งานศึกษาของผู้ขายพบ sitemap 62% ของเว็บไซต์ใหญ่มีข้อบกพร่อง

งานศึกษาของผู้ขายพบ sitemap 62% ของเว็บไซต์ใหญ่มีข้อบกพร่อง

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)October 3, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • lintlab ผู้ขายเครื่องมือตรวจ sitemap เก็บข้อมูลต้นทาง 1,000 อันดับแรกของ Chrome UX Report เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 พบ XML sitemap บน 400 จาก 916 เว็บไซต์ที่ตอบสนอง (43.7%) และ 248 จาก 400 แห่ง (62%) มีข้อบกพร่องอย่างน้อยหนึ่งอย่าง
  • ปัญหาที่พบบ่อยสุดคือ URL เปลี่ยนเส้นทาง 92 เว็บไซต์ (23.0%) lastmod เหมือนกัน 88 แห่ง (22.0%) URL อยู่คนละโฮสต์ 72 แห่ง (18.0%) และรายการซ้ำ 69 แห่ง (17.3%)
  • มี 66 จาก 1,000 ต้นทาง (6.6%) ที่ให้บริการไฟล์ llms.txt ที่ใช้ได้ โดยงานศึกษาตรวจไฟล์ sitemap 1,677 ไฟล์และ URL 13,894,476 รายการ
  • งานศึกษานี้เป็นงานวิจัยของผู้ขายจากการเก็บข้อมูลรอบเดียวที่จุดเครือข่ายเดียว Google ไม่ได้ตรวจสอบ และไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทย

จากต้นทางเว็บไซต์ 1,000 อันดับแรกของ Chrome UX Report มี 400 แห่ง (43.7% ของ 916 แห่งที่ตอบสนองเป็นเว็บไซต์) ที่เปิดเผย XML sitemap และ 248 แห่งจาก 400 แห่งนั้น (62%) มีข้อบกพร่องที่วัดได้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ตามผลการศึกษาที่ lintlab เผยแพร่หลังการเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 lintlab ขายเครื่องมือตรวจ sitemap งานนี้จึงเป็นงานวิจัยของผู้ขายที่ Google ไม่ได้ตรวจสอบ และบทความนี้ยังยืนยันอย่างเป็นอิสระไม่ได้ การตรวจแยกต่างหากกับต้นทางชุดเดียวกันเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 พบไฟล์ llms.txt ที่ใช้ได้บน 66 จาก 1,000 ต้นทาง (6.6%) รายละเอียดด้านล่างมาจากหน้าเผยแพร่ผลการศึกษา XML sitemap ของ lintlab และรายงานของ PPC Land

ใครทำการศึกษา และคำเปิดเผยของผู้ขาย

lintlab ขาย XML Sitemap Checker บนตลาด Apify ในราคา 0.001 ดอลลาร์ต่อไฟล์ที่แยกวิเคราะห์ 0.0003 ดอลลาร์ต่อ URL ที่ดึงออกมา และ 0.0005 ดอลลาร์ต่อการตรวจสถานะ PPC Land รายงานว่างานศึกษานี้มีการตรวจ 4 รายการที่ตัวผลิตภัณฑ์ไม่มี หนึ่งในนั้นคือการตรวจ lastmod ซ้ำกันทั้งไฟล์ ซึ่งให้ผลพบมากเป็นอันดับสอง หน้าศึกษาระบุว่า lintlab เผยแพร่เฉพาะตัวเลขรวมและไม่ระบุชื่อเว็บไซต์ และ Google ไม่ได้ตรวจสอบหรือรับรองงานนี้

เหตุผลเหล่านี้ทำให้ควรมองตัวเลขเป็นภาพรวม ณ ช่วงเวลาหนึ่งจากผู้มีส่วนได้เสีย แต่ไม่ได้เป็นเหตุผลให้ปัดทิ้ง เพราะระเบียบวิธีถูกเปิดเผยละเอียด ผู้อ่านจึงประเมินได้ว่าตัวเลขใช้อ้างอิงได้ไกลแค่ไหน

การเก็บข้อมูลทำอย่างไร

กลุ่มตัวอย่างคือกลุ่มต้นทาง 1,000 อันดับแรกจากสแนปชอตระดับโลกเดือนสิงหาคม 2026 ของ Chrome UX Report การเก็บข้อมูลทำเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ระหว่างเวลา 22:15:40 ถึง 22:47:14 UTC และดึงซ้ำสำหรับต้นทางที่ถูกบล็อกเสร็จภายใน 23:48 UTC ขั้นแรกตรวจ robots.txt ตาม RFC 9309 จากนั้นหา sitemap จากข้อความใน robots.txt และพาธเริ่มต้น /sitemap.xml กับ /sitemap_index.xml แล้วแยกวิเคราะห์ XML ตามโปรโตคอล sitemaps.org และสุ่มตรวจสูงสุด 20 URL ต่อต้นทางด้วยคำขอ HEAD โดยไม่เรนเดอร์หน้า ไม่ล็อกอิน และไม่หลบการท้าทายของเว็บ

งานศึกษาตรวจไฟล์ sitemap 1,677 ไฟล์ ซึ่งมี URL 13,894,476 รายการ และตรวจสถานะ 7,456 ครั้ง จาก sitemap index แต่ละอันดึง sitemap ลูกไม่เกิน 5 ไฟล์ เลือกด้วยแฮช โดยจำกัด 8 ไฟล์และความลึก 3 ชั้นต่อต้นทาง งานศึกษาระบุว่า sitemap ลูก 248,513 ไฟล์ไม่ถูกดึง จำนวนปัญหาระดับไฟล์จึงเป็นค่าขั้นต่ำ ไม่ใช่ยอดรวม

เว็บไซต์ใหญ่กี่แห่งเปิดเผย sitemap

จาก 1,000 ต้นทาง มี 916 แห่งตอบสนองเป็นเว็บไซต์ พบ sitemap บน 400 แห่ง หรือ 43.7% งานศึกษารายงานว่า 73% ของจำนวนนั้นเริ่มด้วยไฟล์ sitemap index และ 69.5% ให้บริการไฟล์บีบอัด gzip อย่างน้อยหนึ่งไฟล์ อีก 256 ต้นทาง (27.9% ของ 916) ไม่พบ sitemap, 165 ต้นทาง (18.0%) บล็อกตัวเก็บข้อมูลด้วย 403, 429 หรือหน้าท้าทาย และ 77 ต้นทาง (8.4%) ไม่อนุญาตให้ดึงข้อมูลผ่าน robots.txt ตารางต่อไปนี้แสดงผลลัพธ์ทุกแบบที่งานศึกษารายงาน

เว็บไซต์ใหญ่กี่แห่งเปิดเผย sitemap
ผลลัพธ์ (916 เว็บไซต์ที่ตอบสนอง)จำนวนและสัดส่วน
พบ sitemap ไม่พบปัญหา112 (12.2%)
พบ sitemap มีปัญหาอย่างน้อยหนึ่งอย่าง248 (27.1%)
พบ sitemap ตรวจไม่ครบ40 (4.4%)
ไม่พบ sitemap256 (27.9%)
ถูกบล็อกด้วย 403, 429 หรือหน้าท้าทาย165 (18.0%)
robots.txt ปิดกั้นการเข้าถึง77 (8.4%)
ดึง sitemap ไม่สำเร็จ18 (2.0%)

ปัญหา sitemap 7 อันดับแรกที่พบบ่อย

ในบรรดา sitemap 400 แห่ง มี 112 แห่ง (28%) ไม่พบปัญหาที่วัดได้ 248 แห่ง (62%) พบอย่างน้อยหนึ่งปัญหา และ 40 แห่ง (10%) ตรวจไม่ครบ ตารางถัดไปแสดงปัญหา 7 อันดับแรก เป็นจำนวนเว็บไซต์และสัดส่วนจาก 400 แห่ง

ปัญหา sitemap 7 อันดับแรกที่พบบ่อย
ปัญหาเว็บไซต์ (สัดส่วนจาก 400)
URL ที่สุ่มตรวจตอบกลับด้วยการเปลี่ยนเส้นทาง92 (23.0%)
lastmod เหมือนกันทุก URL88 (22.0%)
URL อยู่คนละโฮสต์72 (18.0%)
URL ซ้ำกัน69 (17.3%)
ข้อผิดพลาด 4xx ยกเว้น 403 และ 42941 (10.3%)
เนมสเปซผิดหรือไม่มี15 (3.8%)
ค่า lastmod เป็นวันที่ในอนาคต14 (3.5%)

ปัญหาที่พบน้อยกว่าได้แก่ รูปแบบโปรโตคอลไม่ตรงกัน (2.0%) XML ผิดรูปแบบ (1.0%) ข้อผิดพลาดฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (1.0%) วันที่ไม่ถูกต้อง (0.8%) ส่วนต่อท้าย URL (0.5%) และไฟล์ใหญ่เกินกำหนด (0.3%) PPC Land อ้างงานศึกษาว่า ตัว XML แทบไม่เป็นปัญหา แต่ URL และวันที่ที่อยู่ข้างในเป็นปัญหา

ปัญหาแต่ละข้อหมายความว่าอย่างไร

งานศึกษานิยามการตรวจแต่ละข้อไว้ และเหตุผลที่ให้มีประโยชน์ต่อคนที่ตรวจไฟล์ของตัวเอง

การเปลี่ยนเส้นทาง: URL นับเมื่อการตอบกลับครั้งแรกเป็น 3xx งานศึกษาระบุว่า Google ขอให้เจ้าของเว็บไซต์ระบุ URL ที่ต้องการให้แสดงในผลการค้นหา และโดยทั่วไป Google แสดง URL แบบ canonical sitemap ที่เต็มไปด้วย URL เปลี่ยนเส้นทางจึงระบุที่อยู่ผิด

lastmod เหมือนกัน: ทุก URL มีค่าเดียวกัน งานศึกษาอ้างจุดยืนของ Google ว่าใช้ lastmod เฉพาะเมื่อค่านั้นแม่นยำอย่างสม่ำเสมอและตรวจสอบได้ และชี้ว่าค่าเดียวที่ใช้ร่วมกันอาจบันทึกเวลาที่สร้างไฟล์ ไม่ใช่เวลาที่แต่ละหน้าเปลี่ยน

คนละโฮสต์: ชื่อโฮสต์ในรายการ loc ต่างจากต้นทางของ sitemap งานศึกษาอ้าง sitemaps.org ซึ่งระบุว่า URL ทั้งหมดใน sitemap ต้องมาจากโฮสต์เดียว และระบุว่าการตรวจข้อนี้ไม่ได้ดูว่ามีการส่งข้ามไซต์ที่ตั้งค่าถูกต้องผ่าน robots.txt หรือการยืนยันความเป็นเจ้าของใน Search Console หรือไม่

รายการซ้ำ: loc เดียวกันปรากฏมากกว่าหนึ่งครั้ง รายการที่ซ้ำไม่เพิ่ม URL ใหม่ แต่ยังนับรวมในขีดจำกัด 50,000 รายการต่อไฟล์

เนมสเปซ วันที่ โปรโตคอล และ XML: งานศึกษาเชื่อมเนมสเปซที่ผิดและการแยกวิเคราะห์ล้มเหลวเข้ากับข้อความที่ตรงกันใน Search Console และระบุว่าวันที่ในอนาคตบอกการเปลี่ยนแปลงล่าสุดไม่ได้ งานศึกษาใช้การแยกวิเคราะห์วันที่เข้มกว่ารูปแบบ W3C Datetime โดยรับเฉพาะวันที่เต็มหรือเวลาที่มีวินาทีและเขตเวลา ธงเตือนเรื่องวันที่บางรายการจึงอาจเข้มกว่าที่ Google จัดการเอง

PPC Land เพิ่มบริบทเรื่อง lastmod และ llms.txt

รายงานของ PPC Land เพิ่มบริบทที่บทความนี้ยังไม่ได้ตรวจกับแหล่งต้นทาง รายงานระบุว่า Google (Gary Illyes, พฤษภาคม 2024) และ Bing (Fabrice Canel กับ Krishna Madhavan, กรกฎาคม 2025) ต่างชี้ว่าความแม่นยำของ lastmod เป็นสัญญาณให้เข้ามาเก็บข้อมูลซ้ำ รายงานยังอ้างข้อมูลของ Ahrefs เดือนพฤษภาคม 2026 จากบันทึกเซิร์ฟเวอร์ของ 137,000 โดเมน ว่า 97% ของไฟล์ llms.txt ไม่มีคำขอเลยในเดือนนั้น

เรื่อง llms.txt ตัวเลขของงานศึกษาเองแคบ คือ 66 จาก 1,000 ต้นทาง (6.6%) ตอบ /llms.txt ด้วย HTTP 200 และชนิดเนื้อหาเป็นข้อความธรรมดาหรือ Markdown PPC Land ระบุว่า 417 ต้นทาง (45.5%) ประกาศ sitemap ใน robots.txt ซึ่งเป็นตัวเทียบที่ช่วยให้เห็นว่าไฟล์แต่ละชนิดพบได้บ่อยแค่ไหนในเว็บไซต์ขนาดใหญ่

สิ่งที่แหล่งข้อมูลไม่ได้บอก

งานศึกษาไม่ระบุชื่อเว็บไซต์ใด ไม่บอกว่า sitemap ที่บกพร่องส่งผลเสียต่อการเก็บข้อมูล การจัดทำดัชนี หรืออันดับของเว็บไซต์เหล่านั้นหรือไม่ และไม่ได้วัดทราฟฟิก ไม่บอกว่าปัญหาการเปลี่ยนเส้นทางหรือ lastmod จำนวนเท่าใดมาจาก CMS หรือปลั๊กอินตัวเดียวกัน รายงานการเก็บข้อมูลรอบเดียวจากจุดเครือข่ายเดียว และระบุว่าการตอบสนองจริงเปลี่ยนแปลงได้ ผู้เขียนยอมรับว่า 165 ต้นทางบล็อกตัวเก็บข้อมูลและ 77 ต้นทางไม่อนุญาตให้เข้าถึง ภาพรวมจึงครอบคลุมเฉพาะเว็บไซต์ที่เปิดให้ตรวจ ไม่มีส่วนใดของงานศึกษาเกี่ยวกับประเทศไทยหรือเว็บไซต์ไทย กลุ่มตัวอย่างคือรายชื่อ 1,000 อันดับแรกระดับโลก

งานศึกษายังกล่าวถึงมุมมองของ Google ว่าเว็บไซต์ที่มีประมาณ 500 หน้าหรือน้อยกว่าและมีลิงก์ภายในที่ดีอาจไม่จำเป็นต้องมี sitemap เลย ซึ่งทำให้ตัวเลขหลัก 43.7% ต้องอ่านอย่างระวัง การไม่มี sitemap ไม่ใช่ข้อบกพร่องของทุกเว็บไซต์

ความหมายต่อนักการตลาดไทย

กลุ่มตัวอย่างคือเว็บไซต์ใหญ่ที่สุดตาม CrUX ไม่ใช่เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กและกลางของไทย จึงไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์ไปใช้เป็นเกณฑ์เทียบกับเว็บไทย สิ่งที่ใช้ต่อได้คือรายการตรวจ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุด 4 อย่าง คือ การเปลี่ยนเส้นทาง lastmod เหมือนกัน URL ข้ามโฮสต์ และรายการซ้ำ เป็นผลลัพธ์ที่พบได้บ่อยจากปลั๊กอิน CMS และการย้ายเว็บไซต์ และตรวจได้ภายในครึ่งวัน ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ งานศึกษาไม่ได้บอกว่าความผิดพลาดมาจากไหน

เว็บไซต์ไทยที่ย้ายจาก HTTP เป็น HTTPS เพิ่มการเปลี่ยนเส้นทาง www หรือไม่มี www หรือสลับโฟลเดอร์ภาษา ควรตรวจว่า sitemap ยังระบุที่อยู่เก่าอยู่หรือไม่ การตรวจ SEOเป็นประจำครอบคลุมเรื่องนี้ควบคู่กับการตรวจการเก็บข้อมูลและการจัดทำดัชนี และ sitemap อยู่ในงานSEOที่กว้างกว่าสำหรับเว็บไซต์ไทย ส่วน llms.txt ตัวเลข 6.6% ชี้ว่าไฟล์นี้ยังพบน้อยในเว็บไซต์ใหญ่ และผลของมันยังพิสูจน์ไม่ได้ตามบริบทที่ PPC Land รายงาน ทีมที่ทำงานด้านการมองเห็นใน AI ถือว่าไฟล์นี้เป็นตัวเลือกได้ ขณะที่ใช้แรงกับเนื้อหาและข้อมูลโครงสร้าง ซึ่งอยู่ในหัวข้อGEO หรือการปรับแต่งเพื่อเอนจินคำตอบ

วิธีตรวจ sitemap ของคุณเอง

ข้อเสนอแนะของงานศึกษานำมาเป็นรายการตรวจสั้น ๆ ที่ใครก็ทำได้ด้วยเครื่องมือครอลหรือสเปรดชีต

  • เพิ่มบรรทัด Sitemap ใน robots.txt ด้วย URL เต็มแบบสัมบูรณ์ และให้ robots.txt ตอบ 200 หรือ 404 ธรรมดา
  • ให้บริการ URL ของ sitemap ด้วยชนิดเนื้อหา XML และสถานะ 200 ไม่ใช่หน้า HTML
  • ใช้ XML ที่ถูกต้องพร้อมเนมสเปซ sitemaps.org ที่ถูกต้อง
  • ให้แต่ละไฟล์มี URL ไม่เกิน 50,000 รายการและขนาดไม่เกิน 50 MB เมื่อยังไม่บีบอัด และแยกชุดที่ใหญ่กว่านั้นด้วยไฟล์ index
  • ให้ทุก loc เป็น URL แบบสัมบูรณ์ที่ใช้โฮสต์และโปรโตคอลเดียวกัน
  • ระบุแต่ละ URL เพียงครั้งเดียวในทุกไฟล์
  • เขียน lastmod ในรูปแบบ W3C Datetime ไม่ใส่วันที่ในอนาคต และหลีกเลี่ยงการอัปเดตทุกค่าทุกครั้งที่สร้างเว็บไซต์ใหม่
  • สุ่มตรวจ URL ที่ระบุว่าตอบ 200 โดยตรง แทนที่การเปลี่ยนเส้นทางด้วยปลายทางจริง และลบ URL ที่ตอบ 404 หรือ 410

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานศึกษา sitemap

เว็บไซต์ชั้นนำกี่เปอร์เซ็นต์มี XML sitemap

งานศึกษาพบบน 400 จาก 916 ต้นทางที่ตอบสนองในกลุ่ม 1,000 อันดับแรก คือ 43.7% ตัวเลขมาจากการเก็บข้อมูลของผู้ขายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 และครอบคลุมรายชื่อเว็บไซต์ใหญ่ระดับโลก

sitemap กี่เปอร์เซ็นต์มีปัญหา

248 จาก 400 sitemap (62%) มีปัญหาที่วัดได้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ขณะที่ 112 แห่ง (28%) ไม่มี และ 40 แห่ง (10%) ตรวจไม่ครบ URL ที่เปลี่ยนเส้นทางเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด พบบน 92 เว็บไซต์ (23.0%)

งานศึกษานี้เป็นอิสระหรือไม่

ไม่ใช่ เพราะ lintlab ขายเครื่องมือตรวจ XML sitemap และหน้าศึกษาระบุว่า Google ไม่ได้ตรวจสอบหรือรับรอง ระเบียบวิธีเผยแพร่ไว้ แต่บทความนี้ไม่ได้เก็บข้อมูลซ้ำ

จำเป็นต้องมี llms.txt หรือไม่

งานศึกษาไม่ได้บอกว่าจำเป็น โดยพบไฟล์ที่ใช้ได้บน 66 จาก 1,000 ต้นทาง (6.6%) PPC Land รายงานว่า Google ระบุในเดือนมิถุนายน 2026 ว่าไฟล์เหล่านี้ไม่ช่วยและไม่ทำร้ายอันดับ ซึ่งบทความนี้ยังไม่ได้ตรวจกับต้นทางโดยตรง

ทุกเว็บไซต์ต้องมี sitemap หรือไม่

ไม่ต้อง งานศึกษากล่าวถึงมุมมองของ Google ว่าเว็บไซต์ประมาณ 500 หน้าหรือน้อยกว่าที่มีลิงก์ภายในดีอาจไม่จำเป็นต้องมี เว็บไซต์ที่ใหญ่กว่าหรือเปลี่ยนแปลงบ่อยได้ประโยชน์จากไฟล์ที่สะอาดมากกว่า

หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู sitemap, robots.txt และการตั้งค่าการจัดทำดัชนี Relevant Audience ตรวจทางเทคนิคให้ได้ ตัวเลขข้างต้นเป็นของ lintlab ตามที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ถึง 2 ตุลาคม 2026

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น