สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- หน้า About engagements reporting ของ Google ตอนนี้มีกติกาแยกสำหรับ Masthead และ YouTube Shorts (ดู 10 วินาทีหรือคลิก) ยังคง in-feed ไว้ที่ดู 10 วินาทีขณะปิดเสียงหรือคลิก และระบุว่า bumper กับ in-stream แบบข้ามไม่ได้นับจากการคลิกเท่านั้น
- สำเนาของหน้าเดียวกันใน Internet Archive เมื่อ 15 มีนาคม 2569 ระบุ 5 วินาทีขึ้นไปสำหรับโฆษณาวิดีโอ และ Google ไม่ได้เผยแพร่วันที่เปลี่ยน
- Engagement rate คือจำนวน engagement หารด้วย impression เกณฑ์ 10 วินาทีที่เข้มขึ้นจึงน่าจะทำให้ engagement rate ลดลงและ Average CPE สูงขึ้นที่งบเท่าเดิม แต่ Google ไม่ได้บอกว่ามากน้อยแค่ไหน
- หน้าช่วยเหลืออีกหน้าของ Google Ads อธิบายเบต้าที่ให้บัญชีที่มีสิทธิ์เว้นราคาเสนอว่างไว้ในแคมเปญ video reach แบบ Efficient reach, Non-skippable และ Target frequency
ตอนนี้ Google Ads จะนับ engagement ของโฆษณา YouTube แบบ in-stream ก็ต่อเมื่อผู้ชมดูโฆษณาอย่างน้อย 10 วินาที หรือดูจนจบถ้าโฆษณายาวไม่ถึง 10 วินาที หรือคลิกโฆษณา นี่คือข้อความในหน้าช่วยเหลือของ Google เรื่องการรายงาน engagement ฉบับปัจจุบัน ส่วนสำเนาของหน้าเดียวกันที่ถูกเก็บไว้ในคลังเว็บเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ระบุเกณฑ์ของโฆษณาวิดีโอไว้ที่ 5 วินาทีขึ้นไป Google ไม่ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงนี้และไม่ได้ระบุวันที่ ดังนั้นถ้าจำนวน engagement หรือ engagement rate ลดลงตั้งแต่เดือนมีนาคม ผู้ลงโฆษณาควรตรวจก่อนว่าเป็นผลจากนิยามที่เปลี่ยน ก่อนจะสรุปว่าเป็นปัญหาของครีเอทีฟหรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
หน้าช่วยเหลือของ Google Ads เขียนไว้อย่างไรตอนนี้
หน้าที่เกี่ยวข้องคือ About engagements reporting ในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Ads ฉบับปัจจุบันแยกกติกาการนับ engagement ตามประเภทโฆษณา โดยโฆษณา in-stream และโฆษณาโปรโมตแอปแบบวิดีโอจะนับ engagement เมื่อผู้ชมดูวิดีโอโฆษณาอย่างน้อย 10 วินาที หรือดูจนจบถ้าโฆษณาสั้นกว่า 10 วินาที หรือคลิกโฆษณา
หน้าเดียวกันยังเพิ่มรายการแยกสำหรับรูปแบบโฆษณาที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ระบุไว้ทีละรายการ ดังนี้
- โฆษณาวิดีโอแบบ in-feed: ดูอย่างน้อย 10 วินาทีขณะปิดเสียง หรือคลิกภาพตัวอย่างเพื่อดูวิดีโอเต็ม
- โฆษณา Masthead: ดูอย่างน้อย 10 วินาทีขณะปิดเสียง หรือคลิกเพื่อดูวิดีโอเต็ม
- โฆษณา YouTube Shorts: ดูอย่างน้อย 10 วินาที หรือดูจนจบถ้าโฆษณาสั้นกว่า 10 วินาที หรือคลิกปุ่ม call-to-action
- โฆษณา bumper และโฆษณา in-stream แบบข้ามไม่ได้: คลิกโฆษณา
- โฆษณา Lightbox และโฆษณา Gmail: ขยายโฆษณา
Google ยังระบุด้วยว่ารูปแบบโฆษณาที่ยังไม่ได้วัดผลผ่านการดู เช่น bumper และ in-stream แบบข้ามไม่ได้ จะนับ engagement จากการคลิก
ฉบับเดือนมีนาคม 2569 เขียนไว้อย่างไร
Internet Archive มีสำเนาของหน้าช่วยเหลือเดียวกันที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ในฉบับนั้น รายการของโฆษณาวิดีโอระบุว่า ให้ดูวิดีโอโฆษณา 5 วินาทีขึ้นไป หรือดูจนจบถ้าโฆษณาสั้นกว่า 10 วินาที ขณะที่โฆษณาโปรโมตแอปแบบวิดีโออยู่ที่ 10 วินาทีหรือการคลิกอยู่แล้ว และโฆษณาวิดีโอแบบ in-feed อยู่ที่ 10 วินาทีขณะปิดเสียงหรือการคลิกเพื่อดูวิดีโอเต็มอยู่แล้วเช่นกัน ส่วน Masthead และ Shorts ยังไม่มีรายการของตัวเอง
มีรายละเอียดสองข้อที่ควรสังเกต ข้อแรก ถ้อยคำเดิมใช้เกณฑ์การดู 5 วินาทีคู่กับเกณฑ์ความยาวโฆษณา 10 วินาที ข้อความใหม่ใช้ 10 วินาทีทั้งสองจุด ข้อสอง ประโยคเปิดของหน้าในเดือนมีนาคมก็ยกตัวอย่าง engagement ว่าเป็นการดูวิดีโอโฆษณาอย่างน้อย 10 วินาทีอยู่แล้ว แปลว่าส่วนที่เปลี่ยนไม่ใช่บทนำ แต่เป็นกติการายรูปแบบที่อยู่ด้านล่าง
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อไร
Google ไม่ได้เผยแพร่วันที่ สิ่งที่ยืนยันได้มีเพียงว่า สำเนาในคลังเว็บเมื่อ 15 มีนาคม 2569 ระบุ 5 วินาทีสำหรับโฆษณาวิดีโอ และฉบับปัจจุบันระบุ 10 วินาทีสำหรับโฆษณา in-stream การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นวันใดก็ได้หลังวันที่ 15 มีนาคม 2569 และถ้อยคำในหน้าช่วยเหลืออาจถูกแก้ก่อนหรือหลังการเปลี่ยนวิธีวัดผลจริงก็ได้ ใครที่ต้องเปรียบเทียบข้อมูลข้ามช่วงเวลาจึงควรหาจุดที่ตัวเลขเปลี่ยนแบบขั้นบันไดในข้อมูลของตัวเอง แทนที่จะสมมติวันเริ่มใช้
เทียบกติกาเดิมกับกติกาใหม่
ตารางด้านล่างเทียบถ้อยคำในสำเนาวันที่ 15 มีนาคม 2569 กับหน้าช่วยเหลือฉบับปัจจุบันทีละรูปแบบโฆษณา โดยใช้เฉพาะสิ่งที่ทั้งสองฉบับเขียนไว้
| ประเภทโฆษณา | สำเนาในคลังเว็บ 15 มี.ค. 2569 | หน้าช่วยเหลือฉบับปัจจุบัน |
|---|---|---|
| In-stream (เดือนมีนาคมเรียกว่า "video ads") | ดู 5 วินาทีขึ้นไป หรือดูจนจบถ้าสั้นกว่า 10 วินาที | ดูอย่างน้อย 10 วินาที หรือดูจนจบถ้าสั้นกว่า 10 วินาที หรือคลิก |
| โฆษณาโปรโมตแอปแบบวิดีโอ | ดู 10 วินาที หรือดูจนจบถ้าสั้นกว่า หรือคลิก | กติกาเดิม แต่ย้ายมารวมกับ in-stream |
| โฆษณาวิดีโอแบบ in-feed | ดู 10 วินาทีขณะปิดเสียง หรือคลิกเพื่อดูวิดีโอเต็ม | ดู 10 วินาทีขณะปิดเสียง หรือคลิกภาพตัวอย่างเพื่อดูวิดีโอเต็ม |
| Masthead และ YouTube Shorts | ไม่มีรายการแยก | Masthead: ดู 10 วินาทีขณะปิดเสียงหรือคลิก; Shorts: ดู 10 วินาที ดูจนจบถ้าสั้นกว่า หรือคลิกปุ่ม CTA |
| Bumper และ in-stream แบบข้ามไม่ได้ | นับจากการคลิก (รูปแบบที่ไม่ได้วัดผลผ่านการดู) | คลิกโฆษณา |
ตัวชี้วัด engagement คำนวณอย่างไร
นิยามของตัวชี้วัดเองไม่ได้เปลี่ยนระหว่างสองฉบับ Engagement rate คือจำนวนครั้งที่คนมี engagement กับโฆษณาหารด้วยจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดง ทุก impression จึงอยู่ในตัวหาร ส่วน Average CPE หรือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อ engagement คือจำนวนเงินเฉลี่ยที่ผู้ลงโฆษณาถูกเรียกเก็บต่อหนึ่ง engagement คอลัมน์ Engagements เพิ่มลงในตารางสถิติได้ในระดับแคมเปญ กลุ่มโฆษณา โฆษณา หรือชิ้นงาน ผ่านเมนู Columns แล้วเลือก Performance
เพราะตัวหารของ engagement rate คือ impression นิยามที่เข้มขึ้นจะทำให้ตัวตั้งลดลงขณะที่ตัวหารเท่าเดิม ถ้าโฆษณา in-stream ชิ้นเดียวกันแสดงต่อกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เกณฑ์ 10 วินาทีควรบันทึก engagement ได้น้อยกว่าเกณฑ์ 5 วินาที engagement rate จะต่ำลง และ Average CPE จะสูงขึ้นที่งบเท่าเดิม ข้อนี้เป็นการคำนวณตามนิยามของ Google เอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ Google เผยแพร่ และ Google ไม่ได้บอกว่าผลกระทบจะมากน้อยแค่ไหน
สิ่งที่หน้าช่วยเหลือไม่ได้บอก
หน้านี้เป็นหน้าอธิบายนิยาม ไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงกระทบการเรียกเก็บเงินหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าข้อมูลย้อนหลังใน Google Ads ถูกคำนวณใหม่หรือเปล่า ไม่ได้บอกว่า Google Ads API หรือรายงานที่ส่งออกไปยังเครื่องมืออื่นจะใช้นิยามใหม่ในวันเดียวกันหรือไม่ และไม่ได้บอกว่ากลยุทธ์การเสนอราคาใดใช้ engagement เป็นสัญญาณ หน้านี้ยังไม่ได้พูดถึงตัวนับยอดวิวสาธารณะของ YouTube ด้วย Relevant Audience เคยรายงานเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ว่าตัวนับยอดวิวสาธารณะของ YouTube เริ่มนับตั้งแต่เฟรมแรกตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เรื่องนั้นเกี่ยวกับตัวนับยอดวิวสาธารณะบน YouTube และเป็นคนละตัววัดกับ engagement ใน Google Ads ที่พูดถึงในบทความนี้
การเปลี่ยนแปลงที่สอง: การเสนอราคาอัตโนมัติสำหรับแคมเปญ video reach
หน้าช่วยเหลืออีกหน้าหนึ่งของ Google Ads อธิบายตัวเลือก automated bid สำหรับแคมเปญ video reach Google ระบุว่าเป็นฟีเจอร์เบต้าที่เปิดให้บัญชี Google Ads ที่มีสิทธิ์ ผู้ลงโฆษณาที่ยังไม่เห็นตัวเลือกนี้ต้องตั้งราคาเสนอเองต่อไป
เมื่อใช้ automated bid ผู้ลงโฆษณาจะเว้นช่องราคาเสนอว่างไว้ตอนสร้างแคมเปญ video reach แล้ว Google Ads จะตั้งและปรับราคาเสนอในแต่ละการประมูลเพื่อใช้งบทั้งหมดอย่างคุ้มค่า ตามที่หน้าช่วยเหลือเขียนไว้ ยังมีโหมดตั้งเป้าให้เลือก คือใส่ target CPM แล้ว Google Ads จะพยายามได้ impression หรือการดูให้มากที่สุดโดยให้ต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับหรือต่ำกว่าเป้า
หน้าช่วยเหลือระบุขอบเขตและการควบคุมไว้ดังนี้
- ประเภทย่อยที่ใช้ได้: Efficient reach, Non-skippable และ Target frequency ซึ่งทั้งหมดใช้ target CPM
- เครือข่าย: YouTube, Google video partners และ Google TV
- งบประมาณ: รองรับทั้งงบรายวันและงบรวมทั้งแคมเปญ
- ยังใช้กับแคมเปญ video view ไม่ได้
- การสลับโหมด: ทำได้ตอนสร้างแคมเปญ ในการตั้งค่ากลุ่มโฆษณา ในตารางกลุ่มโฆษณา (กลุ่มที่ใช้โหมดอัตโนมัติจะแสดงคำว่า "Automated" ในคอลัมน์ Target CPM) หรือตอนคัดลอกและวางแคมเปญ ผ่านตัวเลือก "Let Google handle my bid", "Keep existing bids" และ "Apply bid guidance"
คำแนะนำของ Google ในหน้าเดียวกันช่วยให้เห็นข้อแลกเปลี่ยนชัดขึ้น Google แนะนำให้รอ 24 ชั่วโมงหลังเปิดแคมเปญก่อนปรับกลุ่มเป้าหมายหรืองบประมาณมาก ๆ และเตือนว่าการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแคบมากคู่กับงบสูงอาจทำให้ CPM เฉลี่ยสูงขึ้น เพราะระบบให้ความสำคัญกับการใช้งบให้หมด Google แนะนำให้ติดตามการแสดงผล unique reach และ CPM เฉลี่ย
ทำไมควรทบทวนสองเรื่องนี้ไปพร้อมกัน
สองเรื่องนี้แตะคนละส่วนของแผน YouTube การเปลี่ยนนิยาม engagement กระทบการรายงานผลการมีปฏิสัมพันธ์บนโฆษณา in-stream และตอนนี้ Google เขียนกติกาแยกสำหรับ Shorts และ Masthead แล้ว ส่วน automated bid กระทบวิธีซื้อแคมเปญ reach แบรนด์ที่ใช้ทั้งสองแบบในไตรมาสเดียวกันจะเห็นตัวเลขรายงานขยับฝั่งหนึ่ง และตรรกะการซื้อขยับอีกฝั่งหนึ่ง สไลด์วางแผนที่เทียบไตรมาสนี้กับปีที่แล้วอาจทำให้เข้าใจผิดได้ทั้งสองจุด ถ้าไม่ได้จดสองการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้
สิ่งที่ควรตรวจในบัญชีของคุณ
- ดึงข้อมูล engagement, engagement rate และ Average CPE รายสัปดาห์ของแคมเปญ in-stream ตั้งแต่มกราคม 2569 ถึงปัจจุบัน แล้วหาจุดที่ตัวเลขเปลี่ยนแบบขั้นบันไดโดยไม่มีการเปลี่ยนครีเอทีฟ กลุ่มเป้าหมาย งบ หรือกลยุทธ์การเสนอราคา
- ถ้าเจอ ให้ใส่หมายเหตุในรายงานว่าน่าจะเป็นผลจากนิยามที่เปลี่ยน และอย่าเทียบ engagement rate ข้ามจุดนั้นโดยไม่มีหมายเหตุ
- ตรวจว่าโฆษณาชิ้นไหนยาวไม่ถึง 10 วินาที ทั้งกติกาเดิมและใหม่นับ engagement เมื่อโฆษณาสั้นถูกดูจนจบ ครีเอทีฟสั้นจึงอาจได้รับผลต่างจากชิ้นยาว 15 หรือ 30 วินาที
- ทบทวน KPI รายงานลูกค้า หรือเกณฑ์ภายในที่ตั้งเป้า engagement rate หรือ CPE บน YouTube เป้าที่ตั้งจากข้อมูลก่อนการเปลี่ยนแปลงอาจทำไม่ได้แล้วด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับผลงานของแคมเปญ
- สำหรับ Shorts และ Masthead ให้บันทึกไว้ว่าตอนนี้ Google เขียนกติกาไว้ชัดเจนแล้ว รายงานก่อนหน้าของสองรูปแบบนี้อาจใช้กติกาที่หน้านี้ไม่ได้เขียนไว้
- สำหรับแคมเปญ video reach ให้ดูว่าบัญชีมีตัวเลือก automated bid หรือยัง ถ้ามี ให้ตัดสินใจล่วงหน้าว่าการใช้งบให้หมดหรือเพดาน CPM สำคัญกว่ากัน เพราะคำแนะนำของ Google เองบอกว่าโหมดค่าเริ่มต้นจะใช้งบทั้งหมดแม้ CPM เฉลี่ยจะสูงขึ้น
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
สำหรับแบรนด์และทีมการตลาดไทยที่ทำแคมเปญ YouTube ด้านการรับรู้และการพิจารณาผ่าน Google Ads ความเสี่ยงจริงอยู่ที่การรายงานผล ไม่ใช่ตัวโฆษณา Engagement rate และ CPE มักอยู่ในรายงานรายเดือนและแผนสื่อในฐานะสัญญาณคุณภาพ ถ้าตัวเลขขยับเพราะ Google ปรับนิยามให้เข้มขึ้น ทีมในกรุงเทพฯ อาจสรุปผิดเรื่องครีเอทีฟหรือการเลือกกลุ่มเป้าหมาย Google ไม่ได้ให้กำหนดเวลาแยกตามประเทศ และหน้าช่วยเหลือก็ไม่ได้บอกว่ากติกาต่างกันตามตลาด สมมติฐานที่ปลอดภัยที่สุดจึงเป็นว่านิยามปัจจุบันใช้กับบัญชีในประเทศไทยเหมือนที่อื่น
ฝั่งการซื้อสื่อ เบต้า automated bid มีผลกับแบรนด์ที่ซื้อ reach ด้วย target CPM ผ่านแคมเปญ Efficient reach, Non-skippable หรือ Target frequency บัญชีไทยแต่ละบัญชีจะได้เบต้านี้หรือไม่ขึ้นกับเงื่อนไขสิทธิ์ ซึ่ง Google ไม่ได้อธิบายไว้ในหน้านั้น ทีมที่ทำงานภายใต้เพดาน CPM ที่เข้มงวดควรใช้โหมดตั้งเป้าต่อไป และมองโหมดอัตโนมัติเป็นทางเลือกที่ต้องทดสอบ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นที่รับมาเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องดูโฆษณา YouTube แบบ in-stream นานเท่าไร Google Ads จึงนับเป็น engagement?
อย่างน้อย 10 วินาที หรือดูจนจบถ้าโฆษณาสั้นกว่า 10 วินาที หรือคลิกโฆษณา ตามหน้าช่วยเหลือเรื่องการรายงาน engagement ฉบับปัจจุบันของ Google ส่วนสำเนาเมื่อ 15 มีนาคม 2569 ระบุ 5 วินาทีขึ้นไปสำหรับโฆษณาวิดีโอ
Google เปลี่ยนเกณฑ์จาก 5 เป็น 10 วินาทีเมื่อไร?
Google ไม่ได้บอก หน้าช่วยเหลือระบุ 5 วินาทีในสำเนาวันที่ 15 มีนาคม 2569 และระบุ 10 วินาทีในตอนนี้ เอกสารของ Google ไม่ได้ระบุวันที่ที่แน่นอนไว้ที่ใดเลย
เกณฑ์ 10 วินาทีเปลี่ยนจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าโฆษณา YouTube หรือไม่?
หน้าช่วยเหลือไม่ได้บอกว่าเปลี่ยน หน้านี้อธิบายตัวชี้วัดด้านการรายงานและ Average CPE ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ใช้เรียกเก็บเงิน ผู้ลงโฆษณาจึงไม่ควรสรุปว่าการเรียกเก็บเงินเปลี่ยนจากหน้านี้
Automated bid สำหรับแคมเปญ video reach ใช้ได้ในประเทศไทยหรือยัง?
Google อธิบายว่าเป็นเบต้าสำหรับบัญชี Google Ads ที่มีสิทธิ์ และไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศ ถ้าตอนสร้างแคมเปญ video reach ไม่มีตัวเลือกให้เว้นราคาเสนอว่างไว้ แปลว่าบัญชีของคุณยังไม่ได้ฟีเจอร์นี้
ต้องทำอะไรหลังการเปลี่ยนแปลงนี้หรือไม่?
ไม่ต้องทำอะไรเพื่อให้แคมเปญทำงานต่อ แต่ต้องดูแลเรื่องรายงาน ให้ทำเครื่องหมายจุดที่ข้อมูล engagement น่าจะขาดช่วง ทบทวนเป้า engagement rate และ CPE ที่ตั้งไว้ก่อนการเปลี่ยนแปลง และตัดสินใจว่าจะใช้ automated bid อย่างไรถ้าตัวเลือกนี้ปรากฏในบัญชี
ถ้าตัวเลขรายงาน YouTube ของคุณขยับและอยากรู้ว่าเป็นเพราะนิยามใหม่หรือเพราะตัวแคมเปญเอง ทีมบริการโฆษณาบน YouTube ของ Relevant Audience ช่วยตรวจข้อมูลและการตั้งค่าร่วมกับคุณได้ ควบคู่กับการดูแลแคมเปญ Google Ads ทั้งหมดของคุณ






