seasonality adjustments ของ Google Ads ใช้กับ Demand Gen ได้แล้ว

seasonality adjustments ของ Google Ads ใช้กับ Demand Gen ได้แล้ว

Google AdsOctober 24, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • หน้า 'About seasonality adjustments' ของ Google ตอนนี้ระบุ Demand Gen ไว้คู่กับ Search, Shopping และ Display สำหรับแคมเปญที่ใช้ Target CPA หรือ Target ROAS
  • Google บอกว่าเครื่องมือนี้เหมาะกับอีเวนต์สั้น 1-7 วัน และอาจทำงานได้ไม่ดีนักถ้าเกิน 14 วัน เพราะ Smart Bidding จัดการฤดูกาลปกติได้อยู่แล้ว
  • หน้า 'Create a seasonality adjustment' ของ Google ยังระบุแค่ Search, Standard Shopping และ Display สำหรับแคมเปญที่ใช้ Target CPA หรือ Target ROAS ณ 24 ตุลาคม 2569 จึงควรเช็กเมนู Scope ในบัญชีของคุณ
  • จากบัญชีผู้จัดการ adjustment เดียวครอบคลุมประเภทแคมเปญในทุกบัญชีลูกค้าที่ลิงก์อยู่ได้ แต่บัญชีที่ลิงก์เข้ามาทีหลังจะไม่ได้รับ adjustment นั้น

ตอนนี้ Google Ads ระบุให้ Demand Gen เป็นหนึ่งในประเภทแคมเปญที่ใช้ seasonality adjustments ได้แล้ว หน้าช่วยเหลือของ Google บอกว่าเครื่องมือนี้ใช้ได้กับแคมเปญ Search, Shopping, Demand Gen และ Display ที่ตั้งราคาเสนอแบบ Target CPA หรือ Target ROAS รวมถึงแคมเปญ Performance Max และ App (เบต้า) ทุกกลยุทธ์การเสนอราคา สำหรับผู้ลงโฆษณา Demand Gen แปลว่าบอก Smart Bidding ล่วงหน้าได้ว่าจะมีเซลสั้น ๆ อย่าง 11.11 หรือ 12.12 ที่คาดว่าอัตรา Conversion จะพุ่งสูงกว่าปกติมาก

หน้าช่วยเหลือเรื่อง seasonality adjustments เปลี่ยนอะไร

การอัปเดตอยู่ในบทความ Google Ads Help ชื่อ "About seasonality adjustments" เมื่ออ่าน ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2569 หน้าช่วยเหลือเรื่อง seasonality adjustments ของ Google ระบุว่า ตอนนี้ seasonality adjustments ใช้ได้กับแคมเปญ Search, Shopping, Demand Gen และ Display ที่ใช้กลยุทธ์ Target ROAS และ Target CPA รวมถึงแคมเปญ Performance Max และ App (เบต้า) ที่ใช้กลยุทธ์การเสนอราคาใดก็ได้ ส่วนลิงก์ที่เกี่ยวข้องท้ายหน้าก็มี "About Demand Gen campaigns" ด้วย

Google ยังไม่ได้ออกประกาศ บล็อก หรือวันที่เปิดใช้สำหรับการเพิ่ม Demand Gen ครั้งนี้ หลักฐานที่มีคือข้อความในหน้าช่วยเหลือ มีอีกรายละเอียดที่ควรรู้ บทความคู่กันของ Google ชื่อ "Create a seasonality adjustment" ยังเขียนว่า "Search, Standard Shopping, and Display" สำหรับประเภทแคมเปญที่ใช้กลยุทธ์แบบมีเป้าหมาย เมื่อเช็กในวันเดียวกัน และไม่มีคำว่า Demand Gen เลย สองหน้านี้จึงยังพูดไม่ตรงกัน ก่อนวางแผนโดยพึ่งฟีเจอร์นี้ ควรเข้าไปเช็กในบัญชีของคุณเองว่า Demand Gen ขึ้นเป็นตัวเลือกประเภทแคมเปญในส่วน Scope ของการตั้งค่าแล้วจริงหรือยัง

seasonality adjustments ทำงานอย่างไร

Google อธิบายว่า seasonality adjustments เป็น "เครื่องมือขั้นสูง" ที่ใช้แจ้ง Smart Bidding ล่วงหน้าว่าอัตรา Conversion จะเปลี่ยนไปในอีเวนต์ที่กำลังจะมาถึง เช่น โปรโมชันหรือเซล เมื่อสร้าง adjustment คุณกำลังตั้งเวลาปรับอัตรา Conversion ทั้งแบบเพิ่มหรือลด สำหรับช่วงเวลาที่กำหนดไว้ แล้ว Smart Bidding จะนำการเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้นั้นไปคิดในราคาเสนอของวันเหล่านั้น

ตัวอย่างของ Google เอง

หน้าช่วยเหลือยกตัวอย่างเซล 3 วัน ถ้าคาดว่าอัตรา Conversion จะเพิ่มขึ้น 50% ระหว่างเซล ก็สร้าง adjustment ที่เพิ่มอัตรา Conversion ได้สูงสุด 50% สำหรับ 3 วันนั้น แคมเปญจะปรับราคาเสนอระหว่างอีเวนต์ และ Google บอกว่าแคมเปญจะกลับไปทำงานแบบก่อนปรับเมื่ออีเวนต์จบ Google ยังระบุว่าไม่ต้องตั้ง adjustment แบบติดลบหลังโปรโมชันจบ

ทำไมต้องมีเครื่องมือนี้

หน้าช่วยเหลือไม่ได้อธิบายกลไกละเอียด ส่วนนี้จึงเป็นบทวิเคราะห์ Smart Bidding ทำงานจากข้อมูล Conversion และเซลสั้น ๆ สร้างปัญหาให้การเรียนรู้นั้น ยอดที่พุ่งขึ้นมาเร็วกว่าที่โมเดลจะตอบสนองทัน และพอยอดตกหลังเซล ก็ตกตอนที่โมเดลเพิ่งเริ่มเชื่อว่ายอดพุ่งจริง adjustment จึงส่งข้อมูลให้ระบบเสนอราคารู้ล่วงหน้า ไม่ต้องเดาเอาจากข้อมูลผิดปกติไม่กี่วัน นี่คือเหตุผลเบื้องหลังคำแนะนำของ Google ที่ว่าเครื่องมือนี้เหมาะกับอีเวนต์สั้นที่คาดการณ์ได้ ไม่ใช่ซีซันยาว

ควรใช้เมื่อไร และไม่ควรใช้เมื่อไร

Google พูดถึงข้อจำกัดไว้ตรง ๆ หน้าช่วยเหลือบอกให้ใช้ seasonality adjustments เฉพาะเมื่อคาดว่าอัตรา Conversion จะเปลี่ยนมาก เพราะ Smart Bidding จัดการอีเวนต์ตามฤดูกาลอยู่แล้ว Google บอกว่าเครื่องมือนี้เหมาะกับอีเวนต์สั้น 1-7 วัน และอาจทำงานได้ไม่ดีนักถ้าใช้ยาว เช่น เกิน 14 วันต่อครั้ง

จากคำแนะนำนี้ อ่านได้สองข้อในทางปฏิบัติ ข้อแรก ซีซันที่ค่อย ๆ ขึ้นอย่างช่วงเทศกาลปลายปีทั้งช่วง เป็นรูปแบบที่ Google บอกว่า Smart Bidding จัดการได้เองแล้ว ข้อสอง อีเวนต์หนึ่งหรือสองวันที่มีวันเริ่มและวันจบชัด และข้อมูลย้อนหลังแสดงว่าอัตรา Conversion ขยับแรง คือกรณีที่เครื่องมือนี้ถูกสร้างมาให้ใช้

สรุปกฎของ seasonality adjustments

ตารางด้านล่างสรุปกฎจากหน้าช่วยเหลือสองหน้าของ Google ตามที่อ่าน ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2569

สรุปกฎของ seasonality adjustments
กฎสิ่งที่ Google ระบุ
ประเภทแคมเปญ (กลยุทธ์แบบมีเป้าหมาย)Search, Shopping, Demand Gen และ Display ที่ใช้ Target ROAS หรือ Target CPA
ประเภทแคมเปญ (กลยุทธ์ใดก็ได้)Performance Max และ App (เบต้า) ส่วนแคมเปญ Travel ไม่รองรับ
ระยะอีเวนต์ที่เหมาะ1-7 วัน และอาจทำงานได้ไม่ดีนักถ้าเกิน 14 วันต่อครั้ง
บัญชีผู้จัดการ (MCC)adjustment เดียวครอบคลุมประเภทแคมเปญในทุกบัญชีลูกค้าที่ลิงก์อยู่ตอนนี้ รวม sub-MCC หรือเลือกเฉพาะแคมเปญได้
จำนวนแคมเปญสูงสุดสูงสุด 2,000 แคมเปญเมื่อเลือกแบบเจาะจงแคมเปญ (ตามหน้า "Create a seasonality adjustment")

วิธีสร้าง seasonality adjustment

หน้า "Create a seasonality adjustment" ของ Google ให้ขั้นตอนสำหรับบัญชีเดียวไว้ดังนี้:

  1. คลิกไอคอน Tools ใน Google Ads
  2. เปิดเมนูดรอปดาวน์ Budgets and bidding แล้วคลิก Adjustments
  3. เลือกตัวเลือก Seasonal ด้านบน แล้วกดปุ่มบวกสีน้ำเงิน
  4. ในส่วน "Adjustment type" เลือก Conversion rate
  5. ตั้งชื่อ adjustment ใส่คำอธิบาย (ถ้าต้องการ) และกรอกวันเริ่มกับวันจบของอีเวนต์
  6. ในส่วน "Scope" เลือกประเภทแคมเปญ (หรือทุกประเภท) หรือเลือกเฉพาะแคมเปญ
  7. ใส่การเปลี่ยนแปลงอัตรา Conversion ที่คาดไว้ แล้วกด Save และ Create seasonality adjustment

Google เตือนว่า adjustment อาจเปลี่ยนวิธีที่กลยุทธ์การเสนอราคาทำงาน และขอให้ตรวจข้อมูลให้ถูกต้องก่อนสร้าง ถ้าเลือกแบบเจาะจงแคมเปญ หนึ่งอีเวนต์บันทึกได้สูงสุด 2,000 แคมเปญ ถ้ามากกว่านั้นให้สร้างอีเวนต์ใหม่ หรือเลือกตามประเภทแคมเปญแทน

ใช้ adjustment จากบัญชีผู้จัดการ

เอเจนซีและกลุ่มธุรกิจที่มีหลายแบรนด์ ตั้ง adjustment ครั้งเดียวจากบัญชีผู้จัดการ Google Ads (MCC) ได้ ไม่ต้องทำซ้ำทีละบัญชีลูกค้า ระหว่างสร้าง เลือก Scope ได้ว่าเป็นประเภทแคมเปญในทุกบัญชีที่ลิงก์กับบัญชีผู้จัดการอยู่ตอนนี้ หรือเลือกเฉพาะแคมเปญ ส่วนหน้า "Create a seasonality adjustment" ยังมีตัวเลือกเลือกเฉพาะบางบัญชีด้วย adjustment จะถูกใช้และมองเห็นได้ในแต่ละบัญชีลูกค้า และการแก้ไขในบัญชีลูกค้าก็จะสะท้อนกลับมาที่ระดับบัญชีผู้จัดการ

หน้าช่วยเหลือมีเงื่อนไขสามข้อที่มักถูกมองข้าม:

  • ใช้ได้กับบัญชีลูกค้าที่ลิงก์อยู่ในตอนนี้ รวมถึงบัญชีที่อยู่ใน sub-MCC
  • บัญชีลูกค้าที่เพิ่มเข้ามาหลังจากใช้ adjustment แล้วจะไม่ได้รับ adjustment นั้นอัตโนมัติ แบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาก่อน 11.11 หนึ่งสัปดาห์ต้องมี adjustment ของตัวเอง หรือต้องปรับ Scope ของอีเวนต์ใหม่
  • บัญชีลูกค้าที่ออกจากบัญชีผู้จัดการไปแล้ว จะยังเห็นอีเวนต์นั้นอยู่

กำหนดขนาด adjustment สำหรับเซลสั้น

Google ให้กฎไว้ข้อเดียว คือตั้ง adjustment ให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอัตรา Conversion ที่คุณประเมินไว้ โดยไม่ได้ให้สูตร แหล่งที่สมเหตุสมผลสำหรับการประเมินนี้คือข้อมูลย้อนหลังของคุณเองในอีเวนต์เดียวกัน วัดในแคมเปญประเภทเดียวกัน ตัวอย่างด้านล่างใช้ตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีคิดเท่านั้น

ตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลจริง: สมมติว่าแคมเปญ Demand Gen มีอัตรา Conversion เฉลี่ย 1.0% ในสองสัปดาห์ก่อน 11.11 ปีที่แล้ว และในวัน 11.11 ขึ้นไปถึง 1.6% นั่นคือเพิ่มขึ้น 60% สำหรับอีเวนต์วันเดียว adjustment สูงสุด +60% ที่ตั้งไว้เฉพาะวันนั้นจึงสอดคล้องกับคำแนะนำของ Google ถ้าเพิ่มขึ้นนิดเดียว เช่น จาก 1.0% เป็น 1.1% ถ้อยคำของ Google เองบอกเป็นนัยว่าควรปล่อยให้ Smart Bidding ทำงานไป เพราะเครื่องมือนี้มีไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

มีเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณอยู่บ้าง และข้อต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำของ Google ตั้งวันที่ให้ตรงกับช่วงเซลจริง ไม่ใช่ทั้งสัปดาห์รอบ ๆ เพราะเครื่องมือนี้สร้างมาสำหรับยอดที่พุ่งช่วงสั้น ระวังเรื่องเขตเวลา adjustment อิงตามวันที่ จึงควรเช็กว่าเขตเวลาของบัญชีตรงกับชั่วโมงที่เซลเปิดจริง และถ้าข้อเสนอในเซลปีนี้อ่อนกว่าปีที่แล้ว ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในอดีตคือเพดาน ไม่ใช่การพยากรณ์

สิ่งที่ Google ยังไม่ได้บอก

  • ไม่มีประกาศหรือวันที่ว่า Demand Gen เริ่มใช้ได้ตั้งแต่เมื่อไร
  • ไม่ได้บอกว่าแคมเปญ Demand Gen ที่ใช้ Maximize conversions หรือ Maximize conversion value แบบไม่ตั้งเป้าหมาย ใช้เครื่องมือนี้ได้หรือไม่ หน้าช่วยเหลือระบุสำหรับ Demand Gen ไว้เพียง Target CPA และ Target ROAS
  • ไม่ได้บอกว่าหน้า "Create a seasonality adjustment" และเมนู Scope อัปเดตตามข้อความเรื่อง Demand Gen แล้วหรือยัง
  • ไม่ได้บอกว่า data exclusions ใช้กับ Demand Gen ได้หรือไม่ หน้า seasonality ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ในไทย 11.11, 12.12 รวมถึงเซลวันเลขเบิ้ลอื่น ๆ และโปรโมชันช่วงเงินเดือนออก เป็นอีเวนต์สั้นที่มีวันที่ตายตัวและรู้ล่วงหน้านาน จึงอยู่ในกรอบ 1-7 วันที่ Google แนะนำพอดี แบรนด์ที่รัน Demand Gen ด้วย Target CPA หรือ Target ROAS ตอนนี้แจ้ง Smart Bidding ล่วงหน้าก่อนวันเหล่านั้นได้แล้ว หากตัวเลือกนี้ขึ้นในบัญชี ควรเช็กสิทธิ์การใช้งานตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน ดึงอัตรา Conversion ของปีที่แล้วในแต่ละอีเวนต์ออกมาดู แล้วตัดสินว่าแคมเปญไหนที่ยอดพุ่งแรงจริง เอเจนซีและกลุ่มที่มีหลายแบรนด์ควรเช็กด้วยว่าบัญชีลูกค้าไหนลิงก์อยู่กับบัญชีผู้จัดการบ้าง ก่อนใช้อีเวนต์จากระดับนั้น ถ้าต้องการความช่วยเหลือในการวางแผนราคาเสนอและงบช่วงวันเซล ดูได้ที่บริการ Google Ads และบริการการตลาดอีคอมเมิร์ซ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ seasonality adjustments

ใช้ seasonality adjustments ในแคมเปญ Demand Gen ได้หรือไม่

ได้ ถ้าแคมเปญใช้กลยุทธ์ Target CPA หรือ Target ROAS ตามหน้าช่วยเหลือ "About seasonality adjustments" ของ Google แต่หน้า "Create a seasonality adjustment" ยังไม่ได้อัปเดตให้พูดถึง Demand Gen ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2569 จึงควรเช็กว่าตัวเลือกนี้ขึ้นในบัญชีของคุณแล้ว

seasonality adjustment ควรตั้งนานแค่ไหน

Google บอกว่า 1-7 วันเหมาะที่สุด หน้าช่วยเหลือเตือนว่า adjustment อาจทำงานได้ไม่ดีนักถ้าใช้ช่วงยาว เช่น เกิน 14 วันต่อครั้ง

หลังเซลจบต้องตั้ง adjustment แบบติดลบหรือไม่

ไม่ต้อง Google บอกว่าแคมเปญจะกลับไปทำงานแบบก่อนปรับเมื่ออีเวนต์จบ และไม่ต้องตั้ง adjustment ติดลบหลังโปรโมชันจบ

ใช้ adjustment เดียวกับหลายบัญชีลูกค้าได้หรือไม่

ได้ โดยสร้างจากบัญชีผู้จัดการ Google Ads เลือก Scope เป็นประเภทแคมเปญในทุกบัญชีลูกค้าที่ลิงก์อยู่ตอนนี้ รวม sub-MCC หรือเลือกเฉพาะแคมเปญก็ได้ แต่บัญชีลูกค้าที่ลิงก์เข้ามาทีหลังจะไม่ได้รับ adjustment นั้น

ควรใช้ตลอดช่วงเทศกาลปลายปีหรือไม่

คำแนะนำของ Google ชี้ว่าไม่ควร หน้าช่วยเหลือบอกว่า Smart Bidding จัดการอีเวนต์ตามฤดูกาลอยู่แล้ว และแนะนำให้ใช้เครื่องมือนี้เฉพาะเมื่ออัตรา Conversion เปลี่ยนมากในช่วงสั้น ๆ

การที่ seasonality adjustments ขยายมาถึง Demand Gen ทำให้แคมเปญ Demand Gen มีเครื่องมือก่อนเซลแบบเดียวกับที่ Search และ Shopping มีมานาน เริ่มจากเช็กว่าใช้ได้ในบัญชีแล้ว จากนั้นค่อยประเมินขนาด adjustment จากอีเวนต์ในอดีตของคุณเอง และตั้งไว้เฉพาะวันเซลจริง ถ้าอยากได้คนช่วยตั้งค่าก่อน 11.11 ทีม Relevant Audience ยินดีคุยด้วย

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น