจง
ชื่อบทความยังมีป้าย "(Beta)" อยู่ รายละเอียดจึงอาจเปลี่ยนแปลงได้อีก
สิ่งที่ควรตรวจในบัญชีของคุณก่อนเปิดใช้
บทวิเคราะห์จากข้อจำกัดข้างต้น
- ตรวจงบประมาณและการเสนอราคาของแคมเปญ งบประมาณร่วม กลยุทธ์การเสนอราคาแบบพอร์ตโฟลิโอ หรือ Smart Bidding Exploration จะทำให้สร้างการทดสอบไม่ได้
- ดูปฏิทินให้ดี อย่าเริ่มการทดสอบกับกลุ่มที่ต้องแก้ไขในเร็ว ๆ นี้ เช่น ก่อนช่วงเซลที่ต้องเปลี่ยนพาดหัวโปรโมชันกลางทาง เพราะกลุ่มจะดูได้อย่างเดียวจนกว่าการทดสอบจะจบ
- ตรวจว่ามีการทดลองอื่นในแคมเปญเดียวกันช่วงวันเดียวกันหรือไม่ เพราะการทับซ้อนจะทำให้สร้างการทดสอบไม่ได้
- นับจำนวนชิ้นงานเทียบกับขีดจำกัด โดยจำไว้ว่าทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองนับรวมด้วย
- ตัดสินใจอย่างตั้งใจว่าจะคงเครื่องหมายในช่องนำไปใช้อัตโนมัติหรือไม่ เพราะค่าเริ่มต้นคือเปิด
- ทำให้กลุ่มทดลองต่างจากเดิมมากพอที่จะวัดผลได้ การเปลี่ยนพาดหัวข้อเดียวท่ามกลางชิ้นงานร่วมจำนวนมากมักให้สัญญาณที่เล็กมาก
- อ่านแผงก่อนกดปุ่มสุดท้าย ถ้าปุ่มเขียนว่า "Create test" แปลว่าคุณกำลังเริ่มการทดลอง ไม่ใช่แค่บันทึกการแก้ไข
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
บทความช่วยเหลือ 16807329 ไม่ได้ระบุข้อจำกัดด้านประเทศ เส้นทางใหม่นี้จึงน่าจะใช้ได้กับบัญชี Performance Max ในไทยเมื่อสวิตช์มาถึงบัญชีนั้น แม้ Google จะยังไม่ได้ยืนยันว่าเปิดใช้ในตลาดใดบ้าง บทวิเคราะห์: ถ้าคุณวางแผนปรับชิ้นงาน Performance Max ก่อนเซล 11.11 หรือ 12.12 หรือช่วงปลายปี การล็อกกลุ่มชิ้นงานคือความเสี่ยงหลัก การทดสอบที่เริ่มต้นเดือนพฤศจิกายนอาจทำให้กลุ่มชิ้นงานดูได้อย่างเดียวยาวไปจนถึงช่วงเซล 11.11 และ 12.12 ข้อความโปรโมชันที่คุณวางแผนจะเปลี่ยนในช่วงนั้นจึงจะถูกตรึงไว้ ทีมที่ดูแลแคมเปญการตลาดอีคอมเมิร์ซอาจเลือกทดสอบกับกลุ่มที่ชิ้นงานคงที่ได้หลายสัปดาห์ แล้วไปแก้ไขเรื่องที่ขึ้นกับเวลาในกลุ่มที่ไม่มีการทดสอบอยู่ ส่วนผู้ลงโฆษณาไทยที่ใช้งบประมาณร่วมระหว่างแคมเปญ Performance Max จะใช้การทดสอบนี้ไม่ได้จนกว่าจะนำงบประมาณร่วมออก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
"Save and test asset group changes" ใน Google Ads คืออะไร
คือแผงที่อยู่ด้านล่างของหน้า "Edit assets" ใน Performance Max ซึ่งเปลี่ยนการแก้ไขชิ้นงานให้เป็นการทดสอบ A/B เทียบกับชิ้นงานเดิม Google อธิบายไว้ในบทความช่วยเหลือ 16807329 และ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569
แก้ไขกลุ่มชิ้นงานระหว่างการทดสอบได้ไหม
ไม่ได้ กลุ่มชิ้นงานจะถูกล็อกเป็นโหมดดูอย่างเดียวจนกว่าการทดลองจะจบ Google ระบุว่าไม่สามารถแก้ไข เพิ่ม หรือลบชิ้นงานใด ๆ ในกลุ่มที่ทดสอบได้ในช่วงเวลานั้น
Google จะนำชิ้นงานที่ชนะไปใช้ให้อัตโนมัติหรือไม่
ใช่ ถ้าคุณคงค่าเริ่มต้นไว้และกลุ่มทดลองเป็นฝ่ายชนะ ช่อง "Apply these changes to the original asset group if the treatment arm wins" ถูกเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น และจะมีผลเฉพาะเมื่อการทดลองจบลงโดยกลุ่มทดลองทำได้ดีกว่า
ทำไมสร้างการทดสอบในแคมเปญของฉันไม่ได้
สาเหตุที่ Google ระบุไว้ได้แก่การใช้งบประมาณร่วม กลยุทธ์การเสนอราคาแบบพอร์ตโฟลิโอ Smart Bidding Exploration หรือมีการทดลองอื่นทับซ้อนช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ Google ยังระบุถึงแคมเปญที่ถูกลบ ฟีเจอร์ที่ไม่รองรับ และกลุ่มชิ้นงานที่มีชิ้นงานมากกว่า 15 ชิ้น
ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ในประเทศไทยหรือยัง
Google ไม่ได้ระบุไว้ บทความช่วยเหลือไม่ได้กำหนดข้อจำกัดด้านประเทศ แต่ Search Engine Roundtable บรรยายว่าสวิตช์นี้อาจยังอยู่ระหว่างการทยอยเปิดใช้ จึงอาจยังไม่ปรากฏในทุกบัญชี
สวิตช์ใหม่นี้ทำให้เริ่มทดสอบชิ้นงาน Performance Max ได้เร็วขึ้น แลกกับกลุ่มชิ้นงานที่ถูกล็อก และค่าเริ่มต้นนำไปใช้อัตโนมัติที่ควรตรวจทุกครั้ง หากต้องการวางแผนการทดสอบชิ้นงานให้สอดคล้องกับปฏิทินเซลของคุณ ทีม Google Ads ของ Relevant Audience ในกรุงเทพฯ พร้อมช่วยตรวจการตั้งค่า Performance Max ของคุณ







