Google Ads: Performance Max อาจกรองคำค้นแบรนด์และ navigational ออก

Google Ads: Performance Max อาจกรองคำค้นแบรนด์และ navigational ออก

Google AdsNovember 4, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • หน้าช่วยเหลือ Google Ads หมายเลข 13810170 ระบุว่า PMax อาจกรองคำค้นแบบ navigational หรือเฉพาะแบรนด์ออก เพื่อให้แคมเปญ Search ที่ตั้งไว้โดยเฉพาะได้แสดงก่อน
  • ย่อหน้านี้ไม่มีในสำเนาของ Internet Archive วันที่ 17 มิถุนายน 2569 และ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 โดย Google ไม่ได้ระบุวันเริ่ม
  • Google แนะนำให้แคมเปญ Search สำหรับแบรนด์มีงบเพียงพอและมีโฆษณาที่มีสิทธิ์แสดง และให้พิจารณา Search Themes ใน PMax เพื่อรับทราฟฟิกแบรนด์
  • กฎเดิมยังอยู่: เมื่อทับซ้อน แคมเปญที่ Ad Rank สูงสุดได้แสดง และคีย์เวิร์ด Search แบบ exact หรือแก้คำสะกดได้รับความสำคัญเหนือ Performance Max

Google Ads ปรับบทความช่วยเหลือเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่าง Performance Max กับแคมเปญอื่น โดยระบุว่า Performance Max อาจกรองคำค้นแบบ navigational หรือคำค้นเฉพาะแบรนด์ออก เพื่อจัดลำดับความสำคัญให้แคมเปญ Search ที่ตั้งไว้โดยเฉพาะเป็นผู้แสดงโฆษณา ย่อหน้าใหม่นี้อยู่ในส่วน "Exceptions" ของหน้าช่วยเหลือ Google Ads ชื่อ How Performance Max interacts with other campaigns in your account ซึ่งตรวจสอบบนหน้าจริงเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 และไม่มีอยู่ในสำเนาของ Internet Archive วันที่ 17 มิถุนายน 2569 Search Engine Roundtable รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน หลังจาก Hana Kobzová จาก PPC News Feed เป็นผู้พบ ส่วน Google ยังไม่ได้ระบุว่าพฤติกรรมนี้เริ่มเมื่อใด

หน้าช่วยเหลือของ Google Ads ระบุอะไรไว้ตอนนี้

ข้อความใหม่อยู่ใต้หัวข้อข้อยกเว้นของการแสดงโฆษณาตาม Ad Rank สูงสุด ต่อจากกฎเดิมเรื่องคีย์เวิร์ด exact match ของแคมเปญ Search โดยมีสาระ 3 ข้อ

  • แคมเปญ Performance Max อาจกรองคำค้นแบบ navigational หรือคำค้นเฉพาะแบรนด์ออก เพื่อให้แคมเปญ Search ที่ตั้งไว้โดยเฉพาะเป็นผู้แสดงโฆษณา
  • Google ระบุว่าวิธีนี้ช่วยให้คำค้นเกี่ยวกับแบรนด์ได้รับการจัดการโดยแคมเปญที่ให้การควบคุมที่แม่นยำกว่า
  • หากต้องการได้ทราฟฟิกนี้ Google แนะนำให้แคมเปญ Search สำหรับแบรนด์มีงบประมาณเพียงพอและมีโฆษณาคุณภาพสูงที่มีสิทธิ์แสดง และให้พิจารณาเพิ่ม Search Themes ในแคมเปญ Performance Max

ถ้อยคำที่ใช้คือ "may" (อาจ) ไม่ใช่ "will" (จะ) หน้าช่วยเหลือไม่ได้อธิบายถึงการตั้งค่าที่เปิดหรือปิดพฤติกรรมนี้ และไม่ได้บอกว่าการกรองเกิดขึ้นในทุกบัญชีหรือทุกการประมูล

ย่อหน้าใหม่เข้ากับส่วนอื่นของหน้าอย่างไร

เนื้อหาส่วนใหญ่ของบทความเป็นกฎที่ Google อธิบายไว้มานานแล้ว ตารางด้านล่างสรุปกฎแต่ละข้อบนหน้าตามที่ปรากฏ ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โดยย่อหน้าใหม่อยู่ในแถวสุดท้าย

ย่อหน้าใหม่เข้ากับส่วนอื่นของหน้าอย่างไร
สถานการณ์ที่หน้าช่วยเหลืออธิบายสิ่งที่ Google ระบุว่าจะเกิดขึ้น
Performance Max ทับซ้อนกับแคมเปญอื่นบนพื้นที่โฆษณาเดียวกัน เช่น แคมเปญ DisplayGoogle Ads ให้ความสำคัญกับแคมเปญที่มี Ad Rank สูงสุด
Performance Max และ Demand Gen อาจแสดงโฆษณาในอิมเพรสชันเดียวกันแข่งกันตามกลไกการประมูลปกติ แคมเปญที่มี Ad Rank สูงสุดได้แสดง
คีย์เวิร์ดในแคมเปญ Search ตรงกับคำค้นแบบ exact หรือตรงหลังแก้คำสะกดแคมเปญ Search ได้รับความสำคัญเหนือ Performance Max
ไม่มีคีย์เวิร์ดใดตรงกับคำค้นแบบ exact ในทุก match typeแคมเปญที่มี Ad Rank สูงกว่าได้แสดง
คำค้นแบบ navigational หรือเฉพาะแบรนด์ (ย่อหน้าใหม่)Performance Max อาจกรองออก เพื่อให้แคมเปญ Search ที่ตั้งไว้โดยเฉพาะได้แสดงก่อน

หน้าช่วยเหลือยังยกตัวอย่างเรื่องคำสะกดที่คุ้นเคย คือเมื่อผู้ใช้ค้นว่า "plumbrs" คีย์เวิร์ด exact match [plumbers] จะได้รับความสำคัญเหนือคีย์เวิร์ด broad match plumbrs และระบุว่า Performance Max ไม่รองรับแคมเปญที่มีเป้าหมายเป็นการติดตั้งแอป

ทำไมย่อหน้าใหม่ต่างจากกฎ exact match

กฎ exact match ใช้เฉพาะเมื่อแคมเปญ Search มีคีย์เวิร์ดที่ตรงกับคำค้น แต่ย่อหน้าใหม่อิงกับประเภทของคำค้นแทน โดยบอกว่า Performance Max เองอาจถอยออกจากคำค้นแบรนด์และคำค้นแบบ navigational เพื่อให้แคมเปญ Search ที่ตั้งไว้โดยเฉพาะได้แสดงก่อน หน้าช่วยเหลือไม่ได้บอกว่าแคมเปญ Search นั้นต้องมีคีย์เวิร์ดแบรนด์แบบ exact match หรือต้องมีคีย์เวิร์ดใด ๆ หรือไม่

สิ่งที่ Google ยังไม่ได้บอก

ย่อหน้านี้สั้น และมีหลายเรื่องที่ผู้ลงโฆษณาอยากรู้ซึ่งไม่ปรากฏทั้งในหน้าช่วยเหลือและในรายงานของสื่อสายอุตสาหกรรม

  • เริ่มเมื่อใด: Google ไม่ได้ระบุวันที่ จุดอ้างอิงที่แน่ชัดมีเพียงว่าข้อความนี้ไม่มีในสำเนาวันที่ 17 มิถุนายน 2569 และปรากฏแล้วในต้นเดือนพฤศจิกายน
  • คำนิยาม: หน้าช่วยเหลือไม่ได้นิยามคำค้นแบบ navigational และไม่ได้อธิบายว่า Google ตัดสินอย่างไรว่าคำค้นใดเป็นคำค้นเฉพาะแบรนด์
  • บัญชีที่ไม่มีแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์: หน้าช่วยเหลือไม่ได้บอกว่า Performance Max ยังแสดงโฆษณากับคำค้นแบรนด์หรือไม่ หากไม่มีแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์ หรือแคมเปญนั้นถูกจำกัดด้วยงบประมาณหรือไม่มีโฆษณาที่มีสิทธิ์แสดง
  • ความสัมพันธ์กับ brand exclusions: ย่อหน้านี้ไม่ได้กล่าวถึงการตั้งค่า brand exclusion ที่มีอยู่ใน Performance Max
  • การรายงานผล: ไม่มีคำอธิบายว่าคำค้นที่ถูกกรองจะแสดงในรายงานคำค้นของ Performance Max อย่างไร
  • ประกาศอย่างเป็นทางการ: ในแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบสำหรับบทความนี้ ไม่พบโพสต์บล็อกหรือประกาศของ Google Ads ที่มาพร้อมการแก้ไขครั้งนี้

คำแนะนำของ Google เองให้พิจารณา Search Themes บ่งชี้ว่าผู้ลงโฆษณายังชี้ Performance Max ไปที่ทราฟฟิกแบรนด์ได้หากต้องการ Search Engine Roundtable ก็อ่านย่อหน้านี้ในแนวเดียวกัน โดยระบุว่า Google แนะนำ Search Themes สำหรับผู้ที่ต้องการให้ Performance Max เข้าถึงทราฟฟิกแบรนด์และ navigational แต่ไม่มีคำอธิบายว่า Search Theme มีน้ำหนักเหนือการกรองมากน้อยเพียงใด

บทวิเคราะห์: ทำไมทราฟฟิกแบรนด์ใน Performance Max จึงสำคัญ

ส่วนนี้เป็นการตีความข้อความในหน้าช่วยเหลือโดย Relevant Audience ไม่ใช่คำแถลงของ Google

หากคำค้นแบรนด์ในบัญชีได้ conversion ในต้นทุนต่ำกว่าคำค้นอื่น แคมเปญ Performance Max ที่ได้คำค้นแบรนด์ไปเป็นสัดส่วนมากอาจมีผลลัพธ์รวมที่ดูดีกว่างานหาลูกค้าใหม่ที่ทำได้จริงบนคำค้นที่ไม่ใช่แบรนด์ Shopping, YouTube และ Display ทำให้ยากจะแยกว่าแคมเปญสร้างมูลค่าเพิ่มเท่าใด

การเปลี่ยนแปลงในหน้าช่วยเหลือชี้ไปทางการแบ่งงานที่ชัดขึ้น คือคำค้นแบรนด์อยู่ในแคมเปญ Search ที่ผู้ลงโฆษณาควบคุมเองโดยตรง และ Performance Max เน้นงานส่วนอื่น หากการกรองถูกใช้อย่างกว้างขวาง บัญชีที่เคยพึ่ง Performance Max ให้ครอบคลุมคำค้นแบรนด์อาจเจอสองเรื่อง หนึ่ง ปริมาณและผลตอบแทนที่รายงานใน Performance Max อาจลดลง เพราะ conversion ที่ได้ง่ายย้ายออกไป สอง คำค้นแบรนด์อาจไม่มีโฆษณาแสดง หรือแสดงน้อยลง ในบัญชีที่ไม่มีแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์ที่มีงบประมาณ เพราะหน้าช่วยเหลือขอให้ผู้ลงโฆษณาเตรียมแคมเปญนั้นไว้ ผลทั้งสองข้อยังไม่ได้ถูกวัดหรือยืนยันโดย Google เป็นเพียงสิ่งที่ตามมาจากถ้อยคำ

ความเสี่ยงอีกด้านก็มีเช่นกัน ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการให้ Performance Max ยังได้ทราฟฟิกแบรนด์บางส่วน เช่น เพื่อใช้รูปแบบโฆษณา Shopping กับคำค้นแบรนด์ ตอนนี้มีคำแนะนำที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้เพิ่ม Search Themes แทนที่จะคาดว่า Performance Max จะได้ทราฟฟิกนั้นเองโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่ควรตรวจในบัญชีของคุณ

  • ยืนยันว่ามีแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์โดยเฉพาะ และครอบคลุมคำค้นแบรนด์และ navigational ที่คนใช้จริง รวมถึงชื่อกลุ่มสินค้าและคำสะกดผิดที่พบบ่อย
  • ตรวจสถานะของแคมเปญนั้นว่าถูกจำกัดด้วยงบประมาณหรือไม่ หน้าช่วยเหลือขอให้มีงบประมาณเพียงพออย่างชัดเจน แคมเปญแบรนด์ที่งบหมดกลางวันไม่สามารถรับคำค้นที่ Performance Max กรองออกได้
  • ตรวจการอนุมัติและสิทธิ์แสดงของโฆษณาในแคมเปญแบรนด์ หน้าช่วยเหลือขอให้มีโฆษณาคุณภาพสูงที่มีสิทธิ์แสดง โฆษณาที่ถูกปฏิเสธหรือถูกจำกัดจึงมีผลโดยตรง
  • เปรียบเทียบปริมาณคำค้นแบรนด์ใน search term insights ของ Performance Max ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมากับช่วงก่อนหน้า หากลดลงอาจหมายถึงการกรองเริ่มทำงานในบัญชีของคุณ แม้ Google จะยังไม่ได้บอกวิธียืนยัน
  • ตัดสินใจอย่างตั้งใจว่าทราฟฟิกแบรนด์ควรอยู่ใน Performance Max หรือไม่ หากควรอยู่ ให้ทำตามคำแนะนำของ Google และทดสอบ Search Themes หากไม่ควร ให้ทบทวนการตั้งค่า brand exclusion ควบคู่กับแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์
  • ตรวจรายงานที่แยกผลลัพธ์แบรนด์กับที่ไม่ใช่แบรนด์อีกครั้ง เพราะสัดส่วนภายใน Performance Max อาจเปลี่ยนไป

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ข้อความในหน้าช่วยเหลือใช้ทั่วโลกและไม่ได้ระบุตลาดใด จึงใช้กับบัญชีในประเทศไทยเช่นเดียวกับที่อื่น หน้าช่วยเหลือฉบับภาษาไทยก็มีย่อหน้าเดียวกันนี้แล้วเมื่อตรวจสอบวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 แต่ Google ไม่ได้บอกว่าพฤติกรรมนี้ใช้งานจริงแล้วในประเทศใดเป็นการเฉพาะ

สำหรับแบรนด์อีคอมเมิร์ซไทยที่ใช้ Performance Max เป็นแคมเปญหลักโดยไม่มีแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์แยกต่างหาก คำแนะนำนี้เป็นสัญญาณให้ทบทวนโครงสร้างบัญชี แบรนด์ที่ถูกค้นทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องมีคีย์เวิร์ดทั้งสองแบบในแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์ เพื่อครอบคลุมคำค้นแบบ navigational ที่ Performance Max อาจปล่อยให้แคมเปญนั้นรับไป ทีมที่ดูแลแคมเปญ Google Ads ควรตรวจว่ามีแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์ที่มีงบประมาณอยู่แล้ว ส่วนร้านค้าออนไลน์ที่วัดผลการตลาดอีคอมเมิร์ซผ่านผลตอบแทนค่าโฆษณาของ Performance Max เป็นหลัก ควรคาดไว้ว่าตัวเลขนั้นอาจเปลี่ยนหากทราฟฟิกแบรนด์ย้ายออก และอ่านผลลัพธ์โดยคำนึงถึงเรื่องนี้

คำถามที่พบบ่อย: Performance Max กับคำค้นแบรนด์

Performance Max ยังแสดงโฆษณากับคำค้นแบรนด์ของฉันอยู่หรือไม่

อาจไม่แสดง เพราะหน้าช่วยเหลือของ Google Ads ตอนนี้ระบุว่า Performance Max อาจกรองคำค้นแบบ navigational หรือเฉพาะแบรนด์ออก เพื่อให้แคมเปญ Search ที่ตั้งไว้โดยเฉพาะได้แสดงก่อน ถ้อยคำที่ใช้คือ "may" และ Google ไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นบ่อยเพียงใดหรือในบัญชีแบบใด

Google เปลี่ยนเรื่องนี้เมื่อไร

Google ไม่ได้ระบุวันที่ ย่อหน้านี้ไม่มีในสำเนาของ Internet Archive วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ปรากฏบนหน้าจริงเมื่อตรวจสอบวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 และ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569

ต้องมีแคมเปญ Search สำหรับแบรนด์แยกต่างหากหรือไม่

คำแนะนำของ Google ชี้ไปทางนั้น โดยบอกให้แคมเปญ Search สำหรับแบรนด์มีงบประมาณเพียงพอและมีโฆษณาคุณภาพสูงที่มีสิทธิ์แสดงเพื่อรับทราฟฟิกนี้ แต่หน้าช่วยเหลือไม่ได้บอกว่าคำค้นแบรนด์จะเป็นอย่างไรในบัญชีที่ไม่มีแคมเปญดังกล่าว

จะเก็บทราฟฟิกแบรนด์บางส่วนไว้ใน Performance Max ได้อย่างไร

Google แนะนำให้พิจารณาเพิ่ม Search Themes ในแคมเปญ Performance Max แต่หน้าช่วยเหลือไม่ได้อธิบายว่า Search Themes มีผลต่อการกรองมากน้อยเพียงใด

เรื่องนี้ใช้งานในประเทศไทยแล้วหรือยัง

Google ไม่ได้ระบุว่าการกรองนี้ทำงานในบัญชีไทยแล้วหรือไม่ ย่อหน้านี้ปรากฏทั้งในหน้าช่วยเหลือภาษาอังกฤษและภาษาไทย และไม่ได้ระบุประเทศใด บัญชีในไทยจึงควรถือว่าคำแนะนำเดียวกันมีผล และตรวจการตั้งค่าแคมเปญแบรนด์ของตนเอง

การแบ่งความต้องการแบรนด์และที่ไม่ใช่แบรนด์ระหว่าง Performance Max กับ Search อย่างถูกต้องมีผลทั้งต่อการใช้งบและการอ่านผลลัพธ์ หากต้องการให้ช่วยทบทวนว่าแคมเปญของคุณแบ่งทราฟฟิกแบรนด์กันอย่างไร ทีม Google Ads ของ Relevant Audience พร้อมช่วยเหลือ

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น