สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- YouTube Analytics อยู่ใน YouTube Studio กด Analytics ที่เมนูซ้ายเพื่อดูระดับช่อง หรือกด Content แล้วกดไอคอน Analytics ของวิดีโอ เพื่อดูแท็บ Reach, Engagement และ Audience ระดับวิดีโอ
- watch time คือชั่วโมงรับชมรวม ส่วน average view duration คือนาทีเฉลี่ยต่อการดู ซึ่ง Google คำนวณจาก engaged views ต้องอ่านคู่กันเพราะสองตัวเลขเคลื่อนคนละทิศได้
- audience retention มีเฉพาะระดับวิดีโอ ปกติใช้เวลาประมวลผล 1 ถึง 2 วัน และ key moment ชื่อ Intro บอกสัดส่วนผู้ชมที่ยังดูอยู่หลัง 30 วินาทีแรก
- ยอดวิวสาธารณะคือ organic views รวมกับยอดวิวสาธารณะจากโฆษณา การเข้าชมจากโฆษณาแสดงในแหล่งที่มา YouTube advertising ซึ่ง engaged views ในแถวนั้นเทียบเท่า TrueView views ใน Google Ads
- ไฟล์ส่งออกจาก Advanced mode จำกัด 500 แถว ตั้งช่วงวันที่ ตัวกรอง และ breakdown ก่อนส่งออก และใช้ YouTube Reporting API ถ้าต้องการข้อมูลมากกว่านั้น
YouTube Analytics คือ ส่วนรายงานข้อมูลใน YouTube Studio ที่บอกว่าช่องและวิดีโอแต่ละตัวมีคนดูกี่ครั้ง ดูนานแค่ไหน คนดูเจอวิดีโอจากช่องทางไหน และคนดูเป็นใคร เปิดได้โดยเข้า studio.youtube.com แล้วกดเมนู Analytics ทางซ้ายมือ ไม่ต้องติดตั้งเครื่องมือเพิ่มและไม่มีค่าใช้จ่าย
บทความนี้อธิบายตั้งแต่จุดที่ต้องกด แท็บแต่ละแท็บแสดงอะไร ตัวชี้วัดหลักนิยามไว้อย่างไรตามหน้าช่วยเหลือของ Google ไปจนถึงวิธีแยกยอดวิวจากโฆษณาออกจากยอดวิวธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่แบรนด์ที่ลงโฆษณาบน YouTube อ่านข้อมูลผิดบ่อยที่สุด
ดู YouTube Analytics ได้ที่ไหน
ข้อมูลใน YouTube Analytics แบ่งเป็นสองระดับ คือระดับช่องและระดับวิดีโอ ทั้งสองอยู่ใน YouTube Studio แต่เข้าคนละทาง
ระดับช่อง บนคอมพิวเตอร์
- ลงชื่อเข้าใช้ YouTube Studio ที่ studio.youtube.com ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงช่อง
- กด Analytics ในเมนูด้านซ้าย
- เลือกแท็บด้านบนตามคำถามที่ต้องการตอบ เช่น Overview, Content หรือ Audience
ระดับวิดีโอ บนคอมพิวเตอร์
- ใน YouTube Studio กด Content ในเมนูด้านซ้าย
- ชี้เมาส์ไปที่วิดีโอที่ต้องการ แล้วกดไอคอน Analytics
- รายงานจะแสดงแท็บ Overview, Reach, Engagement และ Audience ของวิดีโอนั้นเท่านั้น
บนมือถือ
แอป YouTube Studio เปิดดูข้อมูลได้ เช่น กด Content ที่เมนูด้านล่าง เลือกวิดีโอ แล้วกดการ์ด Analytics อย่างไรก็ตาม Google ระบุว่ารายงานบางส่วนอาจไม่มีบนอุปกรณ์มือถือ ถ้าต้องการเปรียบเทียบหลายวิดีโอหรือส่งออกข้อมูล ควรทำบนคอมพิวเตอร์
แท็บต่าง ๆ ใน YouTube Analytics แสดงอะไร
แท็บในระดับช่อง
- Overview สรุปภาพรวม เช่น จำนวนการดู เวลาในการรับชม ผู้ติดตาม และรายได้โดยประมาณ (รายได้แสดงเฉพาะช่องที่อยู่ใน YouTube Partner Program) มีรายงาน Realtime ที่เทียบผลงานในช่วง 60 นาทีและ 48 ชั่วโมง และรายการวิดีโอยอดนิยมที่เรียงตามจำนวนการดูเป็นค่าเริ่มต้น
- Content แสดงว่าคนดูเจอและมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์อย่างไร กรองตามประเภทคอนเทนต์ได้ เช่น วิดีโอ Shorts หรือไลฟ์ เพื่อดูการแสดงผลและเวลาในการรับชมแยกกัน
- Audience แสดงว่าใครดู เช่น จำนวนผู้ชมรายเดือน ผู้ติดตาม และสัดส่วนผู้ชมใหม่ ผู้ชมเป็นครั้งคราว และผู้ชมประจำ
- Revenue แสดงเฉพาะช่องในโปรแกรมพาร์ทเนอร์ เป็นรายได้โดยประมาณ ไม่ใช่ยอดสุดท้ายที่จ่ายจริง
- Trends แสดงสิ่งที่ผู้ชมทั่ว YouTube กำลังค้นหา ใช้หาช่องว่างของคอนเทนต์และไอเดียวิดีโอ
แท็บในระดับวิดีโอ
- Reach ตอบคำถามว่าคนเจอวิดีโอนี้ได้อย่างไร ตัวชี้วัดหลักคือ impressions, impressions click-through rate, views และ unique viewers พร้อมการ์ดแหล่งที่มาของการเข้าชม
- Engagement ตอบคำถามว่าคนดูนานแค่ไหน ตัวชี้วัดหลักคือ watch time, average view duration และ engaged views รวมถึงรายงาน audience retention
- Audience แสดงข้อมูลผู้ชมของวิดีโอนั้น เช่น ผู้ชมใหม่เทียบกับผู้ชมที่กลับมาดู
ตัวชี้วัดสำคัญใน YouTube Analytics มีอะไรบ้าง
ตัวชี้วัดแต่ละตัวตอบคำถามคนละข้อ การอ่านให้ถูกเริ่มจากรู้ว่าตัวไหนวัดอะไร
- Impressions คือจำนวนครั้งที่ภาพปกวิดีโอถูกแสดงให้ผู้ชมเห็นบน YouTube ตัวเลขนี้บอกว่าระบบนำวิดีโอไปเสนอมากแค่ไหน
- Impressions click-through rate คือสัดส่วนของ impressions ที่ผู้ชมกดเข้าไปดู ใช้ประเมินภาพปกและชื่อวิดีโอ
- Views คือจำนวนการดู ยอดวิวสาธารณะใต้วิดีโอรวมทั้งการดูแบบธรรมชาติและการดูที่มาจากโฆษณา ซึ่งจะอธิบายแยกในหัวข้อ organic กับ paid
- Unique viewers คือจำนวนคนโดยประมาณที่ดูวิดีโอ ไม่นับซ้ำเมื่อคนเดียวดูหลายครั้ง
- Watch time (hours) คือระยะเวลารวมที่ผู้ชมดูวิดีโอ
- Average view duration คือจำนวนนาทีเฉลี่ยที่ผู้ชมดู หน้าช่วยเหลือของ Google อธิบายว่าเป็นค่าเฉลี่ยของคนที่อยู่ดูต่อ และคำนวณจาก engaged views กับเวลาในการรับชมที่เกิดจากการดูเหล่านั้น
watch time กับ average view duration ต่างกันอย่างไร
watch time เป็นผลรวม ส่วน average view duration เป็นค่าเฉลี่ยต่อการดู ตัวเลขสองตัวนี้จึงเคลื่อนไหวคนละทิศได้
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไก วิดีโอ A ยาว 10 นาที มีการดู 1,000 ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ 4 นาที watch time รวมจะประมาณ 4,000 นาที วิดีโอ B ยาว 10 นาทีเท่ากัน มีการดู 3,000 ครั้ง แต่เฉลี่ยครั้งละ 2 นาที watch time รวมประมาณ 6,000 นาที วิดีโอ B ได้ watch time มากกว่า แต่คนดูแต่ละคนอยู่สั้นกว่าครึ่ง
การอ่านที่ถูกคือดูทั้งสองตัวคู่กัน
- watch time สูง แต่ average view duration ต่ำ มักหมายถึงวิดีโอได้รับการแสดงผลกว้าง แต่เนื้อหาไม่ตรงกับสิ่งที่ภาพปกและชื่อสัญญาไว้
- average view duration สูง แต่ watch time ต่ำ มักหมายถึงคนที่ดูชอบเนื้อหา แต่วิดีโอยังเข้าถึงคนไม่มาก ปัญหาอยู่ที่ฝั่ง Reach เช่น ภาพปกหรือหัวข้อ
- เทียบ average view duration ระหว่างวิดีโอที่ความยาวต่างกันมากไม่ได้ตรง ๆ วิดีโอ 3 นาทีกับวิดีโอ 30 นาทีมีเพดานคนละระดับ ควรดู audience retention ประกอบ
audience retention อ่านอย่างไร
audience retention คือกราฟที่แสดงว่าแต่ละช่วงของวิดีโอยังมีผู้ชมดูอยู่มากน้อยแค่ไหน รายงานนี้มีเฉพาะระดับวิดีโอ เปิดได้โดยเข้า Content เลือกวิดีโอ กด Analytics แล้วดูที่แท็บ Overview หรือ Engagement Google ระบุว่าข้อมูล retention โดยทั่วไปใช้เวลาประมวลผล 1 ถึง 2 วัน วิดีโอที่เพิ่งเผยแพร่จึงอาจยังไม่มีกราฟ
รูปแบบของเส้นกราฟ
- เส้นราบ ผู้ชมดูช่วงนั้นต่อเนื่องโดยไม่หลุด
- ลดลงทีละน้อย ผู้ชมค่อย ๆ หมดความสนใจ เป็นเรื่องปกติของวิดีโอส่วนใหญ่
- จุดพุ่งขึ้น (spike) ผู้ชมดูซ้ำ ย้อนกลับมาดู หรือแชร์ช่วงนั้นมากขึ้น
- จุดตกลง (dip) ผู้ชมกดข้ามหรือเลิกดูในช่วงนั้น
Key moments ที่ระบบสรุปให้
- Intro สัดส่วนผู้ชมที่ยังดูอยู่หลัง 30 วินาทีแรก ใช้ประเมินช่วงเปิดเรื่อง
- Top moments ช่วงที่แทบไม่มีคนเลิกดู ใช้ดูว่ารูปแบบเนื้อหาแบบไหนรักษาผู้ชมได้
- Spikes และ Dips ตามที่อธิบายข้างต้น
Typical retention และ Segments
กด SEE MORE ในรายงานเพื่อดูว่าวิดีโอของคุณเทียบกับวิดีโอทั้งหมดบน YouTube ที่มีความยาวใกล้เคียงกันเป็นอย่างไร และใช้ typical retention เพื่อเทียบวิดีโอล่าสุด 10 ตัวของคุณที่มีความยาวใกล้เคียงกัน ทั้งสองวิธียุติธรรมกว่าการเทียบกับวิดีโอที่ความยาวต่างกัน ในส่วน Segments เลือกกลุ่มผู้ชมได้ เช่น แยกการเข้าชมแบบ organic กับแบบ paid และแยกการเข้าชมจากโฆษณาวิดีโอแบบข้ามได้กับโฆษณาดิสเพลย์ ถ้าวิดีโอถูกใช้เป็นโฆษณาด้วย ควรดูกราฟแยกกลุ่มเสมอ เพราะคนที่เห็นวิดีโอเป็นโฆษณามีพฤติกรรมการดูต่างจากคนที่ตั้งใจกดเข้ามาดูเอง
organic กับ paid views ต่างกันอย่างไร
organic view คือการดูที่ผู้ชมดูวิดีโอบน YouTube ตามปกติ ไม่ได้ดูในฐานะโฆษณา ส่วน paid view คือการดูที่เกิดขึ้นเพราะวิดีโอนั้นถูกใช้เป็นโฆษณา หน้าช่วยเหลือ Google Ads นิยามยอดวิวสาธารณะว่าเป็นผลรวมของ organic views กับยอดวิวสาธารณะจากโฆษณา ตัวเลขใต้วิดีโอจึงไม่ได้บอกว่ามีคนตั้งใจมาดูเองกี่ครั้ง
เกณฑ์การนับยังต่างกันตามรูปแบบโฆษณา ตามหน้าช่วยเหลือ Google Ads
- โฆษณาแบบ skippable in-stream นับเป็น TrueView view เมื่อดูครบ 30 วินาที หรือดูจนจบถ้าโฆษณาสั้นกว่านั้น หรือเมื่อผู้ชมคลิกองค์ประกอบของโฆษณา
- โฆษณา bumper และ non-skippable ถูกนับเข้ายอดวิวสาธารณะ แต่ไม่นับเป็น TrueView views
- Google Ads คิดค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ของแคมเปญ ไม่ได้คิดตามยอดวิวสาธารณะ
ผลที่ตามมาคือ วิดีโอที่ลงโฆษณาอาจมียอดวิวสาธารณะพุ่งขึ้นเร็ว ขณะที่ average view duration และกราฟ retention ลดลง เพราะการดูจากโฆษณาจำนวนมากเป็นการดูสั้น ๆ ก่อนกดข้าม ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าเนื้อหาแย่ลง แต่แปลว่าค่าเฉลี่ยรวมผู้ชมสองกลุ่มที่ต่างกันมาก
ดูผลวิดีโอโฆษณาใน YouTube Analytics ได้ไหม
ดูได้บางส่วน YouTube Analytics แสดงพฤติกรรมการดูของคนที่มาจากโฆษณา แต่ไม่ได้แสดงค่าใช้จ่ายหรือคอนเวอร์ชัน ข้อมูลสองส่วนนั้นอยู่ใน Google Ads
- เปิด Analytics ของวิดีโอที่ใช้เป็นโฆษณา ไปที่แท็บ Reach
- ในรายงานแหล่งที่มาของการเข้าชม หาแถว YouTube advertising ซึ่ง Google นิยามว่าเป็นการเข้าชมจากการที่วิดีโอถูกใช้เป็นโฆษณาบน YouTube
- หน้าช่วยเหลือ Google Ads ระบุว่า engaged views ในแถว YouTube advertising เทียบเท่ากับ TrueView views ใน Google Ads ส่วนคอลัมน์ views ในแถวเดียวกันสะท้อนยอดวิวสาธารณะ
- ใน audience retention ใช้ Segments แยกผู้ชม paid ออกมาดูว่าคนที่มาจากโฆษณาดูถึงช่วงไหน
คำถามว่าโฆษณาคุ้มหรือไม่ ต้องตอบด้วยข้อมูลจาก Google Ads เช่น ค่าใช้จ่าย ต้นทุนต่อการดู และคอนเวอร์ชัน แล้วใช้ YouTube Analytics ตอบคำถามเสริมว่าคนที่มาจากโฆษณาดูเนื้อหาจริงนานแค่ไหน และหลังจากนั้นช่องได้ผู้ติดตามหรือการดูวิดีโออื่นเพิ่มหรือไม่ ถ้าบริษัทวัดผลเว็บไซต์ด้วย GA4 ข้อมูลการเข้าเว็บหลังดูโฆษณาจะอยู่ใน GA4 อีกชั้นหนึ่ง ไม่ได้อยู่ใน YouTube Studio
ใช้ Advanced mode เจาะข้อมูลให้ลึกขึ้น
รายงานหน้าแรกของแต่ละแท็บเป็นสรุป เมื่อต้องการตอบคำถามเฉพาะ ให้กด ADVANCED MODE หรือ SEE MORE ใต้รายงาน
- ช่วงวันที่ เปลี่ยนได้ที่ตัวเลือกวันที่ และสลับมุมมองรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี
- Breakdown เลือกมิติที่ใช้แยกข้อมูล มิติที่ใช้บ่อยคือคอนเทนต์ แหล่งที่มาของการเข้าชม และภูมิศาสตร์
- Filters กรองตามภูมิศาสตร์ สถานะการติดตาม และอื่น ๆ ถ้าตัวกรองขึ้นเป็นขีดฆ่า แปลว่าใช้ไม่ได้กับมุมมองปัจจุบัน หรือวิดีโอมีการเข้าชมไม่พอ
- Add comparison เทียบวิดีโอ กลุ่มวิดีโอ หรือช่วงเวลา
- Export current view ส่งออกข้อมูลตามมุมมองที่ตั้งไว้ ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจำกัดที่ 500 แถว ถ้าต้องการมากกว่านั้น Google แนะนำให้ใช้ YouTube Reporting API
ตั้งช่วงวันที่ ตัวกรอง และ breakdown ให้เรียบร้อยก่อนกดส่งออก เพราะไฟล์จะออกมาตามมุมมองที่เห็นอยู่บนหน้าจอเท่านั้น
ตารางสรุป: ตัวชี้วัดไหน ดูที่ไหน ตอบคำถามอะไร
| ตัวชี้วัด | ดูที่ไหนใน YouTube Studio | ใช้ตอบคำถาม |
|---|---|---|
| Impressions และ impressions CTR | Analytics ระดับวิดีโอ แท็บ Reach | ระบบนำวิดีโอไปเสนอมากแค่ไหน และภาพปกกับชื่อดึงให้คนกดหรือไม่ |
| Watch time และ average view duration | Analytics ระดับวิดีโอ แท็บ Engagement | เวลารับชมรวม และคนดูแต่ละครั้งอยู่นานเท่าไร |
| Audience retention และ key moments | แท็บ Overview หรือ Engagement ของวิดีโอ กด SEE MORE | คนเลิกดูช่วงไหน และ 30 วินาทีแรกรักษาคนได้กี่เปอร์เซ็นต์ |
| แหล่งที่มา YouTube advertising | แท็บ Reach รายงานแหล่งที่มาของการเข้าชม | ยอดดูส่วนไหนมาจากโฆษณา และ engaged views ที่เทียบเท่า TrueView views |
ความผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาอ่าน YouTube Analytics
- รายงานยอดวิวสาธารณะเป็นผลงานคอนเทนต์ ในช่วงที่ลงโฆษณา ยอดวิวรวมการดูจากโฆษณาด้วย ต้องแยกแถว YouTube advertising ออกก่อนสรุปว่าคอนเทนต์ได้รับความนิยม
- ตัดสินวิดีโอใหม่เร็วเกินไป ข้อมูล retention ใช้เวลาประมวลผล 1 ถึง 2 วัน รายงาน Realtime เหมาะใช้ดูสัญญาณช่วงแรกเท่านั้น
- เทียบ average view duration ข้ามความยาว ใช้ typical retention ที่เทียบกับวิดีโอความยาวใกล้เคียงแทน
- ดูแค่ระดับช่อง รายงาน audience retention และแท็บ Reach กับ Engagement ที่ละเอียดอยู่ในระดับวิดีโอ
- ส่งออกข้อมูลโดยไม่ตั้งตัวกรอง ไฟล์จำกัด 500 แถว ถ้าช่องมีวิดีโอมาก ข้อมูลส่วนท้ายจะหายไปโดยไม่รู้ตัว
สำหรับช่องและแบรนด์ในประเทศไทย
แบรนด์ไทยจำนวนมากใช้ช่อง YouTube ทั้งเผยแพร่คอนเทนต์และเป็นแหล่งวิดีโอสำหรับโฆษณาในเวลาเดียวกัน ข้อมูลของสองบทบาทนี้จึงปนกันใน YouTube Analytics ถ้าไม่ได้แยก วิธีที่ใช้ได้จริงคือ
- ตั้งชื่อหรือจัดเพลย์ลิสต์ให้รู้ว่าวิดีโอไหนทำมาเพื่อโฆษณา วิดีโอไหนเป็นคอนเทนต์หลัก แล้วใช้ Add comparison เทียบสองกลุ่ม
- ใช้ตัวกรองภูมิศาสตร์ใน Advanced mode ถ้าช่องมีผู้ชมนอกประเทศไทย เพื่อดูพฤติกรรมของผู้ชมในตลาดที่ต้องการขายจริง
- ดูรายงานคำค้นใน YouTube search ของแท็บ Reach ว่าผู้ชมค้นด้วยภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือคำทับศัพท์ แล้วใช้คำเหล่านั้นในชื่อและคำอธิบายวิดีโอ
- ถ้าทีมการตลาดกับทีมคอนเทนต์ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ตกลงกันก่อนว่าจะรายงานยอดวิวแบบไหน เพื่อไม่ให้ตัวเลขในรายงานผู้บริหารขัดกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ YouTube Analytics
YouTube Analytics คือ อะไร และต้องเสียเงินไหม
YouTube Analytics คือ ส่วนรายงานใน YouTube Studio ที่เจ้าของช่องใช้ได้ฟรี แสดงจำนวนการดู เวลาในการรับชม แหล่งที่มาของผู้ชม และข้อมูลผู้ชม ทั้งระดับช่องและระดับวิดีโอ
watch time กับ average view duration ควรดูตัวไหน
ควรดูทั้งสองตัวคู่กัน เพราะ watch time เป็นผลรวมที่โตตามจำนวนการดู ส่วน average view duration เป็นค่าเฉลี่ยต่อการดูที่บอกว่าเนื้อหารักษาคนได้ดีแค่ไหน
ดูยอดวิวที่มาจากโฆษณาได้ที่ไหน
ดูได้ที่แท็บ Reach ของวิดีโอ ในแถวแหล่งที่มา YouTube advertising ส่วนค่าใช้จ่ายและคอนเวอร์ชันต้องดูใน Google Ads
ทำไมยอดวิวขึ้นแต่ average view duration ลดลง
สาเหตุที่พบบ่อยคือมีการดูจากโฆษณาหรือจากแหล่งใหม่ที่ผู้ชมดูสั้นเข้ามาเพิ่ม ให้ใช้ Segments ใน audience retention แยก organic กับ paid เพื่อดูว่ากลุ่มไหนดึงค่าเฉลี่ยลง
เริ่มใช้ข้อมูลให้เป็นแผนโฆษณา
YouTube Analytics บอกว่าคนดูวิดีโออย่างไร ส่วน Google Ads บอกว่าการเข้าถึงคนเหล่านั้นมีต้นทุนเท่าไร การวางแผนที่ดีใช้ทั้งสองแหล่งร่วมกัน ถ้าต้องการวางแคมเปญวิดีโอที่แยกผลโฆษณาออกจากผลคอนเทนต์ตั้งแต่วันแรก ดูรายละเอียดบริการโฆษณาบน YouTube ของ Relevant Audience หรือดูทางเลือกการลงวิดีโอบนเครือข่ายวิดีโอไทย สำหรับการวัดผลต่อเนื่องไปถึงเว็บไซต์ ดูบริการตั้งค่า Google Analytics 4 และถ้าต้องการวางแผนวิดีโอที่รักษาผู้ชมได้ตั้งแต่ต้น ดูบริการ content marketing







