แนะนำ 8 รูปแบบอินโฟกราฟิก นักการตลาดมือใหม่ห้ามพลาด!

RA CONTENT JUN 20 C3 Blog Size [1200x628px] (4)

Infographic เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการนำเสนอคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปภาพ แผนภูมิต่างๆ ร่วมกับการตกแต่งอย่างมีสีสัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ผ่านวิธีการเรียบเรียงเนื้อหาให้สั้น กระชับ เพื่อให้เกิดการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา

จากการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์หลายแห่ง พบว่า 57% ของนักการตลาด B2B (Business to Business) ในปัจจุบัน กำลังรวมอินโฟกราฟิกให้เข้ากับเนื้อหาทางการตลาดมากขึ้น อินโฟกราฟิกไม่เพียงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่ยังสามารถถูกแชร์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างมากขึ้น ต้องยอมรับว่าโดยทั่วไป ไม่ว่าใครก็ชอบเสพข้อมูลที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่เยอะจนเกินไปดังนั้นลองมาดู 8 รูปแบบอินโฟกราฟิกในบทความนี้กัน ที่ทำตามแล้วผลลัพธ์การตลาดดีขึ้นแน่นอน

8 ประเภทอินโฟกราฟิกที่นักการตลาดควรนำไปใช้

นักการตลาดที่ดีต้องไม่ลืมทำความเข้าใจว่าควรใช้อินโฟกราฟิกประเภทไหนอย่างไรและเมื่อไหร่ เพื่อช่วยให้คอนเทนต์สามารถมีส่วนร่วมกับผู้อ่านได้ดีขึ้น โดยมีดังนี้

1. Timeline

อินโฟกราฟิกแบบไทม์ไลน์ เหมาะสำหรับการแสดงขั้นตอนต่างๆ หรือเล่าประวัติความเป็นมาเป็นไปของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีการสร้างโครงเรื่องด้วยหัวข้อต่างๆ โดยใช้ “เส้น” แทนระยะเวลา เช่น ประวัติบุคคลคน ประวัติองค์กร ประวัติสถานที่ แน่นอนว่าหากเลือกสร้างอินโฟกราฟิกไทม์ไลน์ อย่าลืมที่จะสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจด้วยการเลือกใช้ขนาดฟอนต์ต่างๆ พร้อมกับการแยกความแตกต่างระหว่างวันที่และข้อความย่อยด้วยคู่สีต่างๆ ที่น่าสนใจ

2. Flowchart

คล้ายกับอินโฟกราฟิกแบบไทม์ไลน์ โดยจะเป็นการนำเสนอแบบเป็นลำดับขั้น แบ่งออกเป็นหลายๆ ส่วนของหัวข้อนั้น จะเป็นการแสดงภาพและสรุปแนวคิดหลัก สำหรับอินโฟกราฟิกแบบ Flowchart จะเหมาะกับการเสนอเป็นควิซให้ผู้อ่านได้ทราบคำตอบที่ต้องการโดยการอ่านไล่ลงไปตามส่วนต่างๆ 

สำหรับข้อควรระวังคือความยุ่งเหยิงของเส้นในการเชื่อมระหว่างส่วนต่างๆ อย่าลืมที่จะใช้สีเพื่อช่วยลดความสับสนให้กับผู้อ่าน

3. Informational

สำหรับอินโฟกราฟิกประเภท Informational สามารถใช้กับเนื้อหาประเภทใดก็ได้ โดยจะเป็นการสื่อสารแบบภาพรวมหรือสรุปเรื่องใดเรื่องหนึ่งไว้ในภาพๆ เดียว เช่นหากเลือกหัวข้อเกี่ยวกับหัวข้อ SEO Trends 2022 ก็ทำเป็นภาพเล่าออกมาว่า จะมีเทรนด์อะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับ SEO ที่น่าสนใจในปีนี้บ้าง โดยจะต้องสรุปเรื่องออกมาให้สามารถเข้าใจได้ง่ายและผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก

4. Comparison

การใช้อินโฟกราฟิกแบบ Comparison เหมาะสำหรับการใช้เปรียบเทียบสินค้าหรือบริการสองอย่างขึ้นไปที่มีความแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปรียบเทียบสินค้าของแบรนด์คุณกับที่อื่น ด้วยการอธิบายข้อดีและข้อเสียว่าทำไมสินค้านั้นถึงมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าในสถานการณ์หนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสถานการณ์หนึ่ง 

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าอินโฟกราฟิกที่ดีต้องมีข้อมูลที่กระชับ แม้ว่าเนื้อหาจะมีเยอะก็ควรที่จะเลือกใช้ข้อมูลให้สั้นที่สุดเพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสนกับข้อมูลที่มากจนเกินไป

5. List

เป็นหนึ่งในรูปแบบอินโฟกราฟิกยอดฮิตที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี โดยเป็นการนำเสนอแบบเป็นข้อๆ เหมาะกับการใช้กับหัวข้อที่ไม่ยาวมากนัก และไม่ควรเป็นเรื่องที่เครียดหรือมีสาระมากจนเกินไป โปรดจำไว้ว่าการใช้อินโฟกราฟิกประเภทนี้จะต้องมีเนื้อหาที่สั้น กระชับและตรงไปตรงมาโดยสามารถสร้างสรุปหรือประเด็นสำคัญได้ 

ข้อแนะนำคือให้ลองวิเคราะห์ว่ามีประเด็นไหนที่สามารถรวมเป็นประเด็นเดียวกันได้ เพราะจะช่วยลดความซับซ้อนของข้อมูลต่อผู้อ่านได้มากขึ้น

6. Maps

สำหรับอินโฟกราฟิกแบบแผนที่เหมาะสำหรับการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของธุรกิจในพื้นที่ต่างๆ โดยเป็นการสรุปข้อมูลให้ผู้อ่านเห็นภาพได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการแสดงภาพจากภูมิภาคต่างๆ 

7. Interactive

หากคุณต้องการให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดหรือไอเดียที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การใช้อินโฟกราฟิกแบบ Interactive นี้ จะสามารถช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้ ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่มีรายละเอียดที่แยกกระจายออกจากกัน โดยในการสร้างจะต้องผ่านการออกแบบที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น แต่ก็จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

8. Statistical

หนึ่งในรูปแบบอินโฟกราฟิกที่นิยมใช้งานมากที่สุด โดยเป็นการออกแบบจากข้อมูลต่างๆ นำมาสร้างเป็นแผนภาพนิ่งบอกกล่าวเกี่ยวกับสถิติ โดยเน้นให้มีความสวยงามเข้าใจง่าย ไม่ทำให้หลายคนเบือนหน้าหนีด้วยตัวเลขจำนวนมากและหันกลับมามีความสนใจในเรื่องที่ต้องการสื่อสารมากยิ่งขึ้น

อินโฟกราฟิกเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสรุปเนื้อหาเพื่อสื่อสารทางการตลาด อย่างที่เห็นกันว่าปัจจุบันอินโฟกราฟิกเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในโลกอินเทอร์เน็ต เพราะสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจได้ยากให้สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ผ่านการออกแบบที่มีศิลปะ และไม่มีขอบเขตและขีดจำกัดในการเล่าเรื่องแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องมีการสรุปข้อมูลให้สั้น กระชับ และตรงประเด็น รับรองว่าถ้าเลือกใช้รูปแบบอินโฟกราฟิกให้เหมาะสมกับเนื้อหาคอนเทนต์ เท่านี้ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า