แนวทางของ Google เรื่องการนำเสนอธุรกิจของคุณบน Google ได้เพิ่มข้อห้าม "Repeated Bilingual Names / Script Transliterations" หรือการใช้ชื่อธุรกิจสองภาษาซ้ำกันและการทับศัพท์ เข้าไปในรายการสิ่งที่ชื่อธุรกิจต้องไม่มี และข้อห้ามนี้มีผลแม้ชื่อสองภาษานั้นจะเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนป้ายหน้าร้านจริงก็ตาม Search Engine Roundtable รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 หลังจาก Hiroko Imai เป็นผู้สังเกตเห็นและเขียนถึงบน LinkedIn โดยตัวข้อกำหนดอยู่บนหน้าศูนย์ช่วยเหลือของ Google เอง ซึ่งเป็นเอกสารที่ตัดสินว่าโปรไฟล์ธุรกิจของคุณจะยังอยู่รอดหรือไม่
ข้อกำหนดเขียนไว้ว่าอย่างไร
บรรทัดนี้อยู่ในหัวข้อเรื่องชื่อของแนวทางการนำเสนอธุรกิจบน Google ในตารางตัวอย่างสิ่งที่ชื่อธุรกิจต้องไม่มี ถ้อยคำของ Google สำหรับข้อห้ามนี้คือ "Repeating the same business name in multiple scripts or languages, even if it appears this way on physical storefront signage" หรือการใส่ชื่อธุรกิจเดียวกันซ้ำในหลายภาษาหรือหลายชุดตัวอักษร แม้ว่าป้ายหน้าร้านจริงจะเขียนแบบนั้นก็ตาม
Google ยกตัวอย่างชื่อที่ไม่ผ่านเกณฑ์ไว้สองตัวอย่าง คือ "Kafiex / カフィエクス" และ "Burger King バーガーキング" ส่วนชื่อที่ยอมรับได้ซึ่ง Google แสดงคู่กันไว้คือ "Kafiex" และ "Burger King" เฉย ๆ โดยใช้ชุดตัวอักษรเดียว
ข้อความหลักที่อยู่ต้นหัวข้อไม่ได้เปลี่ยน Google ยังระบุว่าชื่อของคุณ "should reflect your business's real-world name, as used consistently on your storefront, website, stationery, and as known to customers" คือควรสะท้อนชื่อจริงของธุรกิจตามที่ใช้อย่างสม่ำเสมอบนหน้าร้าน เว็บไซต์ เอกสารของบริษัท และตามที่ลูกค้ารู้จัก และยังเตือนว่า "Including unnecessary information in your business name isn't permitted, and could result in the suspension of your Business Profile" คือการใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นลงในชื่อธุรกิจไม่ได้รับอนุญาต และอาจทำให้โปรไฟล์ธุรกิจถูกระงับ ข้อห้ามเรื่องชื่อสองภาษาจึงเป็นรายการใหม่ในบัญชีที่มองช่องชื่อว่ามีคำตอบที่ถูกต้องได้เพียงคำตอบเดียวอยู่แล้ว อ่านแนวทางฉบับเต็มได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือของ Google
ข้อห้ามนี้อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับข้อห้ามอื่นเรื่องชื่อ
รายการเรื่องชื่อสองภาษาถูกเพิ่มเข้าไปในตารางที่ Google ดูแลมาหลายปี และการอ่านมันคู่กับรายการข้างเคียงทำให้เห็นว่ามันเป็นข้อห้ามประเภทไหน ตัวอย่างด้านล่างทั้งหมดเป็นตัวอย่างของ Google เองที่ยกไว้ในตารางนั้น
| สิ่งที่ชื่อธุรกิจต้องไม่มี | ตัวอย่างที่ Google ระบุว่าไม่ผ่าน | รูปแบบที่ Google ระบุว่ายอมรับได้ |
|---|---|---|
| ชื่อสองภาษาซ้ำกันและการทับศัพท์ | Kafiex / カフィエクス | Kafiex |
| ชื่อสองภาษาซ้ำกันและการทับศัพท์ | Burger King バーガーキング | Burger King |
| สโลแกนทางการตลาด | TD Bank, America's Most Convenient Bank | TD Bank |
| รหัสสาขา | The UPS Store - 2872 | The UPS Store |
| คำที่พิมพ์ตัวใหญ่ทั้งหมด | SUBWAY | Subway |
บริบทที่มันไปอยู่ร่วมด้วยมีความหมาย สโลแกน รหัสสาขา และการพิมพ์ตัวใหญ่ทั้งหมด ล้วนถูก Google จัดเป็นข้อมูลที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่วิธีเขียนชื่ออีกแบบหนึ่ง และข้อมูลที่ไม่จำเป็นคือหมวดที่ Google เชื่อมโยงกับการระงับโปรไฟล์ไว้อย่างชัดเจน ตอนนี้ชื่อสองชุดตัวอักษรถูกวางไว้ในถังเดียวกันนั้นแล้ว
ข้ออ้างเรื่องป้ายหน้าร้านใช้ไม่ได้อีกต่อไป
ส่วนที่มีผลมากที่สุดของข้อห้ามใหม่คือวลี "even if it appears this way on physical storefront signage" Hiroko Imai ผู้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้และโพสต์ถึงบน LinkedIn ชี้ประเด็นนี้ไว้ตรง ๆ ว่าถ้อยคำดังกล่าวปิดช่องทางการส่งรูปป้ายหน้าร้านเพื่อใช้เป็นเหตุผลรองรับชื่อสองภาษา
เรื่องนี้สำคัญเพราะภาพถ่ายป้ายหน้าร้านเคยเป็นวิธีมาตรฐานในการยืนยันว่าชื่อนั้นถูกต้องตามความเป็นจริง ธุรกิจที่ป้ายหน้าร้านมีชื่อภาษาไทยอยู่เหนือชื่อภาษาอังกฤษ เคยมีเหตุผลที่ฟังขึ้นว่าโปรไฟล์แค่สะท้อนความจริง แต่ถ้อยคำใหม่ของ Google ตอบข้อโต้แย้งนั้นไว้ล่วงหน้าแล้ว ช่องชื่อรับได้ชุดตัวอักษรเดียว แม้ป้ายหน้าร้านจะมีสองชุดก็ตาม
Imai ยังตั้งข้อสังเกตว่าถึงแม้ Google จะเลือกใช้ตัวอย่างภาษาญี่ปุ่น แต่ข้อกำหนดนี้เกี่ยวข้องกับธุรกิจทุกแห่งที่ดำเนินการในพื้นที่ซึ่งใช้หลายภาษาหรือหลายชุดตัวอักษร รวมถึงธุรกิจที่ใช้ภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาอาหรับ จีน ซีริลลิก หรือชุดตัวอักษรอื่น ซึ่งเป็นการอ่านที่ตรงกับถ้อยคำของข้อกำหนดเอง เพราะมันพูดถึงหลายชุดตัวอักษรหรือหลายภาษาโดยทั่วไป ไม่ได้เจาะจงคู่ภาษาใดคู่ภาษาหนึ่ง
ทำไมช่องชื่อคือช่องที่อันตรายที่สุด
การละเมิดข้อกำหนดเรื่องชื่อธุรกิจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของการถูกระงับโปรไฟล์ ซึ่ง Imai ก็ยกประเด็นนี้ไว้ในโพสต์ของเธอ กลไกตรงนี้ควรเข้าใจให้ชัด เพราะมันเปลี่ยนลำดับการลงมือแก้ไข
การแก้ไขช่องชื่อคือการแก้ไขที่ถูกตรวจสอบเข้มกว่าปกติ ไม่เหมือนการเปลี่ยนเวลาทำการหรือการอัปโหลดรูป การเปลี่ยนชื่อมักถูกส่งเข้ากระบวนการตรวจสอบ และโปรไฟล์ที่ถือชื่อซึ่งผิดข้อกำหนดอยู่แล้ว คือโปรไฟล์ที่เข้าสู่การตรวจสอบด้วยจุดยืนที่อ่อน ส่วนการขอคืนสถานะเมื่อโปรไฟล์ถูกระงับ เป็นคนละกระบวนการกับการแก้ไข และโดยทั่วไปหมายถึงการต้องพิสูจน์ว่าธุรกิจมีอยู่จริงและปฏิบัติตามข้อกำหนด ความไม่สมมาตรในทางปฏิบัติคือการแก้ชื่อเองเป็นงานเล็ก แต่การกู้โปรไฟล์ที่ถูกระงับเป็นงานที่ไม่รู้จบ และตลอดช่วงเวลานั้นรายชื่อของคุณจะหายไปจากผลการค้นหา
ความไม่สมมาตรนี้คือเหตุผลที่ควรทำอย่างมีจังหวะ ไม่ใช่แก้รวดเดียวทั้งหมดในวันหยุดสุดสัปดาห์ เชนที่มีสี่สิบสาขาแล้วแก้ชื่อทั้งสี่สิบแห่งในวันเดียวกัน คือการสร้างการตรวจสอบสี่สิบรายการพร้อมกันบนโปรไฟล์ที่ใช้บัญชีเจ้าของร่วมกัน
เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย
Google ไม่ได้เอ่ยถึงประเทศไทยที่ใดเลยในข้อกำหนดนี้ และตัวอย่างที่เลือกมาก็เป็นภาษาญี่ปุ่น ส่วนที่เขียนต่อจากนี้เป็นการวิเคราะห์ว่าข้อกำหนดตามที่เขียนไว้จะตกลงมาที่ตลาดไทยอย่างไร ไม่ใช่การอ้างว่า Google พูดถึงประเทศไทย
ธุรกิจจำนวนมากในกรุงเทพลงรายชื่อบน Google Maps ด้วยชื่อภาษาไทยและชื่อภาษาอังกฤษในช่องเดียวกัน คั่นด้วยเครื่องหมายทับ เว้นวรรค หรือวงเล็บ ภายใต้ถ้อยคำที่อยู่บนหน้าของ Google ตอนนี้ รูปแบบดังกล่าวคือสิ่งที่ข้อกำหนดอธิบายไว้พอดี นั่นคือชื่อธุรกิจเดียวกันที่เขียนซ้ำในสองชุดตัวอักษร และข้ออ้างเรื่องป้ายหน้าร้าน ซึ่งในไทยมักเป็นความจริงเพราะป้ายสองภาษาเป็นมาตรฐานของร้านค้าและร้านอาหาร คือข้ออ้างที่ถ้อยคำใหม่ตัดทิ้งไปโดยตรง
มีสองสถานการณ์ที่ต่างกันและไม่ควรจัดการแบบเดียวกัน กรณีที่ชื่อคือคำเดียวกันเขียนสองครั้ง ครั้งหนึ่งด้วยอักษรไทยและอีกครั้งด้วยอักษรละติน คือกรณีที่ข้อกำหนดพูดถึงตรง ๆ ส่วนกรณีที่ส่วนภาษาไทยกับส่วนภาษาอังกฤษเป็นคนละคำ หรือชื่อนิติบุคคลตามกฎหมายมีทั้งสองส่วนอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องเดียวกันอย่างชัดเจน และหน้าของ Google ก็ไม่ได้อธิบายความต่างตรงนี้ไว้ ถ้ารายชื่อของคุณอยู่ในกลุ่มที่สอง จุดยืนที่ซื่อตรงคือยอมรับว่าข้อกำหนดที่เผยแพร่ออกมายังไม่ได้ตอบคำถามนั้น
สำหรับธุรกิจที่พึ่งพาการมองเห็นบนแผนที่ ช่องชื่อไม่ใช่การตั้งค่าเชิงความสวยงาม และการถูกระงับหมายถึงรายชื่อหายออกจาก local pack ทั้งหมด ใครที่ดูแลงาน Local SEO ให้หลายสาขาในไทย ควรยกการตรวจสอบชื่อขึ้นมาเป็นงานลำดับแรก ไม่ใช่งานบ้านที่ค่อยทำทีหลัง
จะเลือกเก็บชุดตัวอักษรไหนไว้
เมื่อยอมรับแล้วว่าต้องตัดชุดตัวอักษรหนึ่งออก การตัดสินใจควรใช้ความต้องการค้นหาเป็นตัวนำ ไม่ใช่ความชอบภายในองค์กร และข้อมูลที่ต้องใช้ก็มีอยู่ในบัญชีของคุณอยู่แล้ว
ดูว่าลูกค้าค้นหาแบรนด์ของคุณจริง ๆ อย่างไร ข้อมูลคำค้นหาจาก Search Console และจากรายงานประสิทธิภาพของโปรไฟล์ธุรกิจจะบอกได้ว่าคนพิมพ์คำสะกดภาษาไทยหรือคำสะกดอักษรละติน และคำตอบมักไม่ตรงกับที่สำนักงานใหญ่คิดไว้ แบรนด์ที่บริษัทแม่ใช้ชื่ออักษรละตินอาจถูกค้นด้วยอักษรไทยเป็นส่วนใหญ่จากลูกค้าที่เดินเข้าร้าน ขณะที่แบรนด์ไทยที่วางตัวเป็นสากลอาจเป็นตรงกันข้าม การจัดอันดับปริมาณคำค้นหาที่มีชื่อแบรนด์แยกตามชุดตัวอักษรเป็นงานสั้น ๆ ที่ให้คำตอบซึ่งอธิบายได้ และเป็นข้อมูลตัวเดียวกับที่ใช้ในงาน SEO ในประเทศไทย ในภาพกว้าง
มีข้อควรระวังสองข้อ การตัดชุดตัวอักษรออกจากชื่อไม่ได้ตัดมันออกจากโปรไฟล์ทั้งหมด คำอธิบายธุรกิจ โพสต์ รีวิว และเว็บไซต์ยังคงมีภาษาที่คุณตัดออกอยู่ และการจับคู่ผลลัพธ์ท้องถิ่นของ Google ก็ไม่เคยขึ้นอยู่กับช่องชื่อเพียงอย่างเดียว ข้อสอง สำหรับแบรนด์ที่ชื่ออักษรละตินเกิดจากการถอดเสียงชื่อไทยเท่านั้น โดยไม่มีชื่อละตินดั้งเดิม คำสะกดภาษาไทยมักคือชื่อจริงในโลกความเป็นจริง ส่วนคำละตินคือการทับศัพท์ที่ข้อกำหนดนี้เล็งไว้พอดี
เช็กลิสต์ตรวจสอบสำหรับเชนหลายสาขา
งานนี้เป็นงานเชิงกลไก และลำดับสำคัญกว่าความเร็ว
- ส่งออกชื่อปัจจุบันของทุกสาขาจากบัญชีโปรไฟล์ธุรกิจ แล้วเรียงตามชื่อ ไม่ใช่ตามสาขา เพื่อให้รูปแบบชื่อที่ซ้ำกันมาอยู่รวมกลุ่มกัน
- ทำเครื่องหมายทุกชื่อที่มีสองชุดตัวอักษร ในทางปฏิบัติคือการตรวจว่ามีทั้งอักษรไทยและอักษรละตินอยู่ในสตริงเดียวกันหรือไม่ ซึ่งสูตรในสเปรดชีตทำได้เร็วกว่าคนไล่ดูเอง
- แยกกรณีที่ซ้ำกันจริง คือทั้งสองส่วนหมายถึงสิ่งเดียวกัน ออกจากกรณีที่ส่วนหลังเป็นคนละคำ เป็นชื่อเขต หรือเป็นคำต่อท้ายทางกฎหมาย เพราะข้อกำหนดเรื่องข้อมูลสถานที่และรหัสสาขาครอบคลุมบางกรณีอยู่แล้ว ชื่อหนึ่งอาจผิดสองข้อพร้อมกัน
- ตัดสินใจครั้งเดียวในระดับแบรนด์ว่าจะเก็บชุดตัวอักษรไหน แล้วใช้ให้เหมือนกันทุกสาขา ห้าสิบสาขาที่ปนกันระหว่างชื่อไทยล้วนกับชื่ออังกฤษล้วน เป็นผลลัพธ์ที่แย่กว่าการเลือกทางใดทางหนึ่งแล้วทำให้สม่ำเสมอ
- ทยอยแก้เป็นชุด ไม่ใช่แก้พร้อมกันทั้งหมด และเก็บบันทึกชื่อเดิมของแต่ละสาขาไว้ เผื่อต้องใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีการตรวจสอบ
- ตรวจข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับร้านค้าหลายสาขาและแบรนด์ ซึ่ง Google ลิงก์ไว้จากหน้าเดียวกันและมีผลบังคับใช้ทับซ้อนกับข้อกำหนดเรื่องชื่อทั่วไป
สิ่งที่ Google ไม่ได้บอก
หน้าศูนย์ช่วยเหลือระบุข้อกำหนดและยกตัวอย่างไว้ แต่ไม่ได้ตอบคำถามเชิงปฏิบัติ และช่องว่างเหล่านั้นใหญ่พอที่ควรระบุออกมาให้ครบ
หน้าดังกล่าวไม่ได้ให้วันเริ่มบังคับใช้ และไม่ได้บอกว่าข้อกำหนดมีผลย้อนหลังกับโปรไฟล์ที่สร้างก่อนหน้านี้หรือไม่ ไม่ได้บอกว่ารายชื่อสองชุดตัวอักษรที่มีอยู่แล้วจะถูกแก้ไขอัตโนมัติ ถูกลดการมองเห็น หรือถูกระงับ ไม่ได้อธิบายว่าควรเลือกชุดตัวอักษรใดเป็นหลักและไม่ได้ให้เกณฑ์ในการเลือก ไม่ได้อธิบายว่ามีช่องอื่นให้ใส่ชื่อในภาษาที่สองแทนได้หรือไม่ ไม่ได้กล่าวถึงเครื่องมือแก้ไขแบบกลุ่มสำหรับแก้ชื่อจำนวนมาก และไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโปรไฟล์ที่ชื่อจดทะเบียนตามกฎหมายมีทั้งสองชุดตัวอักษรอยู่จริง
ใครที่บอกคุณว่ากำหนดเส้นตายคือวันที่เท่านั้นเท่านี้ กำลังเติมช่องว่างเหล่านั้นด้วยตัวเอง ข้อกำหนดถูกเผยแพร่แล้ว แต่ตารางการบังคับใช้ยังไม่ถูกเผยแพร่
คำถามที่พบบ่อย
รายชื่อร้านในกรุงเทพที่ใส่ชื่อไทยกับชื่ออังกฤษคู่กัน ผิดข้อกำหนดนี้หรือไม่
ถ้าทั้งสองส่วนคือชื่อธุรกิจเดียวกันที่เขียนด้วยชุดตัวอักษรต่างกัน นั่นคือรูปแบบที่หน้าของ Google ระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ตัวอย่างที่ Google ยกมาคือชื่ออักษรละตินตามด้วยชื่อเดียวกันในอักษรญี่ปุ่น ดังนั้นชื่ออักษรละตินตามด้วยชื่อเดียวกันในอักษรไทยจึงเทียบเคียงได้โดยตรง
Google จะระงับโปรไฟล์เพราะเรื่องนี้หรือไม่
หน้าดังกล่าวไม่ได้บอกว่าการบังคับใช้จะเป็นอย่างไรหรือจะเริ่มเมื่อใด สิ่งที่ Google บอกไว้ในหน้าเดียวกันคือการใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นลงในชื่อธุรกิจไม่ได้รับอนุญาต และอาจทำให้โปรไฟล์ธุรกิจถูกระงับ ซึ่งตอนนี้รายการเรื่องชื่อสองภาษาก็อยู่ในบัญชีนั้นแล้ว
ข้อกำหนดนี้ใช้กับประเทศไทยด้วยหรือไม่
หน้าของ Google ไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใดและตัวอย่างที่ใช้เป็นภาษาญี่ปุ่น จึงไม่ได้พูดถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ แต่ข้อกำหนดตามที่เขียนไว้พูดถึงหลายชุดตัวอักษรหรือหลายภาษาโดยทั่วไป จึงอ่านได้ว่าใช้กับทุกตลาดที่การตั้งชื่อสองภาษาเป็นเรื่องปกติ
ถ้าป้ายหน้าร้านเขียนสองภาษาจริง จะเก็บชื่อสองภาษาไว้ได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามถ้อยคำที่ Google เพิ่มเข้ามา ข้อกำหนดระบุว่าชื่อธุรกิจต้องไม่ใส่ชื่อเดียวกันซ้ำในหลายชุดตัวอักษรหรือหลายภาษา "even if it appears this way on physical storefront signage" ซึ่งตัดข้ออ้างเรื่องป้ายหน้าร้านออกไป
ควรเก็บชุดตัวอักษรไหนไว้
Google ไม่ได้บอก การเลือกจึงเป็นหน้าที่ของคุณโดยใช้หลักฐานประกอบ ปริมาณคำค้นหาที่มีชื่อแบรนด์แยกตามชุดตัวอักษร ทั้งจาก Search Console และจากข้อมูลประสิทธิภาพของโปรไฟล์เอง คือข้อมูลที่ใช้ได้ดีที่สุดเท่าที่มี
ถ้าอยากได้ความเห็นที่สองว่าสาขาไหนของคุณเสี่ยง และลูกค้าค้นหาด้วยชุดตัวอักษรใดจริง ๆ ทีมงานด้านการค้นหาท้องถิ่นของเรายินดีไล่ดูรายชื่อไปด้วยกัน







