5 เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นของเว็บไซต์ E-Commerce ในปี 2022

Copy of [NEW] Blog Size [1200x628px] (2)

ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เริ่มต้นขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป จากการซื้อของผ่านหน้าร้านกลับกลายเป็นว่าเกิดการซื้อของผ่านหน้าจอกันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์หลายคนคาดการณ์ว่าภายในปี 2040 ผู้ประกอบการธุรกิจประมาณ 95% จะมีการปรับตัวสู่การขายของผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซมากขึ้น 

หากต้องการให้ธุรกิจอยู่รอดในยุค Post-Covid นี้มีหนทางเดียวคือต้องรู้จักที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีหรือเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ สำหรับบทความนี้จะมาบอก 5 เทรนด์ E-Commerce ที่มาแรงแน่ๆ ในปี 2022 เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับมือกับแนวโน้มการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เจาะ 5 เทรนด์ E-Commerce ปี 2022

ถ้ายอดขายในตอนนี้ไม่ตรงตามเป้าอย่างที่คิดไว้ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดและผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ถดถอยยังคงดำเนินต่อเนื่องแบบไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มาคั่นให้ได้พักหายใจหายคอ มาลองดูกลยุทธ์ทางการตลาดอีคอมเมิร์ซที่น่าสนใจในปี 2022 กัน

1. เทรนด์ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” มาแรงต่อเนื่อง

จากรายงานของ Adobe Digital Economy Index ในปี 2021 พบว่าตัวเลือกในการกดซื้อสินค้าแบบบริการซื้อตอนนี้จ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later Option: BNPL) เพิ่มขึ้นถึง 166% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เห็นได้จากราคาหุ้นที่เติบโตแบบก้าวกระโดดของกลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวข้องกับการ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” อย่างเช่น Klarna Afterpay และ Square เป็นต้น ใครที่ยังนึกภาพไม่ออกว่าบริการนี้เป็นอย่างไร พูดง่ายๆ ก็คือเป็นการซื้อของผ่านบัตรเครดิตแบบไม่ต้องมีบัตรเครดิตนั่นเอง โดยเพียงแค่กรอกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้น จากนั้นเลือกว่าจะหักเงินจากอะไร แล้วก็เลือกกำหนดการแบ่งจ่ายเป็นงวด ส่วนระยะเวลาจะอยู่ที่เท่าไหร่ในการชำระก็ขึ้นอยู่กับยอดซื้อสินค้าและนโยบายของแต่ละแพลตฟอร์ม  ถือว่าบริการ BNPL นี้เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้ดีมากๆ จึงไม่น่าแปลกที่เว็บไซต์ E-Commerce ทั่วโลกในตอนนี้นิยมให้บริการ BNPL อย่างแพร่หลายมากขึ้น

2.เพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ E-Commerce ด้วย CRO

การทำ CRO หรือ Conversion Rate Optimization เป็นการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้เว็บไซต์สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้งานหรือดึงดูดให้ผู้ใช้งานอยู่บนหน้าเว็บให้นานที่สุด ด้วยความคาดหวังต่อประสบการณ์ที่ดีบนเว็บไซต์ที่เพิ่มมากขึ้นของผู้บริโภค ข้อแนะนำคือแบรนด์ที่กำลังปรับตัวมาสู่การทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซควรที่จะจัดสรรงบประมาณบางส่วนในการทำ CRO ให้กับเว็บไซต์ด้วย 

3. โครงสร้างเว็บไซต์แบบ Serverless

ผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องของการทำเว็บไซต์คงได้ยินคำว่า Serverless นี้มาตั้งแต่เป็นเพียงคอนเซปต์ในช่วงแรกๆ จนตอนนี้ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงๆแล้ว อธิบายง่ายๆ ว่าการสร้างเว็บไซต์ E-Commerce โดยใช้โครงสร้างแบบ Serverless นี้จะมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องของ Server โดยจะเป็นการช่วยลดความซับซ้อนในการปรับแต่งสิ่งต่างๆ  เปรียบเสมือนกับการวาดรูป โดยที่เราไม่ต้องมานั่งผลิตกระดาษ พู่กัน หรือสีออกมาเอง ทุกอย่างมีมาให้หมดแล้ว มีหน้าที่เพียงแค่วาดภาพไปจากนั้นจ่ายสตางค์สำหรับค่าใช้กระดาษ พู่กัน และสีเท่านั้นพอ 

นอกจากนี้เทคโนโลยี Serverless ยังช่วยในเรื่องของการลดเวลาในการทำงาน (กรณีปรับแต่งโปรดักส์ในหน้าเว็บ) มีความเสถียรและความปลอดภัยที่สูง ฟังดูแล้วอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่มาก่อนกาลหรือเป็นโลกอนาคตไปหน่อยใช่ไหม แต่ถ้าคุณกำลังจะทำเว็บไซต์ E-Commerce ในปี 2022 นี้แล้วยังไม่รู้จัก Serverless ก็เตรียมตัวโดนคู่แข่งร้านข้างๆ ทิ้งห่างได้เลย

4.Headless Content Management System (CMS)

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เกิดหลายช่องทางในการสื่อสารระหว่างแบรนด์และลูกค้าทำได้ยากขึ้น เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมแบรนด์หรือนักการตลาดจำเป็นต้องมองหานิวโซลูชันที่จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ การใช้ Headless CMS เป็นการทลายข้อจำกัดสำหรับนักพัฒนาเว็บไซต์ เพราะไม่ต้องมานั่งกังวลกับปัญหาของการทำ CMS แบบเดิมๆ ที่ Front-end กับ Back-end ได้สร้างขึ้นมาเฉพาะเจาะจงกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น

5.Conversation Commerce ด้วยการใช้แชทบอท

ในโลกดิจิทัลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ E-Commerce การให้บริการลูกค้าถูกขับเคลื่อนด้วยผู้ช่วยเสมือนหรือแชทบอท จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้แชทบอทในตอนนี้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้แชทบอทช่วยตอบคำถามทั่วไป แนะนำสินค้า หรือประกาศข้อความสำคัญอื่นๆ 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู