สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- รายชื่อ attribution ของ OpenAI เมื่อ 5 ตุลาคม 2569 มีผู้ให้บริการสิบราย รวมถึง AppsFlyer, Adjust, Branch, Singular, Airbridge และ Kochava พร้อม Hightouch, Tealium และ LiveRamp สำหรับส่งข้อมูล conversion
- ผลที่พาร์ทเนอร์รายงานโดยไม่เปิดเผยงบหรือขนาดกลุ่มตัวอย่าง: CPA ของ WeightWatchers ต่ำกว่า paid search 15.3% (DV Rockerbox) และผู้เข้าชมใหม่ 93% ของ Portland Leather Goods (Triple Whale)
- OpenAI ระบุว่า advanced conversion optimisation เรียนรู้จาก view-through conversion ที่เข้าเกณฑ์ด้วยแล้ว ขณะที่ในเดือนสิงหาคมตัวชี้วัด view-through หนึ่งวันใช้เพื่อรายงานเท่านั้น
- Negative Phrases เปิดให้ผู้ลงโฆษณาที่เข้าเกณฑ์แล้ว และ OpenAI กำลังพัฒนาโครงการนำร่องประเมิน brand suitability กับ DoubleVerify และ IAS โดยไม่เข้าถึงบทสนทนาของผู้ใช้
OpenAI ประกาศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่า ChatGPT Ads ทำงานร่วมกับบริษัทวัดผลภายนอกที่ระบุชื่อแล้ว 20 ราย ตั้งแต่ผู้ให้บริการ attribution อย่าง AppsFlyer, Adjust และ Branch ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน incrementality อย่าง Haus และ WorkMagic และระบุว่า DoubleVerify กับ Integral Ad Science กำลังพัฒนาโครงการนำร่องด้าน brand suitability ให้กับแพลตฟอร์มนี้ ในประกาศเดียวกัน OpenAI เปิดตัวรูปแบบโฆษณาที่เน้นภาพ ซึ่งจะทดสอบครั้งแรกระหว่างการสร้างภาพใน ChatGPT เริ่มปลายเดือนตุลาคมกับผู้ลงโฆษณากลุ่มแรกในสหรัฐฯ สำหรับผู้ลงโฆษณาไทยที่ซื้อแบบ self-serve ได้ตั้งแต่ 23 กันยายน ส่วนที่กระทบแคมเปญปัจจุบันคือรายชื่อพาร์ทเนอร์วัดผล ส่วนรูปแบบโฆษณาภาพยังเป็นการทดสอบในสหรัฐฯ โดยไม่มีกำหนดสำหรับตลาดอื่น
OpenAI ประกาศอะไรบ้างเมื่อ 5 ตุลาคม 2569
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 OpenAI เผยแพร่โพสต์สองชิ้นที่เชื่อมกัน ชิ้นแรกเป็นโพสต์ผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์หลักชื่อ "Building advertising for the way people use AI" ชิ้นที่สองเป็นบทความที่ละเอียดกว่าบน Ads blog ชื่อ "More ways to measure ChatGPT Ads" ประกาศของ OpenAI ครอบคลุมสามเรื่อง ได้แก่ รูปแบบโฆษณาภาพแบบใหม่ เครื่องมือและพาร์ทเนอร์วัดผลที่เพิ่มขึ้น และงานด้าน brand suitability ทั้งสองโพสต์เปิดด้วยตัวเลขผู้ใช้ OpenAI ระบุว่า ChatGPT เข้าถึงผู้คน 1,200 ล้านคนต่อสัปดาห์ และเรียกตัวเองว่าแพลตฟอร์มผู้บริโภคที่สร้างบน AI ใหญ่ที่สุดในโลก
OpenAI อธิบายแนวทางการวัดผลว่ารองรับทั้งการวัดผลที่แบรนด์ทำเองและการวัดผลผ่านพาร์ทเนอร์ ครอบคลุมสัญญาณ conversion ที่ส่งผ่าน Pixel และ Conversions API (CAPI), attribution, incrementality และการวัดผลด้านแบรนด์ บริษัทเรียกรายชื่อที่ประกาศในวันที่ 5 ตุลาคมว่าเป็น "พาร์ทเนอร์ภายนอกชุดแรก" ในด้านเหล่านี้
ประกาศนี้ออกมาประมาณแปดเดือนหลังเริ่มโครงการนำร่องแบบเสียเงินในสหรัฐฯ เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ ตามตัวเลขของ OpenAI เอง ธุรกิจโฆษณาแตะอัตรารายได้ต่อปี 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปลายเดือนสิงหาคม และแพลตฟอร์มเปิดให้บริการแล้วมากกว่า 60 ประเทศ Digiday จัดให้การวัดผลที่ยังพิสูจน์ไม่ได้เป็นอุปสรรคข้อแรกในห้าข้อต่อการเติบโตของธุรกิจนี้ และเนื้อหาส่วนใหญ่ของวันที่ 5 ตุลาคมมุ่งตอบเรื่องนี้
พาร์ทเนอร์วัดผลแยกตามหมวด
OpenAI จัดกลุ่มพาร์ทเนอร์ตามหน้าที่ของแต่ละราย ตารางด้านล่างแสดงรายชื่อตามที่ OpenAI ระบุไว้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569
| หน้าที่ของพาร์ทเนอร์ | รายชื่อที่ OpenAI ระบุ |
|---|---|
| ส่งข้อมูล conversion จากระบบที่แบรนด์ใช้อยู่ | Hightouch, Tealium, LiveRamp |
| Attribution: CAPI, รายงาน และ click attribution ทั้งเว็บและแอป | AppsFlyer, Triple Whale, Adjust, DV Rockerbox, Northbeam, Branch, Singular, Kochava, Airbridge, Tenjin |
| การวัดผลแบบ full-funnel และขั้นสูง | Fospha, Measured, INCRMNTAL |
| การทดลอง incrementality ตามพื้นที่ (ระบุว่ายังอยู่ช่วงเริ่มต้น) | Haus, Measured, WorkMagic |
| การทดสอบผลต่อแบรนด์ (ช่วงเริ่มต้น) | Kantar, Cint |
| โครงการนำร่องประเมิน brand suitability | DoubleVerify, Integral Ad Science |
รายชื่อหลายรายมีความหมายกับนักการตลาดแอปมากที่สุด AppsFlyer, Adjust, Branch, Singular, Kochava, Airbridge และ Tenjin เป็นผู้ให้บริการวัดผลแอปมือถือ (MMP) ดังนั้นตามที่ OpenAI ระบุ แบรนด์ที่ทำแคมเปญติดตั้งแอปหรือการซื้อในแอปสามารถเชื่อม ChatGPT Ads ผ่านผู้ให้บริการรายเดิมที่ใช้วัดผลช่องทางโฆษณาอื่นอยู่แล้ว ส่วน Hightouch, Tealium และ LiveRamp อยู่ก่อนหน้านั้นหนึ่งขั้น OpenAI บอกว่าเครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ส่งข้อมูล conversion จากระบบที่แบรนด์ใช้อยู่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งในทางปฏิบัติอาจช่วยลดงานพัฒนาเฉพาะ
Measured ปรากฏสองครั้ง คือในกลุ่ม full-funnel และกลุ่ม incrementality OpenAI ไม่ได้บอกว่าพาร์ทเนอร์รายใดใช้งานได้ในประเทศใด และไม่ได้บอกว่าการเชื่อมต่อแต่ละแบบต้องมีงบขั้นต่ำ ต้องทำสัญญากับผู้ให้บริการแยก หรือต้องได้รับอนุมัติจาก OpenAI ก่อนเปิดใช้หรือไม่
ผลลัพธ์ช่วงแรก และใครเป็นผู้รายงาน
Ads blog ของ OpenAI แสดงผลลัพธ์ช่วงแรกห้ารายการ สี่รายการระบุชื่อพาร์ทเนอร์ที่วัดผล และ OpenAI บอกว่าพาร์ทเนอร์เป็นผู้ยืนยันตัวเลขเหล่านี้ ควรอ่านตัวเลขตามสภาพจริง คือเป็นตัวเลขที่แพลตฟอร์มเลือกมาใส่ในประกาศของตัวเอง โดยไม่เปิดเผยงบที่ใช้ ช่วงเวลาทดสอบ ขนาดกลุ่มตัวอย่าง หรือวิธีการ สื่อการค้า PPC Land ก็ตั้งข้อสังเกตเดียวกันในรายงานวันที่ 5 ตุลาคม
- WeightWatchers วัดโดย DV Rockerbox: ต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า (CPA) ที่ attribute ให้ ChatGPT Ads ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวมของ paid search ของแบรนด์ 15.3%
- Dose วัดโดย WorkMagic: การศึกษา geo-lift พบการเพิ่มขึ้นที่มีนัยสำคัญทางสถิติ โดย 67% ของการซื้อส่วนเพิ่มมาจากลูกค้าใหม่ทั้งหมด และประเมินว่ามีคำสั่งซื้อส่วนเพิ่มมากกว่าที่ last-click attribution จับได้ 2.3 เท่า
- Portland Leather Goods วัดโดย Triple Whale: 93% ของผู้เข้าชมที่มาจาก ChatGPT Ads เป็นผู้เข้าชมใหม่
- Daily Media Mix Attribution ของ Fospha: ChatGPT สร้างรายได้ต่อ 1,000 impression มากกว่าค่าเฉลี่ยของ paid social ของผู้ลงโฆษณากลุ่มเดียวกัน 83%
- Incrementality หลายอุตสาหกรรม: สไลด์หนึ่งระบุว่าแคมเปญ 100% ให้ conversion ส่วนเพิ่ม โดยมีการเพิ่มขึ้นที่มีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มท่องเที่ยว ฟินเทค ซอฟต์แวร์ และอุตสาหกรรมอื่น ข้อความบนสไลด์ไม่ได้บอกว่าทดสอบไปกี่แคมเปญ หรือพาร์ทเนอร์รายใดเป็นผู้วัดผล
OpenAI เพิ่มตัวเลขจากการวิเคราะห์ของตัวเองอีกหนึ่งตัว จากข้อมูลช่วงแรกของแคมเปญทั่วโลกที่ปรับให้เหมาะกับเป้าหมายช่วงท้ายของ funnel พบว่า 52.7% ของ view-through conversion แบบหนึ่งวันที่เข้าเกณฑ์เกิดขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมงหลังเห็นโฆษณาที่จับคู่ได้ ตัวเลขนี้บอกเรื่องจังหวะเวลา ลำพังตัวมันเองไม่ได้พิสูจน์ว่าโฆษณาเป็นสาเหตุของการซื้อ คำถามนั้นเป็นหน้าที่ของการศึกษา incrementality
ตัวเลขของพาร์ทเนอร์แต่ละรายตอบคำถามต่างกัน การเทียบ CPA กับ paid search เป็นผลจาก attribution และมีสมมติฐานของโมเดล attribution ติดมาด้วย สัดส่วนผู้เข้าชมใหม่บอกเรื่องการเข้าถึงกลุ่มคนใหม่ แต่ไม่บอกอะไรเรื่องต้นทุน การศึกษา geo-lift ใกล้เคียงหลักฐานเชิงสาเหตุที่สุดในรายการนี้ แต่ครอบคลุมเพียงแบรนด์เดียว ไม่ควรใช้ตัวเลขใดในห้ารายการนี้เป็นการคาดการณ์ผลของบัญชีโฆษณาในไทย
View-through conversion เริ่มป้อนข้อมูลให้ระบบ optimisation แล้ว
มีประโยคหนึ่งใน Ads blog ที่เปลี่ยนวิธีที่แคมเปญเรียนรู้ OpenAI เขียนไว้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่า advanced conversion optimisation เรียนรู้จากทั้ง click-through และ view-through conversion ที่เข้าเกณฑ์สำหรับเป้าหมายที่ผู้ลงโฆษณาเลือก ดังนั้นการซื้อที่ตามมาจากทั้งสองเส้นทางสามารถใช้กำหนดการแสดงโฆษณาครั้งต่อไปได้
เรื่องนี้ต่างจากสิ่งที่ Relevant Audience รายงานไว้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ตอนนั้นเอกสารของ OpenAI เพิ่มตัวชี้วัด view-through แบบหนึ่งวัน แสดงเป็น VTA (1d) และแยกออกจากยอด conversion หลัก, CPA, การประมูล, การเรียกเก็บเงิน และ conversion optimisation โพสต์ใหม่ไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มมีผลเมื่อใด แคมเปญแบบไหนนับว่าใช้ advanced conversion optimisation หรือ view-through conversion จะไปปรากฏในคอลัมน์ conversion หลักหรือไม่
OpenAI ยังแยกการรายงานออกจากการเรียนรู้ ผู้ลงโฆษณาเลือกหน้าต่าง click-through attribution ให้เข้ากับรอบการซื้อของตัวเองได้ และเพิ่มหน้าต่าง view-through หนึ่งวันได้ โดย OpenAI ระบุว่าการตั้งค่าเหล่านี้ควบคุม attribution ในรายงานเท่านั้น ไม่เปลี่ยนวิธีที่แคมเปญ optimise การเปลี่ยนหน้าต่างรายงานจึงเปลี่ยนตัวเลขที่ทีมเห็น ไม่ได้เปลี่ยนวิธีที่ระบบส่งโฆษณา
โพสต์ยังพูดถึง Event Quality Score (EQS) ซึ่งช่วยให้ผู้ลงโฆษณาประเมินคุณภาพของสัญญาณ conversion ที่ส่งผ่าน pixel และ CAPI เหตุผลของ OpenAI ตรงไปตรงมา ระบบ optimisation เรียนรู้ได้จากเฉพาะ event ที่ได้รับ ถ้าสัญญาณอ่อนหรือซ้ำซ้อน ทั้งรายงานและการส่งโฆษณาจะได้รับผลกระทบ
โครงการนำร่อง brand suitability กับ DoubleVerify และ IAS
OpenAI ระบุว่ากำลังพัฒนาโครงการนำร่องประเมิน brand suitability กับ DoubleVerify (DV) และ Integral Ad Science (IAS) ตามประกาศ บริษัทอิสระทั้งสองจะประเมินว่ามาตรฐาน brand safety ของ OpenAI ถูกนำไปใช้อย่างไรในสภาพแวดล้อมทดสอบที่ควบคุมไว้ โดยไม่เข้าถึงบทสนทนาส่วนตัวของผู้ใช้ ประกาศมีคำกล่าวของซีอีโอทั้งสองบริษัท Lidiane Jones ซีอีโอของ IAS กล่าวว่าการประเมินจะทดสอบว่ามาตรการป้องกันของ OpenAI ทำงานอย่างไรในสถานการณ์ที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ส่วน Mark Zagorski ซีอีโอของ DoubleVerify อธิบายว่า ChatGPT เป็นสภาพแวดล้อมที่บริบทถูกกำหนดโดยบทสนทนา ไม่ใช่หน้าเว็บหรือวิดีโอ
IAS ออกแถลงการณ์ของตัวเองในเช้าวันเดียวกัน ตามที่ PPC Land รายงาน IAS ระบุว่าเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ด้านคุณภาพสื่อรายแรกที่รองรับ ChatGPT Ads บริการนี้ใช้งานกับผู้ลงโฆษณากลุ่มที่คัดเลือกไว้ และไม่ได้ให้วันที่เปิดกว้างขึ้น ทั้งสองบริษัทไม่ได้เปิดเผยวันเริ่ม ขนาดโครงการนำร่อง หรือรายชื่อตลาด
OpenAI อธิบายมาตรการควบคุมอีกสองอย่าง อย่างแรกคือ placement guardrails ที่ประเมินว่าบทสนทนาเหมาะกับการแสดงโฆษณาหรือไม่ เพื่อกันโฆษณาออกจากบริบทที่ผู้ใช้เปราะบางทางอารมณ์ อ่อนไหว หรือไม่เหมาะสมอื่น ๆ โดยมีการตรวจสอบอัตโนมัติ การกำกับดูแลโดยคน และการติดตามต่อเนื่อง อย่างที่สองคือ Negative Phrases สำหรับข้อกำหนดเฉพาะตามนโยบายของแต่ละแบรนด์ ซึ่ง OpenAI ระบุว่าเปิดให้ผู้ลงโฆษณาที่เข้าเกณฑ์ใช้แล้ว แต่ไม่ได้เผยแพร่เกณฑ์ดังกล่าว
รูปแบบโฆษณาที่เน้นภาพแบบใหม่
ส่วนที่สองของประกาศคือหน่วยโฆษณาภาพ OpenAI ระบุว่ารูปแบบนี้ใช้ภาพที่แสดงแรงบันดาลใจในการใช้สินค้า การใช้งานสินค้า หรือประสบการณ์ที่สินค้านั้นทำให้เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักแบรนด์และเห็นจุดเด่นของสินค้าหรือบริการ การทดสอบครั้งแรกจะเกิดระหว่างการสร้างภาพใน ChatGPT OpenAI บอกว่าโฆษณาจะติดป้ายชัดเจนและแยกจากภาพที่ผู้ใช้กำลังสร้าง และย้ำว่าโฆษณาไม่มีผลต่อคำตอบของ ChatGPT
การทดสอบเริ่มปลายเดือนตุลาคม 2569 ในสหรัฐฯ กับผู้ลงโฆษณากลุ่มแรก OpenAI ไม่ได้ให้ราคา รายชื่อผู้ลงโฆษณาที่เข้าร่วม สเปกชิ้นงาน หรือวันที่สำหรับตลาดอื่น และไม่ได้บอกว่าจะจองรูปแบบนี้ผ่าน Ads Manager ได้หรือไม่ PPC Land ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อตรวจเอกสารช่วยเหลือของ Ads Manager ในเดือนเมษายน ข้อความระบุว่าโฆษณาจะไม่ปรากฏหลังผู้ใช้สร้างภาพ การทดสอบนี้จึงกลับกฎเดิม
Ads blog ยังระบุว่า OpenAI กำลัง "ทดลองตำแหน่งโฆษณาใหม่" และอยู่ในช่วงทดสอบเบื้องต้นกับ Kantar และ Cint เพื่อวัดผลของ ChatGPT Ads ต่อการจดจำและความรู้สึกต่อแบรนด์ OpenAI ไม่ได้ผูกการศึกษาด้านแบรนด์นี้เข้ากับรูปแบบโฆษณาภาพโดยตรง แต่หน่วยโฆษณาที่ใช้ภาพและแสดงระหว่างที่คนกำลังสร้างภาพ มักถูกตัดสินด้วย brand lift มากกว่ายอดขายแบบ last-click ผู้ซื้อโฆษณาจึงน่าจะอ่านสองข่าวนี้ไปด้วยกัน
อะไรใหม่เมื่อเทียบกับข่าว ChatGPT Ads ที่ RA เคยรายงาน
Relevant Audience ติดตามผลิตภัณฑ์นี้มาตั้งแต่ช่วงนำร่อง บทความก่อนหน้าสามชิ้นเป็นจุดอ้างอิงว่าอะไรเปลี่ยนไปในวันที่ 5 ตุลาคม 2569
- วันที่ 24 กันยายน 2569 RA รายงานการเปิดตัวในไทย OpenAI เริ่มเปิด ChatGPT Ads ในไทยเมื่อ 23 กันยายน นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในไทยซื้อผ่าน Ads Manager แบบ self-serve ได้ และโฆษณาแสดงเฉพาะผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ประกาศวันที่ 5 ตุลาคมไม่ได้เปลี่ยนเงื่อนไขเหล่านี้
- วันที่ 1 ตุลาคม 2569 RA สรุปรายงานของ Digiday ว่าธุรกิจโฆษณาของ OpenAI แตะอัตรารายได้ต่อปี 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการวัดผลที่ยังพิสูจน์ไม่ได้อยู่อันดับแรกในห้าอุปสรรคต่อเป้าหมายการเติบโต รายชื่อพาร์ทเนอร์ชุดนี้มุ่งตอบอุปสรรคข้อนั้นโดยตรง
- วันที่ 20 สิงหาคม 2569 RA รายงานว่าตัวชี้วัด view-through แบบหนึ่งวันใช้เพื่อรายงานเท่านั้น โพสต์วันที่ 5 ตุลาคมระบุว่าตอนนี้ view-through conversion ใช้ป้อนข้อมูลให้ advanced conversion optimisation แล้ว
สิ่งที่ใหม่จริงคือรายชื่อพาร์ทเนอร์ โครงการ incrementality และ brand lift ชุดแรก โครงการนำร่องกับ DoubleVerify และ IAS, Negative Phrases การเปลี่ยนแปลงด้าน optimisation และรูปแบบโฆษณาภาพ บางรายชื่อก็ไม่ใช่ของใหม่ PPC Land ระบุว่า LiveRamp เชื่อม CAPI Hub ตั้งแต่เดือนมิถุนายน และ AppsFlyer กับ Adjust เปิดใช้ app attribution ในเจ็ดตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ส่วน Conversions API ไม่ใช่ของใหม่ PPC Land ระบุว่า pixel และ CAPI มาพร้อม Ads Manager แบบ self-serve ตั้งแต่ 5 พฤษภาคม 2569
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
สำหรับผู้ลงโฆษณาไทยที่ทดสอบ ChatGPT Ads อยู่ คำถามแรกคือผู้ให้บริการวัดผลที่บัญชีใช้อยู่มีชื่อในรายการของ OpenAI หรือไม่ แบรนด์ที่วัดผลการติดตั้งแอปผ่าน AppsFlyer, Adjust, Branch, Singular, Kochava, Airbridge หรือ Tenjin หรือส่งข้อมูลลูกค้าผ่าน Tealium, Hightouch หรือ LiveRamp ควรสอบถามผู้ให้บริการว่าการเชื่อมต่อกับ ChatGPT Ads เปิดใช้กับบัญชีในไทยแล้วหรือยัง เพราะ OpenAI ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลการให้บริการแยกตามตลาด
ข้อสอง ตรวจสัญญาณ conversion ก่อนอ่านผลลัพธ์ใด ๆ ตามเหตุผลของ OpenAI เอง Event Quality Score และการตัดข้อมูลซ้ำระหว่าง pixel กับ CAPI ที่ถูกต้องเป็นตัวกำหนดว่าระบบ optimisation เรียนรู้จากอะไร และเรื่องนี้สำคัญขึ้นเมื่อ view-through conversion เริ่มป้อนเข้าระบบ optimisation ข้อสาม ให้มองกรณีศึกษาของพาร์ทเนอร์เป็นตัวอย่างประกอบ CPA ที่ต่ำกว่า paid search 15.3% มาจากแบรนด์เดียวที่วัดด้วยโมเดลของผู้ให้บริการรายเดียว บัญชีในไทยต้องทำการเปรียบเทียบของตัวเอง โดยควรเทียบกับแคมเปญ Google Ads แบบ Search ภายใต้นิยาม conversion เดียวกัน ทีมที่ใช้ GA4 เป็นแหล่งข้อมูลหลักควรตรวจด้วยว่าทราฟฟิกจาก ChatGPT ถูกติดแท็กและ attribute อย่างไรใน GA4 และการตรวจการตั้งค่า GA4 เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม
รูปแบบโฆษณาภาพยังไม่เปิดในไทย และ OpenAI ยังไม่ให้วันที่ แบรนด์ไทยยังเตรียมตัวได้ด้วยการคิดว่าภาพสินค้าแบบไหนจะเข้ากับภาพที่ผู้ใช้เพิ่งสร้างเสร็จ เพราะนั่นคือตำแหน่งแรกที่รูปแบบนี้จะปรากฏ
คำถามที่พบบ่อย
รูปแบบโฆษณาภาพใหม่ของ ChatGPT ใช้ในไทยได้หรือยัง
ยังไม่ได้ OpenAI ระบุว่าการทดสอบเริ่มปลายเดือนตุลาคม 2569 ในสหรัฐฯ เท่านั้น กับผู้ลงโฆษณากลุ่มแรก ไม่มีวันที่สำหรับไทยหรือตลาดอื่น และไม่ได้บอกว่ารูปแบบนี้จะเข้ามาใน Ads Manager แบบ self-serve หรือไม่
พาร์ทเนอร์วัดผลรายใดใช้กับ ChatGPT Ads ได้บ้าง
OpenAI ระบุ Hightouch, Tealium และ LiveRamp สำหรับส่งข้อมูล conversion, AppsFlyer, Triple Whale, Adjust, DV Rockerbox, Northbeam, Branch, Singular, Kochava, Airbridge และ Tenjin สำหรับ attribution, Fospha, Measured และ INCRMNTAL สำหรับการวัดผลแบบ full-funnel, Haus, Measured และ WorkMagic สำหรับ incrementality ตามพื้นที่ และ Kantar กับ Cint สำหรับการทดสอบผลต่อแบรนด์ OpenAI ไม่ได้บอกว่าการเชื่อมต่อใดเปิดใช้กับบัญชีในไทยแล้ว จึงควรยืนยันกับผู้ให้บริการ
ผลลัพธ์ที่รายงานเป็นข้อมูลอิสระหรือไม่
ไม่ใช่ ตัวเลขเหล่านี้รายงานโดยพาร์ทเนอร์และ OpenAI เลือกมาเผยแพร่ ไม่ใช่ผลการตรวจสอบอิสระ OpenAI บอกว่าพาร์ทเนอร์เป็นผู้ยืนยัน แต่ไม่ได้เปิดเผยงบ ช่วงเวลา ขนาดกลุ่มตัวอย่าง หรือวิธีการ
ตอนนี้ view-through conversion มีผลต่อ optimisation แล้วหรือยัง
มีผลแล้วสำหรับ advanced conversion optimisation ตามโพสต์บน Ads blog ของ OpenAI วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ซึ่งระบุว่าระบบเรียนรู้จาก click-through และ view-through conversion ที่เข้าเกณฑ์ ส่วนการตั้งค่าหน้าต่างรายงานเปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่แสดงในรายงาน
ผู้ลงโฆษณาต้องเปลี่ยนอะไรในบัญชีหรือไม่
OpenAI ไม่ได้ประกาศสิ่งที่ต้องทำ ขั้นตอนที่ควรทำคือตรวจว่าผู้ให้บริการวัดผลของคุณรองรับ ChatGPT Ads หรือยัง ดู Event Quality Score และยืนยันว่า event จาก pixel และ CAPI ถูกตัดข้อมูลซ้ำอย่างถูกต้อง
ตอนนี้ ChatGPT Ads มีโครงสร้างการวัดผลที่ผู้ซื้อโฆษณาเรียกร้องมาเกือบครบ ขณะที่หลักฐานว่าคุ้มค่ายังมาจากผู้ให้บริการเป็นหลัก หากต้องการคนช่วยดูระบบ tracking หรือออกแบบการทดสอบครั้งแรก ทีมบริการ ChatGPT Ads ของ Relevant Audience พร้อมตรวจการตั้งค่าไปกับคุณ







