สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- นโยบายสแปมของ Google ระบุว่าการซื้อขายลิงก์เพื่ออันดับ การแลกลิงก์มากเกินไป และการสร้างลิงก์ด้วยโปรแกรมอัตโนมัติเป็น link spam ซึ่ง PBN มีอยู่เพื่อทำสิ่งนี้โดยตรง
- PBN ส่วนใหญ่เริ่มจากโดเมนหมดอายุ ซึ่งชนกับนโยบาย expired domain abuse ของ Google ตั้งแต่ก่อนวางลิงก์แรก
- การอัปเดต link spam ของ Google เดือนธันวาคม 2565 ใช้ SpamBrain หาทั้งเว็บที่ซื้อลิงก์และเว็บที่ส่งลิงก์ แล้วตัดค่าลิงก์เหล่านั้น
- ลิงก์ที่จ่ายเงินทำได้เฉพาะเมื่อกำกับด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow"
PBN คือ Private Blog Network หรือเครือข่ายบล็อกส่วนตัว เป็นกลุ่มเว็บไซต์ที่คนคนเดียวหรือทีมเดียวควบคุมทั้งหมด แต่ตั้งใจทำให้ดูเหมือนเว็บอิสระที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เพื่อส่งลิงก์ไปยังเว็บเป้าหมายและดันอันดับใน Google โดยตรง Google จัดลิงก์ประเภทนี้เป็น link spam ตามนโยบายสแปมของตัวเอง ลิงก์จาก PBN จึงเสี่ยงทั้งถูกตัดค่าทิ้งเงียบ ๆ และถูกลงโทษแบบ manual action
บทความนี้อธิบายกลไกของ PBN ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้าง วิธีที่ Google ตรวจจับ ความเสี่ยงของการซื้อลิงก์จากเครือข่ายแบบนี้ ร่องรอยที่ใช้สังเกต และทางเลือกในการทำ link building ที่ไม่ต้องพึ่งเครือข่ายปลอม
PBN คืออะไร ย่อมาจากอะไร
PBN ย่อมาจาก Private Blog Network คำว่า "private" ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเว็บถูกซ่อนจากคนทั่วไป เว็บในเครือข่ายเปิดให้ทุกคนและบอตของ Google เข้าได้ตามปกติ ส่วนที่เป็นความลับคือความเป็นเจ้าของ คนที่สร้างเครือข่ายพยายามไม่ให้ใครรู้ว่าเว็บหลายสิบหรือหลายร้อยเว็บนั้นอยู่ในมือคนเดียวกัน
เหตุผลที่ต้องปิดบังมาจากวิธีที่เสิร์ชเอนจินใช้ลิงก์ ลิงก์จากเว็บหนึ่งไปอีกเว็บหนึ่งถูกตีความเป็นสัญญาณว่าเว็บปลายทางน่าเชื่อถือหรือมีประโยชน์ ถ้า Google รู้ว่าลิงก์ทั้งหมดมาจากเจ้าของเดียวกับเว็บปลายทาง ลิงก์ก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับความนิยมจริง PBN จึงต้องแต่งตัวให้แต่ละเว็บดูเป็นเว็บของคนละเจ้าของ
PBN ต่างจากเครือข่ายเว็บของบริษัทเดียวกันที่เปิดเผยตัวตน เช่น สำนักพิมพ์ที่มีหลายเว็บไซต์ในเครือและลิงก์หากันโดยระบุชัดว่าเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกัน กรณีนั้นไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อหลอกสัญญาณลิงก์ ส่วน PBN มีเป้าหมายเดียวคือผลิตลิงก์เพื่ออันดับ เนื้อหาบนเว็บเป็นเพียงฉากหลังที่ทำให้ลิงก์ดูมีที่มาที่ไป
PBN ทำงานอย่างไร
กลไกของ PBN แบ่งได้เป็นขั้นตอนค่อนข้างตายตัว แม้รายละเอียดแต่ละเครือข่ายจะไม่เหมือนกัน
- หาโดเมนหมดอายุที่มีลิงก์เก่าค้างอยู่ ผู้สร้างเครือข่ายมักไล่ซื้อโดเมนที่เจ้าของเดิมปล่อยให้หมดอายุ โดยเลือกโดเมนที่ยังมี backlink จากเว็บอื่นชี้มาอยู่ แนวคิดคือรับ "พลัง" ของลิงก์เก่าเหล่านั้นมาใช้ต่อ แทนที่จะเริ่มสร้างเว็บใหม่จากศูนย์
- ตั้งเว็บขึ้นใหม่บนโดเมนนั้น บางเครือข่ายกู้หน้าตาเดิมจากเว็บเก็บถาวรมาใช้ให้ดูต่อเนื่อง บางเครือข่ายเปลี่ยนเป็นบล็อกหัวข้อกว้าง ๆ เช่น ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ธุรกิจ ซึ่งใส่ลิงก์ไปหาเว็บได้แทบทุกประเภท
- กระจายโฮสติ้งและข้อมูลเจ้าของ เพื่อไม่ให้เว็บผูกโยงกัน แต่ละเว็บมักถูกวางบนโฮสต์คนละเจ้า ใช้ IP คนละช่วง ปิดบังข้อมูล WHOIS และใช้ธีมหรือปลั๊กอินคนละชุด
- เติมเนื้อหาให้พอดูเป็นเว็บจริง บทความมักผลิตเร็วและราคาถูก บางครั้งเป็นบทความที่ปั่นจากเนื้อหาเดิมหรือเขียนด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ เนื้อหามีไว้รองรับลิงก์ ไม่ได้ทำไว้ให้คนอ่าน
- วางลิงก์ไปยังเว็บเป้าหมาย ลิงก์มักอยู่ในเนื้อหาบทความ ใช้ anchor text ตรงกับคีย์เวิร์ดที่ต้องการติดอันดับ และเป็นลิงก์แบบ dofollow คือไม่มี rel="nofollow" หรือ rel="sponsored" กำกับ
เครือข่ายที่ซับซ้อนขึ้นจะซ้อนหลายชั้น เว็บชั้นนอกส่งลิงก์ให้เว็บชั้นกลาง แล้วเว็บชั้นกลางจึงส่งต่อไปที่เว็บลูกค้า เรียกกันว่า tiered linking จุดประสงค์คือให้เว็บที่อยู่ใกล้เป้าหมายดูสะอาดขึ้น และทำให้ร่องรอยสาวกลับไปถึงต้นทางยากขึ้น
ในตลาดซื้อขายลิงก์ PBN มักขายในรูป "โพสต์บนเว็บ DA/DR สูง" หรือ "ลิงก์ถาวร" ผู้ซื้อจำนวนมากไม่รู้ว่าเว็บที่ได้ลิงก์มาเป็นเว็บในเครือข่าย เพราะผู้ขายไม่ได้บอก และตัวเลข DA หรือ DR เป็นเมตริกของเครื่องมือภายนอก ไม่ใช่ค่าที่ Google ใช้ ตัวเลขนี้ปั่นได้ด้วยลิงก์จากเว็บในเครือข่ายเดียวกันเอง
Google มองลิงก์จาก PBN อย่างไร (นโยบาย link spam)
นโยบายสแปมของ Google Search มีหัวข้อ link spam ระบุชัดว่าลิงก์ที่สร้างขึ้นเพื่อปั่นอันดับเป็นการละเมิดนโยบาย ตัวอย่างที่ Google ยกไว้ได้แก่ การซื้อหรือขายลิงก์เพื่อผลด้านอันดับ การแลกเงิน สินค้า หรือบริการกับลิงก์ การแลกลิงก์กันมากเกินไป และการใช้โปรแกรมอัตโนมัติสร้างลิงก์ไปยังเว็บของตัวเอง PBN เข้าข่ายตรงตามนิยามนี้ เพราะสร้างขึ้นเพื่อผลิตลิงก์ให้อันดับโดยเฉพาะ และส่วนใหญ่ลิงก์ก็ถูกซื้อขายกัน
นโยบายเดียวกันยังมีหัวข้อ expired domain abuse ซึ่งหมายถึงการซื้อโดเมนหมดอายุแล้วนำมาใช้ใหม่เพื่อปั่นอันดับเป็นหลัก ขั้นตอนแรกของ PBN ส่วนใหญ่จึงชนกับนโยบายข้อนี้ตั้งแต่ก่อนจะวางลิงก์แรก
Google ไม่ได้ห้ามลิงก์ที่จ่ายเงินทั้งหมด การซื้อพื้นที่โฆษณาหรือบทความสปอนเซอร์ที่มีลิงก์ทำได้ ถ้าลิงก์นั้นกำกับด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" เพื่อบอกว่าไม่ควรนับเป็นสัญญาณอันดับ ปัญหาของ PBN คือมันมีอยู่เพื่อส่งสัญญาณอันดับ ถ้ากำกับลิงก์ตามกติกาก็ไม่เหลือเหตุผลให้ซื้อ
ด้านการบังคับใช้ Google ระบุว่าตรวจจับการละเมิดด้วยระบบอัตโนมัติ และใช้คนตรวจเมื่อจำเป็น ผลที่ตามมามีสองแบบหลัก
- การตัดค่าลิงก์ด้วยอัลกอริทึม ในการอัปเดต link spam เดือนธันวาคม 2565 Google ประกาศว่าใช้ SpamBrain ระบบตรวจจับสแปมด้วย AI ของตัวเอง เพื่อหาทั้งเว็บที่ซื้อลิงก์และเว็บที่ใช้ส่งลิงก์ขาออก แล้วทำให้ลิงก์เหล่านั้นไม่มีผลต่ออันดับ ผู้ซื้อจะไม่ได้รับแจ้งอะไร อันดับแค่ไม่ขยับ หรือหล่นลงเพราะลิงก์ที่เคยช่วยอยู่ถูกตัดค่า
- manual action เมื่อทีมของ Google ตรวจพบรูปแบบลิงก์ผิดธรรมชาติ อาจมีการลงโทษที่แจ้งในรายงาน Manual actions ของ Search Console เช่น "Unnatural links to your site" ซึ่งกระทบอันดับของเว็บปลายทางทั้งบางส่วนหรือทั้งเว็บ ต้องแก้ไขลิงก์แล้วยื่นขอพิจารณาใหม่ (reconsideration request) ก่อนจะกลับมาได้
ฝั่งเว็บในเครือข่ายเองก็โดนได้ เว็บที่ถูกระบุว่าขายลิงก์อาจได้รับ manual action แบบ "Unnatural links from your site" และเว็บที่ละเมิดนโยบายสแปมของ Google อาจอันดับลดลงหรือไม่แสดงในผลการค้นหาเลย พอเว็บในเครือข่ายหายไป ลิงก์ที่จ่ายเงินซื้อมาก็หายตามไปด้วย
ความเสี่ยงของการซื้อ backlink จาก PBN
ความเสี่ยงของ PBN มักถูกพูดถึงแค่เรื่อง "โดนแบน" แต่ในทางปฏิบัติมีหลายชั้นที่ควรแยกให้ออก
เงินที่จ่ายไปอาจไม่ได้อะไรกลับมาเลย เมื่อ SpamBrain ตัดค่าลิงก์ ลิงก์ยังคงอยู่บนหน้าเว็บ เครื่องมือ SEO ภายนอกก็ยังนับให้ แต่ Google ไม่ได้นับ ผู้ซื้ออาจจ่ายต่อเนื่องหลายเดือนโดยเข้าใจว่าลิงก์ยังทำงาน ทั้งที่จริง ๆ ไม่มีผลแล้ว
อันดับที่ได้มาไม่มั่นคง ถ้าลิงก์ PBN เคยช่วยได้ช่วงหนึ่ง อันดับที่ขึ้นมาก็ตั้งอยู่บนลิงก์ชุดนั้นทั้งหมด วันที่ Google ตรวจเจอเครือข่ายหรือมีอัปเดตรอบใหม่ อันดับอาจหล่นพร้อมกันหลายคีย์เวิร์ด และไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเมื่อไร
manual action ใช้เวลาแก้นาน การแก้ต้องไล่หาลิงก์ผิดธรรมชาติทั้งหมด ติดต่อให้ลบ ส่วนที่ลบไม่ได้ก็ใส่ในไฟล์ disavow แล้วเขียนคำขอพิจารณาใหม่อธิบายสิ่งที่ทำ ช่วงที่รอผลนั้นเว็บยังอยู่ในสถานะถูกลงโทษ ยอดเข้าชมจาก organic หายไปตลอดช่วงนั้น
ลิงก์เป็นของเช่า ไม่ใช่ของซื้อขาด เว็บ PBN อยู่ในมือผู้ขาย ถ้าผู้ขายเลิกต่ออายุโดเมน ย้ายลิงก์ไปขายคนอื่น หรือปิดเครือข่ายหนี ลิงก์ก็หายไป ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์อะไรเหนือเว็บเหล่านั้นเลย
ต้นทุนแฝงตอนเลิกใช้ เว็บที่สะสมลิงก์ PBN ไว้มากจะต้องทำความสะอาดโปรไฟล์ลิงก์ก่อนจะเริ่มสร้างลิงก์แบบปกติได้อย่างมั่นใจ งานนี้ใช้เวลาและไม่สร้างผลลัพธ์ใหม่ เป็นแค่การล้างของเก่า
สังเกตเครือข่าย PBN ได้อย่างไร
ผู้สร้าง PBN พยายามลบร่องรอย แต่การดูแลเว็บจำนวนมากด้วยต้นทุนต่ำทำให้เหลือ "footprint" ที่ซ้ำกันอยู่เสมอ ร่องรอยแต่ละข้อเดี่ยว ๆ ไม่ได้พิสูจน์อะไร แต่ถ้าเจอหลายข้อพร้อมกันในเว็บที่ขายลิงก์ ก็ควรถือว่าเป็นสัญญาณเตือนชัดเจน
| ร่องรอยที่ตรวจได้ | สิ่งที่บ่งบอก |
|---|---|
| ประวัติโดเมนเปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน เช่น เคยเป็นเว็บองค์กรหรือร้านค้า แล้วกลายเป็นบล็อกหัวข้อรวม | โดเมนหมดอายุถูกซื้อมาใช้ใหม่ ซึ่งตรงกับนิยาม expired domain abuse |
| บทความลิงก์ออกไปหาเว็บหลากหมวดที่ไม่เกี่ยวกัน และแทบทุกโพสต์มีลิงก์ขาออกพร้อม anchor ตรงคีย์เวิร์ด | หน้าเว็บทำหน้าที่ขายลิงก์ ไม่ได้มีไว้ให้คนอ่าน |
| ไม่มีผู้เขียนจริง ไม่มีช่องทางติดต่อ ไม่มีคอมเมนต์หรือการแชร์ และแทบไม่มี traffic จากการค้นหาของตัวเอง | เว็บไม่มีผู้อ่าน มีอยู่เพื่อส่งลิงก์อย่างเดียว |
| หลายเว็บใช้ธีม โครงหน้า Google Analytics ID หรือ AdSense ID ชุดเดียวกัน หรือลิงก์หากันเป็นวง | มีเจ้าของร่วมกันที่พยายามซ่อน |
วิธีตรวจที่ทำได้จริงมีไม่กี่ขั้น ขั้นแรกเปิดดูเว็บที่ผู้ขายเสนอด้วยตาตัวเอง อ่านบทความสองสามชิ้นแล้วถามว่าบทความนี้เขียนให้ใครอ่าน ขั้นที่สองดูหน้า "เกี่ยวกับเรา" และข้อมูลผู้เขียน ขั้นที่สามใช้เครื่องมือวิเคราะห์ backlink ดูว่าเว็บนั้นมีลิงก์ขาออกไปกี่โดเมนเทียบกับเนื้อหาที่มี และ traffic จากการค้นหาของมันเองมีจริงหรือไม่ ขั้นที่สี่ดูประวัติโดเมนจากเว็บเก็บถาวรว่าเคยเป็นเว็บอะไรมาก่อน เว็บที่มี DR สูงแต่ไม่มีคนเข้าเลยคือสัญญาณที่ชัดที่สุดข้อหนึ่ง
สำหรับเว็บของตัวเอง ให้ดึงรายการลิงก์ขาเข้าจาก Search Console ในรายงาน Links แล้วไล่ดูโดเมนที่ไม่รู้จัก ถ้าพบกลุ่มโดเมนที่มีร่องรอยตามตาราง และไม่ได้มาจากการทำงานของทีมเอง ควรบันทึกไว้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าต้องจัดการหรือไม่ Google ระบุว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ disavow เครื่องมือนี้มีไว้สำหรับกรณีที่มีลิงก์สแปม ลิงก์ที่สร้างขึ้นเอง หรือลิงก์คุณภาพต่ำชี้มาที่เว็บจำนวนมาก และลิงก์เหล่านั้นทำให้โดน manual action แล้วหรือมีแนวโน้มจะทำให้โดน
ทางเลือก link building ที่ปลอดภัยกว่า
ลิงก์ที่ทนทานคือลิงก์ที่เว็บอื่นมีเหตุผลจริงที่จะใส่ เพราะช่วยผู้อ่านของเขา ทางเลือกด้านล่างใช้เวลานานกว่าการซื้อ PBN แต่ลิงก์ที่ได้ไม่ต้องคอยหวาดระแวงอัปเดตรอบถัดไป
- สร้างเนื้อหาที่คนอยากอ้างอิง เช่น ข้อมูลที่รวบรวมเอง คู่มือเชิงเทคนิค เครื่องมือคำนวณ หรือหน้าอธิบายกฎระเบียบที่อัปเดตเสมอ เนื้อหาแบบนี้ได้ลิงก์จากคนที่ต้องการแหล่งอ้างอิง
- Digital PR นำเสนอข้อมูลหรือมุมมองที่มีคุณค่าเชิงข่าวให้สื่อและนักเขียนในอุตสาหกรรม ลิงก์ที่ได้มาจากเว็บที่มีผู้อ่านจริง
- ลิงก์จากความสัมพันธ์ทางธุรกิจจริง ซัพพลายเออร์ พาร์ทเนอร์ สมาคมการค้า งานอีเวนต์ที่เป็นสปอนเซอร์ ลิงก์เหล่านี้มีเหตุผลรองรับในโลกจริง (ลิงก์ที่ได้จากการจ่ายเงินสปอนเซอร์ควรกำกับ rel="sponsored")
- แก้ลิงก์เสียและการกล่าวถึงที่ไม่มีลิงก์ หาเว็บที่พูดถึงแบรนด์แต่ไม่ได้ลิงก์ หรือเว็บที่ลิงก์ไปยังหน้าที่ย้ายแล้ว แล้วติดต่อขอให้แก้ เป็นงานเล็กที่ได้ลิงก์ที่เกี่ยวข้องจริง
- Guest post บนเว็บที่มีผู้อ่านจริง เขียนให้ผู้อ่านของเว็บนั้นได้ประโยชน์ ไม่ใช่เขียนเพื่อฝังลิงก์ ถ้ามีการจ่ายเงินแลกกับการลงบทความ ลิงก์ต้องกำกับ rel="sponsored" ตามนโยบาย
เกณฑ์ง่าย ๆ ที่ใช้คัดได้คือ ถ้า Google ไม่มีอยู่จริง ลิงก์นี้ยังมีค่าไหม ลิงก์ที่ส่งคนเข้ามาจริงหรือสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ในสายตาผู้อ่านผ่านเกณฑ์นี้ ลิงก์ PBN ไม่ผ่าน เพราะไม่มีใครอ่านเว็บต้นทาง
ถ้าอยากเห็นแนวทางที่ไม่ต้องพึ่งเครือข่ายปลอม ดูได้ที่หน้า บริการ Link Building และหน้า บริการแบ็คลิงค์ ซึ่งอธิบายขอบเขตงานไว้
PBN ในตลาดไทย
ในไทย การขาย backlink แบบแพ็กเกจยังหาได้ง่าย ทั้งบนกลุ่มโซเชียลและเว็บรับทำ SEO หลายเจ้า แพ็กเกจจำนวนมากระบุแค่จำนวนลิงก์และค่า DA หรือ DR โดยไม่บอกว่าเว็บต้นทางคือเว็บอะไร ผู้ซื้อจึงควรขอรายชื่อเว็บจริงก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง แล้วตรวจตามตารางข้างต้น
อีกเรื่องที่พบได้ในตลาดไทยคือเว็บภาษาไทยที่ลิงก์ไปยังธุรกิจหลายประเภทพร้อมกัน เช่น โพสต์เดียวลิงก์ไปทั้งคลินิกความงาม บริษัทขนส่ง และเว็บพนัน ลักษณะนี้เป็นร่องรอยของเว็บขายลิงก์ที่ชัดมาก เพราะเว็บข่าวหรือบล็อกที่มีผู้อ่านจริงไม่มีเหตุผลจะทำแบบนั้น
นโยบาย link spam ของ Google ใช้กับทุกภาษา ระบบตรวจจับไม่ได้ผ่อนปรนให้เว็บภาษาไทย ความเข้าใจว่า "เว็บไทยยังใช้ PBN ได้เพราะ Google ตรวจภาษาไทยไม่เก่ง" ไม่มีอะไรรองรับในเอกสารของ Google เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PBN
PBN ผิดกฎหมายไหม
PBN ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ละเมิดนโยบายสแปมของ Google Search ผลที่ตามมาจึงเป็นเรื่องอันดับและการแสดงผลในการค้นหา ไม่ใช่เรื่องทางกฎหมาย เว็บที่ใช้ PBN อาจถูกตัดค่าลิงก์หรือได้รับ manual action ใน Search Console
ลิงก์ PBN ยังได้ผลอยู่ไหม
ลิงก์ PBN อาจดูเหมือนได้ผลช่วงสั้น ๆ แต่ไม่มีหลักประกันว่าจะอยู่ได้นาน เพราะ Google ใช้ SpamBrain ตรวจหาเว็บที่ขายลิงก์และตัดค่าลิงก์โดยไม่แจ้งผู้ซื้อ อันดับที่ตั้งอยู่บนลิงก์ชุดนี้จึงหล่นได้ทุกเมื่อที่เครือข่ายถูกตรวจเจอ
ถ้าเคยซื้อลิงก์ PBN ไปแล้วต้องทำอย่างไร
ขั้นแรกให้หยุดซื้อเพิ่ม แล้วรวบรวมรายการลิงก์ที่เคยซื้อจากผู้ขายและจากรายงาน Links ใน Search Console ถ้ามีลิงก์ที่ซื้อเองจำนวนมาก การขอให้ลบหรือใช้ไฟล์ disavow ช่วยลดความเสี่ยงที่จะโดน manual action ได้ ถ้าได้รับ manual action แล้ว ต้องจัดการลิงก์ก่อนแล้วยื่น reconsideration request
DR หรือ DA สูงแปลว่าเว็บนั้นไม่ใช่ PBN ใช่ไหม
ไม่ใช่ DR และ DA เป็นเมตริกของเครื่องมือ SEO ภายนอก ไม่ใช่ค่าที่ Google ใช้ และปั่นให้สูงได้ด้วยลิงก์จากเว็บในเครือข่ายเดียวกัน สิ่งที่ควรดูมากกว่าคือเว็บนั้นมี traffic จากการค้นหาจริงหรือไม่ และเนื้อหาเขียนให้คนอ่านหรือเขียนไว้ฝังลิงก์
ใช้ rel="sponsored" กับลิงก์ที่ซื้อแล้วจะปลอดภัยไหม
ปลอดภัยตามนโยบาย เพราะ Google อนุญาตลิงก์ที่จ่ายเงินถ้ากำกับด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" แต่ควรซื้อเพื่อการเข้าชมหรือการรับรู้แบรนด์จากเว็บที่มีผู้อ่านจริงเท่านั้น
ตรวจโปรไฟล์ลิงก์ก่อนตัดสินใจ
ถ้าไม่แน่ใจว่าลิงก์ที่มีอยู่มาจากเครือข่าย PBN หรือไม่ การตรวจโปรไฟล์ลิงก์ทั้งหมดคือจุดเริ่มที่ดีที่สุด ดูขอบเขตงานตรวจได้ที่ บริการ SEO Audit หรือดูภาพรวมงาน SEO ทั้งหมดที่หน้า บริการ SEO







