ยิงแอดไลฟ์สด Facebook: วิธีตั้งโฆษณาไลฟ์ก่อน ระหว่าง และหลังไลฟ์

ยิงแอดไลฟ์สด Facebook: วิธีตั้งโฆษณาไลฟ์ก่อน ระหว่าง และหลังไลฟ์

โฆษณา Facebook AdsNovember 6, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Meta ให้โปรโมตไลฟ์ Facebook ได้ 3 ทาง คือกด Boost post จากเพจ สร้างโฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสดใน Meta Ads Manager หรือสร้างจาก Live Producer ทั้งระหว่างไลฟ์และหลังไลฟ์จบ
  • โฆษณาไลฟ์แบบตั้งเวลาต้องตั้งใน Ads Manager อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเริ่มไลฟ์ และไม่ควรเกิน 1-2 สัปดาห์ล่วงหน้า โดยเลือก Upcoming live video
  • ระหว่างไลฟ์ โฆษณาแสดงเฉพาะ Facebook Feed และ Facebook Reels หลังไลฟ์จบ โฆษณาจากไลฟ์ย้อนหลังใช้ได้ทุกตำแหน่ง แต่ in-stream ใช้ได้กับวิดีโอ 5-15 วินาทีเท่านั้น
  • การสร้างโฆษณาระหว่างไลฟ์ยังไม่เปิดให้ผู้ลงโฆษณาทุกราย แต่การสร้างโฆษณาจากไลฟ์ย้อนหลังหลังไลฟ์จบไม่มีเงื่อนไขคุณสมบัติ
  • Meta ระบุว่าโฆษณาไลฟ์ที่ผ่านการตรวจแล้วอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีกว่าจะเริ่มแสดง จึงแนะนำให้ตั้งโฆษณาไว้ก่อนเริ่มไลฟ์

ยิงแอดไลฟ์สด Facebook ทำได้ 3 ทาง คือกด Boost post จากเพจ สร้างโฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสดใน Meta Ads Manager หรือสร้างจาก Live Producer และทำได้ทั้งระหว่างที่กำลังไลฟ์และหลังไลฟ์จบ ถ้าต้องการให้โฆษณาเริ่มส่งตั้งแต่นาทีแรกของไลฟ์ Meta แนะนำให้ตั้งเวลาโฆษณาล่วงหน้าใน Ads Manager อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเริ่มไลฟ์

บทความนี้อธิบายขั้นตอนของแต่ละวิธีตามที่ Meta Business Help Center เขียนไว้ การเลือกวัตถุประสงค์แคมเปญ ตำแหน่งที่โฆษณาจะแสดงก่อนและหลังไลฟ์จบ ข้อควรระวังเรื่องนโยบายโฆษณาสำหรับไลฟ์ขายของ ตัวเลขที่ควรดูหลังไลฟ์ และความต่างจากการยิงแอดไลฟ์บน TikTok ชื่อเมนูใน Ads Manager เปลี่ยนบ่อยและอาจแสดงต่างกันในแต่ละบัญชี ให้ใช้คำอธิบายในบทความนี้เป็นแนวทาง แล้วเทียบกับหน้าจอจริงของคุณ

ยิงแอดไลฟ์สด Facebook ทำได้กี่วิธี

Meta เรียกฟีเจอร์นี้ว่า live video ads หรือโฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสด หลักการคือเอาโพสต์ไลฟ์ของเพจไปเป็นครีเอทีฟของโฆษณาเลย ไม่ต้องตัดต่อวิดีโอใหม่ คนที่เห็นโฆษณาจะเห็นไลฟ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงพร้อมไอคอน Live บนจอ และโฆษณาประเภทนี้วิ่งได้นานกว่าโฆษณาวิดีโอทั่วไปเพราะความยาวเท่ากับไลฟ์ ส่วนวิธีสร้างมีให้เลือกดังนี้

วิธีที่ 1: กด Boost post จากเพจ

เป็นวิธีที่เร็วที่สุด เข้าไปที่เพจ หาโพสต์ไลฟ์ที่ต้องการ แล้วกด Boost post ระบบจะตั้งเป้าหมายเป็น Automatic ไว้ก่อน ซึ่งหมายถึงให้ระบบเลือกเป้าหมายเอง ถ้าต้องการกำหนดเองให้กด Change แล้วเลือกจากตัวเลือกที่ Meta ระบุไว้ ได้แก่ Get more messages สำหรับให้คนทักแชตผ่าน Facebook, WhatsApp หรือ Instagram, Get more engagement สำหรับยอดรีแอคชัน คอมเมนต์ และแชร์, Get more purchases through messaging สำหรับคนที่มีแนวโน้มซื้อผ่านแชต และ Get more video views สำหรับยอดชมวิดีโอ

หลังจากนั้นเลือกปุ่ม call-to-action กรอกกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา งบรวม และตำแหน่งโฆษณา เปิด Meta Pixel ได้ถ้ามี เลือกวิธีชำระเงิน แล้วกด Publish ข้อจำกัดสำคัญของวิธีนี้คือข้อความโฆษณาดึงมาจากข้อมูลที่กรอกตอนเริ่มไลฟ์ ถ้าอยากแก้ต้องแก้ที่ตัวโพสต์ก่อนกด Boost และถ้าต้องการใช้วัตถุประสงค์แคมเปญแบบเต็ม Meta ระบุว่าต้องไปสร้างใน Ads Manager แทน

วิธีที่ 2: สร้างใน Meta Ads Manager ระหว่างไลฟ์หรือหลังไลฟ์จบ

ขั้นตอนตามหน้าช่วยเหลือของ Meta คือ เข้า Ads Manager กด + Create เลือกวัตถุประสงค์ แล้วเลือกการตั้งค่าแคมเปญแบบ manual บางวัตถุประสงค์อาจมีข้อความแจ้งว่าเริ่มจากแคมเปญ Advantage+ แล้ว ให้กด OK ผ่านไปได้ จากนั้นเลือก Ad set budget แล้วไปที่ระดับชุดโฆษณา เปิดสวิตช์ Live video ad เลือก Conversion location และ Performance goal ที่ต้องการ

ในส่วน Budget and schedule ให้ตั้งงบแบบ lifetime budget แล้วเลือก Current live video ตั้งเวลาเริ่มและจบของโฆษณาให้ตรงกับเวลาไลฟ์มากที่สุด เลือกกลุ่มเป้าหมายใน Audience controls ซึ่ง Meta แนะนำให้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ และแนะนำให้ใช้ Advantage+ placements

ที่ระดับโฆษณา เลือกเพจที่ใช้ไลฟ์ในส่วน Identity เลือก Use existing post ในส่วน Ad setup แล้วกด Select post เพื่อเลือกโพสต์ไลฟ์ ถ้าหาโพสต์ไม่เจอ ให้รีเฟรชเพจ หรือกรอก post ID จาก URL ของโพสต์ไลฟ์ เพิ่มปุ่ม call-to-action แล้วกรอกส่วนที่เกี่ยวข้องกับ conversion location เช่น URL เว็บไซต์ หรือเทมเพลตแชตใน Chat builder เมื่อกด Publish และโฆษณาผ่านการตรวจ Meta ระบุว่าอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีกว่าวิดีโอจะเริ่มแสดงต่อกลุ่มเป้าหมาย

วิธีที่ 3: สร้างจาก Live Producer

Live Producer คือเครื่องมือไลฟ์ของ Facebook บนคอมพิวเตอร์ Meta ระบุว่าสร้างโฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสดได้จากที่นี่ด้วย และเป็นขั้นตอนที่สองของการตั้งโฆษณาล่วงหน้า ซึ่งอธิบายในหัวข้อถัดไป

มีข้อควรรู้หนึ่งข้อที่ใช้กับทุกวิธี Meta เขียนไว้ว่าการสร้างโฆษณาระหว่างที่ไลฟ์กำลังออกอากาศยังไม่เปิดให้ผู้ลงโฆษณาทุกราย ถ้าบัญชีของคุณไม่มีตัวเลือกนี้ ยังสร้างโฆษณาจากไลฟ์ได้หลังไลฟ์จบ และการสร้างโฆษณาหลังไลฟ์จบไม่มีเงื่อนไขคุณสมบัติของเพจ ใครก็ใช้ได้เมื่อไลฟ์จบแล้ว

ต้องเลือกวัตถุประสงค์แคมเปญอะไร

สำหรับการสร้างระหว่างไลฟ์หรือหลังไลฟ์จบ Meta ระบุว่าเลือกวัตถุประสงค์ใดก็ได้ ส่วนการตั้งเวลาล่วงหน้า วัตถุประสงค์ที่รองรับคือ Awareness, Engagement, Traffic, Sales และ App promotion ตัวเลือก conversion location และ performance goal ที่เห็นจะขึ้นกับวัตถุประสงค์ที่เลือก

การเลือกที่เหมาะสมขึ้นกับว่าไลฟ์นั้นปิดการขายที่ไหน ถ้าลูกค้าสั่งซื้อด้วยการทักแชตหรือพิมพ์ CF ในคอมเมนต์ วัตถุประสงค์ Engagement ที่ตั้ง conversion location เป็น message destinations จะพาคนไปที่แชตโดยตรง ถ้าไลฟ์พาคนไปซื้อบนเว็บไซต์ที่ติด Meta Pixel ไว้แล้ว วัตถุประสงค์ Sales ที่ใช้เว็บไซต์เป็นปลายทางจะให้ระบบหาคนที่มีแนวโน้มซื้อ ถ้าเป้าหมายคือให้คนรู้จักแบรนด์หรือเพิ่มคนดู Awareness หรือ Engagement ที่ตั้ง performance goal ด้านการรับชมจะตรงกว่า

หลักง่ายๆ คือให้ระบบปรับหาสิ่งที่คุณนับเป็นผลลัพธ์จริง ถ้าคุณวัดความสำเร็จของไลฟ์จากยอดสั่งซื้อในแชต แต่ตั้งแคมเปญหายอดวิว ระบบจะหาคนที่ชอบดูวิดีโอ ซึ่งอาจไม่ใช่คนที่ทักมาซื้อ

ตั้งโฆษณาก่อนเริ่มไลฟ์ได้ไหม

ได้ และ Meta แนะนำให้ทำ เพราะช่วยลดเวลาที่ต้องรอกว่าโฆษณาจะได้ impression แรก ถ้าสร้างโฆษณาหลังไลฟ์เริ่มแล้ว โฆษณาต้องผ่านการตรวจก่อน ซึ่งอาจกินเวลาส่วนต้นของไลฟ์ไป การตั้งล่วงหน้าทำให้โฆษณาพร้อมตั้งแต่ไลฟ์เริ่ม

เงื่อนไขตามหน้าช่วยเหลือของ Meta มีดังนี้ ต้องตั้งอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเริ่มไลฟ์ตามเวลาท้องถิ่น และไม่ควรตั้งล่วงหน้านานเกิน 1-2 สัปดาห์ เพจต้องมีสิทธิ์ใช้โฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสด และผู้ตั้งต้องมีสิทธิ์ Ads access ของเพจ

ขั้นตอนใน Ads Manager คล้ายกับการสร้างระหว่างไลฟ์ ต่างกันที่ในส่วน Budget and schedule ให้เลือก Upcoming live video แทน Current live video แล้วตั้งเวลาเริ่มและจบให้ตรงกับไลฟ์ ในส่วน Ad creative กรอกชื่อและคำอธิบายวิดีโอได้เลย เมื่อกด Publish โฆษณาจะเข้าสู่การตรวจ Meta ยังระบุว่าสร้างโฆษณาตั้งเวลาหลายตัวให้ไลฟ์เดียวได้ ตราบที่เวลาเริ่มของโฆษณาอยู่ในช่วงเวลาของไลฟ์

หลังทำส่วน Ads Manager เสร็จ ต้องไปทำต่อใน Live Producer บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือ เพื่อผูกไลฟ์เข้ากับโฆษณาที่ตั้งไว้ ข้อจำกัดที่ Meta เขียนไว้คือโฆษณาไลฟ์แบบตั้งเวลาใช้ไม่ได้กับ Facebook live events และใช้ไม่ได้กับไลฟ์ที่ตั้งเวลาไว้ใน Live Producer ถ้าคุณใช้สองอย่างนี้อยู่ ต้องเปลี่ยนวิธี มิฉะนั้นการผูกโฆษณาจะไม่ทำงาน

มีอีกข้อที่มักทำให้งง Meta ระบุว่าการสร้างโฆษณาไลฟ์จากหน้าเพจทำได้หลังการออกอากาศเริ่มแล้ว ถ้าอยากเตรียมโฆษณาไว้ก่อน ให้ตั้งเวลาโฆษณาใน Ads Manager ตามขั้นตอนข้างต้น หรือถ้าบัญชีมีสิทธิ์ ให้ใช้ Boost live video ใน Live Producer บนมือถือก่อนเริ่มไลฟ์ ซึ่ง Meta ระบุว่าอาจใช้เวลา 30-45 นาทีกว่าโฆษณาจะเริ่มแสดง

หลังจบไลฟ์ โฆษณาเป็นอะไร

เมื่อไลฟ์จบ โพสต์ไลฟ์จะกลายเป็นวิดีโอที่บันทึกไว้ และโฆษณาที่สร้างหลังจากนั้นเป็นโฆษณาวิดีโอตามปกติที่ใช้คลิปไลฟ์ย้อนหลัง ข้อแตกต่างที่สำคัญคือตำแหน่งแสดงผล Meta ระบุว่าโฆษณาที่สร้างระหว่างไลฟ์จะแสดงเฉพาะใน Facebook Feed และ Facebook Reels เท่านั้น ส่วนหลังไลฟ์จบ โฆษณาแสดงได้ในทุกตำแหน่งโฆษณา ยกเว้นข้อจำกัดของ in-stream video ที่ใช้ได้เฉพาะวิดีโอความยาว 5-15 วินาที Meta ยังระบุว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ตำแหน่ง Facebook Feed จะรวมแท็บ Friends ด้วย

ข้อความโฆษณาของไลฟ์ย้อนหลังที่สร้างใน Ads Manager จะดึงมาจากข้อมูลที่กรอกใน Live Producer ตอนเริ่มไลฟ์ และแก้ใน Ads Manager ไม่ได้ ถ้าเลือกปุ่ม Send message หลังไลฟ์จบ ต้องกรอกเทมเพลตข้อความด้วย

ในทางปฏิบัติ ไลฟ์ขายของมักยาวเป็นชั่วโมง คนที่เห็นโฆษณาไลฟ์ย้อนหลังจะเข้ามากลางคลิปและอาจไม่รู้ว่าโปรโมชันยังใช้ได้หรือไม่ ถ้าโปรในไลฟ์หมดแล้ว การยิงโฆษณาคลิปย้อนหลังที่ยังพูดถึงราคาไลฟ์อาจทำให้ลูกค้าสับสน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือตัดช่วงที่ดีที่สุดของไลฟ์เป็นวิดีโอสั้นใหม่ แล้วใช้เป็นโฆษณาวิดีโอปกติที่ข้อความตรงกับโปรปัจจุบัน

ไลฟ์ขายของแบบไหนผิดนโยบายโฆษณา

โฆษณาไลฟ์ต้องผ่านการตรวจตาม Advertising Standards ของ Meta เหมือนโฆษณาทุกตัว จุดที่ต่างคือครีเอทีฟเป็นไลฟ์ที่เกิดขึ้นสด คำพูดและสินค้าที่โชว์ในไลฟ์คือเนื้อหาโฆษณาโดยตรง ไม่มีโอกาสตัดต่อก่อน สิ่งที่พูดหลุดปากในนาทีที่ 40 ก็เป็นส่วนหนึ่งของโฆษณาเหมือนกัน

หมวดที่ควรระวังเป็นพิเศษในไลฟ์ขายของ ได้แก่ สินค้าในหมวด restricted goods and services ของ Meta เช่น แอลกอฮอล์ ยาสูบและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อาวุธ ยาและเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และผลิตภัณฑ์การเงิน เนื้อหาที่อาจหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิด เช่น การรับประกันผลลัพธ์ที่พิสูจน์ไม่ได้ เนื้อหาที่ทำให้คนรู้สึกแย่กับตัวเองเพื่อขายสินค้าลดน้ำหนักหรือสุขภาพ และการพูดที่ยืนยันหรือบอกเป็นนัยถึงลักษณะส่วนตัวของผู้ชม เช่น ทักว่าคนดูมีปัญหาสุขภาพหรือมีปัญหาการเงิน ซึ่ง Meta จัดไว้ในนโยบาย Privacy Violations and Personal Attributes นอกจากนี้ยังมีกฎหมายไทยที่ใช้กับการโฆษณาอาหาร ยา เครื่องสำอาง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งแยกจากนโยบายของ Meta และต้องตรวจสอบเองตามประเภทสินค้า

รายการหมวดและรายละเอียดของนโยบายเปลี่ยนได้ ก่อนยิงแอดไลฟ์ควรเปิดอ่าน Advertising Standards ฉบับปัจจุบันในหมวดที่ตรงกับสินค้าของคุณ และให้คนที่ไลฟ์รู้ล่วงหน้าว่าคำไหนห้ามพูด วิธีที่ใช้ได้จริงคือเขียนสคริปต์ช่วงขายสินค้าที่มีความเสี่ยงไว้ก่อน แล้วให้ผู้ไลฟ์ยึดตามสคริปต์ในช่วงนั้น

วัดผลไลฟ์ที่ยิงแอดดูตัวเลขไหน

ตัวเลขที่ควรดูขึ้นกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแคมเปญ ใน Ads Manager คอลัมน์พื้นฐานที่ใช้ได้กับทุกแคมเปญคือ Reach (จำนวนคนที่เห็น), Impressions (จำนวนครั้งที่แสดง), Results (ผลลัพธ์ตาม performance goal) และ Cost per result ส่วนตัวชี้วัดด้านวิดีโอ เช่นจำนวนการเล่นวิดีโอ ดูได้จากชุดคอลัมน์ด้านวิดีโอ

สำหรับไลฟ์ขายของที่ปิดการขายในแชต ตัวเลขที่บอกผลจริงคือจำนวนบทสนทนาที่เริ่มจากโฆษณา และจำนวนออเดอร์ที่ปิดได้จากบทสนทนาเหล่านั้น ตัวเลขหลังนี้ Ads Manager ไม่รู้เอง ต้องนับจากระบบหลังบ้านหรือจากแอดมินที่ตอบแชต สำหรับไลฟ์ที่ขายบนเว็บไซต์ ให้ดู Purchases และมูลค่าการซื้อที่ Pixel หรือ Conversions API ส่งกลับมา

ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด: ถ้าไลฟ์หนึ่งใช้งบโฆษณา 2,000 บาท ได้บทสนทนาจากโฆษณา 80 ครั้ง และปิดออเดอร์ได้ 20 ออเดอร์ ต้นทุนต่อบทสนทนาคือ 25 บาท และต้นทุนต่อออเดอร์คือ 100 บาท ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของตลาด สิ่งที่ควรทำคือเก็บตัวเลขแบบเดียวกันจากทุกไลฟ์ แล้วเทียบกับกำไรต่อออเดอร์ของคุณเอง

อีกเรื่องที่ควรแยกให้ออกคือยอดคนดูจากโฆษณากับยอดคนดูทั้งหมดของไลฟ์ สถิติในหน้าไลฟ์ของเพจรวมคนดูจากผู้ติดตาม การแจ้งเตือน และการแชร์ไว้ด้วย ถ้าเอายอดรวมไปเทียบกับงบโฆษณา จะประเมินผลของโฆษณาสูงเกินจริง

ต่างจากยิงแอดไลฟ์ TikTok อย่างไร

ทั้งสองแพลตฟอร์มให้ซื้อโฆษณาเพื่อพาคนเข้าไลฟ์ได้ แต่ระบบหลังบ้านต่างกันมาก ฝั่ง Facebook ใช้ Ads Manager ของ Meta เครื่องมือเดียวกับโฆษณา Facebook และ Instagram อื่นๆ ใช้ Pixel ตัวเดียวกัน และต่อกับแชต Messenger หรือ WhatsApp ได้ ทำให้เหมาะกับร้านที่ปิดการขายผ่านแชตอยู่แล้ว ฝั่ง TikTok ใช้ TikTok Ads Manager และเครื่องมือโปรโมตของ TikTok เอง ซึ่งมีเมนู เงื่อนไข และวัตถุประสงค์ของตัวเอง การตั้งค่าข้ามกันไม่ได้

ความต่างอีกด้านคือพฤติกรรมของคนดู บน Facebook โฆษณาไลฟ์ระหว่างออกอากาศแสดงใน Feed และ Reels คนจะเจอไลฟ์ปนกับโพสต์จากเพื่อนและเพจที่ติดตาม ส่วนบน TikTok ไลฟ์อยู่ในฟีดวิดีโอสั้นที่คนเลื่อนผ่านเร็ว ช่วงต้นของไลฟ์ทั้งสองแพลตฟอร์มจึงต้องบอกให้ชัดว่ากำลังขายอะไรและราคาเท่าไร เพราะคนที่เข้ามาจากโฆษณาส่วนใหญ่ไม่ได้ดูตั้งแต่ต้น สำหรับรายละเอียดเงื่อนไขโฆษณาไลฟ์ของ TikTok ให้ตรวจจากศูนย์ช่วยเหลือของ TikTok โดยตรง เพราะเปลี่ยนแปลงตามรอบอัปเดตของแพลตฟอร์ม

สรุปเทียบวิธียิงแอดไลฟ์สด Facebook

สรุปเทียบวิธียิงแอดไลฟ์สด Facebook
วิธีทำได้เมื่อไรข้อจำกัดที่ Meta ระบุ
Boost post จากเพจระหว่างไลฟ์หรือหลังไลฟ์จบเลือกได้แค่เป้าหมายแบบ Boost ถ้าต้องการวัตถุประสงค์แคมเปญต้องใช้ Ads Manager
Ads Manager แบบ Current live videoระหว่างไลฟ์หรือหลังไลฟ์จบการสร้างระหว่างไลฟ์ยังไม่เปิดให้ทุกบัญชี ระหว่างไลฟ์แสดงเฉพาะ Facebook Feed และ Reels
Ads Manager แบบ Upcoming live videoก่อนไลฟ์อย่างน้อย 3 ชั่วโมงต้องมี Ads access ของเพจ ใช้ไม่ได้กับ live events และไลฟ์ที่ตั้งเวลาใน Live Producer
โฆษณาจากไลฟ์ย้อนหลังหลังไลฟ์จบไม่มีเงื่อนไขคุณสมบัติ แสดงได้ทุกตำแหน่ง แต่ in-stream ใช้ได้กับวิดีโอ 5-15 วินาทีเท่านั้น

ยิงแอดไลฟ์ในตลาดไทย: สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่ม

ร้านค้าไทยจำนวนมากปิดการขายไลฟ์ด้วยการให้ลูกค้าพิมพ์ CF หรือรหัสสินค้าในคอมเมนต์ แล้วแอดมินทักกลับในแชต ถ้าจะยิงแอดไลฟ์สด facebook ให้รูปแบบนี้ ทีมแอดมินต้องรับปริมาณคอมเมนต์และแชตที่เพิ่มขึ้นได้ทันในระหว่างไลฟ์ เพราะโฆษณาพาคนใหม่ที่ยังไม่รู้วิธีสั่งเข้ามา ควรปักหมุดคอมเมนต์วิธีสั่งซื้อไว้ และให้ผู้ไลฟ์ทวนวิธีสั่งเป็นระยะ

เรื่องเวลา ให้ดูจาก Page insights ว่าผู้ติดตามของคุณออนไลน์ช่วงไหน แล้วตั้งเวลาไลฟ์กับเวลาโฆษณาให้ตรงกัน อย่าลืมว่าการตั้งโฆษณาล่วงหน้าต้องเผื่ออย่างน้อย 3 ชั่วโมง ถ้าไลฟ์สองทุ่ม ต้องตั้งโฆษณาให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็น ส่วนการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย Meta แนะนำให้กว้างไว้ก่อน การจำกัดเฉพาะจังหวัดทำได้ถ้าคุณส่งสินค้าได้แค่บางพื้นที่ แต่การบีบความสนใจให้แคบมากจะทำให้ระบบหาคนได้ยากขึ้นในเวลาสั้นๆ ของไลฟ์

ถ้าไลฟ์ของคุณเป็นงานขายประจำ เช่นไลฟ์ทุกสัปดาห์ งานเบื้องหลังที่ช่วยได้มากคือการเก็บข้อมูลคนที่ดูหรือทักแชตจากไลฟ์ก่อนๆ แล้วใช้เป็นกลุ่มรีทาร์เก็ตสำหรับไลฟ์ครั้งต่อไป การวางระบบนี้ทำร่วมกับการวางแคมเปญ โฆษณา Facebook ทั้งบัญชี และเชื่อมกับงาน ไลฟ์คอมเมิร์ซ ที่ดูแลตั้งแต่สคริปต์ไลฟ์ไปจนถึงการปิดออเดอร์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องยิงแอดไลฟ์ Facebook

ยิงแอดไลฟ์ระหว่างไลฟ์ไม่ได้ ไม่มีตัวเลือกขึ้น ทำอย่างไร

Meta ระบุว่าการสร้างโฆษณาระหว่างไลฟ์ยังไม่เปิดให้ผู้ลงโฆษณาทุกราย ถ้าไม่มีตัวเลือก ให้สร้างโฆษณาจากไลฟ์ย้อนหลังหลังไลฟ์จบแทน ซึ่งไม่มีเงื่อนไขคุณสมบัติ หรือลองตั้งโฆษณาแบบ Upcoming live video ล่วงหน้า ถ้าเพจมีสิทธิ์ใช้โฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสด

ต้องตั้งโฆษณาไลฟ์ล่วงหน้านานแค่ไหน

อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเริ่มไลฟ์ตามเวลาท้องถิ่น และ Meta แนะนำว่าไม่ควรเกิน 1-2 สัปดาห์ หลังตั้งใน Ads Manager แล้วต้องไปผูกไลฟ์ใน Live Producer ด้วย

โฆษณาไลฟ์แสดงที่ไหนบ้าง

ระหว่างไลฟ์ โฆษณาแสดงเฉพาะใน Facebook Feed และ Facebook Reels หลังไลฟ์จบ โฆษณาจากไลฟ์ย้อนหลังแสดงได้ทุกตำแหน่ง แต่ตำแหน่ง in-stream video ใช้ได้เฉพาะวิดีโอความยาว 5-15 วินาที

แก้ข้อความโฆษณาไลฟ์ได้ไหม

แก้ใน Ads Manager ไม่ได้ เพราะข้อความดึงมาจากข้อมูลที่กรอกตอนเริ่มไลฟ์ ถ้ากด Boost จากเพจ ให้แก้ที่ตัวโพสต์ก่อนกด Boost post ส่วนโฆษณาแบบตั้งเวลาล่วงหน้า กรอกชื่อและคำอธิบายวิดีโอได้ในส่วน Ad creative ตอนสร้าง

โฆษณาไลฟ์ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มแสดง

Meta ระบุว่าหลังโฆษณาผ่านการตรวจ อาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีกว่าวิดีโอจะแสดงต่อกลุ่มเป้าหมาย นี่คือเหตุผลที่ Meta แนะนำให้ตั้งโฆษณาล่วงหน้าแทนการสร้างหลังไลฟ์เริ่ม

ถ้าอยากให้ไลฟ์ครั้งต่อไปมีโฆษณาพร้อมตั้งแต่นาทีแรก และวัดผลได้ถึงระดับออเดอร์ ทีม Relevant Social Ads ช่วยวางแคมเปญโฆษณาไลฟ์ ตั้งค่าการวัดผล และเชื่อมกับแคมเปญ Facebook ที่คุณมีอยู่ได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น