สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Robby Stein จาก Google Search โพสต์บน X เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ว่า AI Mode มีลิงก์ไปยังบริการงานบ้านผ่านพาร์ทเนอร์ เช่น Angi, Thumbtack, Housecall Pro และ Jobber ส่วน ServiceTitan เร็ว ๆ นี้
- Jobber กำหนดให้ต้องมีการสมัครแบบชำระเงินในสหรัฐฯ และเชื่อม Google Business Profile ที่อยู่เดียวกัน ปุ่ม Book Online มักปรากฏภายในไม่กี่วัน
- Jobber และ Housecall Pro บอกว่าคำขอจาก AI Mode ไม่มีค่า lead ขณะที่คำขอจองผ่าน Local Services Ads เป็น lead ที่ถูกเรียกเก็บเงินในสหรัฐฯ และแคนาดา
- Google ยังไม่ได้บอกว่าเลือกธุรกิจที่จะแสดงอย่างไร และไม่มีแหล่งข่าวใดพูดถึงประเทศนอกสหรัฐฯ รวมถึงประเทศไทย
Google เพิ่มลิงก์จองคิวและขอใบเสนอราคาสำหรับบริการงานบ้านใน AI Mode ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 Robby Stein รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ (VP of Product) ของ Google Search ประกาศผ่าน X ว่าตอนนี้ AI Mode มีลิงก์ตรงสำหรับค้นคว้าและจองบริการงานบ้านผ่านพาร์ทเนอร์ เช่น Angi, Thumbtack, Housecall Pro และ Jobber ส่วน ServiceTitan ระบุว่า "เร็ว ๆ นี้" ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะในสหรัฐฯ และโพสต์ของ Stein ไม่ได้อธิบายว่า Google เลือกธุรกิจที่จะแสดงอย่างไร
ประกาศนี้อยู่ในโพสต์ของ Robby Stein บน X ส่วนรายละเอียดของพาร์ทเนอร์ด้านล่างมาจากรายงานของ Search Engine Journal โดย Matt G. Southern ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ประกอบกับเอกสารช่วยเหลือของ Jobber เอง และหน้าช่วยเหลือของ Google เรื่องการตรวจสอบความพร้อมให้บริการในพื้นที่ผ่าน AI Mode
Google ประกาศอะไรเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569
Stein เขียนว่า Google กำลังทำให้การค้นคว้าและจองบริการงานบ้านง่ายขึ้นด้วยลิงก์ตรงใน AI Mode "through partners like @angi_home @thumbtack @housecall & @GetJobber (and @ServiceTitan coming soon)" และบอกว่า "It's available now in the U.S." หรือใช้งานได้แล้วในสหรัฐฯ คำว่า "partners like" แปลว่าสี่ชื่อนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่รายชื่อทั้งหมด Search Engine Journal รายงานว่าโพสต์นี้เผยแพร่ในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน
โพสต์ของ Stein มีวิดีโอสาธิตประกอบ ในวิดีโอ ผู้ค้นหาขอให้หาช่างมาประกอบเตียงและตู้ลิ้นชักในวันถัดไป AI Mode แสดงรายชื่อช่างในพื้นที่ที่เปิดรับจองออนไลน์ พร้อมกับผู้ให้บริการรายอื่นที่ให้ใบเสนอราคาได้ แต่ละรายการแสดงคะแนนรีวิวและคำอธิบายสั้น ๆ ว่าทำงานอะไร รายการแรกยังแสดงเวลานัดว่างให้เลือกสองช่วง
แปลว่าผลลัพธ์มีสองแบบ ธุรกิจบางรายรับการจองเข้าช่วงเวลาได้ทันที บางรายรับได้แค่คำขอใบเสนอราคา จะได้แบบไหนขึ้นกับแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ที่ธุรกิจใช้ ไม่ได้ขึ้นกับการตั้งค่าใด ๆ ภายใน Google
เชื่อมโยงกับงาน Google I/O เดือนพฤษภาคมอย่างไร
ประกาศนี้ต่อยอดจากแผนที่ Google เล่าไว้ในงาน I/O เดือนพฤษภาคม 2569 ในโพสต์บนบล็อกของ Google วันที่ 19 พฤษภาคม Elizabeth Reid รองประธานฝ่าย Search เขียนว่า Google กำลังขยายความสามารถในการจองแบบ agentic ใน Search ไปยังงานใหม่ ๆ รวมถึงประสบการณ์และบริการในท้องถิ่น โดยแสดงราคาและความพร้อมล่าสุดพร้อมลิงก์ตรงเพื่อจองให้เสร็จ โพสต์เดียวกันระบุว่าในบางหมวด เช่น ซ่อมแซมบ้าน ความงาม และดูแลสัตว์เลี้ยง ผู้ใช้สามารถขอให้ Google โทรหาธุรกิจแทนได้ และความสามารถเหล่านี้จะเปิดให้ทุกคนในสหรัฐฯ ภายในฤดูร้อนปีนั้น
การเปลี่ยนแปลงวันที่ 4 พฤศจิกายนยังจำกัดอยู่ในสหรัฐฯ
ธุรกิจเข้าไปอยู่ใน AI Mode ผ่านแต่ละแพลตฟอร์มได้อย่างไร
ธุรกิจรับเหมาประปาหรือบริษัททำความสะอาดไม่ต้องสมัครกับ Google โดยตรง จะได้เข้าหรือไม่ขึ้นกับบัญชีซอฟต์แวร์บริหารงานภาคสนามหรือบัญชีมาร์เก็ตเพลสที่ใช้อยู่แล้ว พาร์ทเนอร์แต่ละรายวางกติกาต่างกัน ตารางด้านล่างสรุปสิ่งที่พาร์ทเนอร์แต่ละรายแถลงไว้ ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ตามรายงานของ Search Engine Journal และหน้าช่วยเหลือของ Jobber
| พาร์ทเนอร์ | คำขอจาก AI Mode ไปถึงธุรกิจอย่างไร | ค่าธรรมเนียมและสถานะที่ระบุ |
|---|---|---|
| Jobber | ปุ่ม "Book Online" บน Google Business Profile ที่จับคู่แล้ว ลิงก์ไปยังฟอร์มใน Jobber ของธุรกิจ | ไม่มีค่า lead ใช้ได้แล้วสำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ ที่ใช้แพ็กเกจแบบชำระเงิน |
| Housecall Pro | คำขอเข้ากล่องข้อความ Housecall Pro ของช่างที่ถูกเลือก ช่วงเวลาดึงจากปฏิทินของช่าง | ไม่มีค่า lead ผู้ใช้ทุกรายลงทะเบียนอัตโนมัติ หน้าพาร์ทเนอร์บอกว่าขึ้นระบบตั้งแต่วันแรก แต่ข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า "เร็ว ๆ นี้" |
| Angi | เจ้าของบ้านไปที่โปรไฟล์ Angi ของช่างเพื่อขอใบเสนอราคา | ไม่ระบุว่าค่าธรรมเนียมจับคู่ของ Angi มีผลหรือไม่ |
| Thumbtack | Stein ระบุชื่อไว้ | ยังไม่มีข่าวประชาสัมพันธ์เรื่อง AI Mode ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน |
| ServiceTitan | Stein ระบุว่า "เร็ว ๆ นี้" | ไม่มีกำหนดเวลา |
Jobber: ต้องมี Google Business Profile
หน้าช่วยเหลือของ Jobber ระบุเงื่อนไขชัดที่สุดในบรรดาพาร์ทเนอร์ทั้งหมด ธุรกิจต้องอยู่ในสหรัฐฯ และมีการสมัคร Jobber แบบชำระเงินที่ยังใช้งานอยู่ บัญชีทดลองใช้จะไม่แสดงใน AI Mode ต้องเปิดการตั้งค่า "Help clients find my business" ใน Company Settings ต้องกรอกที่อยู่ธุรกิจครบถ้วนใน Jobber และต้องเชื่อม Google Business Profile เข้ากับ Jobber โดยใช้ที่อยู่เดียวกัน นอกจากนี้ต้องเชื่อมฟอร์มคำขอหรือฟอร์มจองเข้ากับ Google ซึ่งฟอร์มคำขอค่าเริ่มต้นจะเชื่อมให้อัตโนมัติ
เมื่อ Google จับคู่ Google Business Profile กับที่อยู่ใน Jobber ได้แล้ว จะเพิ่มปุ่ม "Book Online" บนโปรไฟล์นั้นโดยลิงก์ไปยังฟอร์มของ Jobber ทาง Jobber บอกว่าขั้นตอนนี้เกิดขึ้นเองและมักใช้เวลาไม่กี่วัน คำขอและการจองจะเข้ามาใน Jobber เหมือนคำขอออนไลน์ทั่วไป ใช้ชั่วโมงรับจองและความพร้อมที่ธุรกิจตั้งไว้เดิม และไม่มีค่า lead
การจองนัดประเมินงานจะยืนยันอัตโนมัติ เว้นแต่ธุรกิจเปิด "Require assessment booking approval" ซึ่งจะทำให้การจองจาก AI Mode ขึ้นสถานะ "Needs approval" และกดรับหรือปฏิเสธได้ทีละรายการ ถ้าไม่ต้องการเข้าร่วม ธุรกิจปิดการตั้งค่า "Help clients find my business" ได้ ซึ่งจะเอาธุรกิจออกจาก AI Mode และลบปุ่มออก หรือจะยกเลิกเฉพาะการเชื่อมฟอร์มก็ได้
คำแนะนำแก้ปัญหาของ Jobber ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการจับคู่ข้อมูล ที่อยู่ต้องตรงกับ Google Maps ทุกตัวอักษร เบอร์โทรและ URL เว็บไซต์ต้องตรงกับ Google Business Profile นอกจากนี้ Jobber บอกว่าการเชื่อมฟอร์มจองแทนฟอร์มคำขอ และการเก็บรีวิวจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ธุรกิจถูกแนะนำบ่อยขึ้น เพราะ Google ใช้รีวิวในการเลือกธุรกิจที่จะแนะนำ ข้อสุดท้ายนี้เป็นคำกล่าวของ Jobber ไม่ใช่ของ Google
Search Engine Journal อ้างคำพูดของ Sam Pillar ซีอีโอของ Jobber ว่าบริษัทควรช่วยให้ช่างปรากฏเมื่อลูกค้าค้นหาด้วย AI โดยที่ช่างยังเป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ตัวเองสร้างมา
Housecall Pro: ลงทะเบียนอัตโนมัติ ไม่ต้องมีโปรไฟล์
Housecall Pro ใช้แนวทางต่างออกไป ตามรายงานของ Search Engine Journal ทาง Housecall Pro บอกว่าผู้ใช้ทุกรายสามารถปรากฏใน AI Mode ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และหน้าพาร์ทเนอร์ระบุว่าช่างจะถูกลงทะเบียนให้อัตโนมัติ ช่วงเวลาว่างดึงมาจากปฏิทินของช่าง หน้าเดียวกันบอกว่าไม่จำเป็นต้องมี Google Business Profile คำขอของเจ้าของบ้านจะเข้ากล่องข้อความ Housecall Pro ของช่างที่ถูกเลือก Roland Ligtenberg ผู้ร่วมก่อตั้งและ Chief AI Officer อธิบายว่าเป็นหนึ่งคำขอต่อช่างหนึ่งคน ไม่มีค่า lead และไม่ต้องแข่งประมูลราคา
แต่เรื่องเวลายังไม่ตรงกัน Stein บอกว่าฟีเจอร์ใช้ได้แล้ว และหน้าพาร์ทเนอร์ของ Housecall Pro บอกว่าช่างขึ้นระบบตั้งแต่วันแรก ขณะที่ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Housecall Pro บอกว่าการเชื่อมต่อจะมาเร็ว ๆ นี้สำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ ที่มีสิทธิ์
Angi, Thumbtack และ ServiceTitan
Angi บอกว่าเจ้าของบ้านที่เลือกช่างของ Angi จาก AI Mode จะถูกพาไปที่โปรไฟล์ Angi ของช่างคนนั้น เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มและส่งคำขอใบเสนอราคา Search Engine Journal ชี้ว่ารายงานประจำปีของ Angi ระบุว่าช่างจ่ายค่าธรรมเนียมให้ Angi เมื่อได้จับคู่กับผู้บริโภค แต่ประกาศเรื่อง AI Mode ของ Angi ไม่ได้บอกว่าค่าธรรมเนียมนี้ใช้กับคำขอใบเสนอราคาที่เริ่มจาก AI Mode ด้วยหรือไม่
Thumbtack อยู่ในรายชื่อของ Stein แต่ตามรายงานของ Search Engine Journal ยังไม่มีข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องแผน AI Mode ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน ส่วน ServiceTitan ระบุว่าเร็ว ๆ นี้โดยไม่มีวันที่
ความต่างเรื่องค่า lead เมื่อเทียบกับ Local Services Ads
เงื่อนไขไม่มีค่า lead ของ Jobber และ Housecall Pro ต่างชัดเจนจากผลิตภัณฑ์โฆษณาแบบจ่ายเงินของ Google สำหรับธุรกิจกลุ่มเดียวกัน Search Engine Journal ระบุว่าหน้าช่วยเหลือ Local Services Ads ของ Google นับคำขอจองของลูกค้าเป็น lead ที่ผู้ลงโฆษณาต้องจ่ายในสหรัฐฯ และแคนาดา
บทวิเคราะห์: ธุรกิจบริการงานบ้านในสหรัฐฯ จึงมีสองเส้นทางไปสู่การจองจาก Google เส้นทางแรกคือโฆษณาแบบจ่ายเงินที่คำขอจองเป็น lead ที่ถูกเรียกเก็บเงิน อีกเส้นทางคือลิงก์แบบออร์แกนิกใน AI Mode ที่ผ่านซอฟต์แวร์ซึ่งธุรกิจจ่ายค่าบริการอยู่แล้ว และพาร์ทเนอร์สองรายบอกว่าไม่มีค่า lead ต่อรายการ Google ยังไม่ได้อธิบายว่าสองเส้นทางนี้สัมพันธ์กันอย่างไร ธุรกิจจะปรากฏทั้งสองแบบในการค้นหาเดียวกันได้หรือไม่ หรือรายการใน AI Mode จะมีโฆษณาด้วยหรือไม่ แหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้
สิ่งที่ Google ไม่ได้บอก
หลังประกาศ ยังมีคำถามที่ไม่มีคำตอบหลายข้อ
- Google ตัดสินใจอย่างไรว่าธุรกิจไหนจะปรากฏใน AI Mode โพสต์ของ Stein ไม่ได้อธิบาย การอยู่บนแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ทำให้ธุรกิจมีสิทธิ์ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะได้แสดง
- ServiceTitan จะเข้าร่วมเมื่อไร ระบุแค่ว่าเร็ว ๆ นี้ ไม่มีกำหนดเวลา
- ค่าธรรมเนียมจับคู่ของ Angi ใช้กับคำขอใบเสนอราคาจาก AI Mode หรือไม่
- แผนสำหรับประเทศนอกสหรัฐฯ แหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงตลาดอื่นเลย รวมถึงประเทศไทย
หน้าช่วยเหลือของ Google เองเรื่องการตรวจสอบความพร้อมให้บริการในพื้นที่ผ่าน AI Mode ก็ไม่ได้พูดถึงลิงก์พาร์ทเนอร์ หน้านั้นบอกว่าผู้ใช้สามารถใช้ AI Mode ค้นคว้าบริการงานบ้าน เช่น ช่างไฟฟ้า ตัดต้นไม้ และทำความสะอาดภายนอกอาคาร และ AI Mode สามารถกรอกฟอร์ม ถามคำถามต่อ และโทรหาธุรกิจเมื่อข้อมูลไม่มีอยู่บนออนไลน์ ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เป็นภาษาอังกฤษสำหรับผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้และอายุเกิน 18 ปี ทั้งบนมือถือและเดสก์ท็อป ส่วน Search Engine Journal ตีความเพิ่มว่าธุรกิจที่ไม่ได้อยู่บนแพลตฟอร์มที่ระบุชื่อเลยจะไม่มีช่องทางรับการจองโดยตรงผ่าน AI Mode
ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อการมองเห็นใน AI search
บทวิเคราะห์: ที่ผ่านมา งานด้านการมองเห็นในคำตอบของ AI ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการถูกอ้างอิงหรือถูกกล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงนี้เพิ่มชั้นของการทำธุรกรรมเข้ามา ในวิดีโอสาธิต คำตอบมีคะแนนรีวิว คำอธิบายสั้น และเวลาที่จองได้อยู่ในตัว และการคลิกไปจบที่ฟอร์มจองหรือฟอร์มขอใบเสนอราคาที่พาร์ทเนอร์ซอฟต์แวร์เป็นผู้ดูแล ไม่ใช่เว็บไซต์ของธุรกิจเอง สำหรับธุรกิจบริการในท้องถิ่น ปัจจัยที่ตัดสินว่าจะปรากฏในคำตอบนั้นหรือไม่จึงรวมถึงซอฟต์แวร์รับจอง ข้อมูลใน Google Business Profile และรีวิว
นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกับที่งาน GEO หรือการทำให้แบรนด์ถูกเลือกโดย AI รับมือในฝั่งคอนเทนต์ คือคำตอบของ AI เลือกแหล่งข้อมูลจำนวนน้อยแล้วลงมือทำต่อจากนั้น สำหรับบริการงานบ้านในสหรัฐฯ แหล่งข้อมูลที่ว่านี้กลายเป็นโปรไฟล์ที่มีโครงสร้างและมีข้อมูลความพร้อมให้บริการแนบอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อนักการตลาดไทย
ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะในสหรัฐฯ พาร์ทเนอร์ที่ระบุชื่อเป็นแพลตฟอร์มของสหรัฐฯ และไม่มีแหล่งข่าวใดพูดถึงประเทศไทย ไม่มีวันเปิดตัวสำหรับประเทศอื่นที่ประกาศไว้ บัญชีในไทยจึงไม่ต้องเปลี่ยนอะไรในวันนี้เพราะประกาศนี้
บทวิเคราะห์: อย่างไรก็ดี เงื่อนไขเหล่านี้ใช้เป็นเช็กลิสต์ได้ เพราะแสดงให้เห็นว่า Google จับคู่อะไรเมื่อเชื่อมการค้นหาเข้ากับธุรกิจที่จองได้ การตั้งค่าของ Jobber สรุปได้ว่าที่อยู่ในซอฟต์แวร์รับจองต้องตรงกับ Google Maps ทุกตัวอักษร และเบอร์โทรกับเว็บไซต์บน Google Business Profile ต้องตรงกัน ทั้งหมดนี้เป็นงานพื้นฐานของ Local SEO ที่ใช้ได้ในทุกตลาด
- ตรวจว่าชื่อธุรกิจ ที่อยู่ เบอร์โทร และเว็บไซต์บน Google Business Profile ตรงกับข้อมูลในระบบจอง ระบบ CRM หรือระบบบริหารงานภาคสนามทุกตัวที่ธุรกิจใช้
- เก็บรีวิวอย่างสม่ำเสมอ Jobber บอกว่า Google ใช้รีวิวในการเลือกธุรกิจที่จะแนะนำใน AI Mode
- รู้ให้ชัดว่าปัจจุบันการจองออนไลน์เกิดขึ้นที่ไหน ถ้าธุรกิจบริการในไทยรับจองผ่านเครื่องมือนัดหมายอยู่แล้ว การเชื่อมต่อของเครื่องมือนั้นคือสิ่งที่ต้องจับตาหาก Google ขยายฟีเจอร์นี้ออกนอกสหรัฐฯ
- ติดตามการมองเห็นใน AI Mode และ AI Overviews สำหรับคำค้นบริการในพื้นที่แยกจากอันดับใน map pack แบบเดิม เพราะรูปแบบคำตอบต่างกัน
ผู้ลงโฆษณา Google Ads สำหรับบริการในพื้นที่ในไทยควรสังเกตความต่างเรื่องราคาไว้ด้วย ในสหรัฐฯ คำขอจองผ่าน Local Services Ads เป็น lead ที่ถูกเรียกเก็บเงิน ขณะที่พาร์ทเนอร์ AI Mode สองรายบอกว่าคำขอจาก AI Mode ไม่มีค่า lead หาก AI Mode booking ขยายไปตลาดอื่น ความต่างนี้จะมีผลต่อการวางงบประมาณ แต่ตอนนี้ยังเป็นเรื่องของสหรัฐฯ
คำถามที่พบบ่อย
การจองบริการงานบ้านผ่าน AI Mode ใช้ได้ในไทยหรือยัง
ยังไม่ได้ ตอนนี้ใช้ได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกา Robby Stein ระบุเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ว่าใช้งานได้แล้วในสหรัฐฯ และไม่มีแหล่งข่าวใดพูดถึงประเทศไทย ประเทศอื่น หรือกำหนดเวลาใด ๆ
ธุรกิจต้องมี Google Business Profile ถึงจะปรากฏหรือไม่
ขึ้นอยู่กับพาร์ทเนอร์ Jobber กำหนดให้ต้องเชื่อม Google Business Profile เข้ากับ Jobber โดยใช้ที่อยู่เดียวกัน ส่วนหน้าพาร์ทเนอร์ของ Housecall Pro บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีโปรไฟล์ และ Angi ส่งเจ้าของบ้านไปที่โปรไฟล์ Angi ของช่าง
ธุรกิจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับการจองจาก AI Mode หรือไม่
Jobber และ Housecall Pro บอกว่าไม่มีค่า lead สำหรับคำขอที่มาจาก AI Mode ส่วนประกาศของ Angi ไม่ได้บอกว่าค่าธรรมเนียมจับคู่ตามปกติมีผลหรือไม่ และ Jobber กำหนดให้ต้องมีการสมัครแบบชำระเงินที่ยังใช้งานอยู่จึงจะมีสิทธิ์
Google เลือกธุรกิจที่จะแสดงใน AI Mode อย่างไร
Google ยังไม่ได้บอก โพสต์ของ Stein ไม่ได้อธิบายวิธีเลือก และหน้าช่วยเหลือของ Google เรื่องความพร้อมให้บริการในพื้นที่ก็ไม่ได้พูดถึงลิงก์พาร์ทเนอร์ Jobber บอกว่ารีวิวและการใช้ฟอร์มจองแทนฟอร์มคำขอช่วยให้ธุรกิจถูกแนะนำบ่อยขึ้น
ฟีเจอร์นี้เหมือนกับ Local Services Ads หรือไม่
ไม่เหมือน เป็นคนละช่องทางกัน Local Services Ads เป็นผลิตภัณฑ์แบบจ่ายเงินของ Google ที่คำขอจองของลูกค้านับเป็น lead ที่ถูกเรียกเก็บเงินในสหรัฐฯ และแคนาดา ส่วนลิงก์ใน AI Mode ผ่านแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ ซึ่งสองรายบอกว่าไม่เก็บค่า lead
สรุป
Google เปลี่ยนส่วนหนึ่งของ AI Mode ให้เป็นพื้นที่จองบริการงานบ้านในสหรัฐฯ โดยมีแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และมาร์เก็ตเพลสที่ธุรกิจใช้อยู่แล้วเป็นผู้คุมประตู กติกาการมีสิทธิ์ต่างกันตามพาร์ทเนอร์ เวลาเปิดใช้ของ Housecall Pro ยังไม่ชัด และ Google ยังไม่ได้อธิบายว่าจัดอันดับธุรกิจที่แสดงอย่างไร สำหรับธุรกิจนอกสหรัฐฯ ข้อที่นำไปใช้ได้จริงคือความสอดคล้องของข้อมูลระหว่าง Google Business Profile กับระบบรับจอง ซึ่งสำคัญต่อการค้นหาในพื้นที่ไม่ว่าจะมีฟีเจอร์นี้หรือไม่ หากต้องการให้ช่วยตรวจว่ารายชื่อธุรกิจในพื้นที่และการมองเห็นใน AI search ของคุณอยู่ในสภาพไหน ทีม Relevant Audience ยินดีช่วยดูให้







