แท็ก UTM ของ ChatGPT หายเพราะบั๊ก Huesler จาก Adobe เผยเริ่มแก้ไขแล้ว

แท็ก UTM ของ ChatGPT หายเพราะบั๊ก Huesler จาก Adobe เผยเริ่มแก้ไขแล้ว

analyticsOctober 16, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Cedric Huesler จาก Adobe กล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่า OpenAI ยืนยันกับเขาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่าแท็ก utm_source=chatgpt.com ที่หายไปเป็นบั๊กที่ทราบอยู่แล้ว
  • ตามที่ Huesler ระบุ GPT-6 หยุดใส่แท็กราวบ่าย 2 โมงเวลาแปซิฟิกของวันที่ 8 ตุลาคม ทำให้การเข้าชมจาก ChatGPT ที่ระบุแหล่งที่มาได้ลดเหลือราวหนึ่งในสามของปกติภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • Huesler บอกว่าการแก้ไขเริ่มปล่อยราวตี 2 เวลาแปซิฟิกของวันที่ 15 ตุลาคม และภายใน 9 โมงเช้า คลิกที่ติดแท็กกลับมาราว 95-100% ของสัปดาห์ก่อน
  • Huesler เขียนว่า referrer ยังหายไปในคลิกส่วนใหญ่จาก ChatGPT และตามที่ Search Engine Journal ระบุ บันทึกการอัปเดตของ OpenAI ช่วง 1-15 ตุลาคมไม่ได้พูดถึงบั๊กนี้
  • Huesler แนะนำให้ทำหมายเหตุช่วง 8-15 ตุลาคมใน GA4 และไม่สร้างโมเดลการระบุแหล่งที่มาใหม่ ตามเวลากรุงเทพฯ จุดเปลี่ยนเริ่มวันที่ 9 ตุลาคม

ทราฟฟิกจาก ChatGPT ที่เครื่องมือวิเคราะห์บันทึกว่าลดลงตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เป็นบั๊กของการติดแท็ก ไม่ใช่ผู้เข้าชมที่หายไป ตามที่ Cedric Huesler จาก Adobe ระบุเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมว่า OpenAI ยืนยันปัญหานี้กับเขาโดยตรง และการแก้ไขเริ่มทยอยปล่อยตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันนั้น Huesler บอกว่าภายในเวลา 9 โมงเช้าตามเวลาแปซิฟิกของวันที่ 15 ตุลาคม ลิงก์จาก ChatGPT กลับมามีพารามิเตอร์ utm_source=chatgpt.com อีกครั้ง และจำนวนคลิกจาก ChatGPT ที่ติดแท็กกลับมาอยู่ที่ประมาณ 95% ถึง 100% ของชั่วโมงเดียวกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ในข้อมูลจากโดเมนหลายพันโดเมนของ Adobe อย่างไรก็ตาม คำยืนยันนี้เป็นข้อมูลมือสอง OpenAI ยังไม่ได้แถลงอะไรต่อสาธารณะ และบันทึกการอัปเดต (release notes) ของ ChatGPT ก็ไม่ได้พูดถึงบั๊กหรือการแก้ไขนี้ ส่วน referrer ยังคงหายไปในคลิกส่วนใหญ่จาก ChatGPT ดังนั้นแท็ก UTM จึงยังเป็นสัญญาณที่ควรใช้นับ

อะไรใหม่นับจากรายงานของ Relevant Audience วันที่ 15 ตุลาคม

Relevant Audience รายงานเรื่องนี้ในช่วงแรกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ในบทความ "ChatGPT appears to drop UTM tags and referrer, sending clicks to Direct (unconfirmed)" ซึ่งอ้างอิงรายงานของ Search Engine Roundtable วันที่ 14 ตุลาคม และการวิเคราะห์ครั้งแรกของ Huesler บน LinkedIn จากหน้าเว็บประมาณ 500 หน้า ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งใจหรือไม่ จะเป็นแบบถาวรหรือไม่ หรือเป็นบั๊ก และ OpenAI ก็ไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ

ตั้งแต่นั้นมีสามเรื่องที่เปลี่ยนไป:

  • สาเหตุ: ตอนนี้ Huesler บอกว่า OpenAI แจ้งเขาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่าเป็นบั๊กที่ทราบอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้สาเหตุยังเปิดอยู่
  • การแก้ไข: Huesler บอกว่าการแก้ไขเริ่มปล่อยราวตี 2 ตามเวลาแปซิฟิกของวันที่ 15 ตุลาคม เริ่มแบบเป็นช่วงๆ ก่อนจะคงที่ในช่วงเช้า และแท็ก UTM กลับมาอยู่บนลิงก์ของ ChatGPT แล้ว
  • ช่วงเวลาที่ควรทำหมายเหตุ: ตอนนี้ช่วงที่ควรบันทึกไว้ในรายงานคือ 8 ถึง 15 ตุลาคม ตามที่ Huesler ระบุ บทความก่อนหน้าแนะนำให้ทำหมายเหตุราววันที่ 8 ถึง 10 ตุลาคม เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าแท็กจะกลับมาเมื่อไร หรือจะกลับมาหรือไม่

สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือ referrer ซึ่ง Huesler เขียนว่ายังหายไปในคลิกส่วนใหญ่จาก ChatGPT และคำยืนยันก็ยังไม่ได้มาจาก OpenAI โดยตรง

คำยืนยันมาถึงสาธารณะได้อย่างไร

Matt G. Southern จาก Search Engine Journal รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมใน Search Engine Journal ภายใต้พาดหัวว่าการลดลงของทราฟฟิกจาก ChatGPT น่าจะเป็นปัญหาด้านการติดตามผล SEJ รายงานว่าตอนนี้ Huesler บอกว่า OpenAI ยืนยันกับเขาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่าเป็นบั๊ก และในโพสต์ถัดมาเขาเขียนว่าการแก้ไขเริ่มปล่อยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 15 ตุลาคม

โพสต์ติดตามผลของ Huesler เองบน LinkedIn ซึ่งเผยแพร่วันที่ 15 ตุลาคมโดยเปิดด้วยประโยค "Relieved. It was a bug." ให้ไทม์ไลน์ที่ละเอียดกว่า เขาเขียนว่าเขาถาม OpenAI ว่าเกิดอะไรขึ้นตอน 9 โมงเช้าตามเวลาแปซิฟิกของวันพุธที่ 14 ตุลาคม และภายใน 11 โมง OpenAI ยืนยันว่าเป็นบั๊กที่ทราบอยู่แล้ว โดยจะมีการแก้ไขภายในสัปดาห์นั้น เขายังขอบคุณทีมงานของ OpenAI ที่แก้ไขได้รวดเร็ว

นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่มี OpenAI บอกคนหนึ่งคนที่ Adobe แล้วคนนั้นนำมาเล่าต่อสาธารณะ ข้อมูลนี้น่าเชื่อถือ เพราะข้อมูลก่อนหน้าของ Huesler สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้ติดตามข้อมูลรายอื่นอีกหลายรายเห็น และตัวเลขการฟื้นตัวของเขามาจากข้อมูลเทเลเมทรีของ Adobe แต่ก็ไม่ใช่คำแถลงจาก OpenAI SEJ ระบุว่า Profound ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเครื่องมือวัดการมองเห็นบน AI ที่ติดตามปัญหานี้ บอกว่ายังไม่เห็นประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการแก้ไข และบันทึกการอัปเดตของ ChatGPT ช่วงวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคมก็ไม่ได้พูดถึงการติดตามลิงก์ Relevant Audience ตรวจสอบหน้าบันทึกการอัปเดตดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 และพบเช่นเดียวกัน รายการวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคมพูดถึง GPT-6, Intelligent UI และฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ แต่ไม่มีรายการใดพูดถึงแท็ก UTM หรือการติดตามลิงก์

ไทม์ไลน์ตามที่ Huesler ระบุ

โพสต์ LinkedIn ของ Huesler ไล่เรียงเหตุการณ์ของสัปดาห์นั้นทีละช่วงเวลา เวลาทั้งหมดเป็นเวลาแปซิฟิกตามที่เขาเขียนไว้:

  • วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ราวบ่าย 2 โมง: GPT-6 หยุดใส่แท็ก จำนวนการเข้าชมจาก ChatGPT ที่ระบุแหล่งที่มาได้ลดลงเหลือประมาณหนึ่งในสามของปกติภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • วันอังคารที่ 13 ตุลาคม: Huesler โพสต์เรื่องการลดลงประมาณ 60% ข้อสันนิษฐานแรกของเขาคือ GPT-6 แสดงลิงก์น้อยลง
  • เย็นวันเดียวกัน: เขาสรุปว่าการเข้าชมไม่ได้หายไป แต่ถูกซ่อนอยู่ เพราะไม่มีทั้งแท็กและ referrer เครื่องมือวิเคราะห์จึงนับเป็น Direct
  • วันพุธที่ 14 ตุลาคม 9 โมงเช้า: เขาสอบถาม OpenAI และภายใน 11 โมง เขาบอกว่า OpenAI ยืนยันว่าเป็นบั๊กที่ทราบอยู่แล้ว โดยจะแก้ไขภายในสัปดาห์นั้น
  • วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ราวตี 2: การแก้ไขเริ่มปล่อย เริ่มเป็นช่วงๆ ก่อนจะคงที่ในช่วงเช้า
  • วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 9 โมงเช้า: คลิกจาก ChatGPT ที่ติดแท็กกลับมาอยู่ที่ประมาณ 95% ถึง 100% ของชั่วโมงเดียวกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ในโดเมนหลายพันโดเมน

SEJ เสริมว่า GPT-6 เริ่มทยอยเปิดให้แพ็กเกจ ChatGPT แบบเสียเงินเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และให้ผู้ใช้ Free และ Go เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม และ LLM Pulse ไม่พบการลดลงในวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งสอดคล้องกับเวลาเริ่มต้นวันที่ 8 ตุลาคมของ Huesler

ผู้ติดตามข้อมูลรายอื่นเห็นอะไรในสัปดาห์นั้น

คำยืนยันนี้มีน้ำหนัก เพราะการลดลงมีขนาดใหญ่และปรากฏในชุดข้อมูลอิสระหลายชุด รายงานของ SEJ ระบุไว้ทั้งหมด และตารางด้านล่างสรุปตัวเลขหลักพร้อมผู้รายงานแต่ละรายการ ตัวเลขเหล่านี้ทั้งหมดมาจากบริษัทที่ขายเครื่องมือ SEO หรือเครื่องมือด้าน AI search หรือในกรณีของ Huesler มาจาก Adobe ซึ่ง SEJ ได้ชี้ไว้ ส่วน LLM Pulse และ Profound ไม่ได้เปิดเผยขนาดตัวอย่าง

ผู้ติดตามข้อมูลรายอื่นเห็นอะไรในสัปดาห์นั้น
ผู้รายงานสิ่งที่รายงาน
Cedric Huesler, Adobe (LinkedIn, 15 ต.ค.)การเข้าชมจาก ChatGPT ที่ระบุแหล่งที่มาได้ลดลงเหลือราวหนึ่งในสามของปกติภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังวันที่ 8 ต.ค. และคลิกที่ติดแท็กกลับมาราว 95-100% ของสัปดาห์ก่อนภายใน 9 โมงเช้าเวลาแปซิฟิกวันที่ 15 ต.ค.
LLM Pulse (ผ่าน SEJ)เซสชันจาก ChatGPT ลดลงประมาณ 46% ในวันที่ 9 ถึง 11 ต.ค. เทียบกับวันเดียวกันในสองสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ทราฟฟิกรวมคงที่
Profound (ผ่าน SEJ)สัดส่วนคำตอบของ ChatGPT ที่มีลิงก์แหล่งที่มาติดแท็กอย่างน้อยหนึ่งลิงก์ ลดจากราว 98% ในวันที่ 8 ต.ค. เหลือ 66% ภายในวันที่ 14 ต.ค. ขณะที่คำตอบแบบ Intelligent UI เพิ่มจาก 2% เป็นราว 35%
Tomek Rudzki, Peec AI (ผ่าน SEJ)URL ตรงปรากฏใน 42% ของคำตอบช่วงวันที่ 9 ถึง 13 ต.ค. เทียบกับราว 8-10% ก่อนหน้า โดย 54% ชี้ไปที่หน้าแรก และไม่มีทั้งแท็กและ referrer
ข้อมูล GA4 จากเว็บไซต์ที่มีทราฟฟิกช่อง AI Assistant (ผ่าน SEJ)เซสชันที่ระบุว่ามาจาก ChatGPT ลดลง 22% ถึง 57% ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. คิดเป็นการลดลงโดยรวมราว 45%

SEJ ยังรายงานรายละเอียดว่าลิงก์แบบไหนที่แท็กหายไป นักวิเคราะห์รายหนึ่งที่ SEJ อ้างถึงพบว่าลิงก์แบบ inline ในเนื้อหาคำตอบไม่มีแท็ก ขณะที่ลิงก์ในแผง Sources และลิงก์ช้อปปิ้งยังคงมีแท็กอยู่ และ 95% ของการเข้าชมจาก ChatGPT บนมือถือในชุดข้อมูลนั้นอาศัยแท็กเพียงอย่างเดียว ทำให้ทราฟฟิกจากแอปได้รับผลกระทบมากที่สุด Profound เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงนี้กับ Intelligent UI ซึ่งเป็นรูปแบบคำตอบของ ChatGPT สำหรับแผนภูมิ การเปรียบเทียบ และเครื่องมือขนาดเล็ก ส่วนตัวเลขของ Rudzki เป็นตัวเลขของลิงก์ที่ ChatGPT แสดง ไม่ใช่จำนวนคลิก

LLM Pulse เตือนไว้ด้วยข้อหนึ่งที่ยังใช้ได้อยู่ คือไม่พบการเพิ่มขึ้นของทราฟฟิก Direct ที่วัดได้ชัดเจน เพราะ Direct มีขนาดใหญ่กว่า ChatGPT มาก และข้อมูลแบบรวมของบริษัทแยกไม่ออกระหว่างการเข้าชมที่หายไปจริงกับการเข้าชมที่ถูกติดป้ายใหม่ ข้อมูลระดับหน้าของ Huesler ซึ่งพบว่า Direct เพิ่มขึ้นในสองจากทุกสามหน้าที่ทราฟฟิกจาก ChatGPT ลดลง เป็นหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดว่าการเข้าชมถูกติดป้ายใหม่ และคำยืนยันเรื่องบั๊กก็สอดคล้องกับการตีความนี้

ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน

ยังมีอีกสี่ประเด็นที่เปิดอยู่ และแต่ละประเด็นมีผลต่อรายงานประจำเดือนตุลาคม

referrer ยังหายไป

Huesler เขียนเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมว่า referrer ยังหายไปในคลิกส่วนใหญ่จาก ChatGPT นักวิเคราะห์จึงควรพึ่งแท็ก UTM เป็นหลัก ข้อมูลพื้นฐานต่อไปนี้เป็นพฤติกรรมทั่วไปของเว็บ ไม่ได้มาจากแหล่งข่าว: GA4 กำหนดแหล่งที่มาของเซสชันจากพารามิเตอร์แคมเปญอย่าง utm_source ก่อน แล้วจึงดูจาก referrer เมื่อแท็กกลับมาแล้ว เซสชันจาก ChatGPT ก็ควรถูกติดป้ายว่ามาจาก ChatGPT อีกครั้งแม้ไม่มี referrer แต่ลิงก์ใดที่พารามิเตอร์หลุดหายไป เช่น เมื่อผู้ใช้คัดลอกและแชร์ URL ที่ถูกตัดพารามิเตอร์ออก ก็จะกลับไปเป็น Direct ยังไม่มีใครบอกว่า OpenAI มีแผนจะคืน referrer หรือไม่

อาจยังไม่ใช่ทุกบัญชีที่ได้รับการแก้ไข

SEJ รายงานว่า Glenn Gabe ที่ปรึกษาด้าน SEO ตอบ Huesler ว่าเขายังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งในบัญชีแบบเสียเงินและแบบฟรี Huesler อธิบายว่าการปล่อยแก้ไขเป็นแบบทยอย SEJ ระบุว่าคำถามที่ยังค้างอยู่คือแท็กจะกลับมาครบทุกบัญชีเร็วแค่ไหน เว็บไซต์ที่ยังเห็นเส้น ChatGPT ต่ำหลังวันที่ 15 ตุลาคม อาจกำลังรอการแก้ไขที่ยังมาไม่ถึง มากกว่าจะเป็นปัญหาอื่น

การระบุแหล่งที่มาที่หายไปแล้วจะไม่กลับมา

ตามที่ SEJ รายงาน Profound ระบุว่าการคืนแท็กช่วยรายงานในอนาคต แต่ไม่ได้คืนการระบุแหล่งที่มาที่หายไปแล้ว เซสชันที่ถูกบันทึกเป็น Direct ระหว่างวันที่ 8 ถึง 15 ตุลาคมจะยังเป็น Direct ใน GA4 และไม่มีใครพูดถึงการเติมข้อมูลย้อนหลัง

OpenAI ยังไม่ได้พูดอะไรต่อสาธารณะ

ยังไม่มีบล็อกโพสต์ บทความช่วยเหลือ หรือบันทึกการอัปเดตจาก OpenAI เกี่ยวกับบั๊กนี้ หากภายหลัง OpenAI อธิบายต่างออกไป ข้อมูลก็จะต้องปรับให้ตรงกัน

สิ่งที่ควรทำในรายงานเดือนตุลาคม (บทวิเคราะห์)

ขั้นตอนด้านล่างเป็นบทวิเคราะห์ของ Relevant Audience จากคำแนะนำสามข้อของ Huesler และการรายงานของ SEJ ไม่ใช่คำแนะนำจาก OpenAI

  1. ทำหมายเหตุช่วงวันที่ 8 ถึง 15 ตุลาคมใน GA4 และเครื่องมือรายงานทุกตัว คำแนะนำแรกของ Huesler คือให้ทำเครื่องหมายช่วงเวลานี้ไว้ เพื่อให้การลดลงของ ChatGPT และการเพิ่มขึ้นของ Direct ถูกอ่านเป็นเหตุการณ์เดียว ไม่ใช่แนวโน้ม
  2. ตรวจวันที่ตามเขตเวลาของพร็อพเพอร์ตี้ เวลาของ Huesler เป็นเวลาแปซิฟิก สำหรับพร็อพเพอร์ตี้ GA4 ที่ตั้งเป็นเวลากรุงเทพฯ ซึ่งเร็วกว่าเวลาออมแสงแปซิฟิก 14 ชั่วโมงในเดือนตุลาคม บ่าย 2 โมงวันที่ 8 ตุลาคมตามเวลาแปซิฟิกคือตี 4 วันที่ 9 ตุลาคมตามเวลากรุงเทพฯ และตี 2 วันที่ 15 ตุลาคมตามเวลาแปซิฟิกคือ 4 โมงเย็นวันที่ 15 ตุลาคมตามเวลากรุงเทพฯ ดังนั้นรายงานที่ใช้เวลากรุงเทพฯ ควรเห็นจุดเปลี่ยนตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม และวันที่ 16 ตุลาคมเป็นวันเต็มวันแรกหลังการแก้ไขเริ่มต้น ข้อนี้เป็นการแปลงเวลา ไม่ได้ระบุไว้ในแหล่งข่าว
  3. อย่าสร้างโมเดลการระบุแหล่งที่มาใหม่เพราะการลดลงครั้งนี้ ประเด็นที่สองของ Huesler คือการเข้าชมไม่เคยหายไปไหน การเปลี่ยนการจัดกลุ่มช่องทาง นิยามทราฟฟิก AI หรือเป้าหมาย เพราะสัปดาห์ที่ผิดปกติเพียงสัปดาห์เดียว จะทำให้บั๊กฝังอยู่ในรายงานไปด้วย
  4. นับจาก UTM ไม่ใช่ referrer หากกลุ่มช่องทางที่กำหนดเองหรือตัวกรองใน Looker Studio สำหรับทราฟฟิก AI อาศัย referrer เพียงอย่างเดียว ก็จะนับขาดต่อไป การจับคู่ด้วยค่าแหล่งที่มา chatgpt.com ซึ่งมาจากแท็ก เป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากกว่าในช่วงที่ referrer ยังหายไป
  5. รายงาน ChatGPT และ Direct ไปด้วยกันสำหรับสัปดาห์ที่ได้รับผลกระทบ SEJ แนะนำให้ดู ChatGPT และ Direct เคียงกันในทุกหน้าที่ ChatGPT เคยส่งผู้เข้าชมไป รวมถึงหน้าแรก ซึ่ง Rudzki พบว่าลิงก์ตรงมากกว่าครึ่งชี้ไปที่นั่น สำหรับการเปรียบเทียบเดือนต่อเดือน การแสดงตัวเลขรวมของหน้าเหล่านั้นตรงไปตรงมากว่าการแสดงเส้น ChatGPT ที่มีช่องโหว่
  6. ยืนยันการฟื้นตัวบนเว็บไซต์ของตัวเอง เปรียบเทียบเซสชัน chatgpt.com ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมเป็นต้นไปกับวันเดียวกันของสัปดาห์ในช่วงปลายเดือนกันยายน หากยังไม่ฟื้น ความเห็นของ Gabe ชี้ว่าการแก้ไขอาจยังไปไม่ถึงทุกบัญชี
  7. แยก ChatGPT Ads ออกมาพิจารณา SEJ รายงานความเห็นของนักวิเคราะห์รายหนึ่งว่าคลิกจาก ChatGPT Ads ที่ใส่พารามิเตอร์ UTM ของผู้ลงโฆษณาเองไม่น่าจะได้รับผลกระทบ ผู้ลงโฆษณาที่ใช้แท็กของตัวเองสามารถตรวจสอบได้ว่าเส้น ChatGPT แบบเสียเงินคงที่ตลอดสัปดาห์หรือไม่

ทีมที่รายงานการมองเห็นบน AI เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ เช่น เป็นส่วนหนึ่งของงาน ChatGPT SEO มีเหตุผลเฉพาะที่ต้องแก้ไขบันทึกให้ถูกต้อง เดือนที่แสดงว่าทราฟฟิกจาก ChatGPT ลดลงครึ่งหนึ่งจะดูเหมือนงานล้มเหลว ทั้งที่จริงเป็นความผิดพลาดของการติดป้าย

สิ่งที่สัปดาห์นี้บอกเกี่ยวกับการติดตามทราฟฟิกจาก AI

ส่วนนี้เป็นบทวิเคราะห์ สัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่าการรายงานทราฟฟิกที่มาจาก AI พึ่งพาพารามิเตอร์ตัวเดียวมากแค่ไหน ซึ่งแพลตฟอร์มเป็นผู้ใส่และสามารถหยุดใส่ได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า SEJ ระบุว่าเมื่อ Google Analytics เปิดตัวช่อง AI Assistant ในเดือนพฤษภาคม เซสชันจากผู้ช่วย AI ที่ไม่มี referrer ก็จะไปตกอยู่ใน Direct เช่นกัน และแท็กของ ChatGPT คือสิ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์จับทราฟฟิกนั้นได้ โดยเฉพาะบนมือถือ SEJ ยังระบุว่า Gemini ไปในทิศทางตรงกันข้ามเมื่อราวสองสัปดาห์ก่อน โดยเพิ่มพารามิเตอร์ UTM ลงในลิงก์

สำหรับเว็บไซต์ที่ติดตาม AI answer engine เป็นช่องทางหนึ่ง การตรวจสอบรายสัปดาห์แบบง่ายๆ ด้วยการเทียบเซสชัน chatgpt.com กับ Direct ในหน้าลึกๆ จะช่วยจับจุดเปลี่ยนนี้ได้ภายในไม่กี่วัน การตรวจสอบแบบนี้ควรอยู่ในรอบงานเดียวกับการรายงาน GEO ส่วนอื่น เพราะแพลตฟอร์มที่อ้างอิงเว็บไซต์ก็คือแพลตฟอร์มเดียวกันที่ตัดสินว่าการเข้าชมจะนับได้หรือไม่

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ไม่มีแหล่งข่าวใดระบุถึงประเทศไทยหรือประเทศอื่นใด และข้อมูลของ Huesler ถูกอธิบายว่าครอบคลุมโดเมนหลายพันโดเมน ไม่ใช่ตัวอย่างระดับภูมิภาค เว็บไซต์ไทยที่ติดตามทราฟฟิกจาก ChatGPT ใน GA4 ควรสันนิษฐานว่าได้รับผลกระทบจากจุดเปลี่ยนเดียวกัน เว้นแต่ข้อมูลของตัวเองจะบอกเป็นอย่างอื่น และควรทำหมายเหตุช่วงเวลานี้ตามเขตเวลาของพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ไทยส่วนใหญ่คือวันที่ 9 ถึง 15 ตุลาคม รายงานภาษาไทยที่เปรียบเทียบเดือนตุลาคมกับกันยายน หรือที่แสดงทราฟฟิก AI เป็นบรรทัดแยกให้ผู้บริหาร ต้องมีหมายเหตุนี้ก่อนส่งออกไป

คำถามที่พบบ่อย

OpenAI ยืนยันบั๊ก UTM ของ ChatGPT หรือไม่

ไม่ได้ยืนยันต่อสาธารณะ คำยืนยันเป็นข้อมูลมือสอง Cedric Huesler จาก Adobe กล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่า OpenAI ยืนยันกับเขาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่าแท็ก utm_source=chatgpt.com ที่หายไปเป็นบั๊กที่ทราบอยู่แล้ว และ Search Engine Journal รายงานคำบอกเล่าของเขา ตามที่ SEJ ระบุ บันทึกการอัปเดตของ ChatGPT ช่วงวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้

ChatGPT กลับมาใส่ utm_source=chatgpt.com ในลิงก์แล้วหรือยัง

ใช่ ตามที่ Huesler ระบุ เขาบอกว่าการแก้ไขเริ่มปล่อยราวตี 2 ตามเวลาแปซิฟิกของวันที่ 15 ตุลาคม และภายใน 9 โมงเช้า คลิกจาก ChatGPT ที่ติดแท็กกลับมาราว 95% ถึง 100% ของสัปดาห์ก่อนในโดเมนหลายพันโดเมน Glenn Gabe บอกว่าเขายังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง การปล่อยแก้ไขจึงอาจยังไม่ทั่วถึง

ควรทำหมายเหตุวันที่ใดใน GA4

ควรทำหมายเหตุช่วงวันที่ 8 ถึง 15 ตุลาคม 2569 ตามที่ Huesler แนะนำ เวลาของเขาเป็นเวลาแปซิฟิก ดังนั้นในพร็อพเพอร์ตี้ GA4 ที่ตั้งเป็นเวลากรุงเทพฯ จุดเปลี่ยนจะเริ่มวันที่ 9 ตุลาคม และการแก้ไขเริ่มในช่วงบ่ายวันที่ 15 ตุลาคม

GA4 จะกู้คืนเซสชัน ChatGPT ที่ถูกนับเป็น Direct หรือไม่

ไม่มีแหล่งข่าวใดบอกว่าจะกู้คืนได้ ตามที่ SEJ รายงาน Profound ระบุว่าการคืนแท็กช่วยรายงานในอนาคต แต่ไม่ได้คืนการระบุแหล่งที่มาที่หายไปแล้ว เซสชันเหล่านั้นจึงยังอยู่ใน Direct

referrer กลับมาด้วยหรือไม่

ยังไม่กลับมา Huesler เขียนเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมว่า referrer ยังหายไปในคลิกส่วนใหญ่จาก ChatGPT และแนะนำให้นับจากแท็ก UTM ไม่ใช่ referrer

การลดลงของ ChatGPT ในรายงานเดือนตุลาคมเป็นความผิดพลาดของการติดป้ายที่ได้รับการแก้ไขแล้ว อย่างน้อยก็กับทราฟฟิกส่วนใหญ่ สิ่งที่ควรทำคือเขียนหมายเหตุไว้บนกราฟ ไม่ใช่สร้างโมเดลการระบุแหล่งที่มาใหม่ หากการรายงานทราฟฟิก AI ของคุณอาศัย referrer หรือต้องการการตั้งค่าช่องทางที่ชัดเจนกว่านี้ ทีม GA4 ของ Relevant Audience ช่วยตรวจสอบให้ได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น