6 วิธีป้องกันปัญหาทั่วไปสำหรับการโฆษณาบน Facebook เวอร์ชันสมบูรณ์

RA CONTENT MAY 31 C2 Blog Size [1200x628px] (4)

มีข้อมูลการสำรวจสถิติที่น่าเชื่อถือแห่งได้รายระบุตรงกันว่า Facebook เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่สามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้มากถึง 2.93 พันล้านคนต่อเดือน ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 ทำให้ Facebook กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มี Active User ต่อเดือนมากที่สุดทั่วโลก 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Facebook จะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักการตลาดหรือแบรนด์ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าจะย้ายก้นตัวเองมาลงทุนงบประมาณมหาศาลเพื่อให้แคมเปญโฆษณาของคุณเข้าถึงผู้คนนับล้าน เพราะนั่นอาจจะกลายเป็นเรื่องเกินตัวและเกินงบประมาณไปแบบไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมา นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้นเพราะในบทความนี้จะนำ 6 สิ่งที่เป็นปัญหาทั่วไปที่นักการตลาดและแบรนด์หลายรายพบเจอกันแบบรายวัน รวมไปถึงวิธีหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้น พร้อมกับเคล็ดลับที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกลยุทธ์การทำแคมเปญโฆษณาบน Facebook ที่รับรองว่าอ่านจบแล้วสามารถไปรันแคมเปญโฆษณา Facebook ได้แบบมั่นใจไร้ความกังวลแน่นอน

1. สลัดความคิดที่ไม่ดีออก (Facebook Ads ไม่เหมาะกับบริษัทของฉัน)

มีหลายเหตุผลที่แบรนด์ตัดสินใจไม่เลือก Facebook เป็นช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่หลายคนมักจะคิดกันว่า Facebook ไม่มีเครื่องมีที่ดีพอในการจัดการแคมเปญโฆษณาหรือมีความซับซ้อนมากเกินไป รวมไปถึงมีความเชื่อที่ว่าการทำแคมเปญโฆษณาบน Facebook นั้นมีราคาที่แพงเกินจริง 

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว การทำการตลาดออนไลน์ในช่องทางอื่นๆ ก็มีข้อเสียที่คล้ายๆ กันทั้งนั้น เชื่อเถอะว่าไม่ว่าจะใช้ช่องทางไหนในการทำแคมเปญโฆษณาถ้ามีการวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและรอบคอบมากพอ ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน

หากแบรนด์กำลังพิจารณาการสร้างแคมเปญโฆษณาบน Facebook สิ่งแรกที่ควรทำ คือ เริ่มต้นตรวจสอบงบประมาณสำหรับการทำโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณางบประมาณรายวันหรือระยะยาว รวมถึงใช้เวลาทำความเข้าใจความเป็นไปได้ของแต่ละแคมเปญ ด้วยศักยภาพของ Facebook เชื่อได้เลยว่าจะช่วยให้ธุรกิจทุกรูปแบบและทุกขนาด สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงตามเป้าหมายอย่างที่ต้องการ นอกจากนี้โฆษณาบน Facebook ยังมีฟีเจอร์มากมายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งาน “ทุกระดับ” สามารถจัดการและปรับแต่งโฆษณาได้เองตามความต้องการ บอกได้เลยว่า Facebook รวมทุกสรรพสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักการตลาดมาไว้ให้หมดแล้ว เพียงแค่ต้องใช้เวลาในการศึกษาและทำความเข้าใจสักเล็กน้อยเพื่อติดปีกให้กับเครื่องมือทำโฆษณาบน Facebook นี้ 

2. ตั้งวัตถุประสงค์ของแคมเปญ (Objective) ไม่ถูกต้อง

จุดเริ่มต้นของทุกกลยุทธ์การตลาดคือการกำหนดวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับความต้องการ จากนั้นก็นั่งรอดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปตามสิ่งที่คิดเอาไว้หรือไม่ สำหรับการสร้างแคมเปญโฆษณาบน Facebook นั้นก็เป็นเรื่องเดียวกัน โดย Facebook จะแบ่งวัตถุประสงค์เหล่านี้ออกได้เป็นสามหมวด คือ

  • หมวดการรับรู้ (Brand Awareness) – หากเป้าหมายของแบรนด์คือการสร้างการรับรู้ให้เพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่แคมเปญโฆษณาจะต้องทำนั่นคือการสร้างความน่าสนใจของสินค้าหรือบริการให้มากพอที่จะดึงดูดผู้ชมให้มีความรู้สึกตื่นเต้นหรือมีความสนใจ แล้วอะไรคือสิ่งที่จะทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว? สินค้าหรือบริการจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของผู้ใช้งานได้อย่างไร? หากหาคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่แบรนด์จะสามารถเชื่อมต่อกับผู้ที่พบเห็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีได้
  • หมวดการพิจารณา (Consideration) – สำหรับวัตถุประสงค์ของหมวดการพิจารณานี้จะเป็นการสร้างแรงดึงดูดผู้คนให้มีความรู้สึกอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ พูดง่ายๆ ว่าแคมเปญโฆษณาของแบรนด์จะต้องทำให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกสนใจที่อยากจะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการ รวมไปถึงดึงดูดให้ผู้คนกดปุ่มไลก์ แสดงความคิดเห็น หรือทักอินบ็อกส่วนตัวเข้ามา
  • หมวดคอนเวอร์ชัน (Conversion) – สำหรับหมวดที่สามนี้ คือการที่แคมเปญโฆษณานั้นจะต้องหากลุ่มเป้าหมายที่จะให้เกิดการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับเว็บไซต์ เช่น ซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ เป็นต้น

โดยทั้ง 3 หมวดสามารถแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีก 13 วัตถุประสงค์ ดังนี้

  • Store Traffic
  • Reach
  • Traffic
  • Engagement
  • Lead Generation
  • Video Views
  • Messenger
  • Catalog Sales
  • Event Response
  • Page Likes
  • App Installation

วัตถุประสงค์ของแคมเปญสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อาจทดลองทำโฆษณาจากแคมเปญเล็กๆ เพื่อประเมินดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก่อน จากนั้นค่อยปรับเปลี่ยนขยายขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ดีกว่าเดิม

3. การจำกัดกลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไป (หรือเจาะจงเกินไป)

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ อาจดูเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่จะทำให้แน่ใจว่าการกำหนดเป้าหมายของแคมเปญนั้นไม่แคบหรือกว้างเกินไป ฉะนั้นการทำความรู้จักกลุ่มฐานลูกค้าของแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญขั้นแรกที่ควรทำ ไม่ว่าเริ่มต้นด้วยการรู้จักอายุ เพศ รายได้ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา รวมไปถึงงานอดิเรก ค่านิยมทางการเมือง และความสนใจอื่นๆ 

ยิ่งรู้ลึกรู้ละเอียดมากแค่ไหนก็จะช่วยให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นมากเท่านั้น จากนั้นไม่ว่าจะไปเริ่มการยิงแคมเปญโฆษณาผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ของ Facebook Ads อย่าง Core Audience, Custom Audience และ Lookalike Audience ก็จะเป็นเรื่องง่ายในทันที

4. เลือกใช้ Ad Type ผิด

บน Facebook Ads มีรูปแบบโฆษณาหลายประเภทที่แบรนด์สามารถเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพทั่วไป ภาพอินโฟกราฟิก คลิปวิดีโอ หรือภาพ Carousels เมื่อแบรนด์ตั้งวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการรวมไปถึงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแล้ว ขั้นตอนการเลือกรูปแบบของโฆษณาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

การเลือกรูปแบบโฆษณาให้มีความสอดคล้องก็จะช่วยให้แคมเปญโฆษณามีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น 

สำหรับตัวอย่างการใช้งานรูปแบบโฆษณาให้ตอบโจทย์ มีดังนี้

  • Image Ads เป็นรูปแบบโฆษณาที่เข้าใจได้ง่ายและสามารถสื่อสารออกไปได้แบบชัดเจนตรงไปตรงมา
  • Video Ads สามารถช่วยในการเล่าเรื่องและอธิบายเนื้อหาของแคมเปญโฆษณาได้มากกว่ารูปภาพ
  • Carousel Ads สามารถแสดงสินค้าหลายชิ้นจากคอลเลกชันเดียวกันได้
  • Collection Ads สามารถดึงดูดผู้คนและให้ความรู้พวกเขาเกี่ยวกับสินค้าผ่านการเลือกดูสินค้าบนมือถือ
  • Instant Experience Ads สามารถนำเสนอสินค้าและแบรนด์ได้อย่างหลากหลายภายในโฆษณา 1 ชุด
  • Stories Ads เป็นการนำเสนอสินค้าหรือบริการผ่าน Stories ช่วยให้แบรนด์ดูใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น
  • Slideshow Ads นำเสนอการเล่าเรื่องราวอย่างเป็นลำดับขั้นตอน 
  • Messenger Ads ช่วยให้แบรนด์สามารถตอบปัญหาหรือติดต่อกับลูกค้าได้ดีมากขึ้น
  • Playable Ads ช่วยให้ลูกค้ามีประสบการณ์ได้ทดลองใช้งานและช่วยกระตุ้นให้เกิดการดาวน์โหลดแอปฯ มากขึ้น

5. ไม่ใช้เครื่องมือ Analytics Tools

การปล่อยให้แคมเปญโฆษณาที่กำลังติดลมบนล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย เพราะคิดว่า ”แคมเปญประสบความสำเร็จขนาดนี้แล้วเอาอะไรมาฉุดก็คงไม่อยู่” ความคิดเช่นนี้ถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างเด็ดขาด หากแบรนด์หรือนักการตลาดไม่ติดตามแคมเปญโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นการยากที่จะวัดผลลัพธ์ที่แท้จริงที่เกิดขึ้นได้ การติดตามแคมเปญโฆษณานั้นว่าสามารถทำหน้าที่ได้ดีแล้วจริงหรือยัง เพราะหากยังไม่ดีพอจะได้เริ่มหาทิศทางใหม่ๆ ที่จะรันแคมเปญโฆษณานั้นต่อ 

ฉะนั้นการใช้เครื่องมือประเภท Analytics Tool ไม่ว่าจะเป็น Google Analytics หรือ Facebook Analytics เพื่อคอยติดตามแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่า Conversion ที่เกิดขึ้น การมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน และอื่นๆ ถือว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ของการทำแคมเปญโฆษณา 

6. การทำ A/B Testing บน Facebook 

ปัญหาส่วนใหญ่ที่นักการตลาดและแบรนด์มักเจอ คือ ไม่ว่าจะใช้งบประมาณสูงเท่าไหร่ในการยิงแคมเปญโฆษณา ยอดขายก็ไม่เพิ่ม แถมบางครั้งผลลัพธ์ที่ได้กลับมาดันทำให้ยอดไลก์ ยอดแชร์หายอีกด้วย ฉะนั้นการทำ A/B Testing เพื่อพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือถึงเป็นสิ่งจำเป็น นักการตลาดหลายคนมักมีอีโก้ที่สูง แต่หารู้ไม่ว่าการถือตัวว่ารู้เรื่องทุกสิ่งจะทำให้เรื่องทุกอย่างพังไปมากกว่าเดิม

สำหรับใครที่ทำหน้างงว่าอะไรคือการทำ A/B Testing ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ไม่ต้องสงสัยไป เพราะการทำ A/B Testing พูดง่ายๆ ก็คือการทดสอบว่าระหว่างโฆษณา Facebook ทั้งสองแบบนี้ (หรือจะมากกว่าสองก็ได้ แค่เรียกชื่อเพิ่มเป็น A/B/C/…. Testing) โฆษณาแบบไหนจะมีประสิทธิภาพที่ดีมากกว่ากัน ตัวอย่างเช่น หากอยากรู้ว่าปุ่ม CTA (Call to Action) ระหว่างสองแบบนี้แบบไหนดีกว่ากันก็แค่ควบคุมตัวแปรและรายละเอียดอื่นๆ ของแคมเปญโฆษณานั้นๆ ให้เหมือนกันยกเว้นแค่ปุ่ม CTA จากนั้นก็เพียงแค่รอดูผลลัพธ์และนำผลที่ได้ไปปรับใช้กับแคมเปญโฆษณาของจริง เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณที่อาจจะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

เมื่อแบรนด์ใช้เวลาในการวางกลยุทธ์และพิจารณาวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย รูปแบบโฆษณา และอื่นๆ ให้มากพอ ก็จะค้นพบว่าวิธีต่างๆ เหล่านี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนเกินและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแคมเปญโฆษณานั้นๆ ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่แวดวงตลาดโซเชียลมีเดีย โปรดจำไว้ว่าการเรียนรู้จากความผิดพลาดคือโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเติบโตในอนาคต

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า