สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- เส้นทางโปรโมทเพจตามศูนย์ช่วยเหลือของ Meta คือกด Advertise บนเพจ เลือกเป้าหมาย Promote your Page ตั้งกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา งบต่อวัน ตำแหน่งโฆษณา และวิธีชำระเงิน แล้วกด Promote now
- Meta ระบุว่าไลก์บนเพจ Facebook กำลังเปลี่ยนเป็นผู้ติดตาม ปุ่มถูกใจเพจจะหายไป เพจจะแสดงเฉพาะจำนวนผู้ติดตาม และคนที่เคยกดไลก์อย่างเดียวจะไม่ถูกแปลงเป็นผู้ติดตามอัตโนมัติ
- ใน Ads Manager การหาผู้ติดตามอยู่ใต้วัตถุประสงค์ Engagement ซึ่งเป็นหนึ่งในหกวัตถุประสงค์แบบย่อ แต่เป้าหมายประสิทธิภาพแบบไลก์เพจหรือผู้ติดตามไม่ได้ปรากฏในทุกบัญชี
- Meta แจ้งว่าการบูสต์หรือโปรโมทผ่านแอป Facebook บน iPhone หรือ iPad อาจมีค่าธรรมเนียม Apple 30% ของยอดชำระค่าโฆษณา การสร้างโฆษณาบนคอมพิวเตอร์ช่วยเลี่ยงค่าธรรมเนียมนี้
โปรโมทเพจ facebook คือการจ่ายค่าโฆษณาให้ Meta นำเพจของคุณไปแสดงต่อคนที่ยังไม่ได้ติดตาม เพื่อให้คนกลุ่มนั้นกดติดตามเพจ ทำได้สองทาง คือกดปุ่ม Advertise บนหน้าเพจแล้วเลือกเป้าหมาย "Promote your Page" หรือสร้างแคมเปญใน Ads Manager ภายใต้วัตถุประสงค์ Engagement ส่วนคำว่า "ไลก์เพจ" กำลังถูกแทนที่ด้วย "ผู้ติดตาม" เพราะ Meta ทยอยเอาปุ่มถูกใจเพจออก โฆษณาประเภทนี้จึงอาจแสดงชื่อเป้าหมายว่า "Get more page likes" หรือ "Get more page followers" แล้วแต่บัญชี
บทความนี้อธิบายตั้งแต่ความต่างระหว่างการโปรโมทเพจกับการบูสต์โพสต์ ขั้นตอนตั้งค่าทั้งจากหน้าเพจและจาก Ads Manager วิธีเลือก objective ให้ตรงเป้าหมายธุรกิจ วิธีคิดค่าโฆษณา วิธีโปรโมทเพจแบบไม่เสียเงิน ไปจนถึงสัญญาณที่บอกว่าผู้ติดตามที่จ่ายเงินซื้อมานั้นไม่มีคุณภาพ
โปรโมทเพจกับบูสต์โพสต์ต่างกันอย่างไร
สองอย่างนี้ถูกเรียกปนกันบ่อย แต่สิ่งที่ Meta พยายามหาให้คุณนั้นต่างกัน การโปรโมทเพจมีเป้าหมายเดียวคือหาคนที่น่าจะกดติดตามเพจ ระบบจะเลือกแสดงโฆษณาให้คนที่มีแนวโน้มติดตามเพจหรือติดตามธุรกิจลักษณะเดียวกัน ผลลัพธ์ที่วัดคือจำนวนผู้ติดตามหรือไลก์เพจที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนต่อผู้ติดตามหนึ่งคน
การบูสต์โพสต์คือการเอาโพสต์ที่มีอยู่แล้วไปจ่ายเงินให้คนเห็นมากขึ้น เป้าหมายอาจเป็นการมีส่วนร่วมกับโพสต์ การส่งข้อความ หรือการคลิกไปเว็บไซต์ แล้วแต่ตัวเลือกที่คุณกด คนที่กดถูกใจหรือคอมเมนต์โพสต์ที่บูสต์ไม่จำเป็นต้องกดติดตามเพจเลย ถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดการบูสต์โพสต์และการคิดเงินของมัน ให้แยกอ่านเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะบทความนี้จะโฟกัสที่การหาผู้ติดตามเพจเป็นหลัก
หลักง่ายๆ คือ ถ้าตัวชี้วัดที่คุณจะรายงานหัวหน้าคือ "จำนวนผู้ติดตามเพจ" ให้ใช้การโปรโมทเพจ ถ้าตัวชี้วัดคือ "คนเห็นโพสต์นี้กี่คน" หรือ "มีคนทักแชทจากโพสต์นี้กี่คน" ให้ใช้บูสต์โพสต์หรือแคมเปญใน Ads Manager ที่ตั้งเป้าหมายตรงกับเรื่องนั้น
ไลก์เพจกำลังกลายเป็นผู้ติดตาม: สิ่งที่เปลี่ยนไปแล้ว
ก่อนตั้งงบโปรโมทเพจ ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลขที่คุณกำลังซื้อกำลังเปลี่ยนความหมาย ศูนย์ช่วยเหลือธุรกิจของ Meta ระบุว่าไลก์บนเพจ Facebook กำลังถูกเปลี่ยนเป็นผู้ติดตาม และฟีเจอร์นี้ทยอยเปิดใช้ จึงอาจยังไม่ครบทุกเพจ รายละเอียดที่ Meta ระบุมีดังนี้
- ปุ่มถูกใจบนเพจจะหายไป คนจะเห็นแค่ปุ่มติดตาม และจะกดถูกใจเพจไม่ได้อีก
- คนยังกดถูกใจโพสต์หรือเนื้อหาของเพจได้ตามปกติ และไม่จำเป็นต้องติดตามเพจก่อนถึงจะกดถูกใจโพสต์ได้
- เพจจะแสดงเฉพาะจำนวนผู้ติดตาม ไม่แสดงจำนวนคนที่ถูกใจเพจ คุณยังดูยอดผู้ติดตามได้ใน Meta Business Suite และแดชบอร์ดมืออาชีพ (Professional Dashboard) ของเพจ
- คนที่ทั้งถูกใจและติดตามเพจอยู่แล้ว จะกลายเป็นผู้ติดตาม
- คนที่เคยถูกใจเพจอย่างเดียวแต่ไม่ได้ติดตาม จะไม่ถูกแปลงเป็นผู้ติดตามอัตโนมัติ ต้องกดติดตามใหม่เอง
ข้อสุดท้ายสำคัญมากสำหรับเพจเก่า เพจที่เคยมี "ไลก์" สูงแต่คนจำนวนมากไม่ได้กดติดตาม อาจเห็นตัวเลขบนหน้าเพจลดลงหลังการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ไม่ได้เสียคนไปจริง เพราะคนกลุ่มนั้นไม่ได้รับโพสต์ของเพจอยู่แล้ว ดังนั้นตัวเลขที่ควรติดตามจากนี้คือผู้ติดตาม ไม่ใช่ไลก์เพจ
วิธีโปรโมทเพจ facebook จากหน้าเพจ ทีละขั้นตอน
นี่คือเส้นทางที่ Meta อธิบายไว้ในศูนย์ช่วยเหลือสำหรับการสร้างโฆษณาเพิ่มไลก์เพจ ชื่อปุ่มด้านล่างอ้างอิงจากอินเทอร์เฟซภาษาอังกฤษ ถ้าคุณใช้ Facebook ภาษาไทย ชื่อปุ่มจะถูกแปลและอาจต่างไปตามเวอร์ชันของแอป
สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่ม: เพจ Facebook หนึ่งเพจ และสิทธิ์เข้าถึงเพจแบบ Facebook access หรือ task access ที่ครอบคลุมงานด้านโฆษณา ถ้าคุณเป็นแอดมินที่ได้รับสิทธิ์แค่ตอบแชทหรือจัดการเนื้อหา จะสร้างโฆษณาจากเพจไม่ได้
- เข้าไปที่เพจ Facebook ของคุณ
- กดปุ่ม Advertise ซึ่งอยู่ด้านบนของเพจ
- เลือก Promote your Page เป็นเป้าหมายของโฆษณา ถ้าไม่เห็นตัวเลือกนี้ ให้กด See all ก่อน
- กรอกรายละเอียดโฆษณา ระบบจะแนะนำข้อความ รูปภาพ และรายละเอียดอื่นจากข้อมูลเพจให้อัตโนมัติ คุณแก้ได้ทุกส่วน ได้แก่
- Ad creative: ใช้โพสต์ที่มีอยู่ หรือเขียนคำอธิบายใหม่แล้วเลือกรูปหรือวิดีโอผ่าน Edit options
- Audience: ใช้กลุ่มเป้าหมายที่ระบบแนะนำ หรือสร้างกลุ่มใหม่จากคุณลักษณะที่กำหนดเอง
- Duration: กำหนดระยะเวลาที่โฆษณาจะแสดง และหยุดชั่วคราวได้ทุกเมื่อ
- Daily budget: ใช้งบที่ระบบแนะนำ หรือใส่งบต่อวันเอง
- Placements: เลือกตำแหน่งที่โฆษณาจะไปแสดง
- Payment method: ตรวจสอบวิธีชำระเงิน และเปลี่ยนได้ถ้าจำเป็น
- เมื่อตรวจครบแล้ว กด Promote now
ข้อควรระวังเรื่องค่าธรรมเนียมบน iPhone: Meta แจ้งว่าตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2567 การบูสต์หรือโปรโมทผ่านแอป Facebook บน iPhone หรือ iPad อาจมีค่าธรรมเนียมบริการของ Apple 30% ของยอดชำระค่าโฆษณาก่อนภาษี และเงินส่วนนี้ Apple เป็นผู้เก็บ ไม่ใช่ Meta ถ้าไม่อยากเสียส่วนนี้ ให้สร้างโฆษณาจากคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ หรือใช้ Ads Manager แทน
ยิงแอดเพิ่มผู้ติดตามเพจใน Ads Manager ตั้งค่ายังไง
ถ้าคุณต้องการควบคุมได้ละเอียดกว่าเส้นทางจากหน้าเพจ เช่น ทดสอบหลายกลุ่มเป้าหมายพร้อมกัน แยกชุดโฆษณาตามจังหวัด หรือดูรายงานแบบแบ่งย่อย ให้ใช้ Ads Manager โครงสร้างของ Ads Manager มีสามชั้น คือ แคมเปญ ชุดโฆษณา และโฆษณา
ชั้นแคมเปญ: เลือกวัตถุประสงค์ Engagement ตามคำอธิบายของ Meta ปัจจุบัน Ads Manager มีวัตถุประสงค์แบบย่อเหลือหกแบบ คือ Awareness, Traffic, Engagement, Leads, App promotion และ Sales โดย Engagement ใช้หาคนที่มีแนวโน้มมีส่วนร่วมกับธุรกิจของคุณทางออนไลน์ ส่งข้อความ หรือทำสิ่งที่คุณต้องการบนโฆษณาหรือบนเพจ และครอบคลุมวัตถุประสงค์แบบเดิมอย่าง Engagement, Video views, Messages และ Conversions การหาผู้ติดตามเพจจึงอยู่ใต้วัตถุประสงค์นี้
ชั้นชุดโฆษณา: เลือกตำแหน่งที่ต้องการให้เกิดผลลัพธ์และเป้าหมายประสิทธิภาพ หลังเลือก Engagement คุณจะเลือกได้ว่าอยากให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นที่ไหน และเลือก performance goal ที่ระบบจะใช้ปรับการแสดงผล รายชื่อเป้าหมายที่ปรากฏในชั้นนี้ต่างกันไปในแต่ละบัญชีและเปลี่ยนตามการอัปเดตของ Meta บางบัญชีจะเห็นเป้าหมายที่เกี่ยวกับไลก์เพจหรือผู้ติดตาม บางบัญชีไม่เห็น ดังนั้นให้ดูจากรายการจริงในบัญชีของคุณ ถ้าไม่มีเป้าหมายที่นับผู้ติดตามโดยตรง ให้กลับไปใช้เส้นทาง Promote your Page จากหน้าเพจ ซึ่งยังเป็นวิธีที่ Meta ระบุไว้ในศูนย์ช่วยเหลือ อย่าเลือกเป้าหมายอื่นที่ใกล้เคียงแล้วคาดหวังผลลัพธ์เป็นผู้ติดตาม เพราะระบบจะปรับการแสดงผลตามเป้าหมายที่คุณเลือกจริง ไม่ใช่ตามสิ่งที่คุณตั้งใจ
กลุ่มเป้าหมาย: สำหรับธุรกิจในประเทศไทย ให้กำหนดตำแหน่งที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่คุณให้บริการจริง เช่น ร้านอาหารในเชียงใหม่ไม่มีเหตุผลที่จะหาผู้ติดตามจากทั้งประเทศ ตั้งภาษาและช่วงอายุให้ตรงกับลูกค้า และอย่าเปิดกลุ่มเป้าหมายกว้างทั่วโลกเพียงเพราะต้นทุนต่อผู้ติดตามถูกกว่า
ชั้นโฆษณา: เลือกเพจที่จะเป็นตัวตนของโฆษณา ใส่รูปหรือวิดีโอที่สื่อว่าเพจนี้ให้อะไรกับผู้ติดตาม เช่น โปรโมชันประจำสัปดาห์ เคล็ดลับเฉพาะทาง หรือข่าวสินค้าใหม่ ข้อความควรตอบคำถามว่า "กดติดตามแล้วได้อะไร" ถ้าเขียนแค่ "ฝากกดติดตามด้วย" คนจะไม่มีเหตุผลให้กด
ควรเลือก objective แบบ Engagement หรือแบบอื่น
คำตอบขึ้นกับว่าธุรกิจของคุณต้องการอะไรจริงๆ ในอีก 30 วันข้างหน้า ผู้ติดตามเป็นแค่หนึ่งในหลายผลลัพธ์ที่ซื้อได้ และไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนเป็นรายได้เร็วที่สุด
- อยากได้ผู้ติดตามเพื่อสร้างฐานคนดู: ใช้ Promote your Page หรือ Engagement ที่มีเป้าหมายผู้ติดตาม เหมาะกับเพจใหม่ แบรนด์ที่ลงคอนเทนต์สม่ำเสมอ และเพจที่ต้องการ social proof ก่อนเริ่มยิงโฆษณาขาย
- อยากให้คนทักแชท Messenger: ใช้ Engagement หรือ Leads ที่ตั้งเป้าหมายเป็นข้อความ เพราะ Meta ระบุว่า Engagement ครอบคลุมการส่งข้อความด้วย ธุรกิจไทยจำนวนมากปิดการขายในแชท เป้าหมายนี้จึงใกล้รายได้กว่าผู้ติดตาม
- อยากได้ยอดขายบนเว็บไซต์: ใช้ Sales และต้องติดตั้ง Meta Pixel หรือ Conversions API ให้ระบบนับการซื้อได้
- อยากให้คนเข้าเว็บไซต์หรือแอป: ใช้ Traffic
- อยากให้คนจำแบรนด์ได้ในวงกว้าง: ใช้ Awareness
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้งบทั้งหมดไปกับการหาผู้ติดตาม แล้วคาดหวังให้ผู้ติดตามเหล่านั้นกลายเป็นยอดขายเอง ในความเป็นจริง ผู้ติดตามเป็นทรัพย์สินที่ต้องลงคอนเทนต์ต่อเนื่องจึงจะให้ผล ถ้าคุณยังไม่มีแผนคอนเทนต์ การจ่ายเงินซื้อผู้ติดตามจะได้ตัวเลขที่ดูดีแต่ไม่มีใครเห็นโพสต์ของคุณ
ไลก์เพจและผู้ติดตามยังสำคัญไหม เมื่อเทียบกับข้อความหรือยอดขาย
ยังสำคัญ แต่ในบทบาทที่แคบกว่าที่หลายคนคิด ผู้ติดตามมีประโยชน์สามข้อ ข้อแรกคือความน่าเชื่อถือ คนที่เจอเพจครั้งแรกมักดูจำนวนผู้ติดตามและความเคลื่อนไหวล่าสุดก่อนตัดสินใจทักหรือซื้อ ข้อสองคือช่องทางเข้าถึงแบบไม่เสียเงิน โพสต์ของเพจมีโอกาสไปปรากฏในฟีดของผู้ติดตาม แม้ Meta จะไม่ได้แสดงทุกโพสต์ให้ผู้ติดตามทุกคนเห็น ข้อสามคือข้อมูลสำหรับรีทาร์เก็ต ใน Ads Manager คุณสร้าง Custom Audience จากคนที่มีส่วนร่วมกับเพจ Facebook ได้ แล้วนำกลุ่มนี้ไปยิงโฆษณาขายต่อ
สิ่งที่ผู้ติดตามทำไม่ได้คือรับประกันยอดขาย ตัวอย่างเช่น เพจที่มีผู้ติดตามหนึ่งแสนคนแต่ไม่มีใครทักแชท มีมูลค่าทางธุรกิจน้อยกว่าเพจที่มีผู้ติดตามห้าพันคนแต่มีลูกค้าทักทุกวัน ดังนั้นให้ใช้งบหาผู้ติดตามเป็นงบส่วนหนึ่ง แล้ววัดผลต่อด้วยตัวชี้วัดที่ใกล้รายได้ เช่น จำนวนข้อความต่อสัปดาห์ หรือยอดขายจากลูกค้าที่มาจาก Facebook
ค่าโฆษณาโปรโมทเพจคิดยังไง และจ่ายเงินยังไง
ไม่มีราคาตายตัว Meta ขายพื้นที่โฆษณาด้วยระบบประมูล ต้นทุนต่อผู้ติดตามหนึ่งคนจึงขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ช่วงเวลา การแข่งขันในหมวดธุรกิจ และคุณภาพของโฆษณา สิ่งที่คุณควบคุมได้คืองบประมาณและระยะเวลา ส่วนสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้คือราคาต่อผลลัพธ์
งบประมาณ: เมื่อสร้างจากหน้าเพจ คุณจะตั้งงบต่อวันและระยะเวลา ใน Ads Manager คุณเลือกได้ทั้งงบต่อวันและงบตลอดอายุแคมเปญ ยอดใช้จ่ายรวมจะไม่เกินงบที่ตั้งไว้ในภาพรวมของช่วงเวลานั้น
ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายเท่านั้น): ถ้าตั้งงบวันละ 300 บาท เป็นเวลา 10 วัน งบรวมคือ 3,000 บาท ถ้าผลที่ได้คือผู้ติดตามใหม่ 600 คน ต้นทุนต่อผู้ติดตามจะเท่ากับ 5 บาท ตัวเลขจริงของคุณอาจสูงหรือต่ำกว่านี้มาก ให้ใช้ตัวอย่างนี้เป็นสูตรคิด ไม่ใช่ค่ามาตรฐาน
การชำระเงิน: เพิ่มวิธีชำระเงินได้ในส่วนการตั้งค่าการชำระเงินของบัญชีโฆษณา หรือในขั้นตอน Payment method ระหว่างสร้างโฆษณาจากเพจ วิธีที่ใช้ได้ขึ้นกับประเทศ สกุลเงินของบัญชี และประเภทบัญชี บัตรเครดิตและบัตรเดบิตเป็นตัวเลือกที่พบบ่อยที่สุด ใบเสร็จดาวน์โหลดได้จากส่วนการเรียกเก็บเงินของบัญชีโฆษณา สำหรับผู้ลงโฆษณาในไทย ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏในใบเสร็จขึ้นกับสถานะการจดทะเบียนภาษีของบัญชี ให้ตรวจข้อมูลภาษีในบัญชีให้ถูกต้องก่อนเริ่มจ่ายเงินจริง
อย่าลืมค่าธรรมเนียม iOS: ถ้าคุณกดโปรโมทจากแอปบน iPhone อาจมีค่าธรรมเนียม Apple 30% บวกเข้ามา ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อผู้ติดตามสูงขึ้นทันทีโดยที่ผลลัพธ์ไม่ได้ดีขึ้นเลย
วิธีโปรโมทเพจแบบไม่เสียเงินมีอะไรบ้าง
การหาผู้ติดตามแบบไม่จ่ายเงินช้ากว่า แต่ผู้ติดตามที่ได้มักเป็นคนที่สนใจธุรกิจจริง วิธีที่ทำได้ทันทีมีดังนี้
- ใส่ลิงก์เพจในทุกจุดที่ลูกค้าเห็น: เว็บไซต์ ลายเซ็นอีเมล ใบเสร็จ บรรจุภัณฑ์ และป้ายหน้าร้าน ใช้ QR Code ที่พาไปหน้าเพจโดยตรง
- ใช้ LINE Official Account ช่วย: ถ้าคุณมีผู้ติดตาม LINE OA อยู่แล้ว ส่งข้อความแจ้งว่าเพจ Facebook มีคอนเทนต์อะไรที่ LINE ไม่มี เช่น วิดีโอสาธิต รีวิว หรือไลฟ์ขายของ
- ลงคอนเทนต์สม่ำเสมอและใช้ Reels: วิดีโอสั้นมีโอกาสถูกแนะนำให้คนที่ยังไม่ได้ติดตามเพจเห็น ซึ่งเป็นช่องทางหาผู้ติดตามใหม่โดยไม่ต้องจ่ายเงิน
- ร่วมมือกับเพจหรือครีเอเตอร์ที่กลุ่มเป้าหมายใกล้กัน: เช่น ร้านกาแฟกับร้านเบเกอรี่ในย่านเดียวกัน แชร์คอนเทนต์ของกันและกัน หรือจัดกิจกรรมร่วม
- ตอบคอมเมนต์และข้อความให้เร็ว: เพจที่ตอบเร็วสร้างความประทับใจ และคนที่ได้รับคำตอบดีมีแนวโน้มกดติดตามเพื่อรอข่าวต่อ
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดคือซื้อผู้ติดตามปลอมจากบริการเพิ่มยอด บัญชีเหล่านี้ไม่ใช่ลูกค้า ทำให้อัตราการมีส่วนร่วมของเพจลดลง ทำให้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพี้ยน และขัดกับนโยบายของ Meta ซึ่งอาจทำให้เพจถูกจำกัดการใช้งาน
เปรียบเทียบวิธีโปรโมทเพจแต่ละแบบ
| วิธี | เหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| Promote your Page จากหน้าเพจ | เจ้าของเพจที่อยากได้ผู้ติดตามเร็ว ตั้งค่าในไม่กี่นาที | ควบคุมรายละเอียดได้น้อย และมีค่าธรรมเนียม Apple 30% ถ้าทำผ่านแอปบน iPhone |
| Ads Manager วัตถุประสงค์ Engagement | ทีมที่ต้องการทดสอบหลายกลุ่มเป้าหมายและดูรายงานแบบแยกย่อย | เป้าหมายผู้ติดตามอาจไม่ปรากฏในทุกบัญชี ต้องตรวจรายการ performance goal จริง |
| บูสต์โพสต์ | เพิ่มการมองเห็นโพสต์เดียว หรือหาคนทักแชทจากโพสต์ | คนที่มีส่วนร่วมกับโพสต์ไม่จำเป็นต้องติดตามเพจ |
| วิธีไม่เสียเงิน | ทุกเพจ โดยเฉพาะเพจที่มีลูกค้าเดิมหรือมีหน้าร้าน | ใช้เวลานานกว่า และต้องลงคอนเทนต์ต่อเนื่อง |
สัญญาณว่าผู้ติดตามที่ได้มาไม่มีคุณภาพ
ต้นทุนต่อผู้ติดตามที่ถูกมากไม่ได้แปลว่าแคมเปญดีเสมอไป ให้เปิดข้อมูลผู้ชมของเพจใน Meta Business Suite แล้วตรวจสัญญาณต่อไปนี้หลังแคมเปญเริ่มวิ่งประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์
- ที่ตั้งของผู้ติดตามไม่ตรงกับพื้นที่ที่ขายได้: ถ้าคุณขายเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ผู้ติดตามใหม่กระจายอยู่นอกพื้นที่หรือนอกประเทศ แปลว่ากลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไป
- ผู้ติดตามเพิ่มแต่การมีส่วนร่วมไม่ขยับ: จำนวนผู้ติดตามโตเร็ว แต่จำนวนคนที่กดถูกใจ คอมเมนต์ หรือแชร์โพสต์ปกติยังเท่าเดิม แปลว่าคนที่ได้มาไม่ได้สนใจคอนเทนต์จริง
- ไม่มีข้อความหรือคำถามเพิ่มขึ้นเลย: สำหรับธุรกิจที่ขายผ่านแชท ผู้ติดตามที่มีคุณภาพควรทำให้มีคนทักถามมากขึ้นบ้างในระยะยาว
- ช่วงอายุหรือภาษาไม่ตรงกับลูกค้า: เช่น ขายสินค้าสำหรับผู้บริหาร แต่ผู้ติดตามใหม่ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่าวัยทำงาน
- ยอดกระโดดผิดปกติในวันเดียว: โดยไม่มีแคมเปญหรือโพสต์ไวรัลรองรับ อาจเป็นบัญชีไม่จริง ให้ตรวจที่มาของผู้ติดตามช่วงนั้น
ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ ให้หยุดแคมเปญ ปรับกลุ่มเป้าหมายให้แคบลงตามพื้นที่และความสนใจที่ตรงกับลูกค้า แล้วเปลี่ยนครีเอทีฟให้บอกชัดว่าเพจนี้เหมาะกับใคร ครีเอทีฟที่เจาะจงจะช่วยกรองคนที่ไม่ใช่ลูกค้าออกไปเอง
สิ่งนี้หมายถึงอะไรสำหรับนักการตลาดไทย
ตลาดไทยใช้ Facebook ทั้งเป็นช่องทางค้นหาร้าน ช่องทางคุยกับร้าน และช่องทางปิดการขาย การโปรโมทเพจจึงยังมีที่ทาง แต่ควรมองเป็นงานสร้างฐาน ไม่ใช่งานปิดยอด สามเรื่องที่ควรปรับวิธีคิดตอนนี้คือ
- รายงานด้วยผู้ติดตาม ไม่ใช่ไลก์เพจ: เมื่อ Meta เปลี่ยนไลก์เป็นผู้ติดตามครบทุกเพจ ตัวเลขไลก์เพจในรายงานเก่าจะเทียบกับตัวเลขใหม่ไม่ได้ ควรเริ่มเก็บข้อมูลผู้ติดตามเป็นตัวหลักตั้งแต่วันนี้
- ผูกการหาผู้ติดตามเข้ากับแผนแชท: ธุรกิจไทยจำนวนมากปิดการขายใน Messenger หรือ LINE ผู้ติดตามใหม่ควรเห็นโพสต์ที่ชวนให้ทักแชทภายในไม่กี่วันหลังกดติดตาม
- ตั้งงบเป็นสัดส่วน: แบ่งงบส่วนน้อยให้การหาผู้ติดตาม และใช้งบส่วนใหญ่กับแคมเปญที่วัดข้อความหรือยอดขายได้ แล้วใช้ Custom Audience จากคนที่มีส่วนร่วมกับเพจเป็นฐานรีทาร์เก็ต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโปรโมทเพจ Facebook
โปรโมทเพจ facebook ขั้นต่ำต้องใช้เงินเท่าไร
ไม่มีราคาแพ็กเกจตายตัว คุณเป็นคนตั้งงบต่อวันและระยะเวลาเอง และระบบจะแนะนำงบให้ระหว่างสร้างโฆษณา ต้นทุนต่อผู้ติดตามขึ้นกับการประมูล กลุ่มเป้าหมาย และคุณภาพของโฆษณา จึงควรเริ่มจากงบเล็ก วัดต้นทุนต่อผู้ติดตามจริงสักหนึ่งสัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มงบ
ทำไมใน Ads Manager หาเป้าหมายเพิ่มไลก์เพจไม่เจอ
เพราะรายการ performance goal ใต้วัตถุประสงค์ Engagement ต่างกันไปตามบัญชีและการอัปเดตของ Meta บางบัญชีจึงไม่เห็นเป้าหมายที่นับไลก์เพจหรือผู้ติดตามโดยตรง กรณีนี้ให้ใช้ปุ่ม Advertise บนหน้าเพจแล้วเลือก Promote your Page แทน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ Meta ระบุไว้ในศูนย์ช่วยเหลือ
ไลก์เพจเดิมจะหายไปไหม เมื่อ Meta เปลี่ยนเป็นผู้ติดตาม
คนที่ทั้งถูกใจและติดตามเพจจะกลายเป็นผู้ติดตามตามเดิม แต่คนที่เคยถูกใจเพจอย่างเดียวจะไม่ถูกแปลงเป็นผู้ติดตามอัตโนมัติ ตามที่ Meta ระบุ ตัวเลขบนหน้าเพจจึงอาจลดลงสำหรับเพจที่มีคนกดไลก์อย่างเดียวจำนวนมาก
โปรโมทเพจผ่านมือถือกับคอมพิวเตอร์ต่างกันไหม
ต่างกันเรื่องค่าใช้จ่ายบน iPhone และ iPad เพราะ Meta แจ้งว่าการบูสต์หรือโปรโมทผ่านแอป Facebook บน iOS อาจมีค่าธรรมเนียม Apple 30% ของยอดชำระ การสร้างโฆษณาผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์หรือผ่าน Ads Manager ไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนนี้
ควรโปรโมทเพจก่อนหรือยิงแอดขายก่อน
ถ้าเพจเพิ่งเปิดและแทบไม่มีผู้ติดตาม การโปรโมทเพจช่วงสั้นๆ ช่วยให้เพจดูน่าเชื่อถือก่อนเริ่มขาย แต่ถ้าเพจมีฐานผู้ติดตามและคอนเทนต์อยู่แล้ว ควรใช้งบส่วนใหญ่กับแคมเปญที่วัดข้อความหรือยอดขายได้ เพราะใกล้รายได้มากกว่า
ถ้าคุณต้องการวางแผนแคมเปญ Facebook ที่เชื่อมการหาผู้ติดตามเข้ากับยอดข้อความและยอดขายจริง ดูรายละเอียดได้ที่ บริการโฆษณา Facebook Ads หรือ บริการ Relevant Social Ads สำหรับการวางแผนคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้ติดตามอยู่กับเพจต่อ ดูที่ บริการ Content Marketing และถ้าคุณปิดการขายผ่านแชท ดูการเชื่อมต่อกับ บริการ LINE Official Account







