Brand Lift Study คืออะไร คู่มือแบบสำรวจ ตัวชี้วัด และงบขั้นต่ำบน YouTube

Brand Lift Study คืออะไร คู่มือแบบสำรวจ ตัวชี้วัด และงบขั้นต่ำบน YouTube

โฆษณา Youtube AdsOctober 28, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Brand Lift ของ Google สำรวจคนบน YouTube ที่เห็นโฆษณา และกลุ่มที่มีสิทธิ์เห็นแต่ถูกกันไว้ไม่ให้เห็น ความต่างของสัดส่วนคำตอบเชิงบวกคือค่า lift
  • หนึ่ง study วัดได้สูงสุด 3 ตัวชี้วัด จาก ad recall, awareness, association, consideration, favorability, purchase intent หรือคำถามที่กำหนดเอง และผู้ชมแต่ละคนตอบเพียงคำถามเดียว
  • Google ระบุขั้นต่ำของ Country A ซึ่งรวมประเทศไทยไว้ที่ 5,000 USD ในช่วง 10 วันสำหรับหนึ่งคำถาม 10,000 USD สำหรับสองคำถาม และ 20,000 USD สำหรับสามคำถาม ส่วน Enhanced Lift ต้องใช้ 3 เท่า
  • study ที่กำหนดเป้าหมายหลายกลุ่มประเทศ หรือไม่ระบุประเทศ จะถูกวัดกับขั้นต่ำของกลุ่มสูงสุด โดยแปลงจาก USD ด้วยอัตราที่ Google ปรับทุกไตรมาส
  • แคมเปญ Video, audio และ Demand Gen ใช้ได้ แต่ผลของ Demand Gen นับเฉพาะจากช่องทางที่รองรับ Brand Lift Google จึงแนะนำให้เน้นโฆษณาวิดีโอบน YouTube

Brand lift study คือวิธีวัดผลของ Google ที่ใช้แบบสำรวจเพื่อดูว่าโฆษณา YouTube เปลี่ยนความคิดของคนที่มีต่อแบรนด์หรือไม่ แทนที่จะวัดว่ามีคนคลิกหรือเปล่า Google จะแสดงแบบสำรวจสั้น ๆ บน YouTube ให้ทั้งคนที่เห็นโฆษณาและคนที่มีสิทธิ์เห็นแต่ถูกกันไว้ไม่ให้เห็น แล้วนำความต่างของสัดส่วนคำตอบเชิงบวกระหว่างสองกลุ่มมาเป็นค่า lift

บทความนี้อธิบายว่าแบบสำรวจทำงานอย่างไร วัดตัวชี้วัดอะไรได้บ้าง Google รายงานผลแบบไหน งบขั้นต่ำตามที่ Google ระบุไว้เป็นเท่าไร และตั้งค่าใน Google Ads สำหรับแคมเปญ Video และ Demand Gen อย่างไร ตัวเลขเกณฑ์ทุกตัวในบทความนี้มาจากหน้าช่วยเหลือของ Google เอง และหน้าเหล่านั้นเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนตัดสินใจใช้งบ

Google brand lift study วัดอะไร

Google อธิบายว่า Brand Lift วัดการจดจำโฆษณา (ad recall) การเชื่อมโยงกับแบรนด์ การรู้จักแบรนด์ และการพิจารณาแบรนด์ แทนการวัดคลิก การแสดงผล หรือยอดวิว สิ่งเหล่านี้เป็นทัศนคติ ไม่ใช่การกระทำ จึงต้องใช้แบบสำรวจ การคลิกบอกว่ามีคนลงมือทำบางอย่าง ส่วน brand lift study บอกว่าคนที่เห็นโฆษณามีแนวโน้มจำโฆษณาได้ รู้จักแบรนด์ หรือพิจารณาซื้อมากกว่าคนที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่เห็นโฆษณาหรือไม่

มีเงื่อนไขสองข้อที่ต้องรู้ก่อน ข้อแรก Brand Lift ไม่ได้เปิดให้ทุกบัญชีโดยอัตโนมัติ หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุว่าตัวแทนของ Google ต้องเป็นผู้เปิดใช้ให้บัญชี ข้อสอง ก่อนตั้ง study ต้องสร้าง Product หรือ Brand ใน Google Ads ก่อน เพื่อจัดกลุ่มแคมเปญที่เกี่ยวข้องให้ study วัดผลรวมกัน

แบบสำรวจ brand lift บน YouTube ทำงานอย่างไร

กลไกนี้สำคัญ เพราะอธิบายได้ทั้งเรื่องงบขั้นต่ำและเหตุผลที่บาง study ไม่ได้ผลลัพธ์

  • สองกลุ่ม แบบสำรวจส่งให้คนที่เห็นโฆษณา (กลุ่ม exposed) และคนที่มีสิทธิ์เห็นแต่ไม่ได้ถูกแสดงโฆษณา (กลุ่ม baseline) เนื่องจากกลุ่ม baseline เป็นคนที่แคมเปญจะเข้าถึงอยู่แล้ว การเทียบจึงแยกผลของโฆษณาออกมาได้
  • แสดงที่ไหน แบบสำรวจแสดงให้คนบน YouTube
  • หนึ่งคนหนึ่งคำถาม ถ้า study วัดหลายคำถาม ผู้ชมแต่ละคนจะเห็นเพียงคำถามเดียวแบบสุ่ม
  • ขีดจำกัดความถี่ ผู้ชมเห็นแบบสำรวจได้ไม่เกินวันละหนึ่งครั้งและสัปดาห์ละสามครั้ง และตอบได้ครั้งเดียวต่อหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ภายใน 14 วัน
  • รูปแบบคำตอบ เป็นแบบหลายตัวเลือก ตัวเลือกคือชื่อผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ของคุณ บวกชื่อคู่แข่งได้สูงสุดสามราย และมีตัวเลือก "None of the above" ที่ระบบใส่ไว้ด้านล่างสุด Google แนะนำให้ใช้ตัวเลือกนี้ของระบบแทนการพิมพ์เอง
  • การอนุมัติ แบบสำรวจอาจใช้เวลาอนุมัติถึง 48 ชั่วโมง ถ้าตั้งค่าในนาทีสุดท้ายจะเสียเวลาใน study window ไปส่วนหนึ่ง

เมื่อแต่ละคนตอบได้เพียงคำถามเดียว และถูกสำรวจได้จำกัดครั้ง study จึงต้องเข้าถึงคนจำนวนมากเพื่อเก็บคำตอบให้พอ นี่คือเหตุผลจริงที่ต้องมีงบขั้นต่ำ

ตัวชี้วัด brand lift: ad recall, awareness, consideration และอื่น ๆ

ตอนตั้ง study เลือกตัวชี้วัดได้สูงสุดสามตัว ตัวเลือกในหน้าตั้งค่าของ Google มีดังนี้

  • Ad recall คนจำได้หรือไม่ว่าเคยเห็นโฆษณาของแบรนด์ คำกริยาในคำถามเปลี่ยนตามรูปแบบ คือ "hearing" สำหรับเสียงอย่างเดียว "viewing" สำหรับวิดีโออย่างเดียว และ "encountering" เมื่อใช้ทั้งสองแบบ
  • Awareness คนรู้จักแบรนด์ของคุณในบรรดาตัวเลือกที่แสดงหรือไม่
  • Association คนเชื่อมโยงแบรนด์ของคุณกับข้อความหรือคุณสมบัติที่กำหนดหรือไม่
  • Consideration คนจะพิจารณาแบรนด์ของคุณสำหรับ final intended action ที่ตั้งไว้หรือไม่
  • Favorability คนมีมุมมองเชิงบวกต่อแบรนด์หรือไม่
  • Purchase intent คนตั้งใจจะซื้อหรือไม่ Google ระบุว่าตัวนี้เป็นแบบเลือกได้คำตอบเดียว
  • Custom metric คำถามที่กำหนดเอง เลือกได้ทั้งแบบคำตอบเดียวหรือหลายคำตอบ

หน้าตั้งค่าของ Google แสดงรายชื่อตัวชี้วัดแต่ไม่ได้นิยามแต่ละตัวอย่างละเอียด คำอธิบายสั้น ๆ ข้างต้นจึงเป็นการอ่านความหมายจากชื่อตัวชี้วัดแบบภาษาง่าย ตัวคำถามจริง Google เป็นผู้สร้างจากข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่คุณกรอก

การเลือกตัวชี้วัดคือการตัดสินใจเรื่อง funnel ad recall กับ awareness ตอบคำถามว่าโฆษณาถูกจดจำหรือไม่ เหมาะกับการเปิดตัวสินค้าหรือครีเอทีฟใหม่ consideration กับ purchase intent อยู่ลึกลงไปใน funnel และมักต้องเข้าถึงคนมากขึ้นก่อนจะเห็นความต่าง คำถามที่เพิ่มขึ้นแต่ละข้อยังทำให้งบขั้นต่ำสูงขึ้นด้วย ตามตารางด้านล่าง

Google รายงานผล brand lift อย่างไร

ผลลัพธ์แสดงพร้อมชุดตัวชี้วัด ซึ่งนิยามอยู่ในหน้าช่วยเหลือของ Google เรื่องสถานะและตัวชี้วัดของ lift measurement

  • Exposed positive response rate สัดส่วนคำตอบเชิงบวกของคนที่เห็นโฆษณา
  • Baseline positive response rate สัดส่วนคำตอบเชิงบวกของคนที่ถูกกันไม่ให้เห็นโฆษณา
  • Absolute Brand Lift อัตรากลุ่ม exposed ลบด้วยอัตรากลุ่ม baseline
  • Relative Brand Lift ความต่างระหว่าง exposed กับ baseline หารด้วยคำตอบเชิงบวกของกลุ่ม baseline
  • Headroom Brand Lift absolute lift หารด้วย 1 ลบอัตราคำตอบเชิงบวกของกลุ่ม baseline บอกว่าโฆษณาเก็บพื้นที่ที่ยังพัฒนาได้ไปได้มากแค่ไหน
  • Lifted users จำนวนคนโดยประมาณที่การรับรู้เปลี่ยนไปเพราะโฆษณา ขยายผลไปตาม reach ของแคมเปญ Google ระบุว่าไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกัน
  • Cost per lifted user ค่าใช้จ่ายรวมของแคมเปญหารด้วย lifted users

ตัวอย่างการคำนวณด้วยตัวเลขสมมติ ถ้ากลุ่ม baseline ตอบเชิงบวก 30% และกลุ่ม exposed ตอบเชิงบวก 36% absolute lift เท่ากับ 6 จุด relative lift เท่ากับ 6 หาร 30 หรือ 20% และ headroom lift เท่ากับ 6 หาร 70 หรือประมาณ 8.6% ผลเดียวกันอ่านได้ต่างกันมากตามตัวที่หยิบมาอ้าง จึงต้องระบุทุกครั้งว่ากำลังพูดถึงตัวไหน

สถานะและระดับความเชื่อมั่น

Google รายงานสถานะของ study เป็นแบบใดแบบหนึ่งต่อไปนี้

  • X% Lift ตรวจพบ lift และมีคำตอบพอสำหรับรายงาน
  • Not enough data แสดงขณะความคืบหน้าต่ำกว่า 50% และแสดงในช่วง 50% ถึง 100% ด้วยถ้ายังไม่พบ lift เชิงบวกที่มีนัยสำคัญ
  • No lift detected เมื่อความคืบหน้าถึง 100% แล้วไม่พบความต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างสองกลุ่ม

Google ระบุว่าผล lift ใช้ช่วงความเชื่อมั่นแบบสองทาง 80% ผลเริ่มแสดงได้เมื่อมีคำตอบประมาณ 2,000 คำตอบ จำนวนคำตอบรายงานวันละครั้ง และตัวเลขอาจขยับระหว่างที่ study ยังทำงาน Google จึงแนะนำให้รอรายงานฉบับสุดท้าย

งบขั้นต่ำของ brand lift study

Google กำหนดงบขั้นต่ำเป็นดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 วัน ปรับตามจำนวนคำถามที่วัดและกลุ่มประเทศที่กำหนดเป้าหมาย ประเทศไทยอยู่ใน Country A ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่ำที่สุด ตัวเลขด้านล่างมาจากหน้าช่วยเหลือ "Set up Brand Lift" ของ Google

งบขั้นต่ำของ brand lift study
จำนวนคำถามที่วัดขั้นต่ำ Standard Lift กลุ่ม Country A (รวมประเทศไทย) 10 วันEnhanced Lift (3 เท่าของขั้นต่ำ Standard)
1 คำถาม5,000 USD15,000 USD
2 คำถาม10,000 USD30,000 USD
3 คำถาม20,000 USD60,000 USD

กฎที่เปลี่ยนวิธีใช้ตัวเลขเหล่านี้

  • กลุ่มประเทศที่สูงกว่าต้องใช้งบมากกว่า สำหรับหนึ่งคำถาม Country B อยู่ที่ 10,000 USD และ Country C อยู่ที่ 15,000 USD
  • กำหนดเป้าหมายหลายกลุ่มใช้กลุ่มสูงสุด ถ้า study กำหนดเป้าหมายประเทศที่อยู่คนละกลุ่ม จะใช้ขั้นต่ำของกลุ่มที่สูงที่สุด ประเทศที่ไม่อยู่ในรายชื่อ หรือแคมเปญที่ไม่ได้ระบุประเทศ จะถูกนับเป็นกลุ่มสูงสุด แคมเปญที่ตั้งใจทำสำหรับประเทศไทยแต่เผลอตั้งเป้าหมายทั่วโลก จึงถูกวัดกับขั้นต่ำสูงสุด
  • สกุลเงิน เกณฑ์คำนวณเป็น USD แล้วปรับให้บัญชีที่ใช้สกุลเงินอื่น ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ Google ปรับปีละสี่ครั้ง ในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม Google เตือนว่าการแปลงเองอาจไม่ตรงกับที่ Google Ads แสดง จึงไม่มีตัวเลขเงินบาทที่ตายตัวให้อ้างอิง
  • วิธีนับงบ การพิจารณาสิทธิ์ใช้งบรายวันคูณจำนวนวันที่อยู่ใน study window นับเฉพาะวันที่อยู่ในช่วงวันที่ของ study สำหรับแคมเปญที่ใช้งบรวม Google จะหารงบด้วยความยาวแคมเปญ การเลื่อนวันสิ้นสุดแคมเปญออกไปจึงทำให้งบต่อวันลดลง และ study อาจหมดสิทธิ์
  • สถานะอัปเดตช้า สถานะการมีสิทธิ์อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะอัปเดตหลังเปลี่ยนงบ

Standard กับ Enhanced Lift ต่างกันอย่างไร

ตอนสร้าง study ต้องเลือกระดับ Standard Brand Lift มักเสร็จใน 3 ถึง 14 วัน ขึ้นกับความเร็วในการเก็บแบบสำรวจ Enhanced Lift ต้องใช้งบ 3 เท่าของขั้นต่ำ Standard และใช้เวลา 9 ถึง 14 วัน เพราะต้องเก็บแบบสำรวจเป็นสามเท่า คำตอบที่มากขึ้นให้ผลที่แม่นยำขึ้น เหมาะเมื่อคาดว่าผลจะเล็ก หรือต้องการวัดตัวชี้วัดที่อยู่ลึกใน funnel study อาจจบก่อนกำหนดเมื่อเก็บคำตอบได้ครบเป้าต่อตัวชี้วัด (Google ยกตัวอย่างประมาณ 4,100 คำตอบ) หรือเมื่อตรวจพบ lift และโดยทั่วไปไม่สามารถขยายเวลา study เกินระยะที่ตั้งไว้

Brand lift สำหรับแคมเปญ Video และ Demand Gen

study ต้องมีแคมเปญ Video, audio หรือ Demand Gen อย่างน้อยหนึ่งแคมเปญ Demand Gen มีข้อจำกัดคือ ระบบเก็บผลเฉพาะจากช่องทางที่รองรับ Brand Lift Google ระบุว่าผลจากช่องทางอย่าง Gmail หรือ Discover จะไม่ถูกเก็บ และแนะนำให้ให้ความสำคัญกับโฆษณาวิดีโอบน YouTube ในแคมเปญ Demand Gen ที่จะวัดผล ถ้างบ Demand Gen ส่วนใหญ่ไปแสดงโฆษณารูปภาพนอก YouTube study จะวัดได้เพียงบางส่วนของสิ่งที่จ่ายไป

ตั้งค่า brand lift study ใน Google Ads อย่างไร

ขั้นตอนปัจจุบันตามหน้าช่วยเหลือของ Google

  1. ใน Google Ads เปิดเมนู Campaigns แล้วเลือก Experiments
  2. เลือกแท็บ Lift studies แล้วกดปุ่มบวก
  3. ในส่วน "Select Lift types" ติ๊ก Brand lift
  4. ตั้งชื่อ study ตามผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่เจาะจง แล้วเลือกแคมเปญที่จะวัด
  5. ในส่วน "Study settings" เลือก Standard หรือ Enhanced lift
  6. เลือกภาษาของแบบสำรวจ
  7. เลือกตัวชี้วัดได้สูงสุดสามตัว
  8. ในส่วน "Survey questions" เลือกประเภทผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ และ final intended action
  9. ในส่วน "Survey answers" ใส่ชื่อผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ของคุณ และคู่แข่งได้สูงสุดสามราย
  10. ตรวจตัวอย่างแล้วกดบันทึก

เมนูของ Google Ads เปลี่ยนตำแหน่งได้ ถ้าเส้นทางในบัญชีของคุณไม่ตรงกัน ให้ค้นหา "Set up Brand Lift" ในศูนย์ช่วยเหลือ ส่วนการวัดซ้ำ (re-measurement) เข้าได้จากเมนู Goals ที่ Lift studies

Benchmark ของ brand lift: Google ให้อะไรและไม่ให้อะไร

หน้าช่วยเหลือของ Google นิยามตัวชี้วัดและสถานะ แต่ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลข "lift ที่ดี" แยกตามอุตสาหกรรมหรือตัวชี้วัด ตัวเลขที่เผยแพร่กันในที่อื่นก็มักเทียบกันไม่ได้ เพราะ lift ขึ้นกับตัวชี้วัด ระดับ baseline การกำหนดเป้าหมาย และครีเอทีฟ แบรนด์ที่คนรู้จักอยู่แล้วมี baseline สูงและเหลือ headroom น้อย absolute lift จึงดูเล็กแม้โฆษณาจะได้ผล benchmark ที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือประวัติของแบรนด์เอง ทำ study ด้วยตัวชี้วัดและการตั้งค่าเดิม แล้วเทียบ cost per lifted user และ headroom lift ข้ามแคมเปญและครีเอทีฟ

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • วัดสามคำถามด้วยงบของหนึ่งคำถาม คำถามที่เพิ่มแต่ละข้อทำให้ขั้นต่ำสูงขึ้น และใน Country A สามคำถามต้องใช้งบสี่เท่าของหนึ่งคำถาม
  • เผลอตั้งเป้าหมายกว้างเกินไป ถ้าไม่ระบุประเทศ จะใช้ขั้นต่ำของกลุ่มสูงสุด
  • เลื่อนวันสิ้นสุดของแคมเปญงบรวมระหว่าง study งบต่อวันจะลดลงและ study อาจหมดสิทธิ์
  • อ้าง relative lift โดยไม่บอก baseline ตัวเลข relative ที่ดูสูงบน baseline ที่ต่ำมาก อาจเป็นความเปลี่ยนแปลงแบบ absolute ที่เล็กมาก
  • มองว่า "Not enough data" คือความล้มเหลว ถ้าความคืบหน้ายังต่ำกว่า 50% หมายความว่า study ยังเก็บคำตอบไม่พอเท่านั้น
  • เลือกคู่แข่งแบบไม่คิด ตัวเลือกคำตอบคือแบรนด์ของคุณบวกคู่แข่งสูงสุดสามราย รายชื่อที่เลือกจึงกำหนดว่าแบบสำรวจจะแสดงอะไรได้

สำหรับผู้ลงโฆษณาในประเทศไทย

ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต่ำที่สุดของ Google study ที่กำหนดเป้าหมายเฉพาะประเทศไทยจึงมีจุดเริ่มต้นต่ำที่สุดเท่าที่ Google ระบุไว้ คือ 5,000 USD ในช่วง 10 วันสำหรับหนึ่งคำถาม แปลงเป็นเงินบาทตามอัตรารายไตรมาสของ Google ถ้า study ทำเพื่อตลาดไทย ให้กำหนดเป้าหมายสถานที่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น และตรวจดูว่าภาษาของแบบสำรวจที่ต้องการมีอยู่ในรายการภาษาตอนตั้งค่าหรือไม่ เนื่องจากการเข้าถึงต้องผ่านตัวแทนของ Google ควรสอบถามเรื่องสิทธิ์ตั้งแต่ต้น ก่อนแผนสื่อจะสรุป ไม่ใช่หลังจากแคมเปญเริ่มแล้ว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ brand lift study

Google brand lift study คืออะไร

Google brand lift study คือการวัดผลด้วยแบบสำรวจที่เทียบคำตอบของคนที่เห็นโฆษณา YouTube กับคำตอบของกลุ่มที่ถูกกันไว้ เพื่อประเมินผลต่อตัวชี้วัดอย่าง ad recall, awareness และ consideration

brand lift study ต้องใช้งบขั้นต่ำเท่าไร

Google ระบุขั้นต่ำไว้ที่ 5,000 USD ในช่วง 10 วันสำหรับหนึ่งคำถามใน Country A ซึ่งรวมประเทศไทย เพิ่มเป็น 10,000 USD สำหรับสองคำถาม และ 20,000 USD สำหรับสามคำถาม โดย Country B และ C สูงกว่า และ Enhanced Lift ใช้ 3 เท่า

ใช้ brand lift กับแคมเปญ Demand Gen ได้ไหม

ได้ แคมเปญ Demand Gen มีสิทธิ์ใช้ แต่ระบบเก็บผลเฉพาะจากช่องทางที่รองรับ Brand Lift Google จึงแนะนำให้เน้นโฆษณาวิดีโอบน YouTube ในแคมเปญเหล่านั้น

brand lift study ใช้เวลานานเท่าไร

study แบบ Standard มักเสร็จใน 3 ถึง 14 วัน และ Enhanced Lift ใช้ 9 ถึง 14 วัน แต่ study อาจจบก่อนเมื่อเก็บคำตอบได้พอหรือตรวจพบ lift

ทำไม study แสดงว่า "No lift detected"

หมายความว่าเมื่อความคืบหน้าถึง 100% ไม่พบความต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่ม exposed กับ baseline ซึ่งอาจเกิดจากครีเอทีฟที่ไม่แข็งแรง baseline ที่สูง หรือการกำหนดเป้าหมายที่เข้าถึงคนใหม่ได้ไม่พอ

วางแผนแคมเปญกับการวัดผลไปพร้อมกัน

brand lift study มีประโยชน์เท่ากับการออกแบบแคมเปญที่อยู่เบื้องหลัง คือ งบที่พอกับจำนวนคำถาม การกำหนดเป้าหมายประเทศที่ถูกต้อง และครีเอทีฟที่สร้างมาเพื่อตัวชี้วัดที่เลือก ถ้ากำลังวางแผนโฆษณา YouTube โดยคิดเรื่องการวัดผลแบรนด์ไว้ด้วย Relevant Audience ช่วยวางโครงสร้างแคมเปญได้ และใช้ร่วมกับโฆษณาบนการค้นหาผ่านบริการ Google Ads ถ้าต้องการทางเลือกการวางวิดีโออื่น ดูเครือข่ายวิดีโอไทย และสำหรับงานแบรนด์ที่แบบสำรวจวัดผลในท้ายที่สุด ดูบริการ digital branding

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น