สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google, Temasek และ Bain & Company เผยแพร่รายงาน e-Conomy SEA ฉบับที่ 11 เมื่อ 21 ตุลาคม 2569 ระบุ GMV ดิจิทัลของภูมิภาคโต 17% เป็น 368,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2569
- อีคอมเมิร์ซมี GMV 226,000 ล้านดอลลาร์ (+18%) ท่องเที่ยวออนไลน์ 59,000 ล้านดอลลาร์ (+10%) สื่อออนไลน์มีรายได้ 44,000 ล้านดอลลาร์ (+22%) และเรียกรถกับส่งอาหาร 40,000 ล้านดอลลาร์ (+15%)
- ในแบบสำรวจของ Google/YouGov เดือนกรกฎาคม 2569 จากผู้ใช้ AI 9,006 คน ผู้ตอบชาวไทย 85% ยินดีให้ AI หาราคาที่ดีที่สุดแล้วซื้อสินค้าให้ เทียบกับค่าเฉลี่ย SEA-6 ที่ 75%
- รายงานระบุว่าเสิร์ชเอนจินยังเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งในการวางแผนเที่ยว และ generative AI ขึ้นเป็นอันดับสองแซงโซเชียลมีเดีย
- ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีตัวเลข GMV ปี 2569 เฉพาะประเทศไทย มีเพียงรายงานรายประเทศของสิงคโปร์ที่เปิดให้ดาวน์โหลด
เศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 368,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในมูลค่าสินค้ารวม (GMV) ในปี 2569 ตามรายงาน e-Conomy SEA ฉบับที่ 11 ของ Google, Temasek และ Bain & Company ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 รายงานชื่อ "Building the Intelligent Economy" ระบุว่ามีผู้ใช้ generative AI อย่างสม่ำเสมอในภูมิภาคแล้ว 243 ล้านคน หรือ 58% ของประชากรวัยทำงาน และภูมิภาคนี้กำลังมุ่งสู่ GMV เกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 สำหรับนักการตลาด ประเด็นที่คมกว่าตัวเลขพาดหัวคือ เสิร์ชเอนจินยังเป็นช่องทางอันดับหนึ่งในการวางแผนเที่ยว generative AI แซงโซเชียลมีเดียขึ้นเป็นเครื่องมือวางแผนอันดับสอง และผู้ใช้ AI ที่ตอบแบบสำรวจสามในสี่คนบอกว่ายินดีให้ AI agent หาราคาที่ดีที่สุดแล้วซื้อแทนได้
สิ่งที่ Google, Temasek และ Bain เผยแพร่เมื่อ 21 ตุลาคม 2569
Google ประกาศรายงานนี้ผ่านบทความในบล็อก Keyword เขียนโดย Nitin Gajria กรรมการผู้จัดการของ Google ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาด South Asia Frontier อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ บทความ e-Conomy SEA 2026 ของ Google ส่วนรายงานฉบับเต็มและสรุปแบบอินเทอร์แอกทีฟอยู่บนเว็บไซต์ e-Conomy SEA ซึ่งมีไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลดด้วย
ฉบับนี้ขยายขอบเขตออกไป รายงานรุ่นก่อนวัดขนาดธุรกิจดิจิทัลห้ากลุ่ม ได้แก่ อีคอมเมิร์ซ ท่องเที่ยวออนไลน์ สื่อออนไลน์ บริการเรียกรถและส่งอาหาร และบริการทางการเงินดิจิทัล ฉบับปี 2569 ยังคงห้ากลุ่มนี้ไว้และเพิ่มชั้น "เศรษฐกิจ AI" ที่พยายามวัดปริมาณการใช้ AI พฤติกรรมผู้บริโภคเมื่อใช้ AI และวิธีที่ AI สร้างรายได้ บทความของ Google ระบุว่ารายงานใช้ token ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลที่โมเดล AI ประมวลผล เป็น "มาตรวัดใหม่ของเศรษฐกิจ AI" และคาดว่าการใช้ AI ในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้น 60 เท่าภายในปี 2573
ตามเชิงอรรถในบทความ รายงานครอบคลุมสิบประเทศ คือกลุ่ม SEA-6 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) บวกบรูไน กัมพูชา ลาว และเมียนมา ส่วนติมอร์-เลสเตไม่ได้รวมอยู่เพราะข้อมูลไม่เพียงพอ ตัวเลขเงินทั้งหมดเป็นดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขรายกลุ่มธุรกิจปี 2569
บทความของ Google ให้ตัวเลขปี 2569 และอัตราการเติบโตของแต่ละกลุ่มไว้ ตารางด้านล่างแสดงตัวเลขตามที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569
| กลุ่มธุรกิจ (SEA ปี 2569) | ขนาด | การเติบโตเทียบปีก่อน |
|---|---|---|
| อีคอมเมิร์ซ | GMV 226,000 ล้านดอลลาร์ | +18% |
| ท่องเที่ยวออนไลน์ | GMV 59,000 ล้านดอลลาร์ | +10% |
| สื่อออนไลน์ | รายได้ 44,000 ล้านดอลลาร์ | +22% |
| เรียกรถและส่งอาหาร | GMV 40,000 ล้านดอลลาร์ | +15% |
| บริการทางการเงินดิจิทัล | มูลค่าธุรกรรมรวม 1,650,000 ล้านดอลลาร์ | +16% |
สี่แถวแรกประกอบกันเป็น GMV ระดับภูมิภาค 368,000 ล้านดอลลาร์ โดยหมายเหตุของรายงานนิยาม GMV ว่ารวมอีคอมเมิร์ซ ท่องเที่ยวออนไลน์ รายได้สื่อออนไลน์ และบริการเรียกรถกับส่งอาหาร ตัวเลขรายกลุ่มที่เผยแพร่เป็นตัวเลขปัดเศษ จึงรวมกันได้ 369,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนบริการทางการเงินดิจิทัลอยู่นอกยอดรวมนี้และรายงานเป็นมูลค่าธุรกรรมรวม (GTV) และสื่อออนไลน์นับเป็นรายได้ ไม่ใช่ GMV
อีคอมเมิร์ซ: ผู้ช่วย AI กับอัตราการซื้อ
อีคอมเมิร์ซยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ 226,000 ล้านดอลลาร์ บทความของ Google ระบุว่าผู้ซื้อใช้การค้นหาแบบหลายรูปแบบ (multimodal) และผู้ช่วยในแอปเมื่อต้องตัดสินใจซื้อสินค้าที่ซับซ้อน และประสบการณ์เฉพาะบุคคลเหล่านี้ทำให้อัตราการซื้อ (conversion) สูงขึ้น 10% และยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นได้มากถึง 75% บทความไม่ได้ระบุว่าตัวเลขนี้มาจากแพลตฟอร์มใด และไม่ได้บอกว่าเป็นค่าเฉลี่ยหรือกรณีที่ดีที่สุด จึงควรมอง 75% เป็นเพดานบนที่ผู้จัดทำรายงานระบุไว้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ทั่วไป
บทสรุปผู้บริหารของรายงานมีรายละเอียดที่สำคัญสำหรับคนที่ทำโฆษณาค้นหาสินค้าหรือโฆษณาในมาร์เก็ตเพลส คือ 69% ของผู้บริโภคในกลุ่ม SEA-6 ใช้ AI เปรียบเทียบตัวเลือกสินค้า 93% บอกว่าเชื่อถือคำแนะนำที่ได้ และหลายคนนำคำแนะนำนั้นไปตรวจสอบต่อในเสิร์ชเอนจิน รีวิวบนแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง และโซเชียลมีเดีย พูดอีกแบบคือ คำตอบจาก AI มักเป็นจุดเริ่มต้นของการหาข้อมูล ยังไม่ใช่จุดจบ
ท่องเที่ยวออนไลน์: เสิร์ชมาก่อน generative AI ตามมาเป็นอันดับสอง
GMV ท่องเที่ยวออนไลน์ปี 2569 อยู่ที่ 59,000 ล้านดอลลาร์ บทความของ Google ระบุว่าเสิร์ชเอนจินแบบดั้งเดิมยังเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่คนใช้วางแผนเที่ยว ขณะที่ generative AI แซงโซเชียลมีเดียขึ้นเป็นเครื่องมืออันดับสองสำหรับจัดแผนการเดินทางที่ซับซ้อน รายงานยังอธิบายว่าเสิร์ชเอนจินเองกำลังกลายเป็นเครื่องมือวางแผนที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีภาพรวมที่สร้างด้วย AI รวบรวมเว็บไซต์ แผนที่ รีวิว และการเปรียบเทียบไว้ในที่เดียว และนักท่องเที่ยวในภูมิภาคมักผ่านจุดสัมผัสดิจิทัลมากกว่า 20 จุดก่อนจองจริง
สื่อออนไลน์: โฆษณานำ commerce media โตตาม
รายได้สื่อออนไลน์เติบโต 22% เป็น 44,000 ล้านดอลลาร์ และหน้ารายงานของกลุ่มนี้ระบุว่าโฆษณาออนไลน์ยังเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ที่สุด รายงานมีสามประเด็นที่เกี่ยวกับการวางแผนสื่อโดยตรง
- เครื่องมือแคมเปญที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มหลักสัมพันธ์กับคุณภาพคลิกที่ดีขึ้น 10-20% ตามรายงาน ส่วนบทความในบล็อกของ Google เรียกตัวเลขนี้ว่าการมีส่วนร่วมเชิงคุณภาพที่เพิ่มขึ้น 10 ถึง 20%
- Commerce media คือโฆษณาที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ท่องเที่ยว และซูเปอร์แอปขายบนทราฟฟิกของตัวเอง รายงานระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้กำลังสร้าง "ตลาดโฆษณาราว 4,000 ล้านดอลลาร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในห้าปี" ส่วนบทความในบล็อกของ Google ระบุว่า commerce media "กลายเป็นตลาด 4,000 ล้านดอลลาร์" ทั้งสองแหล่งไม่ได้ให้ขนาดตลาดของปี 2569 รายงานยังระบุว่าโฆษณาของแพลตฟอร์มเหล่านี้คิดเป็นเพียง 1-3% ของ GMV เทียบกับ 9-10% ของ Amazon ในสหรัฐฯ
- โฆษณาบนแพลตฟอร์ม generative AI แบบสแตนด์อโลนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น รายงานคาดว่าจะขยายตัวในสองถึงสามปีข้างหน้าแต่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะพื้นที่โฆษณายังมีจำกัด ความไม่แน่นอนเรื่องประสิทธิผลของโฆษณา และกลยุทธ์ของแต่ละแพลตฟอร์มที่ต่างกัน
ส่วนเดียวกันระบุว่าวิดีโอออนไลน์ยังแย่งส่วนแบ่งจากทีวีต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านคอนเน็กเต็ดทีวี และวิดีโอกำลังขยายจากรูปแบบสร้างแบรนด์ไปสู่รูปแบบเน้นผลลัพธ์ เช่น วิดีโอที่กดซื้อหรือกดคลิกได้
เรียกรถ ส่งอาหาร และบริการทางการเงิน
บริการเรียกรถและส่งอาหารเติบโต 15% เป็น GMV 40,000 ล้านดอลลาร์ ตามบทความ ปัจจัยหนุนคือการแนะนำล่วงหน้า การจัดเส้นทางที่ฉลาดขึ้น และบริการแชร์รถ รายงานระบุว่า AI มีบทบาทจำกัดในงานประจำที่ความเสี่ยงต่ำ เช่น สั่งอาหารหรือเรียกรถ ส่วนบริการทางการเงินดิจิทัลมีมูลค่าธุรกรรมรวม 1,650,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% โดยบทความยกตัวอย่างการตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์ การเข้าถึงสินเชื่อที่กว้างขึ้น และคำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล
แบบสำรวจผู้บริโภค: คนบอกว่าพร้อมใช้ AI agent แค่ไหน
ข้อมูลฝั่งผู้บริโภคมาจากแบบสำรวจของ Google และ YouGov ชื่อ "Uncovering AI Adoption, Trust, and Autonomy in SEA" เก็บข้อมูลในเดือนกรกฎาคม 2569 ในหกตลาด SEA-6 ซึ่งรวมประเทศไทย จากผู้ใช้ AI จำนวน 9,006 คน ข้อควรระวังคือกลุ่มตัวอย่างเป็นคนที่ใช้ AI อยู่แล้ว ไม่ใช่ประชากรออนไลน์ทั้งหมด ตัวเลขจึงสะท้อนผู้ใช้ประจำและคนที่สนใจ AI มากกว่าผู้ซื้อทั่วไป
ตัวเลขหลักในบทความของ Google มีดังนี้
- 72% ของผู้ใช้พึ่งฟีเจอร์อัตโนมัติในชีวิตประจำวัน เช่น การติดตามราคา
- 75% บอกว่ายินดีให้ AI agent เปรียบเทียบราคาและทำธุรกรรมแทน
- 62% เชื่อถือเครื่องมือ AI มากกว่าเมื่อปีก่อน เหตุผลหลักคือมีผลงานพิสูจน์แล้ว (56%) ความคุ้นเคยที่เพิ่มขึ้น (55%) และความแม่นยำของผลลัพธ์ (53%)
- เพื่อให้สบายใจกับฟีเจอร์แบบ agent ผู้ใช้ต้องการมาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัว (44%) ข้อมูลที่โปร่งใสว่า AI ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ (36%) และสามารถยกเลิกธุรกรรมที่ agent ทำไปแล้วได้ (30%)
รายงานเองก็ลดน้ำหนักตัวเลขความยินดีลงด้วย โดยระบุว่าผู้บริโภคพึ่ง AI มากในขั้นค้นหาและประเมินตัวเลือก แต่ยังทำธุรกรรมขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะมูลค่าสูงและรับความผิดพลาดได้น้อย ความยินดีที่จะมอบหมายการซื้อจึงยังไม่เท่ากับการมอบหมายจริงในวันนี้
ประเทศไทยในแบบสำรวจ
เว็บไซต์ e-Conomy SEA แยกคำถามเรื่องการมอบหมายงานให้ AI ตามรายประเทศ เมื่อถามว่า หากผู้ช่วย AI เชื่อถือได้โดยทั่วไป จะสบายใจให้ AI ทำงานแต่ละอย่างแทนหรือไม่ ผู้ตอบชาวไทยในแบบสำรวจเดือนกรกฎาคม 2569 ตอบดังนี้
- "หาราคาที่ดีที่สุดแล้วซื้อสินค้าให้": ไทย 85% สูงที่สุดในหกตลาด เทียบกับค่าเฉลี่ย SEA-6 ที่ 75%
- "วางแผนและจองทริปตามงบประมาณและความชอบ": ไทย 60% สูงที่สุดเช่นกัน เทียบกับค่าเฉลี่ย 47%
- "นัดหมายติดตามผลโดยอัตโนมัติ": ไทย 60% ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 59%
บทสรุปผู้บริหารของรายงานยังระบุว่าผู้ใช้ในไทยและเวียดนาม "ตามหลังมาเลเซียไม่มาก" ในด้านการใช้ AI ขณะที่สิงคโปร์นำทั้งภูมิภาคทั้งด้านการยอมรับและความลึกของการใช้งาน
สิ่งที่รายงานยังไม่ได้บอกเกี่ยวกับประเทศไทย
บทความของ Google และหน้าสรุปบนเว็บไซต์รายงานไม่มีตัวเลข GMV ปี 2569 เฉพาะของประเทศไทย และ ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 รายงานรายประเทศที่เปิดให้ดาวน์โหลดมีเพียงฉบับสิงคโปร์ ใครที่จะอ้างขนาดเศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 2569 ควรรอตัวเลขที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ แทนการประมาณจากยอดรวมระดับภูมิภาค ทั้งนี้ไฟล์ PDF ระดับภูมิภาคกล่าวถึงนโยบายของไทยไว้บ้าง ได้แก่ การจัดให้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นผู้ให้บริการที่ต้องรับผิดชอบ การออกใบอนุญาตธนาคารไร้สาขา (virtual bank) สามรายในปี 2568 และการกำหนดให้ออกกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
เงินลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบาย
รายงานระบุว่าบริษัทที่เน้น AI ได้รับเงินลงทุนภาคเอกชนราว 80% ในครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มจาก 32% ในครึ่งแรกของปี 2568 เว็บไซต์อินเทอร์แอกทีฟระบุเงินลงทุนในแอปพลิเคชัน AI ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์จาก 101 ดีลในครึ่งแรกของปี 2569 เพื่อรองรับการใช้ AI ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ผู้จัดทำเสนอให้ขยายความจุศูนย์ข้อมูลราวสามเท่าในห้าปีข้างหน้า และชี้ถึงกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ที่มีกำหนดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ว่าจะเป็นข้อตกลงการค้าดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลก
ด้านการสร้างรายได้ รายงานระบุว่ามีประชากร SEA-6 เพียงราว 1-2% ที่จ่ายเงินใช้บัญชี generative AI เทียบกับ 3% ของครัวเรือนในสหรัฐฯ และโฆษณาบนแพลตฟอร์ม generative AI แบบสแตนด์อโลนเพิ่งเริ่มเปิดตัว
ทำไมผลด้านเสิร์ชและ AI จึงสำคัญต่อการวางแผน
ส่วนนี้เป็นบทวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อความจากรายงาน ผลสองข้อชี้ไปทางเดียวกัน ข้อแรก เสิร์ชยังนำในการวางแผนเที่ยว และผู้ใช้ AI ที่ได้คำแนะนำสินค้ามักไปตรวจสอบต่อในเสิร์ช รีวิวในมาร์เก็ตเพลส และโซเชียลมีเดีย แปลว่าการจัดงบโดยคิดว่า "AI มาแทนเสิร์ชแล้ว" ยังเร็วเกินไป ข้อสอง generative AI แซงโซเชียลมีเดียในฐานะเครื่องมือวางแผนเที่ยวไปแล้ว และรายงานอธิบายว่าเสิร์ชเอนจินเองก็เพิ่มภาพรวมที่สร้างด้วย AI แบรนด์ที่อยากถูกพูดถึงในคำตอบเหล่านี้ต้องมีคอนเทนต์และข้อมูลสินค้าที่ระบบ AI อ่านและอ้างอิงได้ ซึ่งเป็นงานด้าน การทำ GEO ให้แบรนด์ปรากฏในคำตอบของ AI ควบคู่กับ SEO สำหรับผลการค้นหา แบบเดิม
ตัวเลข commerce media ก็ควรจับตา รายงานเองเรียกการที่โฆษณาคิดเป็นเพียง 1-3% ของ GMV ของแพลตฟอร์มเหล่านั้นว่า "ยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก" ในทางปฏิบัติมักหมายถึงพื้นที่โฆษณาที่มากขึ้นและการแข่งขันที่สูงขึ้นภายในแพลตฟอร์มที่ผู้ซื้อในภูมิภาคใช้ซื้อของอยู่แล้ว
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
ในแบบสำรวจของ Google และ YouGov ประเทศไทยมีสัดส่วนความยินดีสูงที่สุดในกลุ่ม SEA-6 ทั้งเรื่องให้ AI หาราคาที่ดีที่สุดแล้วซื้อสินค้า (85%) และวางแผนจองทริป (60%) ตัวเลขนี้เป็นทัศนคติที่ผู้ใช้ AI ปัจจุบันบอกเอง ไม่ใช่ยอดขายที่เกิดจาก agent จริง แต่ก็ให้แบรนด์อีคอมเมิร์ซและท่องเที่ยวในไทยมีสามเรื่องที่ควรตรวจ คือ ฟีดสินค้า ราคา และสต็อกถูกต้องพอให้ AI agent นำไปเปรียบเทียบได้หรือไม่ รายการสินค้าและรีวิวผ่านการตรวจสอบหรือเปล่าเมื่อผู้ซื้อเช็กคำแนะนำของ AI และแผน การตลาดอีคอมเมิร์ซ ของคุณรวม commerce media ในมาร์เก็ตเพลสที่ลูกค้าซื้ออยู่แล้วหรือยัง จนกว่าจะมีรายงานเฉพาะประเทศไทยออกมา ให้ใช้ตัวเลขระดับภูมิภาคและผลสำรวจข้างต้น และระบุที่มาให้ชัด
คำถามที่พบบ่อย
เศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2569 ใหญ่แค่ไหน?
รายงาน e-Conomy SEA 2026 ระบุว่ามี GMV 368,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน ยอดนี้รวมอีคอมเมิร์ซ ท่องเที่ยวออนไลน์ รายได้สื่อออนไลน์ และบริการเรียกรถกับส่งอาหารในสิบประเทศ และผู้จัดทำบอกว่าภูมิภาคกำลังมุ่งสู่ระดับเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2578
รายงานมีตัวเลขปี 2569 ของประเทศไทยหรือไม่?
ยังไม่มีตัวเลข GMV ปี 2569 เฉพาะประเทศไทยในบทความหรือหน้าสรุปของเว็บไซต์รายงาน ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 แต่เว็บไซต์เผยแพร่ผลสำรวจของไทย เช่น ผู้ใช้ AI ชาวไทย 85% บอกว่ายินดีให้ AI หาราคาที่ดีที่สุดแล้วซื้อสินค้าให้
ใครเป็นผู้ทำแบบสำรวจผู้บริโภค และมีผู้ตอบกี่คน?
Google และ YouGov ทำแบบสำรวจในเดือนกรกฎาคม 2569 ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม จากผู้ตอบ 9,006 คนที่ใช้ AI อยู่แล้ว เนื่องจากทุกคนในกลุ่มตัวอย่างใช้ AI ผลจึงไม่ควรตีความว่าเป็นตัวแทนผู้บริโภคออนไลน์ทั้งหมด
ถ้าคนใช้ generative AI แล้ว เสิร์ชยังสำคัญอยู่ไหม?
ยังสำคัญ ตามรายงาน เสิร์ชเอนจินแบบดั้งเดิมยังเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งในการวางแผนเที่ยว generative AI อยู่อันดับสอง และโซเชียลมีเดียตามหลัง รายงานยังระบุว่าหลายคนนำคำแนะนำสินค้าจาก AI ไปตรวจสอบกับเสิร์ชเอนจิน รีวิวบนแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง และโซเชียลมีเดีย
Commerce media คืออะไร และในภูมิภาคนี้ใหญ่แค่ไหน?
Commerce media คือโฆษณาที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ท่องเที่ยว และซูเปอร์แอปขายบนทราฟฟิกของตัวเอง รายงานระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้กำลังสร้างตลาดโฆษณาราว 4,000 ล้านดอลลาร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในห้าปี โดยไม่ได้ให้ขนาดของปี 2569 และโฆษณาเหล่านี้คิดเป็นเพียง 1-3% ของ GMV แพลตฟอร์ม เทียบกับ 9-10% ของ Amazon ในสหรัฐฯ
สรุป
รายงาน e-Conomy SEA 2026 ยืนยันการเติบโตระดับสองหลักอย่างต่อเนื่องในธุรกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และให้ตัวเลขว่า generative AI แพร่หลายเร็วแค่ไหน สำหรับแบรนด์ไทย ส่วนที่ใช้ประโยชน์ได้คือผลสำรวจที่แสดงว่าผู้ใช้ AI ชาวไทยเปิดรับการช้อปและจองทริปผ่าน agent มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง และหลักฐานว่าเสิร์ชกับรีวิวยังอยู่กลางเส้นทางการซื้อ หากต้องการแปลงผลรายงานนี้เป็นแผนด้านเสิร์ช การมองเห็นในคำตอบของ AI และมาร์เก็ตเพลสสำหรับตลาดไทย Relevant Audience ช่วยตรวจได้ว่าแบรนด์ของคุณปรากฏอยู่ที่ไหนบ้างในวันนี้







