Elon Musk ปิดดีล Twitter แล้ว มูลค่ารวม 1.6 ล้านล้านบาท

Copy of [NEW] Blog Size [1200x628px] (89)

เป็นมหากาพย์มาอย่างยาวนานกับดีลการเข้าซื้อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกอย่าง Twitter โดยมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก เจ้าของบริษัท Tesla อย่างอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่ในที่สุดก็สามารถจับนกสีฟ้าเข้าอุ้งมือตัวเองจนสำเร็จ  จากท่าทีเดิมของมัสก์ที่มีการเปลี่ยนใจไปมาจนเกิดการฟ้องร้องขึ้นจากบอร์ดบริหารชุดเดิมของ Twitter ล่าสุดในวันที่ 27 ตุลาคม สำนักข่าวทั่วโลกได้รายงานตรงกันว่า ธนาคารต่างๆ ได้เริ่มส่งเงินเพื่อสนับสนุนการเข้าซื้อกิจการ Twitter ของมัสก์ เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ตรงตามเงื่อนไขที่มัสก์จะต้องดำเนินธุรกรรมต่างๆ ในการเข้าซื้อกิจการภายในวันที่ 28 ตุลาคม

สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารในแวดวงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอาจเกิดความรู้สึกสับสน ว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ในวันนี้ Relevant Audience จะขอพาทุกคนไปย้อนดูเรื่องราวมหากาพย์ตั้งแต่แรกเริ่มในการเข้าซื้อกิจการ Twitter ของอีลอน มัสก์กัน และมาดูกันว่าหลังจากทวิตเตอร์เปลี่ยนมือเจ้าของคนใหม่แล้ว จะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

สรุปมหากาพย์การเข้าซื้อ Twitter 

  1. จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดมาจากมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่ชื่อว่า อีลอน มัสก์ ที่ชื่นชอบแพลตฟอร์ม Twitter เป็นเอามาก โดยบัญชีส่วนตัวบน Twitter ของอีลอน มัสก์มีผู้ติดตามมากถึง 80 ล้านคน ใครที่เล่นทวิตเตอร์เป็นชีวิตจิตใจคงเคยเห็นดราม่าหรือมีมต่างๆ ของมัสก์กันมาบ้าง เพราะมัสก์ชอบมีการโต้เถียงเรื่องราวในกระแสสังคมต่างๆ ผ่านการทวีต จนทำให้บางครั้ง ก.ล.ต.สหรัฐฯ ถึงขนาดสั่งห้ามมัสก์ไม่ให้เล่นทวิตเตอร์เพื่อลดผลกระทบต่างๆ ที่ตามมา
  2. มัสก์เคยออกมาพูดอย่างสม่ำเสมอว่าต้องการสนับสนุน “Free Speech” หรือเสรีภาพในการพูดมากขึ้น และต้องการให้ทวิตเตอร์ลดการตรวจสอบเนื้อหาต่างๆ จากการทวีตให้น้อยลง
  3. จนวันที่ 4 เมษายน 2565 มัสก์ประกาศว่า เขาได้เข้าซื้อหุ้นของทวิตเตอร์ด้วยมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 9.2% ทำให้มัสก์กลายเป็นผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในบอร์ดบริหารของทวิตเตอร์ อย่างไรก็ตามเขาปฏิเสธที่จะนั่งเก้าอี้บอร์ดบริหาร
  4. วันที่ 14 เมษายน 2565 มัสก์ประกาศว่า ได้ยื่นข้อเสนอให้กับทวิตเตอร์ ในการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท รวมมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  5. วันที่ 15 เมษายน 2565 บอร์ดบริหาร Twitter ใช้กลยุทธ์ “Poison Pill” คือไม่ให้ใครเป็นเจ้าของหุ้นมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์
  6. วันที่ 25 เมษายน  2565 ทวิตเตอร์เกิดการเปลี่ยนมือเจ้าของด้วยมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐโดยอีลอน มัสก์
  7. วันที่ 9 กรกฎาคม 2565 อีลอน มัสก์ออกมาประกาศเปลี่ยนใจที่จะเข้าซื้อกิจการ Twitter โดยให้เหตุผลว่าทวิตเตอร์ฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างกันในการเข้าซื้อกิจการหลายประการ
  8. วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ทวิตเตอร์ยื่นฟ้องอีลอน มัสก์ ในข้อหาละเมิดข้อตกลงการซื้อแพลตฟอร์ม
  9. อีลอน มัสก์เปลี่ยนใจเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์อีกครั้ง พร้อมกับคำสั่งศาลว่าให้ปิดดีลภายในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 ไม่อย่างนั้นอาจมีการพิจารณาคดีขึ้นอีกครั้งภายในเดือนพฤศจิกายน
  10. สำนักข่าวทั่วโลกรายงานตรงกันว่าอีลอน มัสก์ปิดดีลการเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ได้ทันภายในวันที่ 27 ตุลาคม 2565 มูลค่ารวม 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมัสก์พร้อมขึ้นนั่งแท่นผู้บริหารคนใหม่ของ Twitter พร้อมทั้งไล่ CEO, CFO และผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย นโยบาย และความไว้วางใจออกทันที 

มัสก์ ปรากฏตัวใน Coffee Bar ของสำนักงานใหญ่ Twitter

จากทวีตรูปภาพของคุณ Walter Isaacson จะเห็นได้ว่าอีลอน มัสก์ได้มาปรากฏตัวใน Coffee Bar ของสำนักงานใหญ่ทวิตเตอร์แล้ว นอกจากนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ยังมีการรายงานเพิ่มเติมว่า “มัสก์ได้เดินเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของ Twitter ด้วยรอยยิ้มกว้างและถืออ่างกระเบื้อง จากนั้นทวีตข้อความ “Let that sink in” หรือแปลในทำนองที่ว่า ”ปล่อยให้จมลงไป” จากนั้นมีการเปลี่ยนคำอธิบายในโปรไฟล์เป็น Chief Twit และยังให้คำมั่นสัญญากับพนักงานว่าจะไม่มีการเลิกจ้างครั้งใหญ่ พร้อมให้ความมั่นใจกับนักโฆษณาว่าคำวิจารณ์ต่างๆ ของตัวเขาเกี่ยวกับการดูแลเนื้อหาของทวิตเตอร์จะไม่สร้างปัญหาอะไรให้การทำงานในอนาคตอย่างแน่นอน

ทวิตเตอร์ภายใต้เงาของอีลอน มัสก์ จะเป็นอย่างไรต่อไป

การตัดสินใจเข้าซื้อแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว เปรียบได้กับการซื้อแพลตฟอร์มสำเร็จรูปที่มีทั้งฐานลูกค้าเดิมในจำนวนมหาศาล แถมยังได้แพลตฟอร์มที่ชื่นชอบตรงกับความต้องการที่จะสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารแบบ Free Speech ช่วยลดความเสี่ยงในการที่จะต้องไปเริ่มต้นจากศูนย์หากต้องการสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียขึ้นมาใหม่เองทั้งหมด เพียงแค่อยากให้มีอะไรในแพลตฟอร์ม ก็สามารถปรับนิดแต่งหน่อยได้ตามใจชอบ

การปิดดีลเข้าซื้อสำเร็จในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีความท้าทายอีกมากมายที่ยังรอคอยทวิตเตอร์ภายใต้อีลอน มักส์อยู่ ในฐานะของผู้ใช้งานรวมไปถึงแบรนด์หรือนักการตลาดที่ใช้ทวิตเตอร์เป็นหนึ่งในช่องทางการทำการตลาดดิจิทัล จำเป็นต้องจับตาดูกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ปุ่มแก้ไขข้อความ อวสานแอคหลุม และอื่นๆ อีกมากมายที่มักส์ให้สัญญาเอาไว้ว่าจะทำแน่หากได้เป็นเจ้าของกิจการอย่างเป็นทางการ สุดท้ายทวิตเตอร์จะยิ่งใหญ่ขึ้นกลายเป็นเจ้าตลาดยืนหนึ่งในทุกแพลตฟอร์มหรือจะอวสานเหมือนกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เหมือนในอดีต เช่น ไฮไฟฟ์ หรือ MSN ก็ยังต้องคอยติดตามกันต่อไป

ทิ้งท้าย

ณ เวลานี้ยังเป็นเรื่องยากที่จะสรุปภาพรวมของทิศทางของทวิตเตอร์ เพราะในขณะที่ผู้ใช้งานบางกลุ่มแสดงความยินดีต่อผู้บริหารใหม่ แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ใช้อีกจำนวนมากที่มีความคิดเห็นตรงกันข้ามมีการรวมตัวและประกาศจะเลิกใช้ทวิตเตอร์เช่นกัน ดังนั้นอาจจะต้องรอติดตามการอัปเดตใหม่ๆ จากทวิตเตอร์กันต่อไป หากมีข่าวอะไรคืบหน้า Relevant Audience สัญญาว่าจะนำมาอัปเดตให้ฟังก่อนใครแน่นอน

Source: SEJ

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า