Google Ads Auction Insights คืออะไร อ่านแต่ละเมตริกอย่างไรและใช้วิเคราะห์คู่แข่ง

Google Ads Auction Insights คืออะไร อ่านแต่ละเมตริกอย่างไรและใช้วิเคราะห์คู่แข่ง

Google AdsOctober 12, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • สำหรับแคมเปญ Search รายงานแสดง 6 เมตริก ได้แก่ impression share, overlap rate, position above rate, top of page rate, absolute top of page rate และ outranking share
  • แคมเปญ Shopping ได้ 3 ตัว (impression share, overlap rate, outranking share) ส่วน Performance Max ดูได้ระดับบัญชีและแคมเปญ แยกเป็น Search และ Shopping
  • Google Ads Help ระบุว่ารายงานจะไม่แสดงข้อมูลเมื่อ impression share ต่ำกว่า 10% และไม่นับทราฟฟิกจาก search partners
  • รายงานไม่แสดงราคาประมูล งบประมาณ Quality Score หรือคีย์เวิร์ดของคู่แข่ง เมตริกตำแหน่งให้อนุมานได้เพียงว่าใครชนะด้าน ad rank

Google Ads auction insights คือรายงานที่เปรียบเทียบโฆษณาของคุณกับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่เข้าร่วมการประมูลเดียวกันกับคุณ ในช่วงวันที่ที่คุณเลือก สำหรับแคมเปญ Search รายงานนี้แสดง 6 เมตริก ได้แก่ impression share, overlap rate, position above rate, top of page rate, absolute top of page rate และ outranking share ทำให้รู้ว่าคุณแข่งกับใครบ่อยที่สุด และโฆษณาของคุณอยู่สูงหรือต่ำกว่าคู่แข่งรายนั้นบนหน้าผลการค้นหา

นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่จุดใน Google Ads ที่มองเห็นคู่แข่งได้ จึงมักถูกตีความเกินกว่าที่ข้อมูลบอก รายงานบอกว่าใครเข้ามาในการประมูลของคุณและบ่อยแค่ไหน แต่ไม่บอกว่าเขาประมูลราคาเท่าไร ใช้งบเท่าไร หรือเลือกคีย์เวิร์ดอะไร การอ่านรายงานให้ถูกจึงต้องรู้ว่าแต่ละตัวเลขวัดอะไร และข้อมูลจบตรงไหน

หารายงาน auction insights ได้ที่ไหน และดูได้ในระดับใด

ตามบทความใน Google Ads Help เรื่อง auction insights คุณเปิดรายงานได้จากเมนู Campaigns ให้ไปที่ Campaigns, Ad groups หรือ Search keywords ติ๊กช่องหน้ารายการที่ต้องการวิเคราะห์ (เลือกได้หลายรายการ) แล้วเลือก "Auction insights" ถ้าสิ่งที่เลือกมีแคมเปญหลายประเภทปนกัน ระบบจะให้เลือกจากดรอปดาวน์ว่าจะดู Search campaigns หรือ Shopping campaigns เพราะทั้งสองแบบรายงานแยกกัน

ระดับที่ดูได้ขึ้นอยู่กับประเภทแคมเปญ:

  • แคมเปญ Search: ดูได้ระดับคีย์เวิร์ด กลุ่มโฆษณา และแคมเปญ แบ่งผลตามช่วงเวลาและตามอุปกรณ์ได้
  • แคมเปญ Shopping: ดูได้ระดับกลุ่มโฆษณาและแคมเปญ แบ่งตามช่วงเวลาและอุปกรณ์ได้เช่นกัน หน้า Help ของ Google ระบุว่าข้อมูลการประมูลของ Shopping มีย้อนหลังตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557
  • Performance Max: ดูได้ระดับบัญชีและระดับแคมเปญ โดยแยกเป็นส่วน Search และส่วน Shopping ของแคมเปญ Google ระบุว่าข้อมูลของ Performance Max ครอบคลุมกิจกรรมบน Search Network ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 และดึงข้อมูลชุดเดียวกันได้ใน Report Editor

นิสัยที่ใช้ได้จริงคือ เปิดรายงานระดับแคมเปญก่อนเพื่อดูภาพรวม แล้วค่อยเจาะลงไปที่กลุ่มโฆษณาหรือคีย์เวิร์ดที่สร้างรายได้มากที่สุด รายงานระดับคีย์เวิร์ดมักเป็นจุดที่เกณฑ์ขั้นต่ำ (อธิบายด้านล่าง) เริ่มซ่อนข้อมูล ดังนั้นถ้าคีย์เวิร์ดที่มีปริมาณน้อยไม่แสดงอะไรเลยก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

แต่ละเมตริกใน auction insights หมายถึงอะไร

แต่ละแถวในรายงานคือผู้ลงโฆษณาหนึ่งราย แสดงด้วยโดเมนที่แสดงในโฆษณา (display domain) และมีแถวชื่อ "You" สำหรับตัวเลขของคุณเอง ทุกเมตริกคำนวณเทียบกับการประมูลที่แคมเปญ กลุ่มโฆษณา หรือคีย์เวิร์ดที่คุณเลือกได้เข้าร่วม ต่อไปนี้คือความหมายของแต่ละตัว อ้างอิงจากคำนิยามใน Google Ads Help

Impression share

Impression share คือจำนวนการแสดงผลที่คุณได้รับ หารด้วยจำนวนการแสดงผลโดยประมาณที่คุณมีสิทธิ์ได้รับ ส่วนแถวของคู่แข่ง Google แสดง impression share ของผู้ลงโฆษณารายนั้นโดยคำนวณเทียบกับการประมูลที่เขามีสิทธิ์เข้าร่วม เนื่องจากการประมูลที่คุณมีสิทธิ์กับที่เขามีสิทธิ์ทับซ้อนกันเพียงบางส่วน ตัวเลข impression share ของคู่แข่งในรายงานของคุณจึงอาจต่างจากที่เขาเห็นในบัญชีของตัวเอง

Overlap rate

Overlap rate คือความถี่ที่โฆษณาของผู้ลงโฆษณารายอื่นได้รับการแสดงผล ในขณะที่โฆษณาของคุณก็ได้รับการแสดงผลด้วย ถ้าคู่แข่งรายหนึ่งมี overlap rate 60% แปลว่าใน 60% ของการประมูลที่คุณได้แสดงผล เขาก็แสดงผลด้วย นี่คือตัวชี้วัดเดียวที่ดีที่สุดว่าคุณกำลังแข่งกับใครจริง ๆ ซึ่งต่างจากการดูแค่ว่าใครเป็นแบรนด์ใหญ่ในหมวดเดียวกัน

Position above rate

Position above rate คือความถี่ที่โฆษณาของผู้ลงโฆษณารายอื่นแสดงในตำแหน่งที่สูงกว่าของคุณ เมื่อโฆษณาทั้งสองแสดงพร้อมกัน ใช้ได้เฉพาะแคมเปญ Search ถ้า position above rate ของคู่แข่งรายหนึ่งเพิ่มขึ้น แปลว่าเขาชนะคุณด้าน ad rank ในการประมูลที่แข่งกัน ซึ่งอาจมาจากราคาประมูลที่สูงกว่า expected CTR ที่ดีกว่า ad relevance ที่ดีกว่า หน้า landing page ที่ดีกว่า หรือ asset ที่มีประโยชน์มากกว่า รายงานไม่ได้บอกว่าเป็นเพราะข้อไหน

Top of page rate

Top of page rate คือความถี่ที่โฆษณา (ของคุณ หรือของคู่แข่งในแถวของเขา) แสดงที่ด้านบนของหน้า เหนือผลการค้นหาแบบไม่เสียเงิน ใช้ได้เฉพาะแคมเปญ Search

Absolute top of page rate

Absolute top of page rate คือความถี่ที่โฆษณาแสดงเป็นโฆษณาตัวแรกสุด เหนือผลการค้นหาแบบออร์แกนิก ใช้ได้เฉพาะแคมเปญ Search การเทียบ absolute top rate ของคุณกับของคู่แข่งจะบอกได้ว่าใครเป็นฝ่ายชนะช่องที่มองเห็นได้ชัดที่สุดช่องเดียวนั้น

Outranking share

Outranking share คือความถี่ที่โฆษณาของคุณได้อันดับสูงกว่าโฆษณาของผู้ลงโฆษณารายอื่นในการประมูล รวมกับครั้งที่โฆษณาของคุณแสดงแต่ของเขาไม่แสดง เนื่องจากนับกรณี "คุณแสดง เขาไม่แสดง" เป็นชัยชนะด้วย outranking share จึงอาจสูงได้แม้กับคู่แข่งที่แทบไม่เคยเจอกันในการประมูล ให้อ่านคู่กับ overlap rate เสมอ อย่าอ่านเดี่ยว ๆ Outranking share ใช้ได้กับ Search และ Shopping

ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละเมตริกตอบคำถามอะไร และใช้ได้กับแคมเปญประเภทไหน

Outranking share
เมตริกคำถามที่ตอบได้ประเภทแคมเปญ
Impression shareผู้ลงโฆษณาแต่ละรายได้แสดงผลจริงกี่เปอร์เซ็นต์ของทราฟฟิกที่มีสิทธิ์Search, Shopping
Overlap rateตอนที่เราแสดงผล คู่แข่งรายนี้แสดงผลด้วยบ่อยแค่ไหนSearch, Shopping
Position above rateตอนที่แสดงพร้อมกัน เขาอยู่สูงกว่าเราบ่อยแค่ไหนSearch เท่านั้น
Top / absolute top of page rateโฆษณาขึ้นเหนือผลออร์แกนิก หรือขึ้นช่องแรกบ่อยแค่ไหนSearch เท่านั้น
Outranking shareเราชนะเขาบ่อยแค่ไหน หรือแสดงผลในตอนที่เขาไม่แสดงSearch, Shopping

ทำไมรายงานแสดงคู่แข่งแค่บางราย

คำถามที่เจอบ่อยคือ "คู่แข่งรายใหญ่ที่สุดหายไปไหน" หรือ "ทำไมมีแค่สามชื่อ" คำตอบคือมีกฎหลายข้อที่กรองสิ่งที่คุณเห็น

  • กฎ 10% หน้า Help ของ Google ระบุว่ารายงาน auction insights จะไม่แสดงข้อมูลเมื่อ impression share ต่ำกว่า 10% ในทางปฏิบัติ ผู้ลงโฆษณาที่แทบไม่ได้เข้ามาในการประมูลของคุณในช่วงนั้นจะไม่ปรากฏ
  • กิจกรรมขั้นต่ำ คีย์เวิร์ด กลุ่มโฆษณา และแคมเปญต้องมีกิจกรรมถึงเกณฑ์ขั้นต่ำในช่วงเวลาที่เลือก ระบบจึงจะสร้างรายงานให้ ช่วงวันที่แคบ ๆ และคีย์เวิร์ดปริมาณน้อยจะติดเกณฑ์นี้ก่อน
  • นับเฉพาะการประมูลที่เจอกัน คู่แข่งที่เลือกคำค้นต่างจากคุณ พื้นที่ต่างจากคุณ หรือช่วงเวลาต่างจากคุณจะไม่ปรากฏ ไม่ว่าเขาจะใช้งบที่อื่นมากแค่ไหน
  • ไม่รวม search partners Google ระบุว่าเว็บไซต์ search partner ไม่แยกตำแหน่ง top กับตำแหน่งอื่น ทราฟฟิกส่วนนี้จึงไม่ถูกนับในข้อมูล auction insights
  • แสดงเป็นโดเมน ไม่ใช่บริษัท แต่ละแถวคือ display domain บริษัทเดียวที่ใช้หลายโดเมนจะแสดงเป็นหลายแถว ส่วนตัวแทนจำหน่ายหรือ affiliate จะแสดงภายใต้โดเมนของตัวเอง
  • แถว "google.com" Google อธิบายว่า google.com อาจปรากฏสำหรับโฆษณาที่ลิงก์ไปยังโดเมนที่ Google โฮสต์ หน้า Google Business Profile หรือ URL ของ Google Sites ไม่ได้แปลว่า Google เองมาแข่งกับคุณ

Shopping มีตัวกรองของตัวเอง Google ระบุว่า auction insights ของ Shopping จะกรองการประมูลที่มีการแสดงผลน้อยมากออก จึงอาจต่างจากตัวเลขระดับแคมเปญเล็กน้อย

อ่านการเปลี่ยนแปลงของ auction insights ตามช่วงเวลาอย่างไร

ภาพนิ่งครั้งเดียวบอกได้แค่ว่ามีใครอยู่บ้าง คุณค่าจริงอยู่ที่แนวโน้ม ให้ใช้การแบ่งตามเวลา (รายสัปดาห์หรือรายเดือนสำหรับบัญชีส่วนใหญ่ รายวันสำหรับโปรโมชันสั้น ๆ) และแบ่งตามอุปกรณ์ แล้วมองหาการเปลี่ยนแปลงที่ตรงกับเหตุการณ์บางอย่าง

ไล่คำถามตามลำดับนี้:

  1. impression share ของคุณเองเปลี่ยนไหม ดูแถว "You" ก่อน ถ้าลดลง ให้เปิดคอลัมน์ impression share ในหน้าแคมเปญ (search lost impression share จากงบประมาณ และจากอันดับ) เพื่อดูว่าสาเหตุคือเงินหรือ ad rank รายงาน auction insights บอกว่ามีบางอย่างเปลี่ยน ส่วนคอลัมน์เหล่านั้นบอกว่าเป็นคันโยกตัวไหน
  2. overlap rate ของคู่แข่งเพิ่มขึ้นไหม overlap rate ที่เพิ่มแปลว่าเขาเข้ามาในการประมูลที่คุณเข้ามากขึ้น ซึ่งมักตามหลังการเพิ่มงบ การใช้ match type กว้างขึ้น การเพิ่มคีย์เวิร์ดใหม่ หรือการขยายพื้นที่เป้าหมายของฝั่งเขา
  3. position above rate ของเขาเพิ่มขึ้นพร้อมกันไหม overlap ที่เพิ่ม บวกกับ position above rate ที่เพิ่ม คือรูปแบบที่กระทบหนักที่สุด คือเจอเขาบ่อยขึ้น และเขาอยู่สูงกว่าคุณ
  4. ฝั่งคุณเปลี่ยนอะไรในสัปดาห์เดียวกันไหม การเปลี่ยนกลยุทธ์ประมูล การตัดงบ การหยุดคีย์เวิร์ด และการทดสอบข้อความโฆษณาจะสะท้อนในแถว "You" ทั้งหมด ให้ตรวจ change history ก่อนโทษตลาด
  5. เป็นเรื่องตามฤดูกาลหรือเปล่า เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คู่แข่งบางรายลงโฆษณาเฉพาะช่วงเทศกาลขายบางช่วง การปรากฏตัวของเขาจึงคาดการณ์ได้

ตัวอย่างสมมติ (ตัวเลขสมมติเพื่อแสดงการคำนวณเท่านั้น): ในสี่สัปดาห์ impression share ของคุณลดจาก 55% เหลือ 42% ในช่วงเดียวกัน overlap rate ของโดเมนหนึ่งเพิ่มจาก 20% เป็น 48% และ position above rate เพิ่มจาก 15% เป็น 40% โดยที่งบและราคาประมูลของคุณไม่ได้เปลี่ยน คำอธิบายที่น่าจะเป็นที่สุดคือมีผู้ลงโฆษณาใหม่ หรือรายเดิมที่เร่งเครื่อง กำลังเข้ามาในการประมูลของคุณและชนะด้าน ad rank ก่อนแตะราคาประมูล ให้ดูก่อนว่าการเปลี่ยนแปลงกระจุกอยู่ที่คีย์เวิร์ดและอุปกรณ์ไหน และโฆษณากับหน้า landing page ของคุณยังแข่งได้กับคำค้นเหล่านั้นหรือไม่

ทำอย่างไรเมื่อมีคู่แข่งรายใหม่โผล่มา

ชื่อใหม่ในรายงานเป็นเรื่องปกติ ตลาดเปลี่ยนตลอด และผู้ลงโฆษณาทดสอบคีย์เวิร์ดใหม่อยู่เสมอ การไล่ขั้นตอนอย่างใจเย็นได้ผลกว่าการเปิดสงครามราคาประมูลทันที

  • วัดก่อนว่าสำคัญแค่ไหน โดเมนใหม่ที่มี overlap 12% และ position above rate ต่ำเป็นแค่คนผ่านมา ส่วนรายที่มี overlap 40% และอยู่สูงกว่าคุณครึ่งหนึ่งของเวลา คือปัญหาจริง
  • หาว่าเจอกันตรงไหน เปิดรายงานระดับกลุ่มโฆษณาและคีย์เวิร์ด เพื่อดูว่าเขาเข้ามาในธีมไหน แล้วแบ่งตามอุปกรณ์ เพราะผู้ลงโฆษณาบางรายแข่งหนักเฉพาะบนมือถือ
  • ค้นคำค้นนั้นด้วยตัวเอง ใช้เครื่องมือ Ad Preview and Diagnosis (เพื่อไม่ให้เกิดการแสดงผลสะสม) ดูข้อความโฆษณาและข้อเสนอของเขาในคำค้นหลักของคุณ พาดหัว ราคา หรือโปรโมชันของเขาอาจอธิบาย CTR ของเขาได้
  • ตรวจคำค้นแบรนด์ของคุณ ถ้ามีผู้ลงโฆษณารายใหม่แสดงบนคีย์เวิร์ดแบรนด์ของคุณ ให้ดูข้อความโฆษณาของเขา การประมูลคีย์เวิร์ดที่เป็นชื่อแบรนด์โดยทั่วไปทำได้ แต่การใช้เครื่องหมายการค้าในข้อความโฆษณาอาจถูกจำกัดภายใต้นโยบายเครื่องหมายการค้าของ Google ซึ่งมีขั้นตอนร้องเรียนของตัวเอง
  • ปรับ ad rank ก่อนขึ้นราคาประมูล ad rank ขึ้นกับราคาประมูล คุณภาพของโฆษณาและหน้า landing page บริบทของการประมูล และผลที่คาดว่าจะได้จาก asset การปรับ ad relevance ให้ดีขึ้น และทำหน้า landing page ให้เร็วและตรงกว่าเดิม ช่วยดึงตำแหน่งกลับมาได้โดยไม่ต้องจ่ายต่อคลิกเพิ่ม
  • ตัดสินใจว่าการประมูลไหนไม่ต้องชนะ ไม่ใช่ทุกการประมูลที่คุ้มจะชนะ ถ้าส่วนที่เจอกันเป็นคำค้นที่เปลี่ยนเป็นลูกค้าได้น้อย การปล่อยให้คู่แข่งได้ไปอาจเป็นทางเลือกที่ทำกำไรกว่า

ข้อจำกัดของรายงาน auction insights

รายงานนี้มีประโยชน์ แต่ตอบคำถามได้แคบ ควรรู้ชัดว่าทำอะไรไม่ได้บ้าง

  • ไม่มีราคาประมูล งบ หรือ Quality Score รายงานไม่มีข้อมูลต้นทุนต่อคลิก ยอดใช้จ่าย กลยุทธ์ประมูล หรือรายการคีย์เวิร์ดของคู่แข่ง ประโยคอย่าง "เขาประมูลสูงกว่า" เป็นการอนุมานจากเมตริกตำแหน่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่รายงานให้
  • สิทธิ์การแสดงผลเป็นค่าประมาณ impression share ใช้ค่าประมาณของการแสดงผลที่มีสิทธิ์ การขยับเล็ก ๆ หนึ่งหรือสองจุดจึงควรถือเป็นสัญญาณรบกวน
  • ตัวหารต่างกัน impression share ของคู่แข่งในรายงานของคุณวัดเทียบกับการประมูลที่เขามีสิทธิ์ ซึ่งทับซ้อนกับของคุณเพียงบางส่วน ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาดของคุณ
  • ครอบคลุมช่องทางไม่ครบ auction insights ครอบคลุมการประมูลของ Search และ Shopping (รวมส่วน Search และ Shopping ของ Performance Max) ไม่ได้บอกการแข่งขันบน YouTube, Display หรือพื้นที่โฆษณาของ Demand Gen
  • เกณฑ์ขั้นต่ำซ่อนรายเล็ก ผู้ลงโฆษณารายเล็กหรือที่ลงเป็นครั้งคราวตกอยู่ใต้เส้น 10% รายงานจึงแสดงภาพของตลาดที่กระจัดกระจายน้อยกว่าความจริงเสมอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการอ่าน auction insights

  • อ่าน outranking share อย่างเดียว outranking share 90% กับคู่แข่งที่เจอกันแค่ 5% ของเวลาแทบไม่มีความหมาย
  • เทียบช่วงเวลาที่ไม่เท่ากัน การเทียบสัปดาห์ที่มีเซลกับสัปดาห์ปกติจะขยายการเปลี่ยนแปลงเกินจริง ต้องเทียบช่วงที่เหมือนกัน
  • ตอบสนองกับข้อมูลวันเดียว ตัวเลขรายวันแกว่งมาก ดูรายสัปดาห์หรือรายเดือนก่อนลงมือ
  • มองข้ามอุปกรณ์ การแข่งขันบนมือถือกับเดสก์ท็อปอาจต่างกันมาก ค่าเฉลี่ยรวมทุกอุปกรณ์อาจซ่อนปัญหาบนมือถือไว้
  • ขึ้นราคาประมูลเป็นคำตอบเดียว ราคาประมูลเป็นแค่หนึ่งในปัจจัยของ ad rank คุณภาพโฆษณา ประสบการณ์หน้า landing page และ asset ก็นับด้วย

ความหมายสำหรับนักการตลาดในตลาดไทย

สำหรับผู้ลงโฆษณาในประเทศไทย ควรอ่านรายงานนี้แยกตามภาษาของความต้องการ ถ้าคุณแยกแคมเปญคีย์เวิร์ดภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ให้เปิด auction insights ของแต่ละแคมเปญ เพราะกลุ่มคู่แข่งมักต่างกัน แบรนด์ต่างชาติและเว็บท่องเที่ยวหรือเว็บจองมักโผล่ในคำค้นภาษาอังกฤษมากกว่า ส่วนธุรกิจท้องถิ่นมักโผล่ในคำค้นภาษาไทยมากกว่า

ใน Shopping และในส่วน Shopping ของ Performance Max ให้คาดไว้เลยว่าโดเมนของมาร์เก็ตเพลสและร้านค้าในมาร์เก็ตเพลสจะปรากฏคู่กับคู่แข่งโดยตรง เพราะประมูลคำค้นสินค้าชุดเดียวกันจำนวนมาก มาร์เก็ตเพลสที่มี impression share สูงไม่ได้เป็นเหตุผลให้ประมูลตาม สิ่งที่บอกคือฟีดสินค้า ราคา และหน้า landing page ของคุณต้องคุ้มค่าพอให้คนคลิกเมื่อถูกนำไปเทียบ การแบ่งตามอุปกรณ์ก็สำคัญเช่นกัน ถ้าคลิกส่วนใหญ่ของคุณมาจากมือถือ มุมมองมือถือในรายงานคือภาพการแข่งขันจริงของคุณ และอาจต่างจากค่าเฉลี่ยรวมทุกอุปกรณ์ค่อนข้างมาก

สุดท้าย ให้ตรวจการตั้งค่าพื้นที่ก่อนสรุป ถ้าคุณกำหนดเป้าหมายเฉพาะกรุงเทพฯ แต่คู่แข่งกำหนดทั้งประเทศ คุณจะเห็นเฉพาะกิจกรรมของเขาส่วนที่ตกอยู่ในการประมูลของคุณเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google Ads auction insights

ไม่ได้ auction insights ครอบคลุมการประมูลของ Search และ Shopping รวมถึงส่วน Search และ Shopping ของ Performance Max และไม่รายงานการแข่งขันบนพื้นที่โฆษณาของ Display, YouTube หรือ Demand Gen สำหรับช่องทางเหล่านั้นต้องประเมินการแข่งขันจากแนวโน้ม reach ต้นทุน และความถี่ของคุณเอง

ทำไม impression share ของคู่แข่งดูสูงกว่าเรา ทั้งที่เราอยู่อันดับสูงกว่า

เป็นเพราะ impression share ของผู้ลงโฆษณาแต่ละรายคำนวณเทียบกับการประมูลที่เขามีสิทธิ์ ซึ่งไม่ใช่ชุดเดียวกับของคุณ คู่แข่งที่เลือกคำค้นแคบ ๆ อาจครองส่วนแบ่งสูงในการประมูลที่ตัวเองมีสิทธิ์ ในขณะที่คุณยังอยู่อันดับสูงกว่าเขาในการประมูลที่เจอกัน

ควรเช็กรายงาน auction insights บ่อยแค่ไหน

เดือนละครั้งเพียงพอสำหรับบัญชีส่วนใหญ่ และเช็กรายสัปดาห์ในช่วงเทศกาลขายหรือหลังจาก impression share ตกลงกะทันหัน การเช็กรายวันมักได้สัญญาณรบกวนมากกว่าข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้

ดูได้ไหมว่าคู่แข่งประมูลคีย์เวิร์ดอะไร

ไม่ได้ รายงานไม่เคยแสดงคีย์เวิร์ด ราคาประมูล หรืองบประมาณของคู่แข่ง การเปิด auction insights ระดับคีย์เวิร์ดจะบอกได้แค่ว่าคีย์เวิร์ดไหนของคุณที่เจอเขาในการประมูล ซึ่งเป็นมุมมองที่ใกล้ที่สุดเท่าที่รายงานให้ได้

เปลี่ยน auction insights ให้เป็นการตัดสินใจ

auction insights เหมาะที่สุดในฐานะสัญญาณเตือนล่วงหน้า บอกว่าใครเข้ามาในการประมูลของคุณ และเขาอยู่สูงกว่าคุณหรือไม่ เพื่อให้รู้ว่าต้องไปดูตรงไหนต่อ ส่วนการตัดสินใจจริงมาจากการนำรายงานนี้ไปรวมกับ impression share ที่เสียจากงบและอันดับ ข้อมูลคำค้น และผลคอนเวอร์ชันของคุณเอง ถ้าต้องการให้ช่วยดูบัญชี Search หรือ Shopping ที่แข่งขันสูง ทีมดูแล Google Ads ของ Relevant Audience ช่วยรีวิวข้อมูลการประมูลของคุณควบคู่กับแคมเปญ Google Shopping รายการรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับการค้นหา และถ้าคุณลงโฆษณาบน Bing ด้วย ก็ดูแคมเปญ Microsoft Ads ไปพร้อมกันได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น