สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- บทความอธิบาย 5 TikTok Metrics ได้แก่ Engagement Rate by View, Engagement Rate by Follower, Hashtags per Video, Monthly Follower Growth Rate และ Follower Activity
- รายงาน TikTok Benchmark Report ในปี 2565 พบว่าแบรนด์บน TikTok ได้ Engagement Rate by View เฉลี่ย 5.8% และมีแนวโน้มสูงขึ้นในบัญชีที่มีผู้ติดตามมากกว่า
- ตัวอย่างในบทความ ช่อง Kylie Cosmetic มีผู้ติดตาม 2.3 ล้านคน ยอดชม 33 ล้านครั้ง และ Engagement Rate Total 3.11 ล้านครั้ง คิดเป็น Engagement Rate by Follower 135% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4.1%
- ส่วน Beautycounter ที่มีผู้ติดตามเพียง 28,000 คน ยอดชม 2.2 ล้านครั้ง และ Engagement Rate Total 109,000 ครั้ง กลับได้ Engagement Rate by Follower สูงถึง 390% มากกว่าวิดีโอของ Kylie Cosmetics ถึงสองเท่า
- คำแนะนำการใช้แฮชแท็กอยู่ที่ 3-5 แฮชแท็กต่อ 1 คอนเทนต์ โดยเลือกจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกันหรืออยู่ในกระแสเดียวกัน
หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำการตลาดผ่าน TikTok แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดัง หลายคนอาจจะรู้สึกว่าการทำความเข้าใจอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม เป็นเรื่องที่ยากและต้องอาศัยประสบการณ์และความเข้าใจที่สูง ดังนั้นในบทความนี้จะมาแนะนำ TikTok Metrics หรือตัวชี้วัดทางการตลาดที่สำคัญบนแพลตฟอร์ม ที่สามารถนำมาใช้วัดผลแคมเปญหรือคอนเทนต์ต่างๆ รับรองเลยว่า ถ้าอ่านจบแล้วสามารถนำไปปรับใช้เพื่อช่วยให้แคมเปญทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย
5 TikTok Metrics ที่นักการตลาดควรรู้
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่จะมี Metrics Marketing จำนวนมาก ทำให้ครีเอเตอร์หรือนักการตลาดส่วนใหญ่มีความสับสนไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นดูอันไหนก่อนดี ในบทความนี้จะมาแนะนำ 5 Metrics พื้นฐานของแพลตฟอร์ม มาดูกันเลย
1.Engagement Rate by View
Engagement Rate by View หรือ ER เป็นเมตริกพื้นฐานที่จะช่วยให้รู้ได้ว่ากลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์นั้นๆ เป็นอย่างไร โดยจะมีหลักการคำนวณจาก Action ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์ คอมเมนต์ กดแชร์ จากนั้นหารด้วยจำนวนการดูทั้งหมดหรือ Total number of views
จากรายงาน TikTok Benchmark Report ในปี 2022 พบว่า แบรนด์โดยเฉลี่ยบน TikTok ได้รับอัตรา Engagement Rate by View อยู่ที่ 5.8% และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อบัญชีที่มีผู้ติดตามมากขึ้น
2.Engagement Rate by Follower
หากจะเจาะลึกอีกหนึ่งตัวชี้วัดเกี่ยวกับ Engagement Rate อีกหนึ่งเมตริกที่น่าสนใจคือ Engagement Rate by Follower ที่จะเป็นการจำกัด Engagement Rate ที่เกิดขึ้นเฉพาะผู้ติดตามบัญชีเท่านั้น
ลองมาดูตัวอย่างกัน วิดีโอด้านล่างนี้มาจากช่อง Kylie Cosmetic ที่มีผู้เข้าชมทั้งหมด 33 ล้านครั้ง และมี Engagement Rate Total อยู่ที่ 3.11 ล้านครั้ง แบรนด์มีผู้ติดตาม 2.3 ล้านคน และได้รับ Engagementr Rate by Follower อยู่ที่ 135% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4.1%
ในขณะที่อีกตัวอย่างจาก Beautycounter จะเห็นได้ว่าในทางกลับกันช่องนี้มีผู้ติดตามเพียงแค่ 28,000 คน มีจำนวนการดูทั้งหมด 2.2 ล้านครั้ง ได้รับ Engagement Rate Total 109,000 ครั้ง อย่างไรก็ตาม Engagement Rate by Follower กลับสูงถึง 390% ซึ่งมากกว่าเป็นสองเท่าของวิดีโอจากช่อง Kylie Cosmetics
ดังนั้นแล้วในการเปรียบเทียบ Engagement Rate นอกเหนือจากการดู Engagement Rate Total แล้วการดูให้ลึกลงไปถึงผู้ติดตามของช่องก็จะช่วยให้แบรนด์สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของคอนเทนต์ได้ตรงมากขึ้น
3.Hashtags per Video
ในแง่ของการใช้งานแล้ว แฮชแท็กบน TikTok ดูจะมีอิทธิพลต่อ User มากกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ โดยคำแนะนำสำหรับการใช้งาน Hashtag ที่พอดีต่อ 1 คอนเทนต์ ควรอยู่ที่ 3-5 แฮชแท็ก และควรเลือกให้ผสมผสานอยู่ในกลุ่มก้อนที่เกี่ยวข้องกัน หรืออยู่ในกระแสเดียวกัน เพื่อให้คอนเทนต์สามารถไปในทางเดียวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ผู้ชมทั่วไปรับรู้ถึงแบรนด์มากขึ้น
4.Monthly Follower Growth Rate
สำหรับเมตริกนี้คืออัตราการเติบโตผู้ติดตามโดยเฉลี่ยต่อเดือนในแต่ละช่วงเวลาที่เลือก โดยจะช่วยให้นักการตลาดเข้าใจว่าเนื้อหาคอนเทนต์ในช่องนั้นสามารถเข้าถึงต่อผู้ชมทั่วไปได้ตรงใจอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ฉะนั้นแล้วการหมั่นตรวจสอบการเติบโตของผู้ติดตามจะช่วยให้สามารถระบุถึงเหตุปัจจัยของความนิยมของช่องได้เป็นอย่างดี และจะสามารถปรับปรุงเนื้อหาคอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5.Follower Activity
สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะอัปโหลดคอนเทนต์เวลาไหนดี การดูเมตริกนี้จะช่วยให้รู้ถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ผู้ติดตามของคุณใช้งาน TikTok โดยจะสามารถดูชั่วโมงและวันในสัปดาห์ที่ผู้ติดตามใช้งานมากที่สุดและน้อยที่สุด ทำให้สามารถปรับปรุงกลยุทธ์การโพสต์ตามวันเวลาที่เหมาะสมได้ดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ทิ้งท้าย
หากกางดูสถิติและความเป็นไปได้ของแพลตฟอร์ม TikTok ในปี 2023 นี้ ต้องบอกว่ายังไม่มีแนวโน้มของสัญญาณการชะลอตัวของผู้ใช้งานแต่อย่างใด มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นนักการตลาดที่ดีจำเป็นที่จะต้องหมั่นตรวจสอบเทรนด์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับรู้จักใช้ Analytics Tools เพื่อคอยติดตามและวัดผลประสิทธิภาพของทุกๆ คอนเทนต์ เพื่อเป็นการปรับปรุงคอนเทนต์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้ในระยะยาว
รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience
Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร.: 02-038-5055
อีเมล: info@relevantaudience.com
เว็บไซต์: www.relevantaudience.com






