7 ทิปส์ เขียนคอนเทนต์อย่างไรให้ตอบโจทย์ Mobile-Friendly

RA CONTENT JUN 8 C3 Blog Size [1200x628px] (4)

นักการตลาดทั้งมือใหม่และมือเก๋าหลายคนคงได้อ่านหรือได้ฟังบทความ รวมไปถึงบทวิเคราะห์ต่างๆ ของผู้เชี่ยวชาญที่พยายามอธิบายเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์ในปัจจุบันที่ต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานอุปกรณ์มือถือให้มากที่สุด นักการตลาดมือใหม่หลายคนอาจตั้งคำถามในใจว่าเป็นเรื่องจำเป็นมากน้อยแค่ไหนกับการที่ต้องลงทุนลงแรงกับการปรับปรุงรูปแบบคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานบนมือถือ? สำหรับคำตอบในเรื่องนี้ให้ลองถามตัวเองดูว่าคุณสามารถอดใจไม่จับโทรศัพท์มือถือได้นานแค่ไหน? 1 วัน 2 วัน หรือ 2 ชั่วโมง? คำตอบคือแค่ครึ่งชั่วโมงหลายคนก็คงทนไม่ได้กันแล้วใช่ไหม

เพื่อมอบประสบการณ์ในอุดมคติให้กับผู้อ่าน นักการตลาดควรให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของคอนเทนต์ที่ต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานบนมือถือให้มากที่สุด ฉะนั้นในบทความนี้จะมาสรุป 7 เคล็ดลับสำหรับการพัฒนาเนื้อหาคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์มือถือ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้ารวมไปถึงสร้างยอดขายให้มากขึ้น

1.เริ่มต้นด้วย Introduction ที่ดี

แน่นอนว่าโทรศัพท์มือถือนั้นมีสัดส่วนหน้าจอที่เล็กกว่าเดสก์ท็อป (Desktop) หรือจอคอมพิวเตอร์ ทำให้การสื่อสารผ่านตัวอักษรส่วนใหญ่ถูกจำกัดให้ผู้ใช้งานต้องเลื่อนขึ้นหรือเลื่อนลงหากต้องการอ่านคอนเทนต์นั้นให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ด้วยพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีความต้องการที่เร่งรีบมากขึ้น ในกรณีส่วนใหญ่ ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือส่วนมากจะใช้เวลาในการอ่านเนื้อหาไม่เกินสองถึงสามย่อหน้าเท่านั้น เว้นแต่ว่าเนื้อหามีความน่าสนใจจริงถึงจะเลื่อนลงเพื่ออ่านเนื้อหาอื่นๆ เพิ่มเติม

ข้อแนะนำคือในการเริ่มต้นเขียนเนื้อหาคอนเทนต์ใดๆ ก็ตาม ควรเริ่มจากการเขียน Introduction หรือ ”ย่อหน้าแรก” ให้ดี โดยนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดเพื่อดึงดูดผู้อ่าน พูดง่ายๆ ว่าพยายามหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ไม่มีความจำเป็นให้มากที่สุดและเข้าถึงประเด็นหลักของเนื้อหาอย่างรวดเร็ว

2. แบ่งเนื้อหาออกเป็นย่อหน้าสั้นๆ

เดิมทีก็เป็นเรื่องยากที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อ่านด้วยการมีย่อหน้ายาวๆ บนเดสก์ท็อปอยู่แล้ว สิ่งนี้กลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ในโทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอเล็กกว่าเท่าตัว ยิ่งลดความจำเป็นในการที่ต้องให้ผู้อ่านเลื่อนดูเนื้อหาเพิ่มเติมได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ผู้อ่านสามารถอยู่บนหน้าบทความได้นานมากขึ้นเท่านั้น 

Jon Ziomek นักเขียนและอาจารย์ประจำที่ Northwestern University แนะนำแนวทางที่เรียกว่า “1–2-3-4-5 Approach” คือ ใน 1 ย่อหน้าต้องมี 1 ไอเดีย ยาว 2-3 บรรทัด และห้ามยาวเกิน 4-5 บรรทัด โดย Ziomek ตั้งข้อสังเกตว่าหากใน 1 ย่อหน้าเนื้อหามีความยาวเกิน 6 บรรทัด อาจจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเนื้อหามีความยาวและซับซ้อนจนเกินไป 

3. รู้จักพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของผู้คน

คนทั่วโลกใช้อินเทอร์เน็ต (รวมทุกอุปกรณ์) โดยเฉลี่ย 6.54 ชั่วโมงต่อวัน เป็นแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ ปี ยิ่งคนอยู่บนโลกออนไลน์มากเท่าไหร่ พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น ในขณะที่มีวิถีชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ สิ่งที่ตามมาคือวัฒนธรรมการบริโภคคอนเทนต์ที่เปลี่ยนไปมากขึ้น 

ต่อไปนี้จะเป็นการรวบรวมรูปแบบพฤติกรรมของผู้บริโภคคอนเทนต์ต่างๆ จากงานวิจัยที่น่าเชื่อถือได้ ดังนี้

  • Bypassing Pattern เป็นรูปแบบที่อธิบายถึงพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ที่นิยมข้ามคำแรกหากข้อความบรรทัดแรกๆ ขึ้นต้นด้วยคำซ้ำหรือมีคำเดียวกันเยอะจนเกินไป
  • Commitment Pattern เป็นรูปแบบพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์แบบอ่านทุกคำ ทุกตัวอักษร
  • Layer-Cake Pattern เป็นรูปแบบพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ที่นิยมการสแกนเฉพาะหัวเรื่อง ทั้งหัวเรื่องหลักและรองโดยข้ามเนื้อหาปกติทั้งหมด
  • Marking Pattern เป็นรูปแบบพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ที่เน้นไปที่ใดที่หนึ่ง ถือเป็นรูปแบบพื้นฐานสำหรับการใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ
  • Spotted Pattern เป็นรูปแบบพฤติกรรมที่นิยมข้ามชุดข้อความและมองหาบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงเช่น รูปภาพ วิดีโอ CTA หรืออื่นๆ

4. เริ่มต้นด้วยบทสรุปเนื้อหา

อย่างที่บอกว่าด้วยข้อจำกัดในการแสดงผลของอุปกรณ์มือถือ ทำให้อาจจะเป็นเรื่องที่ดีถ้าหากบทความจะเริ่มต้นด้วยการบอกข้อสรุปสาระสำคัญของบทความนั้นๆ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ทันที

โดยการเขียนสรุปในส่วนแรกของเนื้อหา หมายความว่าเมื่อผู้อ่านเข้ามาจะพบกับสาระสำคัญของคอนเทนต์อยู่ด้านบนสุดและไม่ต้องเสียเวลาในการเลื่อนลงเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อ่านที่มีพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์แบบเร่งรีบได้  

5. ใช้รูปและวิดีโอประกอบบทความ

การมีภาพหรือวิดีโอประกอบบทความในเว็บไซต์หรือสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหาให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่าในเชิงศิลปะการสื่อสารก็จะช่วยให้ผู้รับชมเนื้อหารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือระบุตรงกันว่าการใช้ภาพหรือวิดีโอจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหามากขึ้นแม้ว่าจะไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมดก็ตาม นอกจากนี้การใช้ภาพหรือวิดีโอยังมีส่วนช่วยสำหรับการทำ SEO อีกด้วย พูดง่ายๆ ว่า การใส่ภาพประกอบจะทำให้บทความนั้นมีโอกาสได้รับการทำ Indexing โดย Search Engine ทำให้บทความมีโอกาสถูกผู้คนค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

6. ตั้งชื่อหัวข้อให้สั้นเข้าไว้

แม้ว่าไม่นานมานี้กูเกิลได้อัปเดตให้ความยาวสูงสุดของชื่อหัวเรื่องบทความบนมือถือสามารถใช้ตัวอักษรได้สูงสุดถึง 78 ตัวอักษร และสามารถแสดงผล 2 บรรทัดได้แล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญ SEO หลายคนก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าชื่อหัวข้อควรสั้นและกระชับให้ได้มากที่สุด และไม่ควรมีความยาวเกิน 1 บรรทัด ยิ่งชื่อหัวข้อสั้นและกระชับมากเท่าไหร่ ผู้อ่านก็จะยิ่งเข้าใจเนื้อหาโดยรวมได้ง่ายมากขึ้นและอยากเข้ามาอ่านมากเท่านั้น 

7. พรีวิวก่อนโพสต์

หนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการพรีวิวบทความก่อนเริ่มการเผยแพร่ แม้ว่าจะดูเป็นขั้นตอนที่ไม่หลายคนมักจะละเลยแถมยังดูเป็นการเพิ่มความยุ่งยากให้กับการทำงาน แต่การพรีวิวเนื้อหาเพื่อให้ข้อมูลแสดงได้อย่างถูกต้องจะช่วยป้องกันข้อผิดพลาดต่างๆ และช่วยให้บทความมีความน่าเชื่อถือต่อผู้อ่านมากขึ้นด้วย

สำหรับข้อแนะนำคือลองดูว่าเนื้อหาจะแสดงผลอย่างไรในมุมมองของผู้อ่านบนอุปกรณ์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น

  • ตรวจสอบการแบ่งสัดส่วนย่อหน้า
  • เพิ่มเติมหัวข้อย่อย
  • ยังมีพื้นที่เหลือพอที่จะใส่ภาพประกอบหรือไม่

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า