โฆษณาบนการค้นหา
CPA (Cost Per Acquisition) คืออะไร
CPA คือต้นทุนเฉลี่ยในการได้มาซึ่ง conversion หนึ่งครั้ง คำนวณจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดหารด้วยจำนวน conversion
CPA เป็นตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับความสามารถในการทำกำไรโดยตรงที่สุด เพราะมันบอกว่าลูกค้าหรือ lead แต่ละรายมีต้นทุนในการได้มาเท่าไรจริง ๆ ตัวอย่างเช่น การใช้เงิน 10,000 บาทเพื่อให้ได้ 20 leads คิดเป็น CPA ที่ 500 บาท แคมเปญที่มีคลิกราคาถูกแต่ CPA สูง มักชี้ให้เห็นว่า landing page อ่อนแอหรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายไม่ดี
CPA ที่รายงานกับ CPA จริงจะแยกจากกันทุกครั้งที่คุณภาพลีดไม่เท่ากัน ซึ่งมักไม่เท่า แคมเปญที่ได้ลีดละ 400 บาทและปิดได้หนึ่งในยี่สิบ มีต้นทุนต่อลูกค้าสูงกว่าแคมเปญที่ได้ลีดละ 900 บาทและปิดได้หนึ่งในสี่ แต่แพลตฟอร์มรายงานตรงกันข้าม การปิดช่องว่างนี้ต้องส่งผลลัพธ์ปลายทางกลับเข้าแพลตฟอร์มโฆษณา ผ่าน offline conversion import หรือด้วยการติดตาม event ที่ผ่านการคัดกรองแทนการส่งฟอร์ม ถ้าไม่ทำ smart bidding จะปรับไปหาลีดที่ถูกที่สุด และมันจะหาเจอ เพราะลีดราคาถูกมีให้เสมอ
ตัวอย่าง
แคมเปญใช้เงิน 60,000 บาท ได้ 40 การติดต่อ CPA 1,500 บาท ทีมขายปิดได้ 25 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าหนึ่งรายจึงต้นทุน 6,000 บาทเทียบมูลค่าตลอดอายุ 45,000 กำไรพร้อมขยาย ตัวเลขชุดเดียวกันกับสินค้าราคา 9,000 คือขาดทุน เป้า CPA ถูกตั้งจากการคำนวณย้อนจากอัตราปิดและมูลค่า ไม่ใช่จากการเทียบกับเดือนที่แล้ว
คำถามที่พบบ่อย
- CPA เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี
- เท่าไหร่ก็ได้ที่ต่ำกว่ากำไรจากลูกค้าหนึ่งรายอย่างสบายใจ ไม่มีเกณฑ์กลาง CPA 3,000 บาทถือว่าดีมากสำหรับลีดอสังหาริมทรัพย์ แต่หายนะสำหรับสินค้ากำไรบาง ให้คำนวณย้อนกลับจากมูลค่าลูกค้าและอัตราปิดการขาย
- ทำไม CPA ถึงสูงขึ้นเรื่อย ๆ
- สาเหตุที่พบบ่อยคือคู่แข่งประมูลดันราคาคลิกขึ้น โฆษณาเก่าจนอัตราคลิกตก หน้า Landing Page ปิดการขายได้แย่ลง ระบบ tracking เริ่มเก็บ conversion ไม่ครบ หรือระบบ bidding อัตโนมัติยังอยู่ในช่วงเรียนรู้หลังมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
กำลังทำเรื่อง CPA อยู่ใช่ไหม? ดูว่าการบริหารจัดการ Google Adsของเราช่วยคุณได้อย่างไร
ดูการบริหารจัดการ Google Ads