สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- หน้าช่วยเหลือของ Meta ปัจจุบันเรียก Business Manager ว่า business portfolio คือที่เก็บเพจ บัญชี Instagram บัญชีโฆษณา Pixel และแอป จัดการผ่าน Settings ใน Meta Business Suite
- Business Suite เป็นเครื่องมือทำงานสำหรับโพสต์ ตั้งเวลา Inbox และ insights และ Meta ระบุว่าต้องมี business portfolio ก่อนจึงจะใช้ได้
- แต่ละคนสร้าง business portfolio ได้สูงสุดสองอัน และทรัพย์สินอย่างเพจหรือบัญชีโฆษณาอยู่ได้ใน portfolio เดียวเท่านั้น
- สิทธิ์แบ่งเป็น full access และ partial access (Basic หรือ Apps and integrations) มี finance access เป็นตัวเลือกเสริม และสิทธิ์ Basic แบบชั่วคราวได้ 3 ถึง 75 วัน
- บัญชีที่ถูกจำกัดแก้ได้ที่ Business Support Home ในส่วน Account overview และเฉพาะแอดมินของบัญชีเท่านั้นที่ขอตรวจสอบใหม่ได้
Facebook Business Manager คือระบบกลางของ Meta สำหรับเก็บทรัพย์สินทางธุรกิจ เช่น เพจ Facebook บัญชี Instagram บัญชีโฆษณา Meta Pixel และแอป ไว้ในที่เดียว พร้อมกำหนดว่าใครเข้าถึงอะไรได้บ้าง ปัจจุบัน Meta Business Help Center เรียกสิ่งนี้ว่า "business portfolio" และจัดการผ่านเมนู Settings ภายใน Meta Business Suite ส่วน Business Suite เองคือเครื่องมือสำหรับโพสต์ ตอบข้อความ และดูผลลัพธ์ ซึ่งเป็นคนละหน้าที่กัน
คนจำนวนมากยังค้นหาด้วยชื่อเดิมว่า Business Manager หรือ BM บทความนี้จึงใช้ทั้งสองชื่อ โดยอธิบายตามเมนูและคำศัพท์ที่ Meta ใช้ในหน้าช่วยเหลือปัจจุบัน
Business Manager ต่างจาก Business Suite อย่างไร
วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือ business portfolio (ชื่อเดิม Business Manager) เป็น "ตู้เก็บของและกุญแจ" ส่วน Meta Business Suite เป็น "โต๊ะทำงาน" ที่ใช้ของในตู้นั้น
Meta อธิบายว่า business portfolio คือที่รวมเพจ บัญชี Instagram บัญชี Threads บัญชีโฆษณา แคตตาล็อก และทรัพย์สินอื่น เพื่อจัดการทั้งทรัพย์สินและคนที่เข้าถึงทรัพย์สินเหล่านั้นจากที่เดียว ในขณะที่หน้า How Meta Business Suite works ระบุว่า Business Suite ใช้สำหรับดูภาพรวม วางปฏิทินคอนเทนต์ สร้างและตั้งเวลาโพสต์ Story และ Reels ดู insights ตอบข้อความใน Inbox ที่รวม Facebook, Messenger, Instagram และ WhatsApp และสร้างโฆษณาแบบง่าย
จุดเชื่อมระหว่างสองอย่างนี้คือ Meta ระบุว่าการใช้ Business Suite ต้องมี business portfolio ก่อน และเมนู Settings ใน Business Suite คือที่ที่คุณจัดการ portfolio ทั้งหมด ดังนั้นในหน้าจอจริง ทั้งสองอย่างอยู่ในเว็บเดียวกันที่ business.facebook.com แต่ทำงานคนละชั้น
| ประเด็น | Business Manager (business portfolio) | Meta Business Suite |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | เป็นเจ้าของทรัพย์สินและจัดการสิทธิ์ของคน | โพสต์ ตั้งเวลา ตอบแชต ดู insights |
| เมนูที่ใช้ | Settings: Users, Accounts, Data sources, Security centre | Home, Planner, Inbox, Insights, Ads |
| ใครควรเข้าถึง | เจ้าของธุรกิจและผู้ดูแลที่ต้องจัดการสิทธิ์ | ทีมคอนเทนต์ แอดมินเพจ ทีมตอบแชต |
| งานโฆษณา | เป็นเจ้าของบัญชีโฆษณา วิธีชำระเงิน และ Pixel | สร้างโฆษณาหรือ boost แบบง่าย ส่วนแคมเปญละเอียดใช้ Ads Manager |
Meta business portfolio คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง
ตามหน้า About business portfolios ของ Meta สิ่งที่ business portfolio ช่วยให้ทำได้มีดังนี้:
- ดูและจัดการทรัพย์สินทั้งหมด เช่น บัญชีคอมเมิร์ซ datasets และแอป ในที่เดียว
- จัดการสิทธิ์ของคนหลายคน ให้แต่ละคนเข้าถึงเฉพาะสิ่งที่ต้องใช้ทำงาน
- ลงโฆษณาบน Facebook, Instagram และ Threads
- ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เอเจนซี และที่ปรึกษา
- เพิ่ม system users และเข้าถึง API ของ Meta
- ดูความเสี่ยงด้านความปลอดภัยผ่าน Security Centre
Meta ยังระบุงานที่ต้องมี business portfolio เท่านั้น ได้แก่ การใช้ Meta Business Suite การสมัครรับใบแจ้งหนี้รายเดือน (monthly invoicing) การลงโฆษณาเกี่ยวกับประเด็นสังคม การเลือกตั้ง หรือการเมือง การยืนยันโดเมน และการสร้าง publisher block list
ใน Settings ของ Business Suite คุณจะเห็นหมวดหลักดังนี้ ซึ่งเป็นแผนที่ของทุกอย่างใน portfolio:
- Users จัดการคน พาร์ทเนอร์ และ system users
- Accounts จัดการเพจ บัญชีโฆษณา กลุ่มทรัพย์สิน แอป บัญชี Instagram บัญชี Threads บัญชีคอมเมิร์ซ Meta Pixel และบัญชี WhatsApp
- Data sources จัดการแคตตาล็อก Meta Pixel ชุดข้อมูลออฟไลน์ datasets custom conversions และ shared audiences
- Brand safety จัดการโดเมนและ block list
- Payments จัดการวิธีชำระเงินและวงเงินเครดิต
- Security centre บังคับใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เพิ่มคนที่มีสิทธิ์เต็มคนที่สอง และเริ่มขั้นตอน business verification
- Requests และ Business info ดูคำเชิญที่ส่งและได้รับ และแก้ข้อมูลธุรกิจทั่วไป
วิธีสร้าง Business Manager (business portfolio)
ขั้นตอนตามหน้า How to create a business portfolio in Meta Business Suite บนคอมพิวเตอร์มีดังนี้:
- ไปที่ business.facebook.com แล้วล็อกอินด้วยโปรไฟล์ Facebook หรือ managed Meta account
- คลิกเมนูดรอปดาวน์ใต้ Home ที่มุมบนซ้าย
- คลิก Create a business portfolio
- ตั้งชื่อ portfolio ให้ตรงกับชื่อธุรกิจที่ใช้ต่อสาธารณะ เพราะชื่อนี้จะแสดงให้คนอื่นเห็นใน Meta และห้ามมีอักขระพิเศษ
- ถ้าล็อกอินด้วยโปรไฟล์ Facebook ให้กรอกชื่อ นามสกุล และอีเมลธุรกิจ Meta จะใช้อีเมลนี้ติดต่อเรื่องธุรกิจ และลูกค้าจะไม่เห็นอีเมลนี้
- คลิก Create หรือ Create portfolio แล้วยืนยันอีเมลธุรกิจจากลิงก์ที่ Meta ส่งไป
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนสร้าง:
- แต่ละคนสร้าง business portfolio เองได้สูงสุดสองอัน แต่เป็นสมาชิกของ portfolio อื่นได้ไม่จำกัด
- ทรัพย์สินหนึ่งชิ้น เช่น เพจหรือบัญชีโฆษณา อยู่ได้ใน portfolio เดียวเท่านั้น
- portfolio หรือบัญชีโฆษณาที่สร้างใหม่อาจยังใช้ฟีเจอร์โฆษณาได้ไม่ครบ Meta ให้ตรวจสิทธิ์ที่มีและสิ่งที่ต้องทำเพิ่มได้ใน Business Support Home
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือให้ฟรีแลนซ์หรือพนักงานสร้าง portfolio ให้ด้วยบัญชีส่วนตัวของเขาเอง เมื่อคนนั้นออกจากงาน เจ้าของธุรกิจจะไม่มีสิทธิ์เต็มใน portfolio ของตัวเอง เจ้าของธุรกิจควรเป็นคนสร้างเองแล้วเชิญคนอื่นเข้ามาภายหลัง
เพิ่มคนเข้า Business Manager และกำหนดสิทธิ์
ตามหน้า Add people to a business portfolio and assign a business asset ขั้นตอนคือ:
- เปิด Settings ใน Meta Business Suite ของ portfolio นั้น
- คลิก People ในเมนูซ้าย ถ้าไม่เห็นเมนูนี้ แปลว่าคุณอาจไม่มีสิทธิ์เต็มของ portfolio
- คลิก Invite people มุมบนขวา
- กรอกอีเมลของคนที่จะเชิญ ซึ่งต้องตรงกับอีเมลที่ใช้กับบัญชี Facebook ของเขา แล้วคลิก Next
- เลือกสิทธิ์ระดับ portfolio แล้วคลิก Next
- เลือกทรัพย์สินและสิทธิ์ของแต่ละทรัพย์สิน แล้วคลิก Invite
ผู้ถูกเชิญต้องกดยอมรับคำเชิญ และ Meta ระบุว่าอาจใช้เวลาไม่กี่วันกว่าฟีเจอร์ทั้งหมดจะใช้งานได้ ถ้าจะมอบบัญชี Instagram ให้ใคร คุณต้องล็อกอินบัญชี Instagram นั้นก่อนใน Settings ที่เมนู Instagram accounts
ระดับสิทธิ์ของ portfolio
หน้า About business portfolio and business asset permissions แบ่งสิทธิ์เป็นสองระดับหลัก:
- Full access (ชื่อเดิม full control) จัดการได้ทุกอย่าง ทั้งการตั้งค่า คน เครื่องมือ และทรัพย์สิน เพิ่มหรือลบทรัพย์สินและคน ดูทรัพย์สินทั้งหมด และลบ portfolio ได้
- Partial access แบ่งย่อยเป็น Basic (ชื่อเดิม employee role) ซึ่งทำงานได้เฉพาะทรัพย์สินที่ได้รับมอบหมาย และเป็นค่าเริ่มต้นเมื่อเพิ่มคนใหม่ กับ Apps and integrations (ชื่อเดิม developer role) สำหรับตั้งค่า Conversions API ดู events แก้ไขแอป และสร้าง access token
นอกจากนี้ยังมี finance access เป็นตัวเลือกเสริม สำหรับดูหรือจัดการข้อมูลการเงิน เช่น ธุรกรรม ใบแจ้งหนี้ ยอดใช้จ่าย และวิธีชำระเงิน และมีสิทธิ์ชั่วคราว (temporary access) ที่ให้ได้เฉพาะระดับ Basic อย่างน้อย 3 วันและไม่เกิน 75 วัน เมื่อหมดเวลาระบบจะถอดคนนั้นออกจาก portfolio อัตโนมัติ เหมาะกับฟรีแลนซ์ที่ทำงานเป็นโปรเจกต์
สิทธิ์ระดับทรัพย์สิน
สิทธิ์ของทรัพย์สินแยกจากสิทธิ์ของ portfolio คนหนึ่งอาจมี full access ในเพจเดียวโดยไม่มี full access ใน portfolio ก็ได้ ส่วน partial access ของทรัพย์สินจะแยกตามงาน เช่น สร้างคอนเทนต์ จัดการโฆษณา หรือตอบข้อความ หลักที่ Meta แนะนำคือให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่องานเท่านั้น
เพิ่มเอเจนซีในฐานะพาร์ทเนอร์
การเพิ่มเอเจนซีไม่ใช่การเพิ่มคน Meta แยกเป็นการเพิ่มพาร์ทเนอร์ ซึ่งทำได้สองแบบคือให้พาร์ทเนอร์เข้าถึงทรัพย์สินของคุณ หรือขอให้พาร์ทเนอร์แชร์ทรัพย์สินของเขามาให้ ถ้าเอเจนซีดูแลโฆษณาให้ แบบแรกคือแบบที่ทำให้ธุรกิจยังเป็นเจ้าของบัญชีโฆษณาและ Pixel อยู่ เมื่อเลิกจ้างก็ถอดสิทธิ์พาร์ทเนอร์ออกได้
เชื่อมบัญชีโฆษณาและ pixel เข้า Business Manager
บัญชีโฆษณา เพจ และบัญชี Instagram อยู่ในหมวด Accounts ของ Settings ส่วน Meta Pixel และ datasets อยู่ในหมวด Data sources ลำดับการทำงานที่ปลอดภัยคือ:
- เพิ่มเพจ Facebook และบัญชี Instagram ของธุรกิจเข้า portfolio ก่อน
- ในหมวด Accounts ที่ Ad accounts เพิ่มบัญชีโฆษณาเดิมที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ หรือสร้างบัญชีใหม่ภายใต้ portfolio
- ใน Data sources สร้างหรือเพิ่ม Meta Pixel และ dataset แล้วมอบสิทธิ์ให้บัญชีโฆษณาที่ต้องใช้ข้อมูลนั้น
- ใน Payments ตั้งวิธีชำระเงินของบัญชีโฆษณา
- มอบสิทธิ์ของแต่ละทรัพย์สินให้คนหรือพาร์ทเนอร์ที่ต้องใช้
จำไว้ว่าทรัพย์สินอยู่ได้ใน portfolio เดียว ถ้าบัญชีโฆษณาหรือ Pixel ถูกสร้างไว้ใน portfolio ของเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์ คุณจะเพิ่มเข้า portfolio ของตัวเองแบบเป็นเจ้าของไม่ได้ ได้แค่รับการแชร์ ก่อนเริ่มแคมเปญจึงควรตรวจว่าใครเป็นเจ้าของ ไม่ใช่แค่ว่าใครเข้าถึงได้
ตั้งค่าความปลอดภัยของ portfolio
หน้า Best practices for making a business portfolio more secure ของ Meta มีข้อแนะนำที่ทำตามได้ทันที:
- ลบคนที่ไม่ได้ล็อกอินเข้า portfolio ภายใน 90 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะคนที่มีสิทธิ์เต็ม
- ปิดบัญชีโฆษณาที่ไม่ได้ใช้ เพราะบัญชีที่ไม่ได้ลงโฆษณาภายในหนึ่งปีที่ผ่านมามีแนวโน้มตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีมากกว่า และบัญชีโฆษณาลบออกจาก portfolio ไม่ได้ ทำได้แค่ปิด
- ถอดคนที่ยังไม่ได้ตั้ง passkey หรือการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
- ถอดคนที่ใช้อีเมลสาธารณะซึ่งไม่เกี่ยวกับธุรกิจ
- จำกัดจำนวนคนที่มีสิทธิ์เต็ม Meta แนะนำว่าควรไม่เกินสิบคน
- ให้มีคนที่ยังใช้งานอยู่สองคนที่มีสิทธิ์เต็ม เพื่อเปิดการอนุมัติจากผู้ดูแลคนที่สองสำหรับการกระทำที่อ่อนไหว
- ส่งออกไฟล์รายชื่อสิทธิ์ของทุกคนจากแท็บ People ใน Settings เพื่อตรวจสอบเป็นระยะ
Business Manager ถูกจำกัดทำอย่างไร
ตามหน้า Troubleshoot a disabled or restricted account ให้ทำบนคอมพิวเตอร์ดังนี้:
- เปิด Meta Business Support Home
- ใน Account overview คลิกบัญชีที่ถูกจำกัด
- ดูส่วน What you can do แล้วทำตามขั้นตอนที่แนะนำ ซึ่งอาจเป็นการยืนยันตัวตน การทำ verification ให้เสร็จ การรักษาความปลอดภัยบัญชี หรือการขอให้ตรวจสอบใหม่ (request a review)
การขอตรวจสอบใหม่ต้องทำโดยผู้ที่เป็นแอดมินของบัญชีนั้น Meta ยังระบุว่าถ้าบัญชีโฆษณาถูกปิดจากการละเมิดนโยบายและไม่มีสิทธิ์กลับมาใช้ได้ภายในหกเดือน ยอดเงินบริการแบบเติมล่วงหน้าที่ยังไม่ได้ใช้อาจถูกริบตามที่กฎหมายอนุญาต และหลังจากนั้นบัญชีจะกู้คืนไม่ได้
ก่อนกดขอตรวจสอบ ให้เปิดหน้านโยบายโฆษณาที่เกี่ยวข้องและแก้สาเหตุก่อน เช่น ลบโฆษณาที่ละเมิดหรือแก้หน้า landing page ถ้าคนที่ถูกจำกัดคือบัญชีส่วนตัวของแอดมิน คนนั้นจะเพิ่มคนอื่นเข้า portfolio ไม่ได้ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ควรมีคนสิทธิ์เต็มสองคน
Facebook Business Manager ในบริบทธุรกิจไทย
ธุรกิจไทยจำนวนมากเริ่มจากให้แอดมินเพจหรือเอเจนซีตั้งค่าทุกอย่างให้ ทำให้ความเป็นเจ้าของบัญชีโฆษณา Pixel และเพจกระจายอยู่หลาย portfolio ถ้าคุณกำลังทบทวนระบบ ให้ใช้ Settings ไล่ดูว่าแต่ละทรัพย์สินเป็นของ portfolio ไหน แล้วจัดให้ทรัพย์สินหลักอยู่ใน portfolio ของธุรกิจเอง
ชื่อ portfolio ต้องตรงกับชื่อธุรกิจที่ใช้ต่อสาธารณะและห้ามมีอักขระพิเศษ ถ้าชื่อภาษาไทยของแบรนด์มีสัญลักษณ์ ให้ใช้ชื่อที่ตัดสัญลักษณ์ออก อีเมลธุรกิจควรเป็นอีเมลโดเมนบริษัท เพราะหน้า best practices ของ Meta แนะนำให้ถอดผู้ใช้ที่ใช้อีเมลสาธารณะซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจออก
ถ้าบริษัทจะใช้ monthly invoicing หรือต้องยืนยันโดเมน ทั้งสองอย่างต้องทำผ่าน business portfolio ตามที่ Meta ระบุ จึงควรตั้งค่า portfolio ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มแคมเปญ โฆษณา Facebook หรือ โฆษณา Instagram
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Facebook Business Manager
Facebook Business Manager ยังมีอยู่ไหม
มีอยู่ แต่หน้าช่วยเหลือของ Meta ในปัจจุบันเรียกว่า business portfolio และจัดการผ่าน Settings ใน Meta Business Suite ฟังก์ชันหลักยังเหมือนเดิม คือเก็บทรัพย์สินทางธุรกิจและจัดการสิทธิ์ของคน
ต้องมีบัญชี Facebook ส่วนตัวไหมถึงจะสร้าง business portfolio ได้
ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง คือโปรไฟล์ Facebook หรือ managed Meta account ถ้าใช้ managed Meta account ต้องมีสิทธิ์ organisation management ใน Organisation Manager ด้วย
สร้าง business portfolio ได้กี่อัน
แต่ละคนสร้างเองได้สูงสุดสองอัน แต่เข้าร่วม portfolio ของคนอื่นได้ไม่จำกัดจำนวน
ควรให้เอเจนซีเข้าถึงอย่างไร
ให้เพิ่มเอเจนซีเป็นพาร์ทเนอร์และมอบสิทธิ์เฉพาะทรัพย์สินที่ต้องใช้ แทนการให้เอเจนซีสร้างบัญชีโฆษณาหรือ Pixel ใน portfolio ของเอเจนซีเอง ธุรกิจจะยังเป็นเจ้าของข้อมูลและถอดสิทธิ์ได้เมื่อจบงาน
ถ้าต้องการให้ทีมช่วยตรวจโครงสร้าง portfolio สิทธิ์ และการเชื่อม Pixel ก่อนเริ่มแคมเปญ ดูรายละเอียด บริการโฆษณาโซเชียลมีเดีย ของ Relevant Audience







