Google Ads Liaison ตอบคำถาม: ตั้งค่าช่องทางผ่าน API ได้ทันที และ PMax ตั้ง Search partners เป็น 0% ได้

Google Ads Liaison ตอบคำถาม: ตั้งค่าช่องทางผ่าน API ได้ทันที และ PMax ตั้ง Search partners เป็น 0% ได้

Google AdsOctober 18, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Ginny Marvin เขียนใน Ads Decoded วันที่ 16 ต.ค. 2569 ว่าการตั้งค่าช่องทางใช้ผ่าน Google Ads API ได้ตั้งแต่วันเปิดตัว ขณะที่หน้า Help ยังระบุว่า API จะมาภายหลังเมื่อตรวจสอบวันที่ 18 ต.ค.
  • ผู้ลงโฆษณา Performance Max ตั้ง Search Partner Network เป็น Low priority พร้อมงบ 0% ได้ แต่หน้า Help ระบุว่าการจัดสรรงบทุกแบบเป็น best-effort
  • ตามจดหมายข่าว Smart Bidding Exploration เปิดใช้เต็มรูปแบบแล้วสำหรับ Performance Max ที่มีฟีดและ Shopping และต้องใช้งบที่ไม่ถูกจำกัด
  • Promotion mode ซึ่งยังเป็น beta ใน Search และ Performance Max ตั้ง ROAS tolerance ได้ 5% ถึง 90% ซึ่ง PPC Land ระบุว่า Google ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน

Ginny Marvin ผู้ประสานงานด้านผลิตภัณฑ์โฆษณาของ Google (Ads Product Liaison) ระบุในจดหมายข่าว Ads Decoded ฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่าการตั้งค่าจัดลำดับช่องทาง (channel prioritization) และการจัดสรรงบตามช่องทาง (budget allocation) ใช้งานผ่าน Google Ads API ได้ตั้งแต่วันเปิดตัว ผู้ลงโฆษณา Performance Max ตั้งงบของ Search partners เป็น 0% ได้ และ Smart Bidding Exploration เปิดใช้เต็มรูปแบบแล้วสำหรับแคมเปญ Performance Max ที่มีฟีดสินค้าและแคมเปญ Shopping ตามรายงานของ PPC Land เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 คำตอบหลายข้อในจดหมายข่าวไปไกลกว่าหน้า Help ของ Google เอง ซึ่งยังระบุว่าการรองรับ API เป็น "coming soon" เมื่อ Relevant Audience ตรวจสอบในวันที่ 18 ตุลาคม 2569

บทความนี้เป็นข่าวต่อเนื่อง Relevant Audience รายงานการเปิดตัวการตั้งค่าทั้งสองไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 และรายงานพอดแคสต์ Ads Decoded วันที่ 15 ตุลาคมที่สัมภาษณ์ Tal Akabas ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google ไปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ครั้งนี้จึงเล่าเฉพาะสิ่งที่จดหมายข่าววันที่ 16 ตุลาคมเพิ่มเข้ามา และจุดที่ขัดกับเอกสารเดิมของ Google

คำตอบเหล่านี้มาจากไหน

จดหมายข่าวนี้คือ Ads Decoded ฉบับหนึ่งที่เผยแพร่บนเพจ LinkedIn ของ Google Ads ลงชื่อโดย Marvin และใช้ชื่อ "The big-picture guide to directing your ad spend" PPC Land ระบุวันที่ 16 ตุลาคม 2569 และรายงานว่ามีการแชร์ลิงก์จากบัญชี AdsLiaison บน X ในวันเดียวกัน ส่วนหน้า LinkedIn แสดงวันที่ 17 ตุลาคมเมื่อเปิดดูจากประเทศไทย Relevant Audience ตรวจคำพูดของ Marvin ในบทความนี้กับจดหมายข่าวบน LinkedIn โดยตรงแล้ว ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับโพสต์บน X และเอกสารก่อนหน้าของ Google เป็นไปตามที่ PPC Land รายงาน และหากจดหมายข่าวกับหน้า Help ของ Google ไม่ตรงกัน บทความนี้จะแสดงทั้งสองฉบับ

PPC Land ระบุว่าจดหมายข่าวมีสี่ส่วน ได้แก่ ถามตอบเรื่องการจัดลำดับช่องทางและการจัดสรรงบ ฟีเจอร์ด้านการประมูลและงบสามรายการที่ "ทยอยเปิดให้ทันช่วงเทศกาล" ส่วนว่าด้วย customer lifecycle goals และกรอบการวางแผนสี่ขั้น Marvin ตอบคำถามเจ็ดข้อ และ PPC Land นับได้สี่ข้อที่ไปไกลกว่าหรือแตกต่างจากหน้า Help

อะไรใหม่เมื่อเทียบกับการเปิดตัววันที่ 14 ตุลาคม

Google ประกาศ channel prioritization และ budget allocation บนบล็อก Google Ads & Commerce เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดย Tal Akabas ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ บทความนั้นอธิบายว่าแคมเปญจะ "ใช้งบเต็มที่" กับช่องทาง High priority ก่อน แล้วจึงส่งงบที่เหลือไปยังช่องทาง Low priority และสามารถกำหนดเปอร์เซ็นต์สูงสุดของงบรายวันให้ช่องทาง Low priority ได้ โดยเครื่องมือของ Google จะพยายามรักษาเพดานนั้น "แบบ best-effort" บทความยังระบุว่าฟีเจอร์จะทยอยเปิดใน Search, Shopping, Performance Max และ Demand Gen "ในอีกหลายเดือนข้างหน้า"

จดหมายข่าวยืนยันกลไกหลักเดิม สามข้อแรกด้านล่างครอบคลุมคำตอบสี่ข้อที่ PPC Land ระบุว่าไปไกลกว่าหรือแตกต่างจากหน้า Help ส่วนสองข้อสุดท้ายเป็นการชี้แจงเพิ่มเติม โดยค่าเริ่มต้นระดับบัญชีเคยรายงานไว้แล้วในบทความของ Relevant Audience วันที่ 15 ตุลาคม

  • API ใช้ได้ตั้งแต่วันเปิดตัว Marvin เขียนว่า "They are supported via the Google Ads API at launch, with Google Ads Editor support coming soon." ขณะที่หน้า Help ระบุว่า "Support for the Google Ads API and Google Ads Editor is coming soon" และระบุที่จัดการการตั้งค่าได้เพียง Google Ads กับ Search Ads 360 ข้อความนี้ยังไม่เปลี่ยนเมื่อตรวจสอบในวันที่ 18 ตุลาคม 2569
  • ตั้ง Search partners เป็น 0% ใน Performance Max ได้ Marvin เขียนว่าใน PMax ผู้ลงโฆษณาสามารถตั้งงบของ SPN เป็น 0% ได้หากต้องการ หรือจะทดลองเพิ่มเพดานเปอร์เซ็นต์งบรายวันก็ได้ โดย SPN คือคำย่อที่ Google ใช้เรียก Search Partner Network
  • การทดลองและงบที่ใช้ร่วมกัน Marvin ระบุว่าการตั้งค่า "ทดสอบได้เต็มที่ผ่าน Drafts & Experiments" และ "รองรับเต็มที่เมื่อใช้ shared budgets" แต่หน้า Help กำหนดข้อจำกัดไว้ทั้งสองเรื่อง
  • การปิดหรือเปิดช่องทางแบบเดิมยังอยู่ การตั้งค่า opt-in และ opt-out ของ Display Network และ Search partners ไม่เปลี่ยน และการควบคุมตำแหน่งโฆษณารายตำแหน่งก็ยังอยู่
  • ค่าเริ่มต้นระดับบัญชี ตั้งค่าที่ระดับบัญชีเป็นค่าเริ่มต้น "แยกตามประเภทแคมเปญ" ได้ แคมเปญจะรับค่านั้นไปใช้ และปรับทับได้ที่ระดับแคมเปญ

Search partners เป็น 0% ใน Performance Max คืออะไร และไม่ใช่อะไร

PPC Land ระบุว่าเคยพบการตั้งค่าที่ให้ผู้ลงโฆษณา Performance Max บางรายปิด Search partners และ Display Network ในการทดสอบระดับ alpha เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 และช่วงปลายเดือนกรกฎาคม Google ยืนยันว่าเป็นโครงการนำร่องเฉพาะผู้ลงโฆษณาที่ได้รับเลือกเท่านั้น

การตั้งงบเป็น 0% เป็นเครื่องมือคนละแบบกับการปิดช่องทาง หน้า Help ระบุไว้ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมแล้วว่าการตั้งงบ 0% ให้ช่องทาง Low priority หมายความว่า Google จะไม่ใช้งบในช่องทางนั้น สิ่งที่จดหมายข่าวเพิ่มเข้ามาคือการยืนยันชัดเจนว่าใช้กับ Search partners ใน Performance Max ได้ วิธีใช้คือต้องตั้งช่องทางนั้นเป็น Low priority ก่อน เพราะเพดานงบมีอยู่เฉพาะในระดับ Low priority เท่านั้น

PPC Land ชี้ข้อควรระวังหนึ่งข้อที่จดหมายข่าวไม่ได้พูดซ้ำ หน้า Help อธิบายว่าการจัดสรรงบทุกแบบเป็นเป้าที่ Google "จะพยายาม" รักษาไว้ และเขียนต่อว่า "this isn't a guarantee" คำตอบของ Marvin ไม่ได้บอกว่าการตั้ง 0% ได้รับยกเว้นจากเงื่อนไข best-effort หรือไม่ PPC Land ระบุว่ามีเพียงรายงานตำแหน่งโฆษณาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าระบบของ Google รักษาเพดาน 0% ได้จริงหรือไม่

API ตั้งแต่วันเปิดตัว กับคำว่า coming soon สำคัญกับเอเจนซีอย่างไร

เรื่อง API เป็นจุดขัดแย้งที่ชัดที่สุดระหว่างเอกสารสองฉบับ หน้า Help ยังระบุว่าตั้งค่านี้จากบัญชีผู้จัดการ (manager account หรือ MCC) ไม่ได้ เอเจนซีที่ต้องการใช้เพดานเดียวกันกับบัญชีลูกค้าจำนวนมากจึงมีสองทาง คือทำทีละบัญชีในหน้าจอ หรือใช้ API หากจดหมายข่าวถูกต้อง การตั้งค่าจำนวนมากผ่าน API ทำได้แล้วตอนนี้ หากหน้า Help ถูกต้อง ก็ยังทำไม่ได้

PPC Land ระบุว่าจดหมายข่าวไม่ได้บอกเวอร์ชันของ API หรือ resource ที่รองรับการตั้งค่านี้ และไม่ได้พูดถึงบัญชีผู้จัดการเลย ส่วน Google Ads Editor ยังเป็น "coming soon" ในเอกสารทั้งสองฉบับ

จุดที่จดหมายข่าวกับหน้า Help ไม่ตรงกัน

PPC Land เทียบเอกสารสองฉบับทีละประเด็น ตารางด้านล่างสรุปการเทียบหน้า Help ของ Google ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 กับจดหมายข่าวของ Marvin วันที่ 16 ตุลาคม 2569

จุดที่จดหมายข่าวกับหน้า Help ไม่ตรงกัน
ประเด็นหน้า Help (14 ต.ค. 2569)จดหมายข่าว Marvin (16 ต.ค. 2569)
Google Ads APIComing soonรองรับตั้งแต่วันเปิดตัว
Shared budgetsแคมเปญต้องเป็นประเภทเดียวกัน (หน้า shared budgets อีกหน้าของ Google ระบุว่า Performance Max ใช้ไม่ได้)"รองรับเต็มที่"
การทดลอง (Experiments)ไม่รองรับ shared budget หลายแคมเปญ และทุกช่องทางถูกนับเป็นระดับเดียวกัน"ทดสอบได้เต็มที่"
ความเร็วในการเปิดใช้ทยอยเปิดตั้งแต่ 15 ตุลาคม"หลายเดือน" (LinkedIn) และ "หลายสัปดาห์" (X)
การจัดสรรงบใน Demand Genไม่รองรับไม่ได้กล่าวถึง

มีสองแถวที่ต้องอธิบายเพิ่ม เรื่อง shared budgets PPC Land ระบุว่าหน้า shared budgets อีกหน้าของ Google ระบุว่า Performance Max ใช้ shared budgets ไม่ได้ คำว่า "รองรับเต็มที่" จึงใช้ได้เฉพาะประเภทแคมเปญที่ใช้ shared budgets ได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องความเร็ว ผู้เขียนคนเดียวกันเขียนว่า "coming months" บน LinkedIn และ "coming weeks" บน X ในวันเดียวกัน ขณะที่บล็อกวันที่ 14 ตุลาคมใช้คำว่า "over the next months"

PPC Land ยังชี้ว่ามีสองเรื่องที่ขาดไป เรื่องแรก จดหมายข่าวไม่ได้พูดถึงข้อความในหน้า Help ที่ว่า Display Network จะหยุดแสดงในแคมเปญ Search ที่ใช้กลยุทธ์ Target Impression Share เมื่อการเปลี่ยนแปลงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 มีผล เรื่องที่สอง คำตอบสำหรับ Target CPA และ Target ROAS ว่างเปล่า มีแต่หัวข้อโดยไม่มีเนื้อหา ทั้งในสำเนาที่ PPC Land บันทึกไว้และบนหน้า LinkedIn ที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 หน้า Help ให้คำตอบส่วนนี้ไว้ว่า สำหรับแคมเปญ Target CPA และ Target ROAS ที่ไม่ถูกจำกัดด้วยงบ ระดับความสำคัญโดยทั่วไปจะไม่เปลี่ยนการกระจายการใช้งบ มีเพียงเปอร์เซ็นต์การจัดสรรงบที่มีผล Marvin เขียนไว้ด้วยว่า "these are budgeting controls and not bidding controls" คือเป็นเครื่องมือคุมงบ ไม่ใช่เครื่องมือคุมการประมูล

การเปลี่ยนแปลง Display เดือนกุมภาพันธ์ 2570 ถูกย้ำอีกครั้ง

Marvin เขียนว่าสำหรับแคมเปญ Search ที่เปิด GDN ไว้ ระบบจัดสรรงบแบบปัจจุบันจะหายไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2570 หากต้องการคงการตั้งค่าเดิม ให้ตั้ง Display Network เป็น Low priority พร้อมการจัดสรรงบ 50% ซึ่งตรงกับบล็อกของ Google วันที่ 14 ตุลาคม ทั้งนี้ไม่มีรายงานใหม่เพิ่มเข้ามา Marvin แนะนำให้ใช้รายงานที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ การแบ่งกลุ่มตามเครือข่ายและรายงานตำแหน่งโฆษณาใน Search และ Shopping รายงานประสิทธิภาพตามช่องทางและรายงานตำแหน่งใน Performance Max และการแบ่งกลุ่มตามเครือข่ายใน Demand Gen

สามฟีเจอร์สำหรับช่วงเทศกาลในจดหมายข่าวฉบับเดียวกัน

ส่วนที่สองของจดหมายข่าวระบุสามฟีเจอร์ที่ "ทยอยเปิดให้ทันช่วงเทศกาล" สองในสามรายการมีการเปลี่ยนสถานะหรือมีตัวเลขที่ Google ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน

Smart Bidding Exploration เปิดใช้ "เต็มรูปแบบ" สำหรับค้าปลีก

Marvin เขียนว่า Smart Bidding Exploration ซึ่งให้ระบบมี ROAS tolerance เล็กน้อยเพื่อประมูลหาโอกาสและค้นหาการประมูลส่วนเพิ่ม ตอนนี้ "fully launched" แล้วสำหรับ PMax ค้าปลีกที่มีฟีดสินค้าและแคมเปญ Shopping และฟีเจอร์นี้ "ต้องใช้งบที่ไม่ถูกจำกัดจึงจะทำงานได้อย่างเหมาะสม" PPC Land ไล่ประวัติสถานะไว้ว่า Google ประกาศเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ว่าจะขยายฟีเจอร์นี้ไปยัง Performance Max ที่มีฟีดและ Shopping และภายในวันที่ 22 มิถุนายนทั้งสองแบบอยู่ในสถานะ restricted beta ในพอดแคสต์วันที่ 15 ตุลาคม Marvin ยังพูดว่ากำลัง "rolling out" สำหรับ Performance Max ค้าปลีก และ "coming to" Shopping แต่จดหมายข่าวในวันถัดมาระบุว่าเปิดเต็มรูปแบบแล้วทั้งคู่ เงื่อนไขเรื่องงบที่ไม่ถูกจำกัดหมายความว่าแคมเปญที่ติดเพดานงบรายวันจะได้ประโยชน์จาก Exploration น้อยลง

Promotion mode มีช่วง ROAS tolerance 5% ถึง 90%

Marvin เขียนว่า promotion mode กำลัง "rolling out in beta on Search and PMax" ฟีเจอร์นี้ให้ผู้ลงโฆษณากำหนดช่วงโปรโมชันล่วงหน้า และตั้ง ROAS tolerance ได้ระหว่าง 5% ถึง 90% โดยอาศัย Smart Bidding Exploration มีตัวเลือกเพิ่มงบระหว่างช่วงโปรโมชัน และเมื่อโปรโมชันจบ ระบบจะกลับไปใช้การตั้งค่าเดิมโดยอัตโนมัติ PPC Land ระบุว่าช่วง 5% ถึง 90% ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน ตอนที่ promotion mode เข้าสู่ beta เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เอกสารของ Google พูดถึงการปรับ ROAS tolerance ชั่วคราวโดยไม่มีตัวเลข และคำชี้แจงของ Marvin ในสัปดาห์ถัดมาให้ช่วงเวลาโปรโมชัน 3 ถึง 14 วัน จดหมายข่าวไม่ได้อธิบายว่าเปอร์เซ็นต์นี้คำนวณอย่างไร และไม่ได้พูดถึงช่วง 3 ถึง 14 วันอีก ทั้งยังเรียก promotion mode ว่า beta อยู่ ขณะที่ Akabas พูดในพอดแคสต์วันที่ 15 ตุลาคมว่ากำลัง "rolling out just now"

Campaign total budgets ระยะ 3 ถึง 90 วัน

Campaign total budgets ออกแบบมาสำหรับแคมเปญใหม่ที่โฆษณาโปรโมชันระยะสั้น โดยกำหนดงบรวมคงที่ในช่วงเวลา 3 ถึง 90 วัน Marvin แนะนำให้ใช้คู่กับ promotion mode สำหรับการขายระยะสั้น PPC Land เพิ่มข้อจำกัดจากหน้า Help ที่จดหมายข่าวไม่ได้กล่าวถึง คือ channel prioritization ใช้กับ campaign total budgets ได้เฉพาะใน Demand Gen แคมเปญ Search หรือ Performance Max ช่วงเทศกาลที่ใช้งบรวมจึงใช้ระดับความสำคัญของช่องทางแบบใหม่ไม่ได้ ตามเอกสารปัจจุบันจึงยังไม่มีประเภทแคมเปญใดที่ใช้ทั้งสามฟีเจอร์พร้อมกันได้

สิ่งที่จดหมายข่าวไม่ได้บอก

  • ไม่ได้ระบุเวอร์ชันของ API หรือ resource ของ API สำหรับการตั้งค่าใหม่
  • ไม่ได้บอกว่าการตั้งงบ 0% ได้รับยกเว้นจากเงื่อนไข best-effort ในหน้า Help หรือไม่
  • ไม่ได้พูดถึงบัญชีผู้จัดการ การจัดสรรงบใน Demand Gen หรือการเปลี่ยนแปลงเรื่อง Target Impression Share ในแคมเปญ Search
  • ไม่ได้อธิบายวิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ ROAS tolerance ของ promotion mode และ Google ยังไม่เผยแพร่ผลลัพธ์ใดของฟีเจอร์นี้
  • ไม่ได้ให้กำหนดการเปิดใช้รายประเทศ มีเพียงคำว่าทยอยเปิดทั่วโลก

สิ่งที่ควรตรวจในบัญชีของคุณ

ขั้นตอนด้านล่างเป็นบทวิเคราะห์เชิงปฏิบัติที่อิงจากข้อมูลที่อ้างอิงไว้ข้างต้น ไม่ใช่คำแนะนำจาก Google

  1. ตรวจว่ามีการตั้งค่านี้ในบัญชีแล้วหรือยังก่อนวางแผน หน้า Help ระบุว่าเริ่มทยอยเปิดตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2569 และ Google เองก็ใช้คำบอกระยะเวลาต่างกันระหว่างหลายสัปดาห์กับหลายเดือน
  2. หากต้องการเอา Search partners ออกจาก Performance Max ให้ตั้ง Search partners เป็น Low priority กำหนดงบเป็น 0% แล้วตรวจรายงานประสิทธิภาพตามช่องทางและรายงานตำแหน่งของ Search partners ในวันต่อ ๆ ไปว่าการใช้งบหยุดจริง
  3. หากดูแลหลายบัญชี ให้ทดลองผ่าน API กับบัญชีเดียวก่อนวางแผนเปลี่ยนจำนวนมาก เพราะเอกสารสองฉบับของ Google ยังขัดกันว่าใช้ได้หรือไม่
  4. อย่าพึ่งผลจากการทดลองเพียงอย่างเดียว หากการทดสอบเกี่ยวข้องกับ shared budget หลายแคมเปญ เพราะหน้า Help ระบุว่าไม่รองรับ และช่องทางทั้งหมดถูกนับเป็นระดับเดียวกันในการทดลอง
  5. ตรวจแคมเปญ Search ที่เปิด Display Expansion ก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และตัดสินใจว่า Low priority ที่ 50% คือการตั้งค่าที่ต้องการจริงหรือไม่
  6. สำหรับแคมเปญค้าปลีกช่วงเทศกาล ตรวจว่างบรายวันกำลังจำกัดแคมเปญ Performance Max หรือ Shopping ที่คาดหวังให้ Smart Bidding Exploration ทำงานหรือไม่ เพราะ Marvin ระบุว่าฟีเจอร์นี้ต้องใช้งบที่ไม่ถูกจำกัด

หากต้องการความช่วยเหลือในการใช้การตั้งค่าเหล่านี้กับ Search, Shopping และ Performance Max ทีมบริการ Google Ads ของ Relevant Audience ช่วยตรวจการใช้งบตามช่องทางและวางการทดสอบได้ ส่วนร้านค้าที่วางแผนแคมเปญจากฟีดสินค้าสำหรับฤดูขาย ดูเพิ่มเติมได้ที่บริการการตลาดอีคอมเมิร์ซ

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

Google อธิบายว่าการเปิดใช้เป็นแบบทั่วโลก และทั้งบล็อกกับจดหมายข่าวไม่ได้ระบุวันที่สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ บัญชีในไทยจึงควรคาดว่าการตั้งค่าจะทยอยปรากฏ สำหรับผู้ลงโฆษณาอีคอมเมิร์ซในไทยที่ใช้ Performance Max และ Shopping ตลอดช่วงแคมเปญปลายปี รวมถึงแคมเปญวันเลขเบิ้ลอย่าง 11.11 และ 12.12 มีสามเรื่องที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ตัวเลือกไม่ใช้งบกับ Search partners ใน Performance Max, Smart Bidding Exploration ที่ตอนนี้ระบุว่าเปิดเต็มรูปแบบสำหรับแคมเปญที่ใช้ฟีด และ promotion mode ที่กำหนดช่วงเวลาล่วงหน้าและกลับค่าเดิมอัตโนมัติ การคำนวณงบเหมือนกันไม่ว่าจะใช้สกุลเงินใด หน้า Help ของ Google คิดเปอร์เซ็นต์จากงบเฉลี่ยรายวัน ตัวอย่างเช่น การจัดสรร 5% กับงบเฉลี่ยวันละ 10,000 บาท หมายความว่า Google จะพยายามให้ช่องทางนั้นใช้ไม่เกินประมาณวันละ 500 บาท แบบ best-effort

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ลงโฆษณา Performance Max หยุดใช้งบกับ Search partners ได้แล้วหรือยัง

ได้ ตามจดหมายข่าว Ads Decoded ของ Ginny Marvin วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ผู้ลงโฆษณา Performance Max ตั้งงบของ Search Partner Network เป็น 0% ได้หลังตั้งเป็น Low priority อย่างไรก็ตาม หน้า Help ของ Google ระบุว่าการจัดสรรงบทุกแบบเป็น best-effort และ "ไม่ใช่การรับประกัน" และจดหมายข่าวไม่ได้บอกว่า 0% ได้รับยกเว้น จึงควรตรวจรายงานตำแหน่งและรายงานตามช่องทางหลังตั้งค่า

ตั้งค่าการจัดลำดับช่องทางผ่าน Google Ads API ได้หรือไม่

Marvin เขียนว่า "รองรับผ่าน Google Ads API ตั้งแต่วันเปิดตัว" แต่หน้า Help ของ Google ยังระบุว่า API จะมาในภายหลังเมื่อตรวจสอบในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ทั้งสองฉบับยังไม่ได้ปรับให้ตรงกันอย่างเป็นทางการ และจดหมายข่าวไม่ได้ระบุเวอร์ชันของ API จึงควรทดลองกับบัญชีเดียวก่อน

Smart Bidding Exploration ใช้กับแคมเปญ Shopping ได้หรือยัง

ได้ จดหมายข่าวของ Marvin ระบุว่า Smart Bidding Exploration "เปิดใช้เต็มรูปแบบแล้ว" สำหรับแคมเปญ Performance Max ค้าปลีกที่มีฟีดสินค้าและแคมเปญ Shopping และเธอเสริมว่าฟีเจอร์นี้ต้องใช้งบที่ไม่ถูกจำกัดจึงจะทำงานได้เหมาะสม

Promotion mode ตั้ง ROAS tolerance ได้เท่าไร

จดหมายข่าวระบุว่า promotion mode ให้ตั้ง ROAS tolerance ได้ระหว่าง 5% ถึง 90% ในช่วงโปรโมชันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่ง PPC Land ระบุว่า Google ไม่เคยเผยแพร่ช่วงนี้มาก่อน จดหมายข่าวไม่ได้อธิบายวิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ และ promotion mode ยังถูกเรียกว่า beta ใน Search และ Performance Max

ต้องเปลี่ยนอะไรในบัญชีตอนนี้หรือไม่

ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรสำหรับการตั้งค่าใหม่ซึ่งเป็นตัวเลือก แต่แคมเปญ Search ที่เปิด Display Expansion จะเสียระบบจัดสรรงบแบบปัจจุบันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2570 Google ระบุว่าการตั้ง Display Network เป็น Low priority พร้อมการจัดสรร 50% จะคงการตั้งค่าเดิมไว้

ภายในสามวัน Google อธิบายการตั้งค่าสองรายการเดียวกันผ่านบล็อก หน้า Help พอดแคสต์ และจดหมายข่าว และทั้งสี่ฉบับไม่ได้ตรงกันทั้งหมด ความเห็นของเรา: จนกว่า Google จะปรับหน้า Help ให้วางแผนตามฉบับที่เข้มงวดกว่า และตรวจการใช้งบจริงในรายงาน

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น