Facebook เตรียมยกเลิกฟีเจอร์ “Live Shopping” เพื่อโฟกัส Reels แทน

RA CONTENT AUG 4 C1 Blog Size [1200x628px] (46)

จากการประกาศล่าสุดใน Meta Blog Post ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Facebook ได้ออกมาระบุถึงการประกาศยกเลิกฟีเจอร์ “Live Shopping” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่าพฤติกรรมของผู้ใช้งานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มหันไปนิยมเสพวิดีโอคอนเทนต์ขนาดสั้นกันมากขึ้น ทำให้ Facebook ต้องการที่จะไปโฟกัสกับ Facebook Reels แทน รายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไร นักการตลาดยุคใหม่ต้องห้ามพลาด ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ยุติการให้บริการฟีเจอร์ Live Shopping

สำหรับฟีเจอร์ Live Shopping บน Facebook เป็นฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบและพัฒนามาให้ผู้ใช้งานที่ต้องการขายของออนไลน์สามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ใช้งานสามารถไลฟ์สดเพื่อตอบโต้กับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ในการขายสินค้าหรือบริการบนแพลตฟอร์ม และยังสามารถใช้ฟังก์ชันเสริมต่างๆ เพื่อสร้างอีเวนท์ในการกระตุ้นให้ผู้รับชมรู้สึกสนใจสินค้าหรือบริการมากขึ้น 

Facebook ได้เริ่มทดสอบฟีเจอร์ Live Shopping นี้มาตั้งแต่ปี 2018 จนเริ่มตัดสินใจเปิดให้ผู้ใช้งานแบบเต็มรูปแบบในปี 2020 และมีการสนับสนุนกลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าบนแพลตฟอร์มอยู่เรื่อยมา จนกระทั่งเทรนด์วิดีโอขนาดสั้นที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ Meta ตัดสินใจที่จะยุติการให้บริการฟีเจอร์ Live Shopping ภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานฟีเจอร์ Facebook Live หรือการไลฟ์ถ่ายทอดสดได้ตามปกติ เพียงแต่จะไม่สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ อย่างการสร้าง Product Playlists หรือ การ Tag Product ได้ นั่นหมายความว่าหากผู้ใช้งานต้องการที่จะโปรโมตสินค้าหรือบริการอาจจะต้องมองหาช่องทางอื่นแทน เช่น การซื้อโฆษณาผ่านรูปแบบ Display Ads หรืออื่นๆ เป็นต้น

Meta จะโฟกัสกับ Reels มากขึ้น

ในการตัดสินใจครั้งนี้ของ Meta หนึ่งในเหตุผลหลักที่ปฏิเสธไม่ได้นั่นคือกระแสนิยมการบริโภควิดีโอคอนเทนต์ขนาดสั้นของผู้ใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ Facebook ต้องการเวลาเพื่อไปโฟกัสการพัฒนา Facebook Reels เพื่อให้ทันคู่แข่งในตลาดอย่าง TikTok หรือ YouTube Short  

โดย Facebook กล่าวว่า “เรากำลังโฟกัสไปที่ Reels ทั้งบน Facebook และ Instagram ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สนับสนุนวิดีโอคอนเทนต์ขนาดสั้นให้มากขึ้น หากใครที่ต้องการเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับผู้ใช้งาน ก็สามารถใช้งาน Reels หรือ Reels Ads ทั้งบน Facebook และ Instagram ได้ทันที”

Business Insider ให้ความเห็นที่น่าสนใจเอาไว้ว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Meta ตัดสินใจที่จะยกเลิกบริการหรือฟีเจอร์ที่เป็นตัวช่วยในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มของตนเอง อย่างในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาบน Instagram เช่นฟีเจอร์ Reels Play Bonus และอื่นๆ เป็นต้น

ต้องบอกว่าในช่วงนี้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เริ่มมีการเดินเกมกันอย่างหลากหลาย มีทั้งเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ รวมไปถึงการปรับลดบางฟีเจอร์ลงเพื่อเพิ่มเวลาในการโฟกัสหรือพัฒนาฟีเจอร์อื่นๆ ที่ดูแล้วจะเหมาะสมกับผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น สำหรับนักการตลาดหรือแบรนด์ที่กำลังมองหาช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ก็ต้องรอดูท่าทีเหล่านี้ให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าแผนกลยุทธ์การตลาดของตัวเองจะไม่ผิดพลาด 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า