สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- หน้าความช่วยเหลือของ Google เรื่อง Conversion Lift based on users ถูกเขียนใหม่ และ PPC News Feed รายงานเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 ว่าตอนนี้ระบุ Search และ Performance Max เป็นประเภทแคมเปญที่รองรับ
- หน้านี้กำหนดเกณฑ์บัญชี 3 ข้อ คือ observed conversions อย่างน้อย 1,000 ครั้ง งบแคมเปญของการศึกษาขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ conversion action ที่ใช้ได้อย่างน้อย 1 รายการ
- หน้าของ Google ยังระบุว่า Conversion Lift ไม่ได้เปิดให้ทุกบัญชี และให้ติดต่อตัวแทนบัญชี Google โดยไม่ได้ใช้คำว่า self-serve เลย
- สำเนาอาร์ไคฟ์เมื่อเมษายน 2569 ระบุเพียง Video, Discovery และ Demand Gen สำหรับการศึกษาแบบอิงผู้ใช้ ส่วน Search, PMax, Display และ Shopping ต้องผ่านตัวแทน Google
Google เขียนหน้าความช่วยเหลือ Google Ads เรื่อง "Set up Conversion Lift based on users" ใหม่ทั้งหน้า และฉบับใหม่ระบุให้แคมเปญ Search และ Performance Max เป็นประเภทแคมเปญที่รองรับ ร่วมกับ Display, Video, Demand Gen และ App นอกจากนี้ยังกำหนดเกณฑ์ของบัญชีไว้ 3 ข้อ คือ ต้องมี observed conversions อย่างน้อย 1,000 ครั้ง งบแคมเปญของการศึกษาขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องมี conversion action ที่ใช้กับ Conversion Lift ได้อย่างน้อย 1 รายการ สื่อสายโฆษณาตีความว่านี่คือการเปิดให้ใช้แบบ self-serve สำหรับ Search และ PMax แต่หน้าเดียวกันนี้ยังขึ้นต้นด้วยคำเตือนของ Google เองว่า Conversion Lift "ไม่พร้อมใช้งานสำหรับบัญชี Google Ads ทุกบัญชี" และให้ติดต่อตัวแทนบัญชี Google หากต้องการใช้ ทั้งสองอย่างเป็นจริงพร้อมกัน และความขัดกันตรงนี้คือสิ่งที่ควรเข้าใจก่อนวางแผนทำการศึกษา
หน้าความช่วยเหลือ Conversion Lift เปลี่ยนอะไรบ้าง
การเปลี่ยนแปลงนี้ Hana Kobzova เป็นผู้สังเกตเห็นและเขียนลง PPC News Feed เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ส่วน Search Engine Roundtable รายงานต่อเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ทั้งสองแหล่งอ้างถึงเอกสารต้นทางเดียวกัน คือ บทความใน Google Ads Help เรื่องการตั้งค่า Conversion Lift based on users Search Engine Roundtable ระบุว่า Google เขียนหน้านี้ใหม่ทั้งหมด และเมื่อเทียบกับสำเนาที่เก็บไว้ในเว็บอาร์ไคฟ์เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ก็ยืนยันได้ว่าโครงสร้างหน้า ส่วนคุณสมบัติ และส่วนการรายงานผลเปลี่ยนไปทั้งหมด
จุดที่เห็นชัดที่สุดอยู่ในหัวข้อ "Before you begin" ฉบับเดือนเมษายน 2569 บอกว่าผู้ลงโฆษณาใช้ Conversion Lift based on users ได้กับแคมเปญ Video, Discovery และ Demand Gen ส่วนใครที่สนใจใช้กับ Display, Search, Shopping หรือ Performance Max ให้ติดต่อตัวแทนบัญชี Google ฉบับปัจจุบันตัดประโยคนั้นออกไป และระบุประเภทแคมเปญที่รองรับเป็น Display, Search, Video, Demand Gen, App และ Performance Max พร้อมบอกว่าแคมเปญ App ที่กำหนดเป้าหมาย iOS และ Travel Ads ยังไม่รองรับ สำหรับแคมเปญประเภทใหม่ที่อยู่ในช่วง alpha หรือ beta หน้านี้ยังให้ติดต่อตัวแทน Google เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเหมือนเดิม
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบก่อนและหลัง โดยใช้เฉพาะข้อความที่อยู่ในหน้าแต่ละฉบับ
| หัวข้อ | หน้าความช่วยเหลือ ฉบับอาร์ไคฟ์ 22 เม.ย. 2569 | หน้าความช่วยเหลือ ฉบับปัจจุบัน ต.ค. 2569 |
|---|---|---|
| ประเภทแคมเปญที่ระบุสำหรับ Conversion Lift แบบอิงผู้ใช้ | Video, Discovery, Demand Gen ส่วน Display, Search, Shopping และ PMax ต้องผ่านตัวแทน Google | Display, Search, Video, Demand Gen, App, Performance Max |
| ข้อยกเว้น | ไม่ได้ระบุไว้ในรูปแบบเดียวกัน | แคมเปญ App ที่กำหนดเป้าหมาย iOS และ Travel Ads ไม่รองรับ |
| เกณฑ์ conversion | กล่าวถึง 1,000 conversions สำหรับผลแบบ directional | observed conversions อย่างน้อย 1,000 ครั้ง ไม่นับ conversion ที่มาจาก supplementary data |
| เกณฑ์งบประมาณ | บันทึกการศึกษาไม่ได้หากงบต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ | งบแคมเปญขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการศึกษา |
| แบนเนอร์เรื่องการเข้าถึง | "ไม่พร้อมใช้งานสำหรับทุกบัญชี" ให้ติดต่อตัวแทน | แบนเนอร์เดิมยังอยู่ |
มีรายละเอียดหนึ่งที่มองข้ามได้ง่าย ตัวเลข 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 1,000 conversions ไม่ใช่ของใหม่เสียทีเดียว หน้าฉบับเดือนเมษายนเคยบอกไว้แล้วว่างบที่เกิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 1,000 conversions จะเปิดให้เห็นผลแบบ directional และถ้างบต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐจะบันทึกการศึกษาไม่ได้ สิ่งที่ใหม่คือ ตัวเลขเหล่านี้ถูกย้ายมาอยู่ในหัวข้อ "Account threshold" อย่างเป็นทางการ และมีการเขียนชัดว่า conversion ที่มาจาก supplementary data ไม่นับรวมใน 1,000 ครั้ง
แบนเนอร์ที่ Google ยังไม่ได้เอาออก
ถ้าอ่านส่วนบนสุดของหน้าปัจจุบัน จะเจอประโยคที่แปลได้ว่า "Conversion Lift ไม่พร้อมใช้งานสำหรับบัญชี Google Ads ทุกบัญชี หากต้องการใช้ Conversion Lift ให้ติดต่อตัวแทนบัญชี Google ของคุณ" ประโยคนี้มีอยู่ตั้งแต่เดือนเมษายนและยังอยู่จนถึงตอนนี้ ทั้ง PPC News Feed และ Search Engine Roundtable นำเสนอข่าวนี้ว่า Conversion Lift กลายเป็นแบบ self-serve สำหรับ Search และ PMax ซึ่งเป็นการอ่านรายการคุณสมบัติที่สมเหตุสมผล แต่ก็เป็นการตีความของสื่อ หน้าของ Google เองไม่ได้ใช้คำว่า "self-serve" เลย และไม่ได้บอกว่าทุกบัญชีที่ผ่านเกณฑ์จะเห็นตัวเลือกนี้
สรุปอย่างตรงไปตรงมาคือ ตอนนี้ Google ระบุไว้ในเอกสารว่า Search และ Performance Max เป็นประเภทแคมเปญที่รองรับ Conversion Lift แบบอิงผู้ใช้ และระบุเกณฑ์ไว้ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เตือนว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เปิดให้ทุกบัญชี บัญชีของคุณจะเห็น Conversion Lift ในเมนู Experiments หรือไม่ ต้องเข้าไปเช็กในบัญชีเองเท่านั้น หน้าความช่วยเหลือไม่ได้ให้กำหนดการทยอยเปิดใช้ ไม่มีรายชื่อประเทศ และไม่ได้บอกว่าบัญชีแบบไหนที่ถูกยกเว้น
ใครผ่านเกณฑ์ตามที่เอกสารเขียนไว้
หน้าความช่วยเหลือระบุเกณฑ์ของบัญชีไว้ 3 ข้อ และต้องผ่านครบทั้ง 3 ข้อ
- Observed conversions: อย่างน้อย 1,000 ครั้ง conversion ที่มาจาก supplementary data ซึ่ง Google ใช้กับแหล่งที่ต้องอาศัยการประมาณการทางสถิติ เช่น ยอดขายหน้าร้าน จะไม่นับรวมในขั้นต่ำนี้
- งบประมาณ: การศึกษาต้องมีงบแคมเปญขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- Conversion actions: บัญชีต้องติดตาม conversion action ที่ใช้งานร่วมกับ Conversion Lift ได้อย่างน้อย 1 รายการ
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการศึกษา แคมเปญหนึ่งอยู่ได้ในการศึกษาเดียวในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Brand Lift, Search Lift หรือ Conversion Lift ถ้าแคมเปญอยู่ในการศึกษา Brand Lift อยู่แล้ว ต้องนำออกก่อนจึงจะเพิ่มเข้า Conversion Lift ได้ ในขั้นตอนตั้งค่า แคมเปญที่เลือกไม่ได้มักแสดงสถานะ "Needs attention" ซึ่งหน้าความช่วยเหลืออธิบายว่าหมายถึงแคมเปญที่ไม่ได้เปิดใช้งาน อยู่ในการศึกษาอื่น หรือใช้กับประเภท lift ที่เลือกไม่ได้
หน้าความช่วยเหลือไม่ได้ระบุว่า observed conversions 1,000 ครั้งนับย้อนหลังในช่วงเวลาเท่าไร และไม่ได้อธิบายว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นยอดรวมของทุกแคมเปญในการศึกษาหรือเป็นยอดต่อแคมเปญ นอกจากเรียกว่า "งบแคมเปญขั้นต่ำ" ของการศึกษา หากสองประเด็นนี้มีผลต่อแผนของคุณ ตัวประเมินความเป็นไปได้ในหน้าตั้งค่าคือที่ที่ควรใช้ทดสอบ
Conversion Lift แบบอิงผู้ใช้ทำงานอย่างไร
Conversion Lift based on users แบ่งผู้คนออกเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเห็นโฆษณา และกลุ่ม holdback ที่ไม่เห็นโฆษณา ส่วนต่างของ conversion ระหว่างสองกลุ่มคือผลส่วนเพิ่ม (incremental) หน้าของ Google อธิบายผลลัพธ์ว่าเป็นจำนวน conversion การเข้าชมเว็บไซต์ และการกระทำอื่นที่ "เกิดขึ้นโดยตรงจาก" โฆษณา และรายงานตัวเลขหลัก 3 ตัว คือ incremental conversions, incremental cost per action (iCPA) และ incremental return on ad spend (iROAS)
ขั้นตอนตั้งค่าตามหน้าความช่วยเหลือฉบับปัจจุบันมีดังนี้
- ไปที่แท็บ Lift studies ใต้ Campaigns แล้วเลือก Experiments จากนั้นกดปุ่มบวก
- เลือก Conversion Lift แล้วเลือก "Based on users" เป็นวิธีสร้างกลุ่มทดสอบ
- ตั้งชื่อการศึกษาและเลือกแคมเปญ จะเลือกจากรายการที่กรองได้ หรืออัปโหลด campaign ID ผ่านเทมเพลต CSV ก็ได้
- เลือก conversion goals หรือใช้ค่าเริ่มต้นของแคมเปญ หากต้องการรวม supplementary conversions ให้เลือก action ที่มีไอคอนคำเตือน
- เลือกว่ารายงานจะเน้น conversions (incremental conversions และ iCPA) หรือ conversion value (มูลค่าส่วนเพิ่มและ iROAS)
- กำหนดวันเริ่มและวันสิ้นสุด แล้วตั้ง holdback ระหว่าง 1% ถึง 50% หากมี Brand Lift และ Search Lift ในการศึกษาเดียวกัน ต้องคง holdback ไว้ที่ 30%
- ตรวจค่า study power แล้วกด Create study
Google อนุญาตให้การศึกษาสั้นสุด 7 วัน แต่แนะนำให้มากกว่า 14 วัน โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้เวลานานกว่าลูกค้าจะ convert หน้านี้ให้ตัวเลขเฉพาะไว้หนึ่งตัว คือ Google พบว่า absolute lift ลดลงได้ถึง 17% ในการศึกษาที่มี conversion lag ยาวแต่รันไม่ถึง 14 วัน
Study power และระดับความแน่นอน
ก่อนสร้างการศึกษา เครื่องมือจะแสดงค่าประเมินความเป็นไปได้ ซึ่ง Google เรียกอีกชื่อว่า study power แสดงเป็นช่วงระหว่าง 50% ถึง 95% โดยขยับทีละ 5% Google แนะนำให้ตั้งเป้าที่ความแน่นอน 90% ผลระหว่าง 50% ถึง 90% ใช้เป็นผลแบบ directional ได้ ถ้าค่าประเมินต่ำกว่า 90% เครื่องมือจะให้คำแนะนำเรื่องงบประมาณเพื่อช่วยให้ถึง 90% ค่า study power ขึ้นกับ conversion actions ที่เลือก งบแคมเปญรายวัน ระยะเวลาการศึกษา สัดส่วน holdback ข้อมูลย้อนหลังระดับบัญชี (ไม่รวมข้อมูลระดับ manager account) และ lift ที่คาดการณ์ไว้
ฟีเจอร์ด้านคุณภาพข้อมูลที่ Google แนะนำ
หน้าใหม่มีหัวข้อเรื่องความแข็งแรงของข้อมูล (data strength) Google แนะนำให้ติดตั้ง enhanced conversions สำหรับเว็บและสำหรับลีด, consent mode, advanced consent mode และ Google tag gateway ก่อนเริ่มการศึกษา ระหว่างตั้งค่าจะมีการตรวจวินิจฉัยอัตโนมัติเพื่อเช็กความพร้อมของการติดตาม ผู้ลงโฆษณายังสร้างและบันทึกการศึกษาได้แม้มีคำเตือน แต่ Google แนะนำอย่างยิ่งให้แก้ช่องโหว่ก่อน สำหรับบัญชีที่การติดแท็กยังไม่ครบ ส่วนนี้คือส่วนที่ควรอ่านละเอียดที่สุด เพราะ lift study วัดได้เฉพาะ conversion ที่บัญชีบันทึกได้จริง
Supplementary conversions และช่วง cool-down
เอกสารระบุการเปลี่ยนแปลงด้านรายงานไว้สองเรื่อง เรื่องแรก Conversion Lift ใช้แบบจำลองทางสถิติเพื่อรวม conversion ประเภทที่ก่อนหน้านี้วัดไม่ได้ เช่น ยอดขายหน้าร้านและลีดออฟไลน์ ภายใต้สิ่งที่ Google เรียกว่า Supplementary Conversion Reporting เรื่องที่สอง "Delayed Incremental Conversions" หรือที่เรียกว่า cool-down จะคาดการณ์ conversion ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนดหลังการศึกษาจบ Google ระบุว่าฟีเจอร์นี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2569 สำหรับการศึกษาที่มีเฉพาะ Demand Gen ซึ่งเริ่มในหรือหลังวันที่ 2 มีนาคม 2569 หน้าแสดงผลจะรวม cool-down conversions ที่คาดการณ์ไว้เป็นค่าเริ่มต้น และดูผลแบบไม่รวมแบบจำลองนี้ได้จาก tooltip หรือแดชบอร์ดรายงาน
ทำไมผู้ลงโฆษณา Search และ PMax ควรสนใจ
ในมุมมองของเรา (บทวิเคราะห์) Search และ Performance Max คือจุดที่การถกเถียงเรื่อง attribution เกิดขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะ brand search ที่อาจได้เครดิตจากคนที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว ส่วน PMax ก็ผสม inventory หลายแบบจนการตรวจสอบด้วย last-click หรือแม้แต่ data-driven attribution ทำได้ยาก การทดสอบแบบ holdback เป็นหนึ่งในไม่กี่วิธีที่ช่วยให้เห็นว่าถ้าไม่มีโฆษณาจะเกิดอะไรขึ้น ก่อนการอัปเดตนี้ ทางที่เอกสารระบุไว้สำหรับ Search หรือ PMax ต้องผ่านตัวแทน Google ตอนนี้หน้าความช่วยเหลือระบุทั้งสองประเภทว่ารองรับ ผู้ลงโฆษณาที่ผ่านเกณฑ์จึงมีเส้นทางตามเอกสารให้ลองทำ แม้ยังมีโอกาสที่ตัวเลือกจะไม่ปรากฏในบัญชี
หน้านี้ยังมีคำแนะนำที่มีผลต่อการอ่านผลลัพธ์ Google แนะนำให้รวมทุกแคมเปญที่เป็นประเภทเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายเดียวกัน และกลยุทธ์การกำหนดเป้าหมายเดียวกัน การวัดเพียงบางแคมเปญจะบอกมูลค่าเพิ่มของแคมเปญเหล่านั้นขณะที่แคมเปญอื่นยังรันอยู่ และหน้านี้เตือนว่าจะลดโอกาสตรวจพบ lift เพราะผู้ใช้ในกลุ่ม holdback อาจยังเห็นโฆษณาจากแคมเปญที่ไม่ได้วัด สัดส่วน holdback ที่สูงขึ้นถึง 50% เก็บข้อมูลได้เร็วกว่า แต่ต้นทุนเสียโอกาสก็สูงกว่า เพราะคนจำนวนมากขึ้นจะไม่เห็นโฆษณา Google ระบุว่าผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ทำการศึกษาประมาณ 1 ถึง 2 ครั้งต่อปี
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
หน้าของ Google ไม่ได้พูดถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ ประเด็นด้านล่างจึงเป็นบทวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่แหล่งข่าวระบุ เกณฑ์ทั้งหมดเขียนเป็นดอลลาร์สหรัฐตามหน้าภาษาอังกฤษ และหน้านี้ไม่ได้ให้ตัวเลขเทียบเป็นสกุลเงินท้องถิ่น จึงควรดูว่าหน้าตั้งค่าแสดงขั้นต่ำอย่างไรในบัญชีที่เรียกเก็บเงินเป็นบาท
- เช็กคุณสมบัติในบัญชีจริง ไม่ใช่จากข่าว เปิด Campaigns แล้วไปที่ Experiments และ Lift studies ดูว่ามี Conversion Lift หรือไม่ และแคมเปญไหนแสดงว่า eligible แบนเนอร์บนหน้าของ Google หมายความว่าบัญชีที่ผ่านเกณฑ์อาจยังต้องพึ่งตัวแทน
- นับ observed conversions ให้ตรงความจริง ถ้าบัญชีของคุณติดตามการกรอกฟอร์ม การคลิก LINE และการคลิกโทรเป็น action แยกกัน ให้รวมเฉพาะส่วนที่เป็น observed เพราะมีแค่ observed conversions ที่นับรวมในขั้นต่ำ 1,000 ครั้ง และ supplementary data ไม่นับ
- แก้ระบบติดตามก่อน enhanced conversions, consent mode และ Google tag gateway อยู่ในรายการที่ Google แนะนำเอง การศึกษาที่รันบนระบบติดตามที่ไม่ครบจะได้ผลที่อ่อนตามไปด้วย
- ตั้งคำถามก่อนเลือกแคมเปญ คำถามว่า "brand search สร้างยอดส่วนเพิ่มจริงไหม" กับ "PMax เพิ่มยอดขายนอกเหนือจาก Search หรือเปล่า" เป็นการศึกษาคนละแบบ และต้องเลือกแคมเปญต่างกัน
บัญชีที่ต้องการวางแผน lift study ควบคู่กับการบริหารการประมูลรายวันสามารถดูบริการบริหาร Google Ads และทีมที่ยังมีจุดอ่อนเรื่องแท็กและ consent อาจเริ่มจากการตรวจระบบ GA4 และการติดตาม
สิ่งที่แหล่งข่าวไม่ได้บอก
หน้าความช่วยเหลือไม่ได้ระบุวันที่ที่เพิ่ม Search และ PMax เข้ามา ไม่ได้กล่าวถึง Shopping ในรายการที่รองรับฉบับใหม่ (ในฉบับเดือนเมษายน Shopping ปรากฏเพียงในฐานะประเภทที่ต้องติดต่อตัวแทน) และไม่ได้บอกว่า Google ตัดสินอย่างไรว่าบัญชีไหนได้สิทธิ์ ไม่มีการใช้คำว่า "self-serve" และไม่มีงบขั้นต่ำเป็นสกุลเงินท้องถิ่น ข้อความใดที่เกินจากเนื้อหาในหน้า รวมถึงคำกล่าวว่าทุกบัญชีที่ผ่านเกณฑ์สามารถรันการศึกษาได้เองโดยไม่ต้องมีใครช่วย ถือเป็นการตีความทั้งสิ้น
คำถามที่พบบ่อย
รัน Conversion Lift กับแคมเปญ Search หรือ Performance Max โดยไม่ต้องผ่านตัวแทน Google ได้ไหม
อาจทำได้ แต่ Google ไม่ได้รับประกัน หน้าความช่วยเหลือฉบับปัจจุบันระบุ Search และ Performance Max เป็นประเภทแคมเปญที่รองรับ แต่หน้าเดียวกันยังบอกว่า Conversion Lift ไม่ได้เปิดให้ทุกบัญชี และให้ติดต่อตัวแทนบัญชี Google หากต้องการใช้ วิธีเดียวที่จะรู้คือเข้าไปดูแท็บ Lift studies ในบัญชีของคุณเอง
เกณฑ์ขั้นต่ำของ Conversion Lift แบบอิงผู้ใช้มีอะไรบ้าง
บัญชีต้องมี observed conversions อย่างน้อย 1,000 ครั้ง งบแคมเปญของการศึกษาขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ conversion action ที่ใช้กับ Conversion Lift ได้อย่างน้อย 1 รายการ conversion ที่มาจาก supplementary data ไม่นับรวมใน 1,000 ครั้ง
แคมเปญประเภทไหนที่ยังไม่รองรับ
หน้าของ Google ระบุว่าแคมเปญ App ที่กำหนดเป้าหมาย iOS และ Travel Ads ไม่รองรับ แคมเปญประเภทที่อยู่ในช่วง alpha หรือ beta ต้องให้ตัวแทนยืนยันคุณสมบัติ และ Shopping ไม่ได้อยู่ในรายการที่รองรับฉบับปัจจุบัน
ควรรัน Conversion Lift นานเท่าไร
Google อนุญาตขั้นต่ำ 7 วัน แต่แนะนำให้มากกว่า 14 วัน และนานกว่านั้นสำหรับสินค้าที่ใช้เวลาตัดสินใจนาน หน้านี้ระบุว่าการศึกษาที่มี conversion lag ยาวแต่รันไม่ถึง 14 วัน มี absolute lift ลดลงได้ถึง 17%
ฟีเจอร์นี้เปิดใช้ในประเทศไทยแล้วหรือยัง
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ หน้าความช่วยเหลือของ Google ไม่มีรายชื่อประเทศและไม่มีกำหนดเวลาการเปิดใช้ จึงต้องตรวจสอบในบัญชีโดยตรง
สรุป
เอกสารของ Google ตอนนี้ถือว่า Search และ Performance Max เป็นประเภทแคมเปญปกติสำหรับ Conversion Lift แบบอิงผู้ใช้ มีเกณฑ์ชัดเจน และมีรายการคำแนะนำเรื่องคุณภาพข้อมูลยาวเหยียด แต่แบนเนอร์บนสุดของหน้าเดียวกันก็เตือนว่าเอกสารกับสิทธิ์การเข้าถึงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน หากบัญชีของคุณผ่านเกณฑ์ 1,000 conversions และ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ลองเปิดแท็บ Lift studies ในสัปดาห์นี้เพื่อดูว่ามีอะไรให้ใช้ และวางคำถามที่ต้องการให้การศึกษาตอบให้ชัดก่อนเลือกแคมเปญแม้แต่แคมเปญเดียว







