ชวนมาทำ Keyword Mapping เพื่อผลลัพธ์ SEO ที่ดีกัน

RA CONTENT MAY 11 C2 Blog Size [1200x628px] (4)

มีใครยังจำแผนที่แถวบ้านสมัยเด็กได้อยู่หรือไม่? ในวันที่ต้องเดินกลับบ้านด้วยตัวคนเดียวเป็นเรื่องยากเสมอ ที่จะต้องมานั่งนึกว่าเมื่อพ้นซอยนี้แล้วจะต้องเดินต่อไปทางไหน พอเริ่มโตขึ้นมาโชคดีที่โลกแห่งเทคโนโลยีทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น เพียงแค่เปิดแอปฯ แผนที่ออนไลน์ ก็ช่วยให้ไปยังจุดหมายปลายทางได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น

เช่นเดียวกับแผนผังของเว็บไซต์หากไม่มีตัวช่วยในการบอกทางให้กับระบบอัลกอริทึมของกูเกิล ก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะให้ระบบสามารถค้นหาข้อมูลเพื่อนำไปรวบรวมและประเมินผลลัพธ์ในการจัดอันดับ SEO ของเว็บไซต์ แม้ว่าจะหมั่นเพียรคัดสรรคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจหรือคอยปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ไปมากแค่ไหนก็ตาม ในบทความนี้จะมาสอนเทคนิคที่เรียกว่า Keyword Mapping เพื่อช่วยจัดระเบียบคีย์เวิร์ดบนเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับโครงสร้างเว็บไซต์ เพื่อให้ง่ายต่อการที่ระบบของกูเกิลเข้ามารวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปประเมินการจัดอันดับ SEO ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

การทำ Keyword Mapping สำคัญอย่างไร?

ก่อนที่จะเริ่มการทำ Keyword Mapping มาเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมการทำ Keyword Mapping ถึงสำคัญต่ออันดับของ SEO เพราะหากเปรียบเว็บไซต์เป็นบ้านหนึ่งหลัง บางบ้านอาจดูเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่บางบ้านอาจมีเศษขยะที่ถูกซุกไว้ใต้พรมที่มากกว่าบ้านหลังอื่น หากการทำเว็บไซต์ของคุณเคยประสบปัญหา “หน้าที่อยากให้ติดไม่ติด แต่หน้าที่ไม่ได้อยากให้ติดดันติดแทนซะอย่างนั้น” การทำ Keyword Mapping ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ด้วยการเชื่อมโยงคีย์เวิร์ดกับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เข้าด้วยกัน พูดง่ายๆ คือ จะทำให้ทราบได้ว่ากลุ่ม Keyword ที่เราใช้อยู่นี้ควรที่จะต้องคู่กับเนื้อหาในลักษณะไหนถึงจะทำให้ได้ผลลัพธ์ SEO ที่ดีขึ้น นอกจากนี้การทำ Keyword Mapping ยังมีข้อดีอื่นๆ อีก เช่น

  • ช่วยให้สามารถปรับกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ได้ (ออกแบบเนื้อหาได้ตามความเหมาะสม)
  • ช่วยปรับโครงสร้างของเว็บไซต์เพื่อให้ง่ายต่อประสบการณ์การรับชมของผู้ใช้งานเว็บไซต์ ลดโอกาสเนื้อหาที่ซ้ำกัน รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการแข่งขันกันเองของหน้านั้นๆ
  • ง่ายต่อการปรับแต่งโครงสร้างลิงค์ภายในเว็บไซต์ทั้ง Internal และ External Links 

พอรู้ข้อดีการทำ Keyword Mapping อย่างนี้แล้ว มาเริ่มต้นทำกันเลย

1. เริ่มต้นด้วยการทำ Keyword Research

การคัดสรร Keyword ที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO และเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่จะเริ่มกระบวนการทำ Keyword Mapping โดยหลักๆ มีการแบ่งประเภท Keyword ด้วยกันหลายหมวดหมู่มาก แต่ในที่นี้จะขอยึดตามหลักสากลทั่วไป คือ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนมี Commercial Keyword และ Information Keyword โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • Commercial Keyword คีย์เวิร์ดประเภทนี้จะเน้นไปที่การสร้างยอดขาย หรือช่วยเพิ่มค่า LEAD พูดง่ายๆ คือ เป็นคีย์เวิร์ดที่เอาไว้ใช้เรียกลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าหรือต้องการใช้บริการ 
  • Information Keyword คีย์เวิร์ดประเภทนี้เหมาะสำหรับการสร้างข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานทั่วไป ส่วนมากนิยมใช้ในคอนเทนต์ประเภทบทความเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นเจอเว็บไซต์ผ่าน Search Engine 

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ Keyword มีเคล็ดลับที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ “ต้องพิจารณาจาก Search Intent ของผู้ใช้งาน” พูดง่ายๆ คือต้องรู้เขารู้เรา ทำความเข้าใจกระบวนการคิดที่อยู่ในเบื้องหลังของผู้ใช้งานว่าอะไรจะเป็นสาเหตุของการค้นหาคีย์เวิร์ดคำนั้น

2. วางโครงสร้าง Site Structure

การวางโครงสร้างคีย์เวิร์ดบนเว็บไซต์เพื่อให้ Google Bot รู้ว่าภายในเว็บไซต์มีหน้าไหนบ้างที่มีคีย์เวิร์ดสำคัญ ถือเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นสำหรับการทำ Keyword Mapping บางเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างไม่ได้ใหญ่มากอาจจะมีแค่ไม่กี่หน้า แต่ถ้าเว็บไซต์มีโครงสร้างที่ค่อนข้างใหญ่อาจจะมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้นสักเล็กน้อย อย่างไรก็ตามนี่เป็นขั้นตอนที่เลี่ยงไม่ได้ ควรเริ่มต้นด้วยการโฟกัสไปทีละหน้า โดยอาจเริ่มต้นไปตามนี้

  • หน้า Home Page โดยส่วนมากจะไม่นิยมวางคีย์เวิร์ดไว้ที่หน้าแรก เพราะเป็นหน้าที่เน้นความสวยงาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้พัฒนาเว็บไซต์เช่นกัน
  • หน้า Main Topic สำหรับหน้านี้จะเป็นหน้าที่ให้บริการหรือแสดงสินค้า ควรเน้นคีย์เวิร์ดจำพวก Commercial (คีย์เวิร์ดที่เน้นทำเงินให้กับธุรกิจ)
  • หน้า Sub Topic สำหรับเว็บไซต์ที่ไม่ได้มีโครงสร้างหน้าที่เยอะมาก ก็อาจไม่มี แต่ถ้ามีก็ขึ้นอยู่กับการคัดสรรคีย์เวิร์ดที่เตรียมเอาไว้ อาจใช้คีย์เวิร์ดประเภท Commercial เหมือนก่อนหน้านี้ก็ได้เช่นกัน
  • หน้า Post สำหรับหน้านี้จะเป็นการนำเสนอความรู้ต่างๆ เพราะฉะนั้นควรจะเลือกใช้ Information Keyword ทั้งหมด 

อย่างไรก็ตามตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงรูปแบบพื้นฐานเท่านั้น เพราะการออกแบบเว็บไซต์ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องคำนึงคือ จุดประสงค์ของหน้านั้นๆ และต้องคำนึงถึง Search Intent ของกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ 

3. หมั่นตรวจสอบการทำ Keyword Mapping 

หากทำตามครบทุกขั้นตอนแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ควรทำเป็นประจำ คือหมั่นรีเฟรชการทำ Keyword Mapping อยู่เสมอ เพื่อเป็นการคอยปรับกลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์บนเว็บไซต์เพื่อให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะการทำ Keyword Mapping ไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการทำในระยะยาว 

ยิ่งเว็บไซต์มีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากเท่าไหร่ การตรวจทานอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญกว่ายิ่งกว่า แนะนำว่าควรทำ Keyword Mapping อย่างน้อย 2 ครั้งภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อเป็นการอัปเดตโครงสร้างเว็บไซต์ให้มีความถูกต้องอยู่ตลอดเวลา

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า