สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- LinkedIn ประกาศว่าจะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ถึง 7 รายการภายในปี 2566
- ด้าน Video Accessibility ผู้ใช้งานจะเปิดโหมด High Contrast บนแอปฯ LinkedIn ได้ พร้อมฟีเจอร์สร้างแคปชันสำหรับวิดีโอในขั้นตอนอัปโหลด เฉพาะภาษาอังกฤษ และแก้ไขได้ก่อนอัปโหลด
- LinkedIn เคยออกรายงานว่าในสหรัฐฯ นายจ้างลงประกาศรับสมัครงานที่เปิดกว้างสำหรับกลุ่มผู้พิการเพิ่มสูงขึ้นถึง 177% จึงปรับปรุง Job Titles ให้ครอบคลุมขึ้น เช่น Accessibility Designer และ Accessibility Engineer
- Campaign Manager ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาบน LinkedIn อนุญาตให้เพิ่ม Alt Text บนรูปภาพโฆษณาได้แล้ว โดยบทความแนะนำให้เขียนกระชับ อธิบายภาพชัดเจน แทรก Keyword ได้หากต้องการ และไม่ควรเขียน Alt Text เหมือนกันทุกรูป
- ฟีเจอร์ที่เหลือ ได้แก่ Personalized Job Collections ที่ยังอยู่ระหว่างทดสอบ, Product Search ที่เป็นตัวกรองหมวดหมู่ใหม่บนรายการสินค้ากว่า 90,000 รายการ, Post Scheduling ผ่านปุ่ม Schedule ข้างปุ่ม Post และแดชบอร์ด Content Analytics ที่ใช้ได้เฉพาะบัญชีที่เปิด Creator Mode
สำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก LinkedIn ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการหางาน และสร้างโปรไฟล์ในการสมัครงานแบบ Professional พูดง่ายๆ ว่าเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับเครือข่ายคนทำงานที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของโลก โดย LinkedIn แล้วพื้นฐานในด้านฟีเจอร์ต่างๆ ก็มีความคล้ายคลึงกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในตลาด เพียงแค่ฐานผู้ใช้งานจะเน้นไปที่กลุ่มคนทำงาน หรือต้องการหางานเป็นหลักมากกว่า
สำหรับในปี 2023 ผู้ใช้งานรวมถึงนักการตลาดหลายคนที่ใช้ LinkedIn เป็นช่องทางหลักในการทำการตลาดออนไลน์ ก็มีความคาดหวังถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์การทำงานให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และล่าสุด LinkedIn ก็ได้ประกาศว่าภายในปี 2023 จะมีฟีเจอร์ใหม่รอเปิดตัวถึง 7 รายการ ลองมาคาดเดากันดูดีกว่าว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย
1. ปรับปรุง Video Accessibility
เทรนด์การออกแบบแพลตฟอร์มสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญ โดยมีร่างกฎหมายที่จะบังคับใช้ในยุโรปโดยเฉพาะ ส่งผลให้กลุ่มองค์กรรวมถึง LinkedIn เองที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับคนทำงานที่มีนโยบายสร้างงานให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ก็ไม่พลาดที่จะปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น โดยการปรับปรุงในครั้งนี้ผู้ใช้งาน LinkedIn จะสามารถเปิดใช้งานโหมด High Contrast บนแอปฯ LinkedIn เพื่อปรับปรุงการมองเห็นวิดีโอสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ที่จะช่วยสร้างแคปชันหรือคำบรรยายสำหรับวิดีโอในขั้นตอนการอัปโหลด (เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น) และสามารถเลือกแก้ไขก่อนที่จะอัปโหลดได้
2. ปรับปรุง Job Titles ให้ครอบคลุมมากขึ้น
การปรับปรุงการหางานให้มีความครอบคลุมมากขึ้น นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ LinkedIn โดยก่อนหน้านี้ LinkedIn เคยออกรายงานมาสนับสนุนในเรื่องนี้ว่าในสหรัฐฯ นายจ้างส่วนใหญ่มีการลงประกาศรับสมัครงานที่เปิดกว้างสำหรับกลุ่มผู้พิเศษ ที่มีความสามารถเฉพาะที่แตกต่างออกไป (Accesibility) เพิ่มสูงขึ้นถึง 177% ดังนั้นแล้ว LinkedIn จึงมีการปรับปรุง Job Titles ให้มีรายการที่ครอบคลุมมากขึ้น เช่น ตำแหน่งงาน “Accesibility Designer” หรือ “Accesibility Engineer” เพื่อให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มสามารถค้นพบงานใหม่ๆ ที่ตรงกับทักษะของตนเองมากขึ้น
3. เพิ่ม Alt Text บน Campaign Manager
ในตอนนี้ Campaign Manager ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการโฆษณาบน LinkedIn อนุญาตให้ผู้ใช้งานเพิ่ม Alt Text (คำอธิบายรูปภาพ) บนรูปภาพโฆษณาได้แล้ว โดยประโยชน์ของ Alt Text ไม่เพียงแค่ช่วยในเรื่องของการทำ SEO เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเข้าใจความหมายของรูปภาพได้อีกด้วย
สำหรับข้อแนะนำในการใส่ Alt Text มีดังนี้
- เขียนให้กระชับ
- อธิบายภาพให้มีความชัดเจน
- สามารถแทรก Keyword ได้หากต้องการ
- ไม่ควรเขียน Alt Text เหมือนกันทุกรูป
4. อัปเดตฟีเจอร์ Job Search
อย่างที่รู้กันดีว่า LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายสำหรับคนวัยทำงาน ดังนั้นหนึ่งในจุดมุ่งหมายของแพลตฟอร์มคือการเปิดพื้นที่ในการสร้างโอกาสหางานใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้งานให้มากที่สุด ในรายงานของ LinkedIn ออกมาระบุในเรื่องนี้เอาไว้ว่า ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะมองหาโอกาสในการทำงานที่เหมาะสมกับค่านิยมและความสนใจเป็นหลัก ดังนั้นแล้วในตอนนี้ LinkedIn กำลังทดสอบฟีเจอร์ที่เรียกว่า Personalized Job Collections (ยังไม่เป็นทางการ) เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ใช้งานสามารถค้นพบงานที่ตรงใจมากขึ้นโดยไม่ต้องทำการค้นหา
5. อัปเดตฟีเจอร์ Product Search
LinkedIn ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจแบบ B2B เพราะเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการเปิดตัวฟีเจอร์ Product Pages ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสินค้าที่ตรงกับความต้องการได้ จากรายงานพบว่าในปัจจุบันแพลตฟอร์ม LinkedIn มีรายการสินค้ามากถึง 90,000 รายการ ถึงแม้ว่าตัวแพลตฟอร์มจะไม่ได้โดดเด่นในเรื่องของ E-Commerce แต่ก็ต้องยอมรับว่าเทรนด์ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ต้องมีความครบเครื่อง เพื่อแข่งขันในการดึงดูดผู้ใช้งาน โดย LinkedIn มีแผนที่จะอัปเดตฟีเจอร์ Product Search ที่จะช่วยเป็นตัวกรองหมวดหมู่ใหม่ในการค้นหาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างประสบการณ์ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานให้ดีขึ้น
6.ตั้งเวลาโพสต์ผ่านฟีเจอร์ Post Scheduling
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานรวมถึงนักการตลาดต่างเฝ้ารอ คือการที่ LinkedIn อนุญาตให้สามารถกำหนดกรอบเวลาและวางแผนในการโพสต์ล่วงหน้าผ่านฟีเจอร์ Post Scheduling ได้แล้ว โดยจะมีปุ่ม “Schedule” อยู่ข้างปุ่ม Post โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกวันและเวลาที่ต้องการแชร์ และแก้ไขได้ตามต้องการ
7. ฟีเจอร์ Content Analytics
ในปัจจุบันข้อมูลอินไซด์ (Insight) ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป นักการตลาด แบรนด์ หรือใครก็ตามที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเนื้อหาคอนเทนต์ของตัวเอง ดังนั้นการเข้าถึงข้อมูลที่สามารถช่วยให้ประเมินประสิทธิภาพของคอนเทนต์จึงกลายเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนของทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
เช่นเดียวกับ LinkedIn ที่กำลังมีการอัปเดตแดชบอร์ดที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกต่างๆ เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยจะสามารถใช้งานได้เฉพาะบัญชีที่เปิดใช้งาน Creator Mode เท่านั้น
ทิ้งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับฟีเจอร์บน LinkedIn ในปี 2023 อย่างที่รู้กันดีว่าในช่วงเวลานี้ถือเป็นสงครามการแข่งขันของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ต่างต้องทยอยอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อเป็นการดึงดูดผู้ใช้งานรวมไปถึงแบรนด์ต่างๆ สำหรับใครที่ใช้งาน LinkedIn เป็นหนึ่งในช่องทางการทำงานอยู่ก็เตรียมตัวให้พร้อมกันได้เลย
รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience
Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร.: 02-038-5055
อีเมล: info@relevantaudience.com
เว็บไซต์: www.relevantaudience.com






