งานวิจัยร้านค้า 1,898 แห่ง: การเข้าชมจากโฆษณา ChatGPT สร้างรายได้ 0.89 ดอลลาร์ เทียบกับ 2.45 ดอลลาร์ของ Google Search

งานวิจัยร้านค้า 1,898 แห่ง: การเข้าชมจากโฆษณา ChatGPT สร้างรายได้ 0.89 ดอลลาร์ เทียบกับ 2.45 ดอลลาร์ของ Google Search

aiNovember 4, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Kaiser (WU Vienna) และ Schulze (Frankfurt School) ใช้ข้อมูลร้านค้าออนไลน์ 1,898 แห่ง และการทยอยเปิดโฆษณา ChatGPT โดยใช้สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ ในงานวิจัยฉบับร่างลงวันที่ตุลาคม 2569
  • ผู้เข้าชมจากโฆษณา ChatGPT มีมูลค่าคำสั่งซื้อต่ำกว่า 74 ดอลลาร์ และ 84% ของผู้ลงโฆษณา 87 รายที่ซื้อทั้งสองช่องทางในทราฟฟิกสหรัฐฯ ไม่มียอดขายจากโฆษณา ChatGPT เลย แม้มีเซสชันจากโฆษณา 18,726 เซสชัน
  • ที่อัตราผลตอบแทนของโฆษณา Search คลิกจาก ChatGPT มีมูลค่าราว 0.26 ดอลลาร์ บัญชีใหญ่ที่สุดที่เปิดเผยจ่าย 1.72 ดอลลาร์ หรือมากกว่าหกเท่า
  • หลังมีโฆษณา ทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT ลดลงราว 6 ถึง 8% ขณะที่อัตราคอนเวอร์ชันยังอยู่ราว 2.2%
  • ข้อควรระวัง: งานอยู่ระหว่างการพิจารณา ตัวเลขรายได้มาจากทราฟฟิกสหรัฐฯ และ Kaiser ผู้เขียนร่วมเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของ Grips Intelligence ผู้ให้ข้อมูล

งานวิจัยฉบับร่าง (working paper) ของ Maximilian Kaiser จาก Vienna University of Economics and Business และ Christian Schulze จาก Frankfurt School of Finance & Management เวอร์ชัน 1 ลงวันที่ตุลาคม 2569 รายงานว่า ในทราฟฟิกจากสหรัฐอเมริกา การเข้าชมเว็บไซต์ที่มาจากโฆษณาแบบเสียเงินใน ChatGPT สร้างรายได้เฉลี่ย 0.89 ดอลลาร์ต่อเซสชัน ขณะที่การเข้าชมจากโฆษณา Google Search สร้างได้ 2.45 ดอลลาร์ต่อเซสชัน ผู้เข้าชมจากโฆษณา ChatGPT มีอัตราคอนเวอร์ชัน 0.37% เทียบกับ 1.17% ของผู้เข้าชมจากโฆษณา Google Search งานชิ้นนี้ชื่อ "Can Advertising Fund Free AI? Evidence from ChatGPT's International Advertising Rollout" ใช้ข้อมูลจากร้านค้าออนไลน์ 1,898 แห่งที่มียอดขายรวมกันปีละ 16,000 ล้านดอลลาร์ ข้อควรรู้ก่อนนำตัวเลขไปอ้างมีสามข้อ คือ งานนี้ยังเป็นงานวิจัยฉบับร่างที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ตัวเลขเปรียบเทียบรายได้มาจากทราฟฟิกในสหรัฐฯ และผู้เขียนคนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของบริษัทที่ให้ข้อมูล

ผลการศึกษาโฆษณา ChatGPT ในมุมของผู้ลงโฆษณา

ตัวเลขหลักอยู่ในส่วนที่ผู้เขียนเรียกว่า Condition B ซึ่งตั้งคำถามว่าโฆษณาใน ChatGPT คุ้มกับราคาที่ธุรกิจจ่ายหรือไม่ ผู้เขียนเลือกเทียบโฆษณา ChatGPT กับโฆษณา Google Search เพราะเป็นช่องทางที่เว็บไซต์กลุ่มเดียวกันนี้ซื้ออยู่แล้วสำหรับความตั้งใจซื้อในลักษณะใกล้เคียงกัน

ในทราฟฟิกสหรัฐฯ ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเป็นตลาดที่มีการแสดงโฆษณามากที่สุด การเข้าชมจากโฆษณา ChatGPT สร้างรายได้ 0.89 ดอลลาร์ต่อเซสชัน ส่วนการเข้าชมจากโฆษณา Google Search สร้างได้ 2.45 ดอลลาร์ ผู้เขียนเรียกส่วนต่างนี้ว่าต่ำกว่า 64% งานวิจัยอธิบายว่าเกิดจากสองปัจจัยพร้อมกัน ข้อแรก ผู้เข้าชมจากโฆษณา ChatGPT ซื้อน้อยกว่า (คอนเวอร์ชัน 0.37% เทียบกับ 1.17%) ข้อสอง เมื่อซื้อแล้ว มูลค่าคำสั่งซื้อก็ต่ำกว่า 74 ดอลลาร์ หลังปรับผลของเว็บไซต์ อุปกรณ์ และสัปดาห์แล้ว

งานวิจัยระบุว่าส่วนต่างนี้ไม่ได้มาจากบัญชีเพียงไม่กี่บัญชี ในกลุ่มผู้ลงโฆษณา 87 รายที่ซื้อทั้งสองช่องทางในทราฟฟิกสหรัฐฯ มีถึง 97% ที่ได้รายได้ต่อการเข้าชมจาก ChatGPT ต่ำกว่า และ 98% มีอัตราคอนเวอร์ชันแย่กว่า เว็บไซต์ส่วนใหญ่ในกลุ่ม 87 รายนี้ไม่มียอดขายจากโฆษณา ChatGPT เลย โดย 73 ราย (84%) ไม่มีธุรกรรมจากโฆษณา ChatGPT แม้จะมีเซสชันจากโฆษณา ChatGPT รวม 18,726 เซสชัน และธุรกรรมทั้งหมด 570 รายการมาจากอีก 14 แห่งที่เหลือ

งานวิจัยยังเทียบโฆษณา ChatGPT กับช่องทางอื่นของร้านค้า โดยวัดแต่ละช่องทางเทียบกับทราฟฟิกแบบ direct และรายงานว่าโฆษณา ChatGPT เป็นช่องทางเดียวที่แย่กว่าทราฟฟิก direct ในทั้งหกตัวชี้วัด ได้แก่ อัตราคอนเวอร์ชัน มูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย รายได้ต่อเซสชัน อัตราตีกลับ จำนวนหน้าที่ดู และเวลาบนเว็บไซต์ ผู้เข้าชมจากโฆษณา ChatGPT อยู่บนเว็บไซต์สั้นกว่า 104 วินาที และดูหน้าน้อยกว่า 1.4 หน้าเมื่อเทียบกับผู้เข้าชมแบบ direct ในทางกลับกัน โฆษณา Google Search ไม่ได้ต่างจากทราฟฟิก direct อย่างมีนัยสำคัญในด้านคอนเวอร์ชัน มูลค่าคำสั่งซื้อ และรายได้ต่อเซสชัน

งานวิจัยนี้ออกแบบอย่างไร

งานวิจัยใช้การเปิดตัวโฆษณาของ OpenAI ที่ทยอยเปิดทีละประเทศเป็นการทดลองตามธรรมชาติ ตามที่งานวิจัยระบุ โฆษณา ChatGPT เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ในออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์เมื่อ 16 เมษายน ในสหราชอาณาจักรเมื่อ 4 มิถุนายน ในญี่ปุ่นและเกาหลีเมื่อ 19 มิถุนายน และในบราซิลกับเม็กซิโกเมื่อ 4 และ 6 สิงหาคม สหภาพยุโรปไม่มีโฆษณาตลอดช่วงที่เก็บข้อมูล ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 29 มิถุนายน 2568 ถึง 22 สิงหาคม 2569 จึงใช้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบ งานวิจัยระบุว่าโฆษณาในสหภาพยุโรปเริ่มแสดงเมื่อ 24 สิงหาคม หลังช่วงเก็บข้อมูลสิ้นสุดแล้ว

ข้อมูลมาจาก Grips Intelligence ครอบคลุมเซสชันผู้เข้าชมเกือบ 10,000 ล้านเซสชันในระยะ 60 สัปดาห์ แบ่งเป็นสองกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มแรกคือเว็บไซต์ 1,898 แห่ง ใช้วัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับทราฟฟิกที่ ChatGPT ส่งมาแบบไม่เสียเงิน กลุ่มที่สองคือเว็บไซต์ 387 แห่งที่ได้รับการเข้าชมจากโฆษณา ChatGPT ในจำนวนนี้ 102 แห่งมีการติดตามข้อมูลการเงินครบถ้วน และ 31 แห่งมีข้อมูลค่าใช้จ่ายจาก Google Ads เชื่อมโยงไว้ ข้อมูลบันทึกเฉพาะคลิกสุดท้ายที่พาผู้เข้าชมมายังเว็บไซต์ ไม่ได้แสดงพรอมต์ จำนวนการแสดงโฆษณา หรือระดับการสมัครสมาชิกของผู้ใช้

ตารางด้านล่างสรุปตัวเลขหลักตามที่งานวิจัยและหน้าเว็บประกอบงานวิจัยระบุไว้

งานวิจัยนี้ออกแบบอย่างไร
ตัวชี้วัด (ตัวเลขจากงานวิจัย)ค่า
รายได้ต่อเซสชัน การเข้าชมจากโฆษณา ChatGPT (ทราฟฟิกสหรัฐฯ)0.89 ดอลลาร์
รายได้ต่อเซสชัน การเข้าชมจากโฆษณา Google Search (ทราฟฟิกสหรัฐฯ)2.45 ดอลลาร์
อัตราคอนเวอร์ชัน โฆษณา ChatGPT เทียบกับ Google Search0.37% เทียบกับ 1.17%
ราคาคลิก ChatGPT ที่ให้ผลตอบแทนเท่า Search (parity price)ประมาณ 0.26 ดอลลาร์
ราคาที่บัญชีใหญ่ที่สุดซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะจ่าย1.72 ดอลลาร์ต่อคลิก
ปริมาณทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT หลังมีโฆษณา (13 สัปดาห์แรก)-5.9% (ช่วงความเชื่อมั่น 95% คือ -12.6% ถึง +1.2%)
การเปลี่ยนแปลงคอนเวอร์ชันของทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT-0.02 จุดเปอร์เซ็นต์ จากฐาน 2.21%
กลุ่มตัวอย่างร้านค้า 1,898 แห่ง (organic), 387 (paid), 102 (การเงิน), 31 (ต้นทุน)

Parity price: คลิกจาก ChatGPT ควรมีมูลค่าเท่าไร

ตัวเลขที่ใช้งานได้จริงที่สุดสำหรับคนตั้งราคาประมูลคือ parity price หรือราคาคลิก ChatGPT ที่จะให้ผลตอบแทนต่อหนึ่งดอลลาร์เท่ากับคลิกจาก Search กลุ่มตัวอย่างด้านต้นทุนจ่ายค่าคลิก Search ที่ค่ามัธยฐาน 0.72 ดอลลาร์ เมื่อการเข้าชมจาก ChatGPT ให้รายได้ 0.89 ดอลลาร์เทียบกับ 2.45 ดอลลาร์ ผู้เขียนจึงคำนวณว่าคลิกจาก ChatGPT มีมูลค่าราว 0.26 ดอลลาร์ที่อัตราผลตอบแทนเดียวกัน เมื่อสุ่มตัวอย่างผู้ลงโฆษณาซ้ำ ช่วงของค่านี้อยู่ระหว่าง 0.05 ถึง 0.57 ดอลลาร์

งานวิจัยเทียบกับบัญชีโฆษณา ChatGPT ที่ใหญ่ที่สุดซึ่งเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ที่จ่าย 1.72 ดอลลาร์ต่อคลิก หรือมากกว่าหกเท่าของ parity price และระบุเพิ่มว่าตัวเลขนี้อยู่ค่อนไปทางต่ำของที่ผู้ปฏิบัติงานรายงาน และต่ำกว่าราคาประมูลเริ่มต้นที่ OpenAI แนะนำคือ 3 ถึง 5 ดอลลาร์ต่อคลิก ซึ่งงานวิจัยอ้างถึง ผู้เขียนสรุปว่าโฆษณา ChatGPT ให้ความคุ้มค่าต่อเงินไม่ถึงหนึ่งในหกของโฆษณา Google Search

parity price ตั้งอยู่บนสมมติฐานสองข้อที่งานวิจัยระบุไว้ ข้อแรกคือสมมติว่าอัตรากำไรของทั้งสองช่องทางใกล้เคียงกัน ข้อสองคือนับเฉพาะการเข้าชมที่ติดตามได้ โฆษณา ChatGPT อาจยังทำให้คนกลับมาซื้อภายหลังผ่านช่องทางอื่น ผู้เขียนทดสอบเรื่องนี้ด้วยการเปรียบเทียบแบบจับคู่ในช่วงสัปดาห์แรกที่ผู้ลงโฆษณาแต่ละรายเริ่มจ่ายเงิน และไม่พบการเพิ่มขึ้นที่ตรวจจับได้ในช่องทางที่แคมเปญไม่ได้ซื้อ แต่ก็ระบุว่าการตรวจสอบนี้ตัดออกได้เพียงผลทางอ้อมขนาดใหญ่เท่านั้น

เกิดอะไรขึ้นกับทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT

อีกครึ่งหนึ่งของงานวิจัยคือ Condition A ซึ่งถามว่าโฆษณาทำให้ ChatGPT มีคุณค่าต่อผู้ใช้ลดลงหรือไม่ ผู้เขียนวัดจากภายนอก ผ่านทราฟฟิกที่ ChatGPT ส่งไปยังร้านค้าออนไลน์โดยไม่ได้เสียเงิน

ใน 13 สัปดาห์แรกหลังเปิดตัวโฆษณา ปริมาณทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT เปลี่ยนไป -5.9% โดยมีช่วงความเชื่อมั่น 95% ตั้งแต่ -12.6% ถึง +1.2% ผู้เขียนระบุว่าทั้งช่วงความเชื่อมั่นและการทดสอบแบบ placebo ชี้ไปทางลดลง แต่ยังยืนยันไม่ได้อย่างมั่นใจ เมื่อคำนึงว่าการใช้งาน ChatGPT ในอเมริกาเหนือเติบโตเร็วกว่ายุโรป ค่าประมาณจะขยับไปอยู่ระหว่าง -7.2% ถึง -8.4% หน้าเว็บประกอบงานวิจัยสรุปว่าทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินลดลงราว 6 ถึง 8%

ส่วนคอนเวอร์ชันไม่เปลี่ยน คอนเวอร์ชันของทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT เปลี่ยนไปเพียง -0.02 จุดเปอร์เซ็นต์ จากฐาน 2.21% ก่อนเปิดตัว (p = .648) งานวิจัยยังรายงานว่าก่อนเปิดตัวโฆษณา อัตราคอนเวอร์ชันของทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT ใกล้เคียงกับ organic search สำหรับแบรนด์ที่ต้องการปรากฏในคำตอบของ ChatGPT ส่วนนี้คือส่วนที่เกี่ยวกับ AI search โดยตรง เพราะคำแนะนำแบบไม่เสียเงินยังคอนเวอร์ชันได้ในอัตราเดิมหลังมีโฆษณา แม้จำนวนการเข้าชมจะลดลงบ้าง

ข้อควรระวังก่อนนำตัวเลขไปอ้างอิง

เป็นงานวิจัยฉบับร่าง ยังไม่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร

หน้าเว็บประกอบงานวิจัยระบุสถานะว่า "Working paper · under review" เวอร์ชัน 1 ตุลาคม 2569 ยังไม่ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ตัวเลขจึงอาจเปลี่ยนในเวอร์ชันถัดไป ผู้เขียนระบุว่าจะปรับปรุงงานวิจัยเมื่อมีข้อมูลใหม่

ตัวเลขเปรียบเทียบรายได้มาจากทราฟฟิกสหรัฐฯ

ตัวเลข 0.89 ดอลลาร์เทียบกับ 2.45 ดอลลาร์เป็นตัวเลขของทราฟฟิกสหรัฐฯ ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเป็นตลาดที่มีการแสดงโฆษณามากที่สุด กลุ่มตัวอย่างฝั่ง organic เป็นระดับนานาชาติ แต่ไม่ควรอ่านตัวเลขเปรียบเทียบมูลค่าต่อผู้ลงโฆษณาว่าเป็นค่าเฉลี่ยทั่วโลก และงานวิจัยไม่ได้ครอบคลุมประเทศไทย

ผู้เขียนคนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของผู้ให้ข้อมูล

ส่วนการเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนของงานวิจัยระบุว่า Maximilian Kaiser เคยเป็นพนักงานของ Grips Intelligence และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของบริษัท และนอกจากเงินเดือนและหุ้นเสมือน (virtual company shares) ของ Kaiser แล้ว ผู้เขียนไม่ได้รับค่าตอบแทนอื่นจาก Grips ส่วน Grips ให้ข้อมูลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย งานวิจัยระบุว่าข้อตกลงไม่ได้ให้สิทธิ์ Grips ตรวจทาน อนุมัติ หรือชะลอการเผยแพร่ Grips ไม่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับ OpenAI และ Christian Schulze ระบุว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

การเปรียบเทียบฝั่งผู้ลงโฆษณาเป็นเชิงพรรณนา

ผู้เขียนระบุว่าผู้ลงโฆษณาเลือกเข้ามาเอง ไม่ได้ถูกสุ่ม หลักฐานฝั่งช่องทางที่เสียเงินจึงเป็นเชิงพรรณนา ไม่ใช่เชิงสาเหตุ และระบุข้อจำกัดอีกสามข้อ คือ แคมเปญที่ไม่เคยได้คลิกจะมองไม่เห็นในข้อมูล วันที่ของคลิกแรกอาจช้ากว่าวันเริ่มแคมเปญจริง และการตรวจสอบข้ามช่องทางตัดออกได้เพียงผลทางอ้อมขนาดใหญ่ ทราฟฟิกจากโฆษณา ChatGPT ยังกระจุกตัว ผู้ลงโฆษณารายเดียวมีสัดส่วน 66% ของการซื้อทั้งหมดจากโฆษณา ChatGPT งานวิจัยรายงานว่าเมื่อตัดรายนี้ออก ส่วนต่างทั้งสองด้านยิ่งกว้างขึ้น

สิ่งที่งานวิจัยไม่ได้บอก

งานวิจัยไม่ได้วัดจำนวนการแสดงโฆษณาหรืออัตราการคลิกภายใน ChatGPT แต่เห็นเฉพาะการเข้าชมที่มาถึงร้านค้า ไม่ได้เปรียบเทียบรูปแบบโฆษณา เพราะการ์ดโฆษณาที่สังเกตได้อยู่ใต้คำตอบ แยกจากคำตอบปกติ ไม่ได้ระบุว่าโฆษณา ChatGPT เปิดให้ใช้ในประเทศไทยหรือไม่ และไม่ได้พูดถึงราคาในอนาคตของ OpenAI ส่วนที่ประเมินว่าต้องมีโฆษณากี่ชิ้นต่อพรอมต์เชิงการค้าจึงจะครอบคลุมต้นทุนผู้ใช้ฟรีนั้น ผู้เขียนอธิบายว่าเป็นการคำนวณเพื่อแสดงภาพ ไม่ใช่การพยากรณ์

สิ่งที่ควรตรวจก่อนทดลองโฆษณา ChatGPT

ข้อต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ที่ต่อยอดจากตัวเลขในงานวิจัย ไม่ใช่ข้อค้นพบของงานวิจัยเอง

  • รู้ parity price ของตัวเอง นำรายได้ต่อคลิกและ CPC เฉลี่ยของโฆษณา Search ในบัญชีมาคำนวณว่าคลิกจาก ChatGPT ต้องสร้างรายได้เท่าไรจึงจะเท่ากัน ตัวเลข 0.26 ดอลลาร์ในงานวิจัยมาจากกลุ่มตัวอย่างที่เน้นตลาดสหรัฐฯ และจะต่างจากตัวเลขในบัญชีของคุณ
  • แยกทราฟฟิกจาก ChatGPT แบบเสียเงินและไม่เสียเงินใน analytics งานวิจัยเปรียบเทียบช่องทางได้เพราะมีการแท็กแหล่งที่มา ถ้าคลิกจากโฆษณา ChatGPT ไปรวมกับทราฟฟิกแบบไม่เสียเงิน จะประเมินช่องทางใดไม่ได้เลย
  • ตัดสินจากรายได้ต่อการเข้าชม ไม่ใช่จำนวนคลิก ส่วนต่างในงานวิจัยเกิดทั้งที่คอนเวอร์ชันและมูลค่าคำสั่งซื้อ ดูแค่จำนวนคลิกจะมองไม่เห็นปัญหานี้
  • ใช้ Google Search เป็นเกณฑ์เทียบ ผู้เขียนเลือก Search เป็นตัวเทียบเพราะเป็นช่องทางที่ร้านค้าเดียวกันซื้ออยู่แล้วสำหรับความตั้งใจซื้อแบบใกล้เคียงกัน งบทดลอง ChatGPT จะประเมินง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับฐานนี้
  • กำหนดเงื่อนไขหยุดการทดลองไว้ล่วงหน้า เมื่อ 84% ของผู้ลงโฆษณา 87 รายที่ซื้อทั้งสองช่องทางในสหรัฐฯ ไม่มียอดขายจากโฆษณา ChatGPT เลย ควรตัดสินใจล่วงหน้าว่ารายได้ต่อเซสชันระดับไหนจึงคุ้มที่จะทำต่อ

ถ้าคุณใช้แคมเปญ Search อยู่ ทีม บริการโฆษณา Google Ads ช่วยตั้งเกณฑ์เทียบนี้จากข้อมูลบัญชีของคุณเองได้ และหน้า บริการโฆษณา ChatGPT Ads อธิบายวิธีวางโครงสร้างการทดลองเมื่อรูปแบบโฆษณานี้เปิดในตลาดของคุณ

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

งานวิจัยนี้ไม่ได้รวมประเทศไทย และไม่ได้ระบุว่าโฆษณา ChatGPT จะเปิดในไทยหรือไม่และเมื่อไร สำหรับผู้ลงโฆษณาในไทย ประโยชน์คือได้เกณฑ์เทียบ เมื่อรูปแบบโฆษณานี้เปิดให้ใช้ คำถามแรกคือรายได้ต่อการเข้าชมจะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับที่ Google Search ทำได้อยู่แล้วในบัญชีเดียวกัน ข้อค้นพบฝั่ง organic ก็สำคัญสำหรับแบรนด์ที่ลงทุนเพื่อให้ปรากฏในคำตอบของ ChatGPT เพราะในตลาดที่ศึกษา ทราฟฟิกแบบไม่เสียเงินจาก ChatGPT ยังคอนเวอร์ชันในอัตราเดิมหลังมีโฆษณา งาน Generative Engine Optimization (GEO) มุ่งไปที่ช่องทาง organic นี้โดยตรง

การเข้าชมจากโฆษณา ChatGPT สร้างรายได้น้อยกว่าโฆษณา Google Search เท่าไร

ในทราฟฟิกสหรัฐฯ การเข้าชมจากโฆษณา ChatGPT สร้างรายได้ 0.89 ดอลลาร์ต่อเซสชัน เทียบกับ 2.45 ดอลลาร์ของโฆษณา Google Search หรือต่ำกว่า 64% ตามงานวิจัยของ Kaiser และ Schulze ส่วนอัตราคอนเวอร์ชันอยู่ที่ 0.37% เทียบกับ 1.17%

งานวิจัยโฆษณา ChatGPT นี้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิแล้วหรือยัง

ยังไม่ผ่าน งานนี้เป็นงานวิจัยฉบับร่าง เวอร์ชัน 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งหน้าเว็บประกอบงานวิจัยระบุว่าอยู่ระหว่างการพิจารณา (under review) ตัวเลขอาจเปลี่ยนในเวอร์ชันถัดไป

ใครให้ข้อมูล และมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

Grips Intelligence ให้ข้อมูลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และ Maximilian Kaiser ผู้เขียนร่วมเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของบริษัท ซึ่งงานวิจัยเปิดเผยไว้เอง งานวิจัยระบุว่า Grips ไม่มีบทบาทในการออกแบบหรือเขียนงานวิจัย และไม่มีสิทธิ์ตรวจทานก่อนเผยแพร่

โฆษณา ChatGPT ใช้ได้ในประเทศไทยหรือยัง

งานวิจัยไม่ได้ระบุเรื่องนี้ งานวิจัยครอบคลุมสหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลี บราซิล และเม็กซิโก โดยใช้สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ ควรตรวจสอบประเทศที่เปิดให้ใช้ล่าสุดจากหน้าสำหรับผู้ลงโฆษณาของ OpenAI โดยตรง

ตามงานวิจัย ราคาคลิกโฆษณา ChatGPT ที่สมเหตุสมผลคือเท่าไร

ประมาณ 0.26 ดอลลาร์ ซึ่งเป็น parity price ที่อัตราผลตอบแทนของโฆษณา Search โดยช่วงจากการสุ่มซ้ำอยู่ที่ 0.05 ถึง 0.57 ดอลลาร์ บัญชีใหญ่ที่สุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะจ่าย 1.72 ดอลลาร์ ซึ่งผู้เขียนระบุว่าสูงกว่าระดับนี้มากกว่าหกเท่า

งานวิจัยฉบับเต็ม ภาคผนวกด้านวิธีการ และเอกสารสรุปข้อเท็จจริง อยู่บนหน้าเว็บประกอบงานวิจัยของผู้เขียนที่ ecommerceresearch.org หากต้องการเทียบผลการทดลองโฆษณา ChatGPT กับผลตอบแทนจาก Google Search ในปัจจุบัน Relevant Audience ช่วยวางระบบวัดผลให้พร้อมก่อนเริ่มใช้งบได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น