สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- ศูนย์ช่วยเหลือทางธุรกิจของ Meta ระบุว่า Measure conversions on customer devices เปิดเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ Meta Pixel ที่เข้าเงื่อนไข และไม่ทำงานกับผู้ที่อยู่ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร Pixel ของไทยจึงเข้าข่าย
- Meta ระบุว่าการจับคู่การเห็นโฆษณากับการซื้อเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ของผู้ซื้อ โดยใช้ข้อมูลที่ลูกค้าเคยให้เว็บไซต์ไว้ เช่น อีเมล Meta ได้รับเพียงข้อมูลการซื้อและแคมเปญที่ได้เครดิต
- เงื่อนไขตาม Meta คือ ติดตั้ง Pixel บนหน้าเว็บโดยตรง (ไม่อยู่ใน iframe และไม่ใช่ Pixel แบบ img) และเว็บไซต์ต้องให้ล็อกอินด้วยอีเมลหรือเบอร์มือถือ
- หน้า Events Manager แสดงวันเริ่มวัดผล 12 พฤศจิกายน 2569 ตามที่ PPC Land รายงานเมื่อ 27 ตุลาคม 2569 ส่วนหน้าช่วยเหลือของ Meta ไม่ได้ระบุวันที่
- Stape เตือนว่า CPA ในรายงานอาจลดลงและ ROAS อาจสูงขึ้นโดยยอดขายจริงไม่เปลี่ยน และ Meta ยังไม่ได้บอกว่าส่งมูลค่าการซื้อด้วยหรือไม่
Meta เพิ่มการตั้งค่าใหม่ของ Pixel ชื่อ "Measure conversions on customer devices" (การวัดคอนเวอร์ชันบนอุปกรณ์ของลูกค้า) ไว้ใน Events Manager และเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ Pixel ที่เข้าเงื่อนไข แต่ Meta ระบุว่าไม่ทำงานกับผู้ที่อยู่ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ตามบทความในศูนย์ช่วยเหลือทางธุรกิจของ Meta เรื่องการวัดคอนเวอร์ชันบนอุปกรณ์ของลูกค้า ฟีเจอร์นี้จะจับคู่การเห็นโฆษณากับการซื้อบนโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ของผู้ซื้อเอง โดยใช้ข้อมูลที่ลูกค้าเคยให้ไว้กับแบรนด์อยู่แล้ว เช่น อีเมล ร่วมกับข้อมูลอุปกรณ์แบบชั่วคราว แล้วส่งให้ Meta เพียงข้อมูลว่ามีการซื้อเกิดขึ้นและควรนับเครดิตให้แคมเปญใด ประเทศไทยอยู่ในพื้นที่ที่เข้าเงื่อนไข ใครที่ติดตั้ง Pixel บนเว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้ล็อกอินด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ จึงควรเข้าไปตรวจการตั้งค่านี้ตั้งแต่ตอนนี้
บทความนี้สรุปว่าหน้าช่วยเหลือสองหน้าของ Meta เขียนไว้ว่าอะไรบ้าง การจับคู่ทำงานอย่างไรตามตัวอย่างของ Meta เอง ใครเข้าเงื่อนไข ปุ่มเปิดปิดอยู่ตรงไหน สื่อสายการตลาดรายงานเรื่องวันเริ่มต้นไว้อย่างไร และมีคำถามอะไรที่ Meta ยังไม่ได้ตอบ ส่วนท้ายเป็นบทวิเคราะห์ที่ระบุชัดว่าเป็นบทวิเคราะห์ ว่านักการตลาดไทยควรตรวจอะไรบ้างก่อนช่วงเทศกาลขายเดือนพฤศจิกายน จากสิ่งที่รู้และยังไม่รู้
Meta บอกว่าการตั้งค่านี้ทำอะไร
บทความช่วยเหลือของ Meta เปิดด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ คือการวัดคอนเวอร์ชันบนอุปกรณ์ของลูกค้า "ไม่ทำงานกับผู้ที่อยู่ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร" สำหรับพื้นที่อื่นทั้งหมด Meta อธิบายว่าการตั้งค่านี้ช่วยให้ Meta Pixel วัดคอนเวอร์ชันที่ปกติจะวัดไม่ได้
เมื่อเปิดการตั้งค่านี้ Meta ระบุว่าระบบจะวัดคอนเวอร์ชันบนอุปกรณ์ของลูกค้า โดยใช้ข้อมูลสองส่วน ส่วนแรกคือข้อมูลที่ลูกค้าเคยให้ไว้กับผู้ลงโฆษณาแล้ว ซึ่ง Meta ยกตัวอย่างว่าเป็นอีเมล ส่วนที่สองคือสิ่งที่ Meta เรียกว่า "ข้อมูลอุปกรณ์แบบชั่วคราวที่ไม่ระบุตัวตน" Meta ระบุว่าการตั้งค่านี้เปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น และให้เหตุผลสองข้อที่ควรเปิดไว้ ข้อแรกคือจะเห็นคอนเวอร์ชันที่แคมเปญสร้างได้มากขึ้นในรายงานแคมเปญ ข้อที่สองคือ "ปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญด้วยสัญญาณที่แข็งแรงขึ้น"
Meta ยังระบุสิ่งที่ไม่เปลี่ยนไว้ด้วย บทความช่วยเหลือบอกว่าฟีเจอร์นี้ทำงานควบคู่กับการติดตั้ง Pixel และ Conversions API เดิม และไม่ได้มาแทนที่ทั้งสองอย่าง หน้าต่างการระบุแหล่งที่มา (attribution window) และโมเดลการระบุแหล่งที่มา (attribution model) ยังคงเหมือนเดิม การตั้งค่านี้มีผลต่อว่าคอนเวอร์ชันใดบ้างที่วัดได้ ไม่ได้เปลี่ยนวิธีนับเครดิตให้โฆษณา ท้ายบทความ Meta ย้ำว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงโฆษณาที่จะต้องดูแลไม่ให้การเชื่อมต่อของตนส่งข้อมูลต้องห้ามไปให้ Meta
การจับคู่บนอุปกรณ์ทำงานอย่างไรตามตัวอย่างของ Meta
Meta อธิบายกลไกด้วยตัวอย่างโคมไฟ มีคนเห็นโฆษณาโคมไฟบน Instagram แล้วอีกสองวันต่อมาเข้าเว็บไซต์ของแบรนด์และซื้อโคมไฟนั้น Meta อาจมีบันทึกการเห็นโฆษณา และอาจได้รับอีเวนต์การซื้อด้วย แต่ตามคำของ Meta คือ "ไม่สามารถเชื่อมโยงทั้งสองอย่างได้เสมอไป" เพื่อนับการซื้อนั้นให้แคมเปญ
เมื่อเปิดการตั้งค่านี้ Meta บอกว่าการจับคู่จะเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นที่ที่มีทั้งการเห็นโฆษณาและการซื้ออยู่ด้วยกัน หน้าช่วยเหลือของ Meta ระบุว่าไม่มีข้อมูลที่ระบุตัวลูกค้าถูกส่งให้ Meta ในขั้นตอนนี้ และ Meta ได้รับเพียงการยืนยันว่ามีการซื้อเกิดขึ้น และควรนับเครดิตให้แคมเปญใด
พูดให้ง่ายคือ ช่องว่างที่ Meta พูดถึงอยู่ระหว่างข้อมูลสองชุดที่ Meta มีอยู่แล้ว การเห็นโฆษณาอยู่ฝั่ง Meta ส่วนอีเวนต์การซื้อส่งเข้ามาผ่าน Pixel หรือ Conversions API
PPC Land สื่อสายโฆษณาออนไลน์ ในบทความของ Luís Rijo ที่เผยแพร่เมื่อ 27 ตุลาคม 2569 อ้างคำอธิบายของ Meta ในหน้าการตั้งค่า Events Manager ว่าการวัดผลเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ของลูกค้า "แทนที่จะเกิดขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์ของ Meta เพียงอย่างเดียว" PPC Land ตีความถ้อยคำนี้ว่าเป็นช่องทางที่สองฝั่งอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาข้างช่องทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เดิม ซึ่งสอดคล้องกับที่หน้าช่วยเหลือบอกว่าฟีเจอร์นี้ไม่ได้แทนที่ Pixel หรือ Conversions API
ใครเข้าเงื่อนไข และปุ่มเปิดปิดอยู่ตรงไหน
บทความช่วยเหลืออีกหน้าของ Meta ชื่อ "วิธีเปิดใช้งานการวัดคอนเวอร์ชันบนอุปกรณ์ของลูกค้า" ระบุเงื่อนไขไว้สองข้อ ข้อแรก ต้องติดตั้ง Meta Pixel ลงบนหน้าเว็บโดยตรง ซึ่ง Meta ระบุว่า "ไม่ใช่ภายใน iframe หรือเป็น Pixel แบบรูปภาพอย่างเดียว (img)" ข้อที่สอง เว็บไซต์ต้องกำหนดให้ผู้ใช้ล็อกอินเข้าบัญชีด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ
หน้าเดียวกันบอกขั้นตอนไปยังการตั้งค่าดังนี้
- เข้า Meta Events Manager
- คลิก Data sources (แหล่งข้อมูล)
- เลือกชื่อและ ID ของ Pixel
- คลิก Settings (การตั้งค่า)
- ใต้ส่วน Meta Pixel settings จะพบ "Measure conversions on customer devices"
Meta ระบุว่าการตั้งค่านี้เปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ Pixel ที่เข้าเงื่อนไข และปิดได้ทุกเมื่อ เนื่องจากปุ่มนี้อยู่ในการตั้งค่าของ Pixel แต่ละตัว แบรนด์ที่มีหลาย Pixel เช่น แยกตามแบรนด์ย่อยหรือตามเว็บไซต์แต่ละประเทศ จึงมีปุ่มแยกกันสำหรับแต่ละตัว
เงื่อนไขเรื่องการล็อกอินทำให้กลุ่มที่เข้าข่ายแคบกว่าที่เห็นในตอนแรก ร้านค้าที่ให้ผู้ซื้อชำระเงินแบบไม่ต้องสมัครสมาชิก หรือเว็บไซต์เก็บลีดที่ไม่มีระบบบัญชีผู้ใช้ ไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ Meta ระบุ หน้าช่วยเหลือของ Meta ไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนเว็บไซต์ที่เข้าเงื่อนไข หากผู้ซื้อบางคนไม่เคยล็อกอินเลย
วันที่ 12 พฤศจิกายนมาจากหน้า Events Manager ไม่ใช่จากหน้าช่วยเหลือ
หน้าช่วยเหลือทั้งสองหน้าของ Meta ไม่ได้ระบุวันเริ่มต้น วันที่ที่สื่อรายงานมาจากหน้าจอ Events Manager เอง PPC Land รายงานว่ามีข้อความ "Measurement starting November 12, 2026" (เริ่มวัดผล 12 พฤศจิกายน 2569) แสดงเป็นตัวอักษรสีเทาใต้ปุ่มใหม่ในหน้าการตั้งค่า Meta Pixel PPC Land ยังรายงานว่าบล็อก Wortfilter ของเยอรมนีและเว็บข่าว ASTIG ของฟิลิปปินส์รายงานประกาศของ Meta เมื่อ 18 ตุลาคม 2569 และประกาศระบุว่าไม่ต้องแก้โค้ดหรืออัปเดตการเชื่อมต่อใดๆ
นอกจากนี้ Stape ผู้ให้บริการเครื่องมือติดแท็ก เผยแพร่บันทึกเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ว่าฟีเจอร์นี้มีกำหนดเริ่มใช้วันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 Stape เขียนว่าไม่ต้องเชื่อมต่อ Conversions API ใหม่ และผู้ลงโฆษณาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่ม
Meta เองไม่ได้ระบุวันที่นี้ไว้ในหน้าช่วยเหลือ วันที่ 12 พฤศจิกายนจึงควรอ่านว่าเป็นวันที่ที่แสดงใน Events Manager ตามที่ PPC Land และ Stape รายงาน ไม่ใช่วันที่ที่ Meta ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ลงโฆษณาเข้าไปดูหน้า Events Manager ของตัวเองได้ว่า Pixel แต่ละตัวแสดงข้อความอะไร
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบว่าแต่ละแหล่งระบุไว้อย่างไร
| ประเด็น | แหล่งข้อมูลระบุว่า | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| สถานะเริ่มต้น | เปิดเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ Pixel ที่เข้าเงื่อนไข และปิดได้ทุกเมื่อ | หน้าช่วยเหลือของ Meta |
| พื้นที่ที่ไม่รวม | ไม่ทำงานกับผู้ที่อยู่ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร | หน้าช่วยเหลือของ Meta |
| เงื่อนไขของ Pixel | ติดตั้งบนหน้าเว็บโดยตรง ไม่อยู่ใน iframe และไม่ใช่ Pixel แบบรูปภาพอย่างเดียว | หน้าช่วยเหลือของ Meta |
| เงื่อนไขของเว็บไซต์ | ต้องล็อกอินด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ | หน้าช่วยเหลือของ Meta |
| ข้อมูลที่ส่งให้ Meta | การยืนยันว่ามีการซื้อและแคมเปญที่ได้เครดิต ไม่มีข้อมูลระบุตัวลูกค้า | หน้าช่วยเหลือของ Meta |
| หน้าต่างและโมเดลการระบุแหล่งที่มา | ไม่เปลี่ยน | หน้าช่วยเหลือของ Meta |
| วันเริ่มต้น | "Measurement starting November 12, 2026" ใต้ปุ่มเปิดปิด | หน้า Events Manager ตามรายงานของ PPC Land (27 ต.ค.) และ Stape (22 ต.ค.) |
| การแก้โค้ด | ไม่จำเป็น ตามประกาศของ Meta | PPC Land |
สิ่งที่ Meta ยังไม่ได้บอก
หน้าช่วยเหลือทั้งสองหน้าของ Meta ค่อนข้างสั้น และมีหลายประเด็นที่สำคัญกับผู้ลงโฆษณาแต่ไม่ได้กล่าวถึง PPC Land รวบรวมคำถามที่ประกาศของ Meta ยังไม่ได้ตอบไว้ เช่น
- คอนเวอร์ชันที่กู้คืนมาด้วยวิธีนี้ถูกนำไปใช้กับการประมูล การส่งโฆษณา หรือกลุ่มเป้าหมายด้วยหรือไม่ หรือใช้แค่ในรายงาน
- มีการส่งมูลค่าการซื้อและสกุลเงินไปด้วยหรือไม่ ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่า ROAS ในรายงานจะขยับด้วยหรือไม่ นอกเหนือจากจำนวนคอนเวอร์ชัน
- จัดการเรื่องความยินยอม (consent) อย่างไร และผู้เข้าชมที่ปฏิเสธความยินยอมหรือส่งสัญญาณไม่ต้องการถูกติดตามจะถูกยกเว้นหรือไม่
- รองรับเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการใดบ้าง และทำงานในแอป ในเบราว์เซอร์ หรือทั้งสองอย่าง
คำถามข้อหนึ่งได้คำตอบบางส่วนจากถ้อยคำของ Meta เอง เหตุผลข้อที่สองที่บทความช่วยเหลือให้ไว้สำหรับการเปิดการตั้งค่านี้คือ "ปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญด้วยสัญญาณที่แข็งแรงขึ้น" ซึ่งแสดงนัยว่าการจับคู่ที่ได้เพิ่มถูกนำไปใช้มากกว่าแค่การรายงาน แต่ Meta ไม่ได้บอกว่าใช้อย่างไร หรือครอบคลุมการประมูล การส่งโฆษณา หรือการสร้างกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ Meta ยังไม่ได้อธิบายด้วยว่า "ข้อมูลอุปกรณ์แบบชั่วคราวที่ไม่ระบุตัวตน" ประกอบด้วยอะไร
รายงานอาจเปลี่ยนไปอย่างไร
บันทึกของ Stape อธิบายผลในทางปฏิบัติไว้ชัดที่สุด Stape ระบุว่าต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า (CPA) ในรายงานอาจลดลง และผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) ในรายงานอาจสูงขึ้น แม้ยอดขายและงบโฆษณาจริงจะเท่าเดิม และคอนเวอร์ชันที่นับเครดิตได้มากขึ้นไม่ได้แปลว่าคอนเวอร์ชันจริงเพิ่มขึ้นเสมอไป Stape แนะนำให้ติดตามรายงานหลังเริ่มใช้ และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ
ผลข้อนี้มาจากคำอธิบายของ Meta เอง ถ้าฟีเจอร์นี้แค่กู้การเชื่อมโยงระหว่างการเห็นโฆษณากับการซื้อที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ธุรกิจก็ขายได้เท่าเดิม แต่รายงานของ Meta จะแสดงยอดขายเหล่านั้นว่ามาจากโฆษณาในสัดส่วนที่มากขึ้น โมเดลการระบุแหล่งที่มาไม่ได้เปลี่ยน แต่ตัวเลขในคอลัมน์คอนเวอร์ชันก็ยังขยับขึ้นได้
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย (บทวิเคราะห์)
ส่วนนี้เป็นบทวิเคราะห์ของ Relevant Audience จากแหล่งข้อมูลข้างต้น ไม่ใช่คำแถลงของ Meta
ประเทศไทยอยู่นอกสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร Pixel ของไทยจึงไม่อยู่ในข้อยกเว้นด้านพื้นที่ แบรนด์ไทยที่ตรงกับเงื่อนไขสองข้อ คือติดตั้ง Pixel บนหน้าเว็บโดยตรง และมีระบบล็อกอินด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ จะมีการตั้งค่านี้เปิดอยู่ เว้นแต่มีคนเข้าไปปิด วันเริ่มต้นตามที่รายงานคือ 12 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันถัดจากเทศกาลลดราคา 11.11 และก่อน Black Friday วันที่ 27 พฤศจิกายนราวสองสัปดาห์ รายงานเดือนพฤศจิกายนจึงอาจปนกันระหว่างช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลง และถ้ายอดซื้อที่ Meta รายงานพุ่งขึ้นในครึ่งหลังของเดือน ส่วนหนึ่งอาจมาจากวิธีวัดผล ไม่ใช่จากแคมเปญ
สิ่งที่ควรตรวจก่อนและหลังวันเริ่มต้นตามที่รายงาน
- บันทึกค่าฐานไว้ตั้งแต่ตอนนี้ สำหรับ Pixel แต่ละตัวที่เข้าเงื่อนไข ให้จดยอดซื้อ CPA และ ROAS ที่ Meta รายงานในช่วงล่าสุดที่ค่อนข้างนิ่ง เทียบกับจำนวนออเดอร์และรายได้ในระบบหลังบ้านของร้านหรือ CRM อัตราส่วนระหว่างสองตัวเลขนี้คือสิ่งที่ต้องดูหลังวันที่ 12 พฤศจิกายน
- เข้า Events Manager และตรวจปุ่มนี้ใน Pixel ทุกตัว ดูว่า Pixel ตัวไหนที่ Meta ถือว่าเข้าเงื่อนไข และหน้าจอแสดงวันเริ่มต้นไว้อย่างไร
- ตัดสินใจเป็นราย Pixel ว่าจะเปิดไว้หรือไม่ หน้าช่วยเหลือของ Meta บอกว่าปิดได้ทุกเมื่อ คนที่ควรตัดสินใจคือผู้ดูแลการวัดผลของแบรนด์นั้น และควรจดการตัดสินใจไว้ เพื่อให้อ่านรายงานเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมได้ถูกต้อง
- ใส่หมายเหตุวันที่ไว้ในแดชบอร์ด รวมถึงรายงานใน GA4 หรือ Looker Studio ที่เทียบคอนเวอร์ชันจาก Meta กับข้อมูลของเว็บไซต์ เพื่อไม่ให้ตัวเลขที่กระโดดขึ้นถูกอ่านว่าเป็นผลงานที่ดีขึ้น
- ทบทวนเรื่องความยินยอมและประกาศความเป็นส่วนตัวกับที่ปรึกษากฎหมาย Meta ระบุว่าผู้ลงโฆษณามีหน้าที่ไม่ส่งข้อมูลต้องห้าม และยังไม่ได้บอกว่าฟีเจอร์นี้จัดการสัญญาณความยินยอมอย่างไร
- คงการติดตั้ง Pixel และ Conversions API เดิมไว้ตามเดิม Meta ระบุว่าการตั้งค่าใหม่ทำงานควบคู่กับทั้งสองอย่างและไม่ได้มาแทนที่
บทความอธิบายก่อนหน้านี้ของ Relevant Audience เรื่อง Meta Pixel กับ Conversions API ทำงานร่วมกันอย่างไร ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 5 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมเรื่องการตัดอีเวนต์ซ้ำและการตรวจการติดตั้ง หลักการเหล่านั้นยังใช้ได้ เพราะ Meta ระบุว่าการตั้งค่านี้ทำงานต่อยอดจากระบบเดิม แบรนด์ที่ต้องการให้ช่วยอ่านตัวเลขของ Meta ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ดูรายละเอียดได้ที่บริการโฆษณาบน Facebook บริการโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย หรือบริการติดตั้งและวัดผล GA4 สำหรับการกระทบยอดข้อมูลจากแพลตฟอร์มโฆษณากับข้อมูลวิเคราะห์ของเว็บไซต์
คำถามที่พบบ่อย
การวัดคอนเวอร์ชันบนอุปกรณ์ของลูกค้าใช้งานในประเทศไทยหรือไม่
ใช้งาน เพราะหน้าช่วยเหลือของ Meta ยกเว้นเฉพาะผู้ที่อยู่ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร Pixel ของไทยที่เข้าเงื่อนไขจึงมีสิทธิ์ใช้และเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น Meta ไม่ได้ระบุตารางการเปิดใช้แยกตามประเทศ
ต้องแก้โค้ด Pixel หรือ Conversions API หรือไม่
ไม่ต้อง ตามประกาศของ Meta ที่ PPC Land รายงาน ไม่ต้องแก้โค้ดหรืออัปเดตการเชื่อมต่อ หน้าช่วยเหลือของ Meta ระบุว่าฟีเจอร์นี้ทำงานควบคู่กับ Pixel และ Conversions API เดิม และไม่ได้มาแทนที่
เริ่มวัดผลเมื่อไร
หน้า Events Manager แสดงข้อความ "Measurement starting November 12, 2026" ตามรายงานของ PPC Land เรื่องประกาศนี้และบันทึกของ Stape ส่วนหน้าช่วยเหลือของ Meta เองไม่ได้ระบุวันที่
ROAS จะสูงขึ้นหรือไม่
ROAS ในรายงานอาจสูงขึ้นโดยที่ยอดขายจริงไม่เปลี่ยน ตามที่ Stape เตือนไว้ เพราะการซื้อที่เกิดขึ้นอยู่แล้วอาจถูกนับเครดิตให้โฆษณามากขึ้น Meta ยังไม่ได้บอกว่าส่งมูลค่าการซื้อและสกุลเงินไปด้วยหรือไม่ จึงยังไม่รู้ว่า ROAS จะขยับมากน้อยเพียงใด
ปิดการตั้งค่านี้อย่างไร
ใน Meta Events Manager ให้ไปที่ Data sources เลือก Pixel คลิก Settings แล้วปิด "Measure conversions on customer devices" ใต้ส่วน Meta Pixel settings Meta ระบุว่าปิดได้ทุกเมื่อ และปุ่มนี้แยกตาม Pixel แต่ละตัว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของ Meta เล็กในแง่โค้ด แต่ใหญ่ในแง่รายงาน การบันทึกค่าฐานก่อนวันที่ 12 พฤศจิกายนใช้เวลาไม่นาน และทำให้อ่านตัวเลขเดือนพฤศจิกายนได้ถูกต้องในภายหลัง







