ChatGPT Ads เปลี่ยน Max Bid และ Max CPC เป็น Target CPA และ Target CPC เริ่ม 9 พฤศจิกายน

ChatGPT Ads เปลี่ยน Max Bid และ Max CPC เป็น Target CPA และ Target CPC เริ่ม 9 พฤศจิกายน

aiNovember 6, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • OpenAI ส่งอีเมลถึงผู้ลงโฆษณา ChatGPT Ads ซึ่ง Search Engine Roundtable ยกมาเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569 ว่า Target CPA และ Target CPC จะใช้ได้ใน Ads Manager ตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2569
  • Target CPA มาแทน Max Bid ในแคมเปญ conversion ใหม่ และ Target CPC มาแทน Max CPC ในแคมเปญคลิกใหม่ ส่วนแคมเปญเดิมยังใช้กลยุทธ์เดิมจนกว่าจะเปลี่ยน
  • Max Bid และ Max CPC จะถูกยกเลิกวันที่ 1 มกราคม 2570 โดย OpenAI จะย้ายแคมเปญที่เหลือไป Target CPA หรือ Target CPC และอีเมลไม่ได้บอกค่าเป้าที่จะใช้ตอนย้ายอัตโนมัติ
  • Maximize results (autobid) ยังใช้ได้ภายใต้ชื่อใหม่ intelligent bidding และ OpenAI เตือนว่าเป้าที่ตึงเกินไปหรือสัญญาณ conversion ที่อ่อนอาจทำให้ใช้งบไม่หมด

OpenAI กำลังเปลี่ยนระบบประมูลแบบตั้งเพดานราคาเองทั้งสองแบบใน ChatGPT Ads มาเป็นการตั้งเป้าต้นทุน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2569 แคมเปญ conversion ที่สร้างใหม่ใน Ads Manager จะใช้ Target CPA แทน Max Bid และแคมเปญคลิกที่สร้างใหม่จะใช้ Target CPC แทน Max CPC ส่วนแคมเปญเดิมยังใช้กลยุทธ์เดิมได้จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งเป็นวันที่ Max Bid และ Max CPC ถูกยกเลิก และ OpenAI จะย้ายแคมเปญที่ยังค้างอยู่ไปใช้เป้าต้นทุนแบบที่ตรงกัน ส่วนตัวเลือกอัตโนมัติ Maximize results ยังอยู่ แต่เปลี่ยนชื่อเป็น intelligent bidding

OpenAI แจ้งเรื่องนี้กับผู้ลงโฆษณา ChatGPT Ads ทางอีเมล และ Search Engine Roundtable นำข้อความในอีเมลมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ในรายงานของ Barry Schwartz เรื่องตัวเลือกการประมูลใหม่ของ ChatGPT Ads บทความนี้อ้างอิงจากอีเมลที่ถูกยกมาในรายงานดังกล่าว บทความช่วยเหลือของ OpenAI เรื่อง "Bidding strategies and how pricing works in ChatGPT Ads" ที่อ่านเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ยืนยันการเปลี่ยนแปลงชุดเดียวกัน เนื้อหาด้านล่างไม่เกินไปกว่าสองแหล่งนี้ ยกเว้นส่วนที่เขียนกำกับไว้ว่าเป็นบทวิเคราะห์

OpenAI แจ้งอะไรกับผู้ลงโฆษณาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน

อีเมลเปิดด้วยวันที่และขอบเขตของการเปลี่ยนแปลง ตามที่ Search Engine Roundtable ยกมา OpenAI เขียนว่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกตั้งเป้าต้นทุนใน Ads Manager ได้ ทั้งตอนสร้างแคมเปญใหม่และตอนแก้ไขแคมเปญที่มีอยู่ โดยเป็นทางเลือก ไม่ได้บังคับ

คำว่า "เป็นทางเลือก" ใช้ได้แค่ราวเจ็ดสัปดาห์แรกเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคม 2569 ผู้ลงโฆษณาจะปล่อยแคมเปญเดิมไว้ก็ได้ และแคมเปญจะยังแสดงผลด้วยการตั้งค่าประมูลเดิม แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ทางเลือกนี้จะหายไป เพราะกลยุทธ์ประมูลแบบตั้งเพดานเองทั้งสองแบบจะไม่มีอีกต่อไป อีเมลระบุการเปลี่ยนแปลงไว้สี่ข้อ ซึ่งสรุปไว้ด้านล่าง

Target CPA มาแทน Max Bid ในแคมเปญ conversion ที่สร้างใหม่

OpenAI ระบุว่า Target cost per action (Target CPA) จะเปิดให้ใช้กับแคมเปญ conversion และจะมาแทน Max Bid สำหรับแคมเปญ conversion ที่สร้างใหม่ใน Ads Manager ผู้ลงโฆษณาตั้ง "ค่าเฉลี่ยที่ต้องการจ่ายต่อหนึ่ง conversion" เช่น การซื้อหรือการได้ลีด แล้วระบบของ OpenAI จะปรับทั้งราคาประมูลและการแสดงผลให้เข้าใกล้เป้านั้น

แคมเปญ conversion ที่มีอยู่แล้วจะยังทำงานเป็นแคมเปญ Max Bid ต่อไป หากผู้ลงโฆษณาต้องการให้ระบบส่งโฆษณาโดยมุ่งไปที่เป้าต้นทุนต่อ conversion ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ Target CPA เองได้

Target CPC มาแทน Max CPC ในแคมเปญคลิกที่สร้างใหม่

Target cost per click (Target CPC) เปิดให้ใช้กับแคมเปญคลิก และมาแทน Max CPC สำหรับแคมเปญคลิกที่สร้างใหม่ OpenAI อธิบายความต่างไว้ในประโยคเดียวว่า Max CPC กำหนดเพดานให้ราคาประมูลแต่ละครั้ง ส่วน Target CPC เปิดให้ระบบประมูลสูงกว่าหรือต่ำกว่าเป้าได้ในแต่ละการประมูล ตามอีเมล ระบบตั้งใจจะหาคลิกให้ได้มากที่สุดจากงบประมาณที่มี โดยพยายามให้ค่าเฉลี่ย CPC เข้าใกล้ตัวเลขที่ผู้ลงโฆษณาตั้งไว้

แคมเปญคลิกเดิมจะยังทำงานเป็นแคมเปญ CPC สูงสุดแบบเดิม และเปลี่ยนไปใช้ Target CPC ได้หากต้องการ

Max Bid และ Max CPC จะถูกยกเลิกวันที่ 1 มกราคม 2570

OpenAI เขียนว่า Max Bid และ Max CPC จะถูกยกเลิกในวันที่ 1 มกราคม 2570 แคมเปญ conversion ที่ยังใช้ Max Bid อยู่ในวันนั้นจะถูกย้ายไปใช้ Target CPA ส่วนแคมเปญคลิกที่ยังใช้ Max CPC จะถูกย้ายไปใช้ Target CPC อีเมลไม่ได้บอกว่า OpenAI จะตั้งค่าเป้าเท่าไรให้กับแคมเปญที่ระบบย้ายให้อัตโนมัติ

Maximize results เปลี่ยนชื่อเป็น intelligent bidding

กลยุทธ์อัตโนมัติเต็มรูปแบบยังอยู่ต่อ OpenAI อธิบายว่า Maximize results (autobid) เป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง "intelligent-by-default" และตอนนี้เรียกว่า intelligent bidding ระบบจะยังปรับราคาประมูลและการแสดงผลให้อัตโนมัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากที่สุดจากงบประมาณ นี่คือการเปลี่ยนชื่อ และอีเมลไม่ได้บอกว่าวิธีทำงานของกลยุทธ์นี้เปลี่ยนไป

ไทม์ไลน์การเปลี่ยนระบบประมูลของ ChatGPT Ads

ตารางด้านล่างสรุปการเปลี่ยนแปลงทั้งสี่ข้อตามวันที่ โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่อีเมลของ OpenAI ระบุไว้

ไทม์ไลน์การเปลี่ยนระบบประมูลของ ChatGPT Ads
วันที่สิ่งที่เปลี่ยนใน ChatGPT Ads
9 พฤศจิกายน 2569Target CPA แทน Max Bid ในแคมเปญ conversion ใหม่ และ Target CPC แทน Max CPC ในแคมเปญคลิกใหม่
9 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค. 2569แคมเปญเดิมยังใช้ Max Bid หรือ Max CPC ได้ และผู้ลงโฆษณาเลือกเปลี่ยนไปใช้เป้าต้นทุนได้
1 มกราคม 2570ยกเลิก Max Bid และ Max CPC แคมเปญที่เหลือถูกย้ายไป Target CPA หรือ Target CPC
ต่อเนื่องMaximize results (autobid) ยังใช้ได้ภายใต้ชื่อใหม่ intelligent bidding

อะไรใหม่เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนระบบประมูลครั้งก่อนของ ChatGPT Ads

Relevant Audience เคยรายงานเรื่องระบบประมูลของ ChatGPT Ads มาแล้วหลายครั้ง และรอบนี้เติมช่องว่างที่การเปลี่ยนแปลงก่อนหน้ายังเหลือไว้

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 Relevant Audience รายงานว่า OpenAI เปิดแคมเปญ conversion-optimised cost-per-click (oCPC) แบบเบต้าสำหรับแคมเปญ product feed โดยรองรับแคมเปญที่คิดเงินตามคลิกและใช้การประมูลแบบคงที่หรือแบบกำหนดเอง พร้อมเพดานราคาประมูลต่อ conversion ที่ต้องมากกว่าศูนย์ นั่นคือเพดานที่ผู้ลงโฆษณาตั้งเองว่า conversion หนึ่งครั้งจะมีราคาประมูลได้ไม่เกินเท่าไร

วันที่ 23 สิงหาคม 2569 Relevant Audience รายงานว่า OpenAI ตั้ง Maximize results เป็นกลยุทธ์ประมูลที่ถูกเลือกไว้ล่วงหน้าสำหรับกลุ่มโฆษณาใหม่ที่เข้าเงื่อนไข ตอนนั้นเอกสารของ OpenAI ระบุว่ากลยุทธ์นี้ไม่รับประกันการส่งโฆษณาตามเป้า CPA, CPC, ROAS หรือเป้าความคุ้มค่าอื่นใด และ Manual: Max bid เป็นเพดานราคาประมูลเพียงแบบเดียวที่มีเอกสารรองรับ

วันที่ 24 กันยายน 2569 ในบทความเรื่องการเปิดตัวในไทย Relevant Audience อธิบายว่าการซื้อโฆษณาใช้ระบบประมูลตาม impression (CPM สูงสุด) หรือตามคลิกที่ถูกต้อง (CPC สูงสุด) ตามเอกสารของ OpenAI ในเวลานั้น

ดังนั้นจนถึงอีเมลฉบับนี้ ผู้ลงโฆษณาใน ChatGPT Ads มีการควบคุมต้นทุนสองแบบ คือตั้งเพดานราคาประมูลแบบตายตัว หรือไม่ควบคุมต้นทุนเลยผ่าน Maximize results อีเมลวันที่ 5 พฤศจิกายนเพิ่มทางเลือกตรงกลางเข้ามา คือเป้าต้นทุนเฉลี่ยที่ระบบพยายามไปให้ถึง แล้วตัดเพดานแบบเดิมทิ้ง หลังวันที่ 1 มกราคม 2570 ตามการตีความของ RA แคมเปญ conversion และแคมเปญคลิกจะเหลือให้เลือกระหว่างเป้าต้นทุนกับ intelligent bidding

ทำไมเป้าต้นทุนจึงไม่เหมือนเพดานราคา

บทวิเคราะห์ ความต่างในทางปฏิบัติระหว่างกลยุทธ์เดิมกับกลยุทธ์ใหม่อยู่ในประโยคเดียวของอีเมล คือ Target CPC เปิดให้ระบบประมูลสูงกว่าหรือต่ำกว่าเป้าได้ในแต่ละการประมูล

ภายใต้ Max CPC ตัวเลขที่ผู้ลงโฆษณากรอกคือราคาสูงสุดที่ระบบจะประมูลได้ในการประมูลแต่ละครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อคลิกอาจต่ำกว่านั้น แต่สูงกว่านั้นไม่ได้ ภายใต้ Target CPC ตัวเลขนั้นกลายเป็นค่าเฉลี่ยที่ระบบพยายามทำให้ได้จากการประมูลจำนวนมาก บางคลิกจะถูกซื้อในราคาสูงกว่าเป้า บางคลิกต่ำกว่า ผู้ลงโฆษณาที่เคยใช้ Max CPC เป็นเพดานตายตัวให้ลูกค้าที่มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนต่อคลิก จะไม่มีหลักประกันนั้นในระดับคลิกเดี่ยวอีกต่อไป

ฝั่ง conversion ก็ใช้หลักเดียวกัน Max Bid คือเพดาน ส่วน Target CPA คือ "ค่าเฉลี่ยที่ต้องการจ่ายต่อหนึ่ง conversion" และระบบจะปรับ "ราคาประมูลและการแสดงผล" ให้เข้าหาเป้า คำว่าการแสดงผลมีความหมาย เพราะอีเมลบอกว่าระบบปรับปริมาณที่แคมเปญได้แสดง ไม่ได้ปรับแค่ราคาประมูล หากตั้งเป้าต่ำเกินกว่าที่การประมูลในตลาดจะรองรับได้ แคมเปญก็อาจได้แสดงผลน้อยลง

OpenAI พูดเรื่องนี้เองในคำแนะนำว่า เป้าที่ตึงเกินไปหรือสัญญาณ conversion ที่อ่อน อาจทำให้โฆษณาได้แสดงผลน้อยลงและใช้งบไม่หมด ประโยคนี้เป็นคำอธิบายที่ชัดที่สุดในอีเมลว่ากลยุทธ์ใหม่อาจไม่ได้ผลเพราะอะไร และชี้ไปที่สาเหตุสองอย่างที่แยกกัน คือเป้าที่ตั้งต่ำกว่าที่ตลาดรองรับ กับสัญญาณ conversion ที่ระบบเอาไปเรียนรู้ไม่ได้

ชื่อ Target CPA น่าจะคุ้นหูคนที่ดูแลแคมเปญ Google Ads อยู่แล้ว เพราะที่นั่นมีกลยุทธ์ประมูลชื่อเดียวกัน แต่อีเมลไม่ได้เปรียบเทียบสองแพลตฟอร์มนี้ และแหล่งข่าวไม่ได้บอกว่าเวอร์ชันของ OpenAI ทำงานเหมือนของ Google แค่ไหน

คำแนะนำสามข้อจาก OpenAI ก่อนเปลี่ยนระบบ

อีเมลปิดท้ายด้วยคำแนะนำสามข้อ ด้านล่างคือสิ่งที่ OpenAI เขียน ตามด้วยความหมายเมื่อทำจริงในบัญชีโฆษณา

  1. เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนี้ OpenAI แนะนำให้ทบทวนแคมเปญตั้งแต่วันนี้ และเริ่มย้ายไปใช้ Target CPA และ Target CPC ในวันที่ 9 พฤศจิกายน
  2. ตรวจสัญญาณ conversion สำหรับแคมเปญ conversion ให้ยืนยันว่า Pixel หรือ Conversions API ส่งอีเวนต์ที่เลือกไว้ไปยังแหล่งข้อมูล (data source) ที่ผูกกับแคมเปญจริง และใช้คำเตือนจาก Event Quality Score (EQS) หาปัญหาคุณภาพสัญญาณแล้วแก้ช่องโหว่เสียตั้งแต่ตอนนี้
  3. เทียบราคาประมูลกับ CPA หรือ CPC จริง OpenAI แนะนำให้ใช้ CPA หรือ CPC จริงในช่วงล่าสุดเป็นฐานในการตั้งเป้าที่สมเหตุสมผล และตั้งหรือปรับเป้าระหว่างที่ย้ายแคมเปญ

การตรวจสัญญาณ conversion ต้องดูอะไรบ้าง

ข้อที่สองเป็นข้อที่มีงานมากที่สุด Target CPA จะพาแคมเปญไปหาต้นทุนต่อ conversion ที่ตั้งไว้ได้ ก็ต่อเมื่อแคมเปญได้รับ conversion ที่มันถูกตั้งให้ optimise จริง ถ้อยคำของ OpenAI ระบุสามสิ่งที่ต้องตรงกัน ได้แก่ อีเวนต์ที่เลือกในแคมเปญ แหล่งข้อมูลที่ผูกกับแคมเปญ และ Pixel หรือ Conversions API ที่ต้องส่งอีเวนต์นั้นไปยังแหล่งข้อมูลนั้นจริง

ถ้าสองในสามอย่างนี้ไม่ตรงกัน แคมเปญจะ optimise ตามอีเวนต์ที่ไม่เคยมาถึง หรือมาถึงผิดที่ อีเมลชี้ไปที่คำเตือนของ Event Quality Score ว่าเป็นเครื่องมือหาปัญหาเหล่านี้ แต่ไม่ได้บอกเกณฑ์ EQS ขั้นต่ำที่แคมเปญควรมีก่อนใช้ Target CPA

ทำไมต้นทุนจริงช่วงล่าสุดจึงสำคัญต่อการตั้งเป้า

บทวิเคราะห์ คำแนะนำข้อที่สามขอให้ผู้ลงโฆษณาตั้งเป้าจากสิ่งที่แคมเปญจ่ายจริง ไม่ใช่จากตัวเลขที่อยากจ่าย แคมเปญที่รันด้วย Max CPC ที่เพดานระดับหนึ่งจะมีค่าเฉลี่ย CPC ที่บันทึกไว้ซึ่งต่ำกว่าหรือเท่ากับเพดานนั้น ค่าเฉลี่ยที่บันทึกไว้นี้เป็นจุดเริ่มต้นของ Target CPC ที่สมจริงกว่าเพดานเดิมหรือตัวเลขที่หวังไว้ และคำเตือนของ OpenAI เรื่องเป้าที่ตึงเกินไปก็บอกเป็นนัยว่าการเริ่มที่ตัวเลขต่ำเกินไปมีผลต่อการแสดงผล

สิ่งที่อีเมลไม่ได้บอก

รายละเอียดหลายอย่างที่ผู้ลงโฆษณาอยากรู้ไม่มีอยู่ในอีเมลตามที่ Search Engine Roundtable ยกมา ในจุดที่แหล่งข่าวไม่ได้พูดถึง บทความนี้จะบอกตรงๆ แทนการเดา

  • อีเมลไม่ได้บอกว่า OpenAI จะตั้งเป้าเท่าไรให้แคมเปญที่ระบบย้ายให้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 และไม่ได้บอกว่าจะใช้ตัวเลขราคาประมูลเดิมหรือไม่
  • อีเมลไม่ได้พูดถึงการซื้อตาม impression (CPM สูงสุด) ซึ่งบทความของ RA เดือนกันยายนระบุว่าเป็นหนึ่งในสองรูปแบบการประมูล จึงยังไม่ทราบว่าแคมเปญประเภท reach ได้รับผลด้วยหรือไม่
  • อีเมลไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกับ oCPC เบต้าของแคมเปญ product feed และเพดานราคาประมูลต่อ conversion อย่างไร
  • อีเมลไม่ได้ให้ตัวเลขจำนวน conversion ขั้นต่ำ ช่วงเรียนรู้ หรือระยะเวลาที่ Target CPA ต้องใช้ก่อนจะทำงานได้เต็มที่
  • อีเมลไม่ได้แยกเงื่อนไขตามประเทศ จึงไม่มีข้อมูลเฉพาะสำหรับประเทศไทยในแหล่งข่าว

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

ChatGPT Ads เปิดให้ซื้อแบบบริการตนเองในประเทศไทยตั้งแต่ OpenAI เริ่มเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ผู้ลงโฆษณาไทยที่ตั้งแคมเปญคลิกด้วย Max CPC หรือแคมเปญ conversion ด้วย Max Bid จึงอยู่ในขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งหมด และอีเมลไม่ได้ปฏิบัติต่อประเทศไทยต่างจากตลาดอื่น

บัญชีโฆษณาในไทยมีสองวันที่ต้องวางแผน ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน แคมเปญ conversion หรือแคมเปญคลิกใหม่ที่ต้องการเป้าต้นทุนจะใช้ Target CPA หรือ Target CPC แทน Max Bid หรือ Max CPC และภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 แคมเปญที่ยังตั้งเพดานเองอยู่ทั้งหมดจะถูก OpenAI ย้ายให้ การย้ายแคมเปญเองในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม โดยตั้งเป้าจากต้นทุนจริงของแคมเปญนั้น ทำให้ผู้ลงโฆษณาเป็นคนตัดสินใจเอง แทนที่จะปล่อยให้ระบบย้ายอัตโนมัติด้วยค่าเป้าที่อีเมลไม่ได้อธิบายไว้

สำหรับแคมเปญ conversion ต้องตรวจ Pixel หรือ Conversions API ก่อนเป็นอย่างแรก บัญชีอีคอมเมิร์ซหรือบัญชีหาลีดในไทยที่ส่งอีเวนต์ผิดตัว หรือส่งไปยังแหล่งข้อมูลที่ไม่ได้ผูกกับแคมเปญ จะเท่ากับตั้ง Target CPA กับสัญญาณที่ไปไม่ถึงระบบ ซึ่งเป็นกรณีที่ OpenAI เตือนไว้ว่าอาจทำให้โฆษณาแสดงผลน้อยลงและใช้งบไม่หมด

เช็กลิสต์สั้นๆ ก่อนวันที่ 9 พฤศจิกายนและ 1 มกราคม

  • ทำรายการแคมเปญ ChatGPT Ads ทั้งหมด และจดว่าแต่ละแคมเปญใช้ Max Bid, Max CPC หรือ Maximize results
  • ดึงค่า CPA หรือ CPC จริงช่วงล่าสุดของแคมเปญ Max Bid และ Max CPC แต่ละตัว ตามที่ OpenAI แนะนำ
  • สำหรับแคมเปญ conversion แต่ละแคมเปญ ยืนยันอีเวนต์ที่เลือก แหล่งข้อมูลที่ผูกไว้ และตรวจว่า Pixel หรือ Conversions API ส่งอีเวนต์นั้นไปถึงจริง
  • ดูคำเตือนของ Event Quality Score และแก้ตามที่ระบบแจ้ง
  • ตัดสินใจว่าจะย้ายแคมเปญไหนหลังวันที่ 9 พฤศจิกายน และจะปล่อยแคมเปญไหนไว้ให้ OpenAI ย้ายในวันที่ 1 มกราคม หากมี
  • หากลูกค้าเคยใช้ Max CPC เป็นเพดานต่อคลิกแบบตายตัว ให้อธิบายว่า Target CPC เป็นค่าเฉลี่ย และบางคลิกอาจมีราคาสูงกว่าเป้า

คำถามที่พบบ่อย

Target CPA ใน ChatGPT Ads เริ่มใช้ได้เมื่อไร

Target CPA เริ่มใช้ได้ใน ChatGPT Ads Manager ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ตามอีเมลที่ OpenAI ส่งถึงผู้ลงโฆษณา ตั้งแต่วันนั้นจะมาแทน Max Bid ในแคมเปญ conversion ใหม่ และแคมเปญ conversion เดิมก็เปลี่ยนมาใช้ได้

ต้องเปลี่ยนแคมเปญ ChatGPT Ads ที่มีอยู่หรือไม่

ยังไม่ต้องจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งเป็นวันที่ OpenAI ยกเลิก Max Bid และ Max CPC และย้ายแคมเปญที่เหลือไปใช้ Target CPA หรือ Target CPC ก่อนถึงวันนั้นแคมเปญเดิมยังทำงานด้วยกลยุทธ์เดิม แต่ OpenAI แนะนำให้เริ่มย้ายตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน

Max CPC กับ Target CPC ต่างกันอย่างไร

Max CPC กำหนดเพดานราคาประมูลแต่ละครั้ง ส่วน Target CPC เป็นค่าเฉลี่ยที่ระบบพยายามไปให้ถึง และเปิดให้ประมูลสูงกว่าหรือต่ำกว่าเป้าได้ในแต่ละการประมูล OpenAI บอกว่า Target CPC ตั้งใจหาคลิกให้ได้มากที่สุดจากงบประมาณ โดยพยายามให้ค่าเฉลี่ย CPC ใกล้กับที่ผู้ลงโฆษณาตั้งไว้

Maximize results จะหายไปหรือไม่

ไม่หาย Maximize results (autobid) ยังใช้ได้ต่อ และตอนนี้เรียกว่า intelligent bidding OpenAI บอกว่าระบบจะยังปรับราคาประมูลและการแสดงผลให้อัตโนมัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากที่สุดจากงบประมาณ

การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกับผู้ลงโฆษณาในไทยหรือไม่

อีเมลไม่ได้ระบุข้อยกเว้นรายประเทศ จึงมีผลกับผู้ลงโฆษณา ChatGPT Ads โดยทั่วไป รวมถึงในประเทศไทย ซึ่งเปิดให้ซื้อแบบบริการตนเองตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 แต่แหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ

วางแผนย้ายเองก่อนที่ OpenAI จะย้ายให้

ช่วงระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ถึง 1 มกราคม 2570 เป็นช่วงที่ผู้ลงโฆษณายังเลือกเป้าของแต่ละแคมเปญจากประวัติต้นทุนของตัวเองได้ และตรวจการตั้งค่า conversion ให้เรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นระบบจะย้ายให้อยู่ดี หากทีมของคุณต้องการตัวช่วยทบทวนแคมเปญ ChatGPT Ads การวัด conversion และการตั้งเป้าก่อนถึงกำหนด บริการดูแลโฆษณา ChatGPT Ads ของ Relevant Audience ครอบคลุมทั้งการตั้งค่าและการ optimise ต่อเนื่องสำหรับผู้ลงโฆษณาในไทย

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น