โฆษณาบนการค้นหา

CPL (Cost Per Lead) คืออะไร

CPL (Cost Per Lead) คือจำนวนเงินที่ใช้ไปเพื่อให้ได้ลูกค้าเป้าหมาย (lead) หนึ่งราย คำนวณจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดหารด้วยจำนวน lead ที่ได้

CPL เป็นตัวชี้วัดหลักของแคมเปญแบบ lead generation ที่เป้าหมายคือการสร้างการสอบถามมากกว่าการปิดการขายโดยตรง โดยมีลักษณะคล้ายกับ CPA แต่ CPL นับเฉพาะ lead (ผู้ที่สนใจสินค้าหรือบริการ) ขณะที่ CPA มักนับการกระทำที่ลูกค้าทำสำเร็จจริง การติดตามคุณภาพของ lead ควบคู่ไปกับ CPL ช่วยป้องกันไม่ให้คุณปรับแคมเปญไปในทางที่ได้ lead ราคาถูกแต่ไม่มีคุณค่า

CPL มีความหมายเมื่อคุณภาพลีดแนบมาด้วยเท่านั้น เพราะแหล่งลีดต่างกันมากใน intent ฟอร์มที่กรอกอัตโนมัติจากโฆษณาโซเชียล กับคำถามที่พิมพ์หลังค้นเปรียบเทียบ คือของคนละชิ้นคนละราคา ตัวเลขคู่หูที่ขาดไม่ได้คืออัตราลีดเป็นลูกค้าตามแหล่ง ซึ่งแปลง CPL เป็นต้นทุนต่อลูกค้า ตัวเลขที่การตัดสินใจควรวิ่งบน การส่งผลลัพธ์คุณภาพกลับเข้าแพลตฟอร์ม ผ่าน offline import หรือ event ขั้นผ่านการคัดกรอง คือสิ่งที่กันไม่ให้ระบบประมูลอัตโนมัติวิ่งไปหาปลายพูลลีดที่ถูกและไร้ความหวัง

ตัวอย่าง

ผู้ติดตั้งโซลาร์ได้ลีดจากฟอร์ม Facebook ที่ 400 บาท และจาก Google Search ที่ 850 อัตราปิดของทีมขาย Facebook 2 เปอร์เซ็นต์ ฟอร์มที่คนกรอกแบบครึ่งหลับ ส่วน Search 11 เปอร์เซ็นต์ คนที่กำลังเช็กราคาแผงจริง ต้นทุนต่อลูกค้า 20,000 เทียบ 7,700 งบไหลตามตัวเลขหลัง การโยกงบทุกครั้งก่อนหน้านั้นตามตัวเลขแรก และย้ายเงินผิดทางมาตลอด

คำถามที่พบบ่อย

ลด cost per lead โดยไม่เสียคุณภาพอย่างไร
แก้เส้นทางการปิดก่อน ความยาวฟอร์ม บั๊กมือถือ ความเร็วหน้า แล้วค่อยลับการเล็งเป้ากับข้อเสนอ ระหว่างตัดให้ตามอัตราลีดเป็นลูกค้ารายแหล่ง CPL ที่ลดพร้อมอัตราปิดที่พัง คือผลลัพธ์ที่แย่ลง ไม่ใช่ดีขึ้น
CPL กับ CPA ต่างกันอย่างไร
CPL ตั้งราคาผู้สนใจ CPA ตั้งราคาการกระทำที่จบ มักคือลูกค้า ช่องว่างระหว่างสองตัวคืออัตราปิดของคุณ และรูปแบบการแยกทางสองแบบที่สำคัญ ลีดถูกที่ไม่เคยปิด กับลีดแพงที่ปิดดีจนกลายเป็นของถูก

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

กำลังทำเรื่อง CPL อยู่ใช่ไหม? ดูว่าการสร้างลีด (Lead Generation)ของเราช่วยคุณได้อย่างไร

ดูการสร้างลีด (Lead Generation)