5 KPIs สำคัญในปี 2023 สำหรับวัดผลการทำ SEO นักการตลาดต้องรู้

RA Template (Landacape) 2 Versions (87)

ในทุกๆ ปีมักจะมีคำถามจากคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO ว่า อะไรคือเมตริกหรือตัวชี้วัดสำคัญในการเอาไว้ติดตามหรือตัดสินผลลัพธ์ของประสิทธิภาพในการทำ SEO? เพราะหลายคนเวลานึกถึงการทำ SEO ก็จะนึกถึงแค่เพียง Ranking หรืออันดับของเว็บไซต์เท่านั้น 

แต่ในปัจจุบันหลายคนที่มีประสบการณ์การทำ SEO มายาวนาน คงพอจะรู้กันว่าในปัจจุบัน Ranking หรืออันดับเว็บไซต์ไม่ได้เป็นเมตริกตัวเดียวที่นิยมในการนำมาใช้วัดผลเท่านั้น แต่ยังมี KPIs ตัวอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถนำมาใช้เป็นตัววัดผลความสำเร็จของการทำ SEO ได้อีกด้วย

ในบทความนี้เราได้นำเคล็ดลับในการเลือก 5 ตัวชี้วัดสำคัญในโลกของการทำ SEO ในปี 2023 มาฝากกัน รับรองว่าอัปเดตล่าสุดพร้อมนำไปปรับใช้ในงานคุณตอนนี้ทันที ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

5 Key SEO Metric สำคัญบน GA4

Google Analytics 4 หรือ GA4 เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่นักการตลาดสาย SEO มือใหม่ทุกคนควรรู้จักและใช้งานให้เป็น ที่สำคัญคือ Analytics Tools นี้มาพร้อมกับตัวชี้วัดสำคัญมากมายที่จะช่วยให้คุณประเมินผลลัพธ์ของการทำ SEO โดยขอหยิบยก Metrics ในหมวดหมู่ต่างๆ ที่สำคัญมาฝากกัน ดังนี้

1. Engagement Rate

Engagement Rate เป็นหนึ่งในเมตริกตัวใหม่ที่เพิ่งมีใน GA4 หลายคนอาจจะคุ้นหูกันอยู่แล้วสำหรับเมตริกตัวนี้ เพราะในแทบทุกเรื่องของโลกการตลาดออนไลน์ จะต้องมีคำๆ นี้แปะป้ายเอาไว้ในแทบทุกแพลตฟอร์ม โดยแต่เดิม Analytics Tool ของ Google อย่าง Universal Analytics 3 เดิม กูเกิลจะใช้คำว่า Bounce Rate เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์ว่ามีคนที่คลิกเข้ามาในหน้าเว็บไซต์และกดปิดโดยไม่มีส่วนร่วมใดๆ หรือไม่อย่างไร 

แต่หลังการมาถึงของ GA4 ก็มีการเพิ่มเมตริกที่เรียกว่า Engagement Rate ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อเน้นย้ำให้การประเมินการมีส่วนร่วมของผู้คนชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเจาะจงถึงอัตราผู้คนที่มีส่วนร่วมกับเว็บไซต์ได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

2. Enhanced Measurement

ด้วย GA4 เป็น Analytics Tools ที่จะเน้นการวัดผลด้วยสิ่งที่เรียกว่า “Event” เป็นหลัก โดยหนึ่งใน Category ของ Event ที่ถูกรวมเอาไว้และมีบทบาทสำคัญในการช่วยวัดผลได้ดีก็คือ “Enhanced Measurement Events” โดยจะเป็นส่วนเสริมของข้อมูลที่ตัว GA4 จะเก็บชุดข้อมูลที่เรียกว่า Data Stream ต่างๆ เพิ่มให้กับผู้ใช้งานในการประเมินผลมากขึ้น โดยจะมีทั้ง

  • Page View เป็นการบอกเกี่ยวกับเมื่อเว็บไซต์ถูกโหลดสำเร็จ
  • Scroll เป็นการบอกเกี่ยวกับสถานะการ Scroll ลงไปต่ำกว่า 90% ของหน้าเว็บไซต์
  • Outbound Link Click เป็นการบอกเกี่ยวกับข้อมูลการคลิกออกไปหน้า Url อื่นๆ
  • Site Search เป็นการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่มีช่องให้ผู้ใช้งานเสิร์ชหาข้อมูลต่างๆ 
  • Video Engagement เป็นการเก็บข้อมูลการดูคลิปวิดีโอบนเว็บไซต์
  • File Dowload เป็นการเก็บข้อมูลการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์

โดย Event กลุ่มนี้เมื่อถูกปิดใช้จะมีการเก็บบันทึกโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดใดๆ เพิ่มเติม ถือเป็นเรื่องพื้นฐานของการเปิดใช้งาน Event Tracking ของมือใหม่ทุกคน

3. Landing Page

สำหรับหน้า Landing Page ของเว็บไซต์นั้นเปรียบได้กับการเป็นประตูบ้านในการดึงผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมชมเนื้อหาต่างๆ บนเว็บไซต์ โดยบน GA4 ผู้ใช้งานสามารถที่จะสร้าง Report สำหรับ Landing Page ได้ เพื่อประเมินข้อมูลต่างๆ อย่าง Users, Engagement Rate, Average Engagement Time, Event Count และ Conversion หรือจะเพิ่ม Metrics อื่นๆ ก็สามารถจัดวางได้ตามต้องการ สำหรับใครที่อยากรู้วิธีการสร้างหน้า Report สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ในบทความนี้

4. Bounce Rate แบบใหม่

ก่อนหน้านี้ Google เคยออกมาระบุว่าจะไม่มี Bounce Rate เป็น Metrics หลังจากที่ถูกใช้มายาวนานบน UA3 แต่แล้วในที่สุดกูเกิลก็ตัดสินใจเพิ่ม Bounce Rate เข้ามาบน GA4 โดยจัดเอาไว้อยู่ในส่วนของหน้า Exploration Reports แต่ความแตกต่างสำคัญของ Bounce Rate แบบใหม่นี้คือการคำนวณที่ละเอียดและตรงมากขึ้น แทนที่จะนับแบบเดิมคือเมื่อมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่อาจจะใช้เวลาในการพินิจเนื้อหาคอนเทนต์แบบยาวนาน แต่ก็ไม่มีการ Interaction อื่นใด และกดออกไปภายใน 10 นาที ระบบก็จะนับว่าเป็น Bounce Rate ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูจะไม่แฟร์กับเว็บไซต์สักเท่าไหร่นัก ทำให้การอัปเดตใหม่ครั้งนี้กูเกิลได้เปลี่ยนวิธีคำนวณใหม่หมด โดยจะเป็นการนับจากยอดที่เหลือจาก Engagement Rate แทน ทำให้ตรงและน่าเชื่อถือมากขึ้นกว่าเดิม

5. Social Media Traffic

บน GA4 มีอีกหนึ่งหน้า Report ที่เป็นฟีเจอร์เด็ดสำหรับนักการตลาดที่ใช้งานช่องทางการตลาดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LinkedIn, Instagram หรือ Pinterest โดยจะเป็นข้อมูลที่ถูกรวมในส่วนของ Traffic Acquisition Report ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ว่า Traffic ต่างๆ ที่เข้ามายังเว็บไซต์ เข้ามาจากที่ไหน ทำให้เป็นประโยชน์ในการทำการตลาดออนไลน์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 โดยสามารถเข้าไปดูได้ผ่านหน้า Social Overview Report

  • คลิก Acqusition
  • คลิก Social 
  • จากนั้นเลือก Overview

ทิ้งท้าย

และทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 Metrics สำหรับการทำ SEO ที่นักการตลาดมือใหม่ไม่ควรมองข้าม หากต้องการให้เว็บไซต์มีอันดับเป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ อย่างไรก็ตามเนื้อหาในบทความนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ทุกคนเลือกพิจารณาดู Metric เพียง 5 ตัวนี้เท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานเบื้องต้นที่จะช่วยให้นักการตลาดทุกคนสามารถพัฒนาเนื้อหาให้ดีมากยิ่งขึ้น ผ่านข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ดังนั้นจำเอาไว้เสมอว่าการคลั่งไคล้ในการติดตามข้อมูลเชิงลึกไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเลือกติดตามในสิ่งที่มีประโยชน์และตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มากที่สุดนั่นเอง

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู