สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- หน้า helpful content บน Search Central ของ Google แสดงวันที่อัปเดตล่าสุดคือ 1 ตุลาคม 2569 (UTC) และ Search Engine Roundtable กับ Search Engine Journal รายงานข้อความใหม่เมื่อ 2 ตุลาคม
- ข้อความใหม่นิยาม main content ว่าเป็นส่วนใดของหน้าที่ช่วยให้หน้าบรรลุวัตถุประสงค์โดยตรง รวมถึงเครื่องมือ รีวิว ส่วนแบบแท็บ title และหัวข้อ
- Google ระบุคุณสมบัติสี่ข้อที่ rater ประเมิน คือ effort, originality, talent or skill และ accuracy โดยหัวข้อ YMYL ต้องถูกต้องในระดับสูงกว่า
- การสร้างโปรไฟล์ผู้เขียนปลอมด้วยภาพ AI ชื่อที่แต่งขึ้น หรือคุณวุฒิเท็จ ถูกเรียกว่าการหลอกลวง สำเนาเก็บถาวร 8 มิถุนายนไม่มีย่อหน้านี้ และไม่มีการประกาศวันเริ่มใช้หรืออัปเดตจัดอันดับ
Google เพิ่มข้อความใหม่ลงในหน้า "Creating helpful, reliable, people-first content" บน Search Central โดยหน้าดังกล่าวแสดงวันที่อัปเดตล่าสุดคือ 1 ตุลาคม 2569 (UTC) ข้อความที่เพิ่มเข้ามาอธิบายความหมายของ "main content" ระบุคุณสมบัติสี่ข้อที่ Search Quality rater ใช้ประเมิน ได้แก่ ความพยายาม ความเป็นต้นฉบับ ความสามารถหรือทักษะ และความถูกต้อง และเตือนไม่ให้สร้างโปรไฟล์ผู้เขียนปลอม เช่น ภาพโปรไฟล์ที่สร้างด้วย AI ชื่อที่แต่งขึ้น หรือคุณวุฒิเท็จ Search Engine Roundtable และ Search Engine Journal รายงานเรื่องนี้ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569
Google แก้อะไรในหน้า helpful content
หน้านี้อยู่ที่ Google Search Central และเป็นเอกสารที่ Google ใช้ตอบว่าคำว่า "เป็นประโยชน์" หมายถึงอะไร หัวข้อในหน้าเรียงตามลำดับมี "Self-assess your content", "Focus on people-first content", "Get to know E-E-A-T and the quality rater guidelines", "Main content" และส่วน "Who, How, and Why" รายงานวันที่ 2 ตุลาคมอธิบายว่ามีการเพิ่มสามจุดในโครงสร้างนี้ คือย่อหน้าเรื่อง main content ส่วนสั้น ๆ ว่า rater ประเมินเนื้อหาหลักอย่างไร และย่อหน้าในส่วน "Who" เรื่องการระบุผู้เขียนอย่างหลอกลวง
Search Engine Roundtable ซึ่งเขียนโดย Barry Schwartz สรุปว่าเป็นการเพิ่มสองส่วน คือส่วน main content และส่วนคุณสมบัติสี่ข้อของ rater ส่วน Search Engine Journal ซึ่งเขียนโดย Matt G. Southern เน้นจุดที่สามคือคำเตือนเรื่องผู้เขียนปลอม และเทียบหน้าปัจจุบันกับสำเนาเก็บถาวรวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งยังไม่มีย่อหน้านี้ รายงานทั้งสองไม่ระบุวันเริ่มใช้หรือชื่อระบบจัดอันดับ เพราะ Google ไม่ได้ระบุ
ส่วนที่เป็นเรื่องใหม่ เทียบกับที่ RA เคยรายงานเมื่อ 2 ตุลาคม
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 Relevant Audience เผยแพร่บทความเรื่องเอกสารคนละหน้าของ Google คือคู่มือการใช้เนื้อหาจาก generative AI ซึ่ง Google เพิ่มประโยคว่าการตรวจข้อเท็จจริงด้วยมือและทบทวนเนื้อหาที่ AI สร้างก่อนเผยแพร่เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง รวมถึง title, meta description, structured data และ alt text ของรูปภาพ บทความนั้นพูดถึงอีกหน้าหนึ่ง และบทความนี้ไม่ซ้ำกับเรื่องนั้น
บทความนี้ครอบคลุมหน้า helpful content โดยตรง ส่วนที่เป็นของใหม่ในการรายงานครั้งนี้มีสามข้อ
- คำนิยามของ main content และข้อความว่าคุณภาพของเนื้อหาหลักเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการประเมินคุณภาพหน้า
- คุณสมบัติสี่ข้อของ rater ซึ่งพาดหัวของ Search Engine Roundtable ย่อว่า EOT/SA ได้แก่ Effort, Originality, Talent or skill และ Accuracy
- คำเตือนเรื่องโปรไฟล์ผู้เขียนที่แต่งขึ้น ซึ่ง Search Engine Journal ระบุว่าไม่มีในสำเนาเก็บถาวรวันที่ 8 มิถุนายน
การแก้ทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นในวันเดียวกัน และทั้งคู่อ้างอิงเนื้อหาจากแนวทางของ rater จึงอ่านควบคู่กันได้ แต่เป็นการแก้สองหน้าแยกกัน เจ้าของเว็บไซต์ควรตรวจทั้งสองหน้า
Main content: Google นับอะไรบ้าง
Google Search นิยาม main content ว่าเป็นส่วนใดก็ตามของหน้าเว็บที่ช่วยให้หน้านั้นบรรลุวัตถุประสงค์โดยตรง หน้าเอกสารระบุรายการไว้ว่า main content ครอบคลุมข้อความและสื่อหลัก ฟีเจอร์แบบโต้ตอบ เช่น เครื่องคำนวณ เครื่องมือ เกม และการค้นหา เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง เช่น รีวิว ความคิดเห็น และเว็บบอร์ด ส่วนแบบแท็บหรือแบบขยายได้ เช่น สเปกสินค้าหรือข้อควรระวังด้านความปลอดภัย รวมถึง title และหัวข้อของหน้า
รายงานของ Search Engine Roundtable อ้างประโยคที่ระบุบริบทไว้ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการประเมินคุณภาพหน้าคือคุณภาพของเนื้อหาหลัก ประโยคนี้ตามหลังการกล่าวถึง E-E-A-T ดังนั้น Google วางคุณภาพของ main content ไว้เคียงข้างประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ ไม่ได้ใช้แทนกัน
ในทางปฏิบัติ "เนื้อหา" ของหน้าจึงกว้างกว่าตัวบทความ เครื่องคำนวณที่ให้ตัวเลขผิด บล็อกรีวิวที่เต็มไปด้วยสแปม หรือส่วนสเปกแบบแท็บที่ซ่อนข้อมูลจริงไว้ ล้วนอยู่ในนิยามของ Google รวมถึง title และหัวข้อด้วย ซึ่งหมายความว่าหัวข้อที่ทำให้เข้าใจผิดเป็นปัญหาของ main content ไม่ใช่แค่ปัญหาของ snippet
คุณสมบัติสี่ข้อที่ rater ประเมิน
หน้าเอกสารระบุว่า Search Quality rater ได้รับการฝึกให้ประเมินคุณสมบัติพื้นฐานสี่ข้อของเนื้อหาหลัก ตารางด้านล่างสรุปคำอธิบายของ Google สำหรับแต่ละข้อตามที่ปรากฏในหน้า
| คุณสมบัติ | Google อธิบายว่าอย่างไร |
|---|---|
| Effort (ความพยายาม) | ปริมาณงานของมนุษย์ที่ใช้สร้างเนื้อหาหรือระบบที่ขับเคลื่อนเนื้อหานั้น |
| Originality (ความเป็นต้นฉบับ) | เนื้อหามีข้อมูลหรือมุมมองที่ไม่ซ้ำและยังไม่มีในเว็บไซต์อื่นมากน้อยเพียงใด |
| Talent or skill (ความสามารถหรือทักษะ) | เนื้อหาแสดงความสามารถ ทักษะ หรือความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อประสบการณ์ที่น่าพอใจของผู้เข้าชมหรือไม่ |
| Accuracy (ความถูกต้อง) | หน้าข้อมูลควรถูกต้องตามข้อเท็จจริง ส่วนหัวข้อที่อาจกระทบชีวิตหรือความเป็นอยู่ของผู้คน (YMYL) ต้องถูกต้องในระดับสูง |
มีสองจุดที่ควรอ่านให้ละเอียด จุดแรก คำนิยามของ effort รวมถึง "ระบบที่ขับเคลื่อน" เนื้อหา ไม่ได้จำกัดที่การเขียน เครื่องมือ ชุดข้อมูล หรือเทมเพลตที่ต้องลงแรงสร้างจริงจึงนับด้วย จุดที่สอง ความถูกต้องมีเกณฑ์เลื่อนระดับ คือหน้าข้อมูลทั่วไปต้องตรงข้อเท็จจริง ส่วนหัวข้อ YMYL เช่น สุขภาพ การเงิน และความปลอดภัย ต้องถูกต้องมากกว่านั้น
คำเตือนเรื่องโปรไฟล์ผู้สร้างเนื้อหาที่แต่งขึ้น
ในส่วนที่ว่าด้วยผู้สร้างเนื้อหา ตอนนี้ Google ระบุให้หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลผู้เขียนที่หลอกลวง และเรียกชื่อพฤติกรรมไว้ชัดเจนว่า การสร้างโปรไฟล์ผู้สร้างเนื้อหาปลอม เช่น ใช้ภาพโปรไฟล์ที่สร้างด้วย AI ชื่อที่แต่งขึ้น หรือคุณวุฒิเท็จ เพื่อให้เนื้อหาดูเหมือนเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ Google เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการหลอกลวงรูปแบบหนึ่ง
Search Engine Journal อ้างคำของ Google ว่าการหลอกลวงทุกรูปแบบทำให้หน้าไม่น่าเชื่อถือทั้งต่อผู้ใช้และต่อระบบคุณภาพอัตโนมัติ และเป็นสัญญาณของหน้าคุณภาพต่ำ ประโยคนี้สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ เพราะกล่าวถึงระบบอัตโนมัติ ไม่ได้กล่าวถึงแค่ rater ที่เป็นมนุษย์
รายงานเดียวกันระบุว่าแนวทางของ rater ฉบับเดือนพฤษภาคม 2025 ปฏิบัติต่อโปรไฟล์ผู้เขียนปลอมว่าเป็นคุณภาพต่ำสุดอยู่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนคือตำแหน่งของข้อความ เดิมเป็นข้อความถึง rater ตอนนี้อยู่ในเอกสารสาธารณะที่เจ้าของเว็บไซต์อ่าน การเทียบกับสำเนาเก็บถาวรวันที่ 8 มิถุนายนของ Search Engine Journal เป็นหลักฐานว่าย่อหน้านี้เพิ่งเพิ่มเข้ามา
หน้าเอกสารพูดอะไรเรื่องการเปิดเผยการใช้ AI
ส่วน "How" ของหน้าตั้งคำถามสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติสร้างเนื้อหาเป็นหลัก ได้แก่ การใช้ระบบอัตโนมัติรวมถึง AI ปรากฏชัดต่อผู้เข้าชมผ่านการเปิดเผยหรือวิธีอื่นหรือไม่ มีการให้ข้อมูลพื้นหลังว่าใช้ระบบอัตโนมัติหรือ AI อย่างไรหรือไม่ และมีการอธิบายหรือไม่ว่าทำไมจึงเห็นว่าระบบเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการผลิตเนื้อหา
ส่วนเดียวกันยังระบุว่า การใช้ระบบอัตโนมัติรวมถึง AI ผลิตเนื้อหาโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบิดเบือนอันดับการค้นหาเป็นการละเมิดนโยบายสแปมของ Google รายงานและข้อความหน้าเว็บที่อ่านไม่ได้ระบุว่าประโยคเหล่านี้เพิ่งเพิ่มในการแก้ครั้งนี้หรือไม่ บทความนี้จึงไม่ยืนยันว่าเป็นของใหม่ ที่นำมาไว้เพราะอยู่ในหน้าเดียวกันและตอบคำถามเดียวกัน คือเว็บไซต์ควรแสดงได้ว่าเนื้อหาถูกผลิตอย่างไร
ลำดับเวลาเท่าที่ทราบ
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 8 มิถุนายน 2569 | สำเนาเก็บถาวรของหน้า ซึ่ง Search Engine Journal อ้างถึง ยังไม่มีย่อหน้าเรื่องโปรไฟล์ผู้สร้างเนื้อหาปลอม |
| 1 ตุลาคม 2569 | หน้าแสดงข้อความ "Last updated 2026-10-01 UTC" |
| 2 ตุลาคม 2569 | Search Engine Roundtable และ Search Engine Journal รายงานข้อความใหม่เรื่อง main content คุณสมบัติของ rater และการระบุผู้เขียนอย่างหลอกลวง |
| 2 ตุลาคม 2569 | Relevant Audience รายงานแยกต่างหากเรื่องการแก้คู่มือเนื้อหา generative AI ของ Google |
สิ่งที่ Google และรายงานไม่ได้บอก
- ไม่มีการประกาศอัปเดตการจัดอันดับ ชื่อระบบ หรือช่วงเวลาเริ่มใช้ไปพร้อมกับการแก้ครั้งนี้
- ข้อความไม่ได้ระบุจำนวนหน้าที่ได้รับผลกระทบ และไม่มีตัวเลขเกี่ยวกับโปรไฟล์ผู้เขียนปลอม
- หน้าเอกสารไม่ได้บอกว่าชื่อผู้เขียนช่วยให้อันดับดีขึ้น แต่บอกว่าการระบุผู้เขียนอย่างหลอกลวงเป็นสัญญาณคุณภาพต่ำ
- แหล่งข้อมูลที่อ่านไม่มีส่วนใดกล่าวถึงประเทศไทยหรือเนื้อหาภาษาไทย
- หน้าเอกสารอธิบายสิ่งที่ rater ได้รับการฝึกให้ประเมิน ข้อความที่อ่านไม่ได้อธิบายว่าคะแนนของ rater ส่งผลต่อระบบจัดอันดับอัตโนมัติอย่างไร
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
หน้าเอกสารนี้ใช้กับทั้งโลกและไม่ได้พูดถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ ข้อความต่อไปนี้จึงเป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่คำกล่าวของ Google เว็บไซต์ไทยที่เผยแพร่ภายใต้ชื่อผู้เขียนที่แต่งขึ้น หรือใช้ภาพบุคคลที่สร้างด้วย AI เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" กำลังทำสิ่งที่ย่อหน้าใหม่บรรยายไว้ตรง ๆ หากเว็บไซต์เผยแพร่เนื้อหาจำนวนมากไม่ว่าภาษาใด วิธีลดความเสี่ยงที่ถูกที่สุดคือทำให้ผู้เขียนมีตัวตนจริง คือเป็นบุคคลที่มีอยู่จริงพร้อมคุณวุฒิที่ตรวจสอบได้ หรือระบุเป็นทีมหรือแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา
สำหรับเอเจนซีที่เขียนเนื้อหาให้ลูกค้า ผลที่เกิดจริงอยู่ที่กระบวนการทำงาน บรีฟที่ขอกล่องผู้เขียนด่วนพร้อมใบหน้าจากภาพสต็อกตอนนี้มีข้อเสียที่ระบุไว้ในเอกสารแล้ว บรีฟที่ดีกว่าคือถามว่าใครตรวจบทความนี้จริงและเพิ่มอะไรเข้าไป
แนวคิด main content ยังใช้เป็นกรอบตรวจหน้าที่อันดับไม่ดีทั้งที่ลิงก์พอใช้ได้ หากคุณค่าจริงของหน้าคือเครื่องมือ ตาราง หรือชุดรีวิว ให้ตรวจว่าองค์ประกอบเหล่านั้นทำงานและถูกต้อง เพราะ Google นับเป็นเนื้อหาหลัก ทีมที่ทำ การตรวจ SEO audit อยู่แล้วสามารถเพิ่มรอบตรวจ main content ได้ โดยระบุทุกองค์ประกอบที่ตอบวัตถุประสงค์ของหน้าโดยตรงแล้วทดสอบทีละรายการ
รายการตรวจสำหรับเว็บไซต์ของคุณ
- รวบรวมโปรไฟล์ผู้เขียนทั้งหมด แล้วยืนยันว่าบุคคลนั้นมีตัวตน รูปเป็นของคนนั้น และคุณวุฒิที่ระบุเป็นความจริง
- เปลี่ยนตัวตนผู้เขียนที่แต่งขึ้นหรือสร้างด้วย AI เป็นบุคคลจริงหรือชื่อทีมที่ตรงไปตรงมา
- สำหรับแต่ละหน้าสำคัญ ระบุวัตถุประสงค์ของหน้า และรายการองค์ประกอบที่ตอบวัตถุประสงค์นั้น เช่น ข้อความ สื่อ เครื่องมือ รีวิว แท็บ และหัวข้อ
- ทดสอบฟีเจอร์แบบโต้ตอบว่าให้ผลถูกต้อง และลบหรือคัดกรองสแปมในส่วนที่ผู้ใช้สร้างเนื้อหา
- ถามว่าแต่ละหน้ามีงานของมนุษย์หรือข้อมูลต้นฉบับอะไรที่เว็บไซต์อื่นไม่มี
- สำหรับหัวข้อ YMYL ให้ตรวจข้อความอ้างอิงกับมติของผู้เชี่ยวชาญ และเก็บบันทึกการตรวจทาน
- หากใช้ระบบอัตโนมัติสร้างเนื้อหา ให้กำหนดว่าจะเปิดเผยอย่างไร และเตรียมอธิบายว่าทำไมจึงใช้
งานเหล่านี้อยู่ในโปรแกรม SEO สำหรับธุรกิจในไทย ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และอยู่ในมาตรฐานกองบรรณาธิการของงาน content marketing ซึ่งกฎเรื่องผู้เขียนและการทบทวนบังคับใช้ได้ง่ายที่สุดที่จุดผลิต
คำถามที่พบบ่อย
Google ประกาศอัปเดตอัลกอริทึมใหม่หรือไม่
ไม่ รายงานอธิบายว่าเป็นการแก้เอกสารและไม่มีการประกาศอัปเดตการจัดอันดับ หน้าแสดงวันที่อัปเดตล่าสุดคือ 1 ตุลาคม 2569 (UTC) และทั้ง Search Engine Roundtable กับ Search Engine Journal ไม่ได้อ้างวันเริ่มใช้
Main content ตามนิยามของ Google คืออะไร
Main content คือส่วนใดก็ตามของหน้าเว็บที่ช่วยให้หน้านั้นบรรลุวัตถุประสงค์โดยตรง ครอบคลุมข้อความและสื่อหลัก เครื่องมือแบบโต้ตอบ เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง ส่วนแบบแท็บหรือแบบขยายได้ และ title กับหัวข้อของหน้า
รูปผู้เขียนที่สร้างด้วย AI เป็นปัญหาหรือไม่
Google ระบุว่าการสร้างโปรไฟล์ผู้สร้างเนื้อหาปลอมด้วยภาพโปรไฟล์ที่สร้างจาก AI ชื่อที่แต่งขึ้น หรือคุณวุฒิเท็จ เป็นการหลอกลวงรูปแบบหนึ่ง Search Engine Journal อ้างคำของ Google ว่าการหลอกลวงทำให้หน้าไม่น่าเชื่อถือทั้งต่อผู้ใช้และต่อระบบคุณภาพอัตโนมัติ
ต้องเปิดเผยหรือไม่ว่าใช้ AI
หน้าเอกสารไม่ได้กำหนดเป็นข้อบังคับทั่วไป แต่ถามเว็บไซต์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติสร้างเนื้อหาเป็นหลักว่า การใช้งานปรากฏชัดต่อผู้เข้าชมหรือไม่ มีการอธิบายว่าใช้อย่างไรหรือไม่ และเหตุใดจึงเห็นว่ามีประโยชน์
เรื่องนี้เกี่ยวกับประเทศไทยโดยเฉพาะหรือไม่
ไม่ แหล่งข้อมูลทั้งหมดไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทย แนวทางนี้ใช้กับ Search โดยทั่วไป และการตีความที่เกี่ยวกับไทยในบทความนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่คำกล่าวของ Google
หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจเรื่องผู้เขียนและ main content ทั้งเว็บไซต์ Relevant Audience ทำให้ได้ภายใต้งานตรวจสอบ SEO







