Google Ads ออกข้อกำหนดใหม่ 9 ข้อสำหรับระบบ “Three Strike System” เพื่อป้องกันการละเมิดโฆษณาที่ไม่ถูกต้อง

RA CONTENT APR 26 C1 Blog Size [1200x628px] (3)

กูเกิลได้ประกาศข้อกำหนดเพิ่มเติม 9 ข้อ สำหรับระบบ “Three Strike System” บน Google Ads ดังนั้นแบรนด์หรือนักการตลาดที่ใช้ Google Ads เป็นเครื่องมือหลักในการทำงานอาจคุ้นกับระบบ “Three-Strike System” ที่กูเกิลเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมากันไปแล้วบ้าง  ในการอัปเดตครั้งล่าสุดนี้กูเกิลตัดสินใจเพิ่มข้อกำหนด 9 ข้อ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบแคมเปญโฆษณาที่ผิดประเภท ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปแบบโฆษณาที่มีลักษณะเป็นคลิกเบตหรือการออกแบบโฆษณาที่สร้างความเข้าใจผิดให้ผู้ใช้งาน เป็นต้น จะมีอะไรที่แบรนด์และนักการตลาดต้องรู้บ้าง มาดูไปพร้อมกัน

Three Strike System คืออะไร ?

Three-Strike System คือ ระบบป้องกันการละเมิดนโยบายการโฆษณาของกูเกิลที่เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกันยายน 2021  โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้  

  • ตักเตือน ในขั้นแรกหากผู้ใช้งานละเมิดข้อกำหนดของกูเกิล จะยังไม่โดนบทลงโทษใดๆ นอกเหนือจากการถูกลบโฆษณา
  • First Strike หากผู้ใช้งานยังคงละเมิดข้อกำหนดในระหว่างที่ถูกตักเตือน กูเกิลจะกำหนดบทลงโทษด้วยการระงับบัญชีผู้ใช้งานเป็นระยะเวลาสามวัน และในระหว่างนั้นจะไม่สามารถรันแคมเปญโฆษณาใดๆ ได้
  • Second Strike หากผู้ใช้งานยังคงละเมิดข้อกำหนดในระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการลงโทษ First Strike กูเกิลจะกำหนดบทลงโทษด้วยการะงับบัญชีผู้ใช้งานเป็นระยะเวลา 7 วัน 
  • Third Strike หากผู้ใช้งานยังคงละเมิดข้อกำหนดในระหว่างที่อยู่ในขั้นตอน การลงโทษ Second Strike กูเกิลจะระงับบัญชีผู้ใช้งานเป็นการถาวร

โดยในระหว่างที่บัญชีผู้ใช้งานถูกระงับเป็นการชั่วคราว ผู้ใช้งานจะได้รับอีเมลที่ระบุถึงปัญหาต่างๆ และจะต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้กูเกิลรับทราบในทันที

ข้อกำหนดเพิ่มเติม 9 ข้อ มีอะไรบ้าง?

สำหรับการอัปเดตครั้งล่าสุดนี้กูเกิลออกมาระบุว่า หากนักการตลาดหรือแบรนด์ละเมิดนโยบายการโฆษณาสิ่งใดต่อไปนี้ อาจทำให้บัญชีผู้ใช้งานเข้าสู่กระบวนการ Three Strike System ทันที โดยข้อกำหนดที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่มีรายละเอียดดังนี้

  1. การโฆษณาที่ให้บริการค้าประเวณี (Compensated Sexual Acts)
  2. การโฆษณาที่ให้บริการเจ้าสาวตามสั่ง (Mail-Order Brides)
  3. การโฆษณาที่มีรูปแบบเป็นคลิกเบต (Clickbait)
  4. การออกแบบโฆษณาที่สร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ใช้งาน (Misleading Ads Design)
  5. การโฆษณาให้บริการการค้ำประกัน (Bail Bond Services)
  6. การโฆษณาการขอข้อมูลทางธุรกิจเพื่อดำเนินการในการใช้บริการ (Call Directories, Forwarding Services)
  7. การโฆษณาการให้บริการแก้ไขเครดิตเสีย (Credit Repair Services)
  8. การโฆษณาสำหรับ Binary Options (ตลาดเก็งกำไรรูปแบบหนึ่ง)
  9. การโฆษณาบริการสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loans)

ในการอัปเดตข้อกำหนดเพิ่มเติมครั้งนี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2022 เป็นต้นไป สำหรับแบรนด์และนักการตลาดที่ต้องใช้ Google Ads ในการทำงานเป็นหลัก จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าในการอัปเดตนโยบายแต่ละครั้งของกูเกิลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามา เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจสร้างความวุ่นวายให้กับบัญชีผู้ใช้งานในอนาคต 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า