Google Chrome อนุญาตให้เก็บข้อมูลแบบ Third-Party Data ไปจนถึงปี 2024

Copy of [NEW] Blog Size [1200x628px] (43)

ล่าสุดกูเกิลได้ประกาศแผนการชะลอการยกเลิกใช้งานการเก็บข้อมูลคุกกี้ (Third-Party Data) บน Google Chrome โดยขยายเพิ่มอีก 1 ปี จากเดิมมีแผนที่จะยุติการใช้งานคุกกี้ดังกล่าวภายในปี 2023 เปลี่ยนเป็นปี 2024 แทนแล้ว ต้องบอกว่าแผนชะลอการยกเลิกครั้งนี้เป็นการประกาศครั้งที่สองจากกูเกิล ทั้งที่ในความจริงแล้วกูเกิลวางแผนที่จะยุติการให้บริการเก็บข้อมูลคุกกี้ภายในปี 2022 นี้ 

แน่นอนว่าทางกูเกิลต้องการเวลามากขึ้นในการทดสอบระบบต่างๆ เช่น Privacy Sandbox ซึ่งเป็นโซลูชันใหม่ที่กูเกิลเคลมว่าจะเข้ามาช่วยให้การแสดงผลโฆษณาตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น รายละเอียดของแผนการชะลอครั้งนี้จะมีอะไรที่สำคัญบ้าง และนักการตลาดหรือแบรนด์จะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว มาดูกันเลย

ไทมไลน์ใหม่

การชะลอแผนยกเลิกเป็นครั้งที่สองของกูเกิลในครั้งนี้ ทำให้ทั้งทีมผู้พัฒนา แบรนด์ รวมถึงนักการตลาดทั่วไปมีเวลาเตรียมตัวในการปรับตัวมากขึ้น โดย Anthony Chavez ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น Vice President of Google’s Privacy Sandbox Initiative ได้ออกมาระบุถึงหนึ่งในสาเหตุที่เป็นเหตุผลสำคัญของแผนชะลอการยกเลิกในครั้งนี้ ว่าเกี่ยวเนื่องมาจากทีมผู้พัฒนา Privacy Sandbox จำเป็นต้องใช้เวลามากขึ้นเพื่อที่จะประเมินและทดสอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ก่อนที่เริ่มต้นยกเลิกการเก็บข้อมูลคุกกี้ (Third-Party Data) เป็นการถาวรบน Google Chrome และจะเปลี่ยนการเก็บข้อมูลเป็นแบบ First-Party Data ในภายหลัง

กูเกิลได้เริ่มทดสอบเทคโนโลยี Privacy Sandbox นี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และทีมผู้พัฒนารวมถึงนักการตลาดต่างเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการกรอบเวลาในการทดสอบที่ยาวนานมากขึ้น โดยสำหรับ Privacy Sandbox API จะเริ่มปล่อยเวอร์ชันทดลองให้กับนักพัฒนาทั่วไปได้เริ่มทดลองใช้งานในเดือนสิงหาคมนี้ และกูเกิลยังคงมีแผนที่จะเปิดตัวเวอร์ชันทดสอบนี้ให้กับผู้คนทั่วโลกมากขึ้นภายในปี 2023

Privacy Sandbox คืออะไร?

Privacy Sandbox บน Google Chrome หรือที่คนไทยหลายคนชอบเรียกว่า “ระบบคัดกรองโฆษณา” อธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ฟีเจอร์ Privacy Sandbox ก็คือเป็นระบบจัดการความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ที่กูเกิลได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์การเก็บข้อมูลผู้ใช้แบบ First-Party Data นั่นเอง 

โดยจะประกอบไปด้วยเทคโนโลยีหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Topics API, FLEDGE API ที่กูเกิลเคลมว่าจะช่วยให้การทำงานของนักโฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ความปลอดภัยของผู้ใช้งานก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน 

ในฐานะของแบรนด์และนักการตลาดทั่วไปแล้ว จะได้รับเวลามากขึ้นในการเตรียมตัวเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แคมเปญโฆษณาของคุณ เพราะอย่าลืมว่าการยกเลิกใช้งานคุกกี้บน Chrome เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการลงแคมเปญโฆษณาพอสมควร (อ่าน 4 เช็กลิสต์ เตรียมตัวกับ First-Party Data ได้ที่นี่) เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นข่าวดีที่กูเกิลให้ได้มีเวลาในการเรียนรู้เพิ่มเติมมากขึ้น สำหรับใครที่อยากดูรายละเอียดไทมไลน์ของการประกาศในครั้งนี้แบบเต็มๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ Privacy Sandbox Timeline

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า