มารู้จัก Do’s & Don’ts สำหรับการทำหน้าเว็บไซต์ Product Pages

Copy of [NEW] Blog Size [1200x628px] (69)

ในปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) มีการแข่งขันที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซจะสามารถกินส่วนแบ่งทางการตลาดของตลาดค้าปลีกมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตเกือบ 11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในระหว่างปี 2564 ถึง 2568 

ด้วยตลาดที่เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้แบรนด์ธุรกิจและนักการตลาดที่กำลังเริ่มต้นทำเว็บไซต์ E-Commerce ต้องให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การทำ SEO เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในบทความนี้ Relevant Audience จะพามารู้จัก Do’s & Don’ts สำหรับกลยุทธ์การทำ SEO บนหน้าเว็บไซต์ E-Commerce กัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

สิ่งที่ควรทำสำหรับหน้า Product Pages บนเว็บไซต์ E-Commerce

ในการทำธุรกิจ E-Commerce หน้า Product Pages หรือหน้าแสดงรายการสินค้า เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์ E-Commerce ที่จะขาดไปไม่ได้ต่อไปนี้จะเป็นสิ่งที่แบรนด์และนักการตลาดต้องทำ หากต้องการให้เว็บไซต์ E-Commerce มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ดังนี้

  1. ทำ Keyword Research

การทำ Keyword Research เป็นพื้นฐานสำคัญแรกเริ่มในการเริ่มต้นกลยุทธ์การทำ SEO บนเว็บไซต์ E-Commerce โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการปรับปรุงหน้า Product Pages ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ข้อแนะนำคือเมื่อเริ่มต้นการทำ Keyword Research ควรเลือกใช้หัวข้อที่มีลักษณะแบบ Product-Focused Topics หรือหัวข้อที่เน้นการค้นหาจากผู้คนทั่วไป มากกว่าการไปยึดติดกับ Search Volume พูดง่ายๆ ว่าให้นึกถึงความเกี่ยวข้องระหว่างคีย์เวิร์ดและสินค้าของเราเป็นหลัก

  1. ปรับ Titles และ Meta Descriptions

องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน้า Product Pages คือการปรับปรุง Titles และ Meta Descriptions ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการใส่รายละเอียดเหล่านี้อย่างครบถ้วน

  • ชื่อแบรนด์ 
  • ชื่อผลิตภัณฑ์
  • ยี่ห้อหรือโมเดล
  • รายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ต้องเข้าใจก่อนว่าสำหรับการเขียน Meta Descriptions หากเป็นหน้าเว็บไซต์ประเภทบทความ โดยพื้นฐานจะเป็นการเขียนในลักษณะสรุปความจากเนื้อหาของบทความนั้นๆ แต่ในกรณีที่เป็นหน้าเว็บไซต์ Product Pages ควรที่จะเน้นรายละเอียดเฉพาะของตัวผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน รับรองว่าเพิ่มโอกาสทำให้หน้าเว็บไซต์ติดอันดับได้ง่ายขึ้นแน่นอน

  1. Mark Up หน้าเว็บไซต์ด้วย Structured Data

การที่หน้าเว็บไซต์มีการระบุ Structured Data (สำหรับใครที่อยากรู้ว่า Structured Data ทำงานอย่างไร อ่านได้ในบทความนี้) จะช่วยเพิ่มโอกาสให้หน้าเว็บไซต์มีโอกาสติด Rich Snippets เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของ

  • กระตุ้น Impressions และ Clicks มากขึ้น
  • ปรับปรุง CTR และกระตุ้นยอดขาย

ดังนั้นอย่าลืมที่จะระบุข้อมูลโครงสร้างของหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ Google สามารถเข้าใจและนำหน้าเว็บไซต์ของเราไปแสดงผลอย่างครบถ้วนแลพชัดเจน ส่งผลให้เว็บไซต์ดูน่าสนใจมากขึ้น 

  1. เพิ่มส่วนคำถามที่พบบ่อย

หลักการทำ SEO ที่ดีคือการมีเนื้อหาที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน Search Engine แน่นอนว่าหากผู้ใช้งานทั่วไปพบว่าเนื้อหาคอนเทนต์ในหน้าเว็บไซต์ของคุณไม่ได้ตรงตามความต้องการ อัตรา Bounce Rate ของเว็บไซต์ก็มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ในระยะยาว

ดังนั้นการเพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเว็บไซต์ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้แบรนด์ขายสินค้าได้มากขึ้น รวมถึงส่งผลต่ออัลกอริทึมของ Search Engine ด้วยเช่นกัน

  1. ทำการ Audit หน้าเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ 

การพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce ตามแนวทางการทำ SEO มักเกิดปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็น 

  • ปัญหาเนื้อหาซ้ำกัน (Duplicated Content)
  • เวลาในการโหลดหน้าเว็บไซต์ (Page Speed)
  • ปัญหาลิงค์เสีย เช่น 404 Page 
  • เนื้อหาน้อยเกินไป
  • ปัญหาการ Redirect

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ ควรมีการทำ SEO Audit บนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อคอยดูองค์ประกอบทางเทคนิคต่างๆ และคอยปรับปรุงให้เหมาะสม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงบนหน้าเว็บไซต์ Product Pages

พอได้รู้กันไปแล้วว่าควรทำอะไรบ้างเพื่อให้หน้า Product Pages มีโอกาติดหน้า SERPs มากขึ้น คราวนี้มาต่อกันที่สิ่งที่ควร “หลีกเลี่ยง” กันบ้าง

  1. อย่าใช้ Product Descriptions จากเว็บไซต์อื่นๆ

เป็นอีกหนึ่งในข้อผิดพลาดที่มักพบเจอจากนักการตลาดมือใหม่ที่เริ่มต้นปรับปรุงหน้า Product Pages ด้วยการใช้คำอธิบายสินค้า หรือ Product Descriptions จากเว็บไซต์ผู้ผลิตหรือเว็บไซต์อื่นๆ เนื่องจากไม่มีเวลาในการเขียนขึ้นมาเอง เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าอัลกอริทึมของกูเกิลให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่สดใหม่อยู่เสมอ ดังนั้นการเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อเขียนคำอธิบายที่มีข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นออริจินัลคอนเทนต์ และมีการปรับคำให้เข้าถึงผู้อ่านมากขึ้น ย่อมดีกว่าการเสี่ยงให้หน้าเว็บไซต์ถูกอัลกอริทึมมองว่าเป็น Duplicated Content และจะส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ในระยะยาว

  1. อย่าพลาดโอกาสในการใช้ Internal Linking และ Backlinks 

ลิงค์เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการทำเว็บไซต์ E-Commerce ตามแนวทางการทำ SEO บ่อยครั้งที่แบรนด์และนักการตลาดสร้างลิงก์เพื่อเชื่อมต่อไปยังหน้า Homepage และหน้า Category Pages อื่นๆ แต่มักละเลยหน้า Product Pages อย่าลืมว่าหน้าเว็บไซต์เหล่านี้จะถูกอัลกอริทึมของ Search Engine นำไปจัดอันดับ เพื่อปรับปรุงการมองเห็น ดังนั้นนักการตลาดและแบรนด์ควรให้ความสำคัญในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

  1. อย่าลืมการทำ Mobile Optimization

เชื่อว่าหลายคนคงรู้กันดีถึงความสำคัญของโทรศัพท์มือถือ ที่ปัจจุบันผู้คนใช้งานมากกว่าคอมพิวเตอร์เสียอีก ฉะนั้นการที่หน้าเว็บไซต์ E-Commerce โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้า Product Page ไม่สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานทั่วไปที่เน้นการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ นั่นหมายถึงการออกตัวด้วยขาเพียงข้างเดียวท่ามกลางการแข่งขันในตลาดออนไลน์ที่สูงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นต้องไม่ลืมการปรับหน้าเว็บไซต์ให้การแสดงผลสามารถรองรับการใช้งานบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขายสินค้าให้เพิ่มมากขึ้น

ทิ้งท้าย

จบไปแล้วกับการแนะนำสิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงในการปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ Product Pages อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าตลาด E-Commerce ในปัจจุบันมีการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากใครที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจในตอนนี้จำเป็นที่จะต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้ถูกทิศถูกทางตามแนวทางการทำ SEO ที่สำคัญคือท่องเอาไว้เสมอว่าการสร้างแบรนด์เปรียบได้กับการวิ่งมาราธอน อาจจะไม่เห็นผลสำเร็จในทันทีแต่การปรับกลยุทธ์ให้เฉียบแหลมอยู่เสมอ ก็เป็นการประกันให้กับลูกค้าและคนทั่วไปให้ไว้วางใจแบรนด์ได้นั่นเอง

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า