เครื่องมือติดตามอันดับได้รับผลการค้นหา Google ที่ 'ถูกวางยา' ข้อมูลจาก Nozzle

เครื่องมือติดตามอันดับได้รับผลการค้นหา Google ที่ 'ถูกวางยา' ข้อมูลจาก Nozzle

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)October 13, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • งานศึกษาของ Nozzle วันที่ 10 ต.ค. 2569 จากหน้าผลการค้นหา Google 27.5 ล้านหน้าใน 49 ประเทศ พบว่า 8.0% ถูกวางยาตั้งแต่ 13 ก.ย. 2569 เทียบกับ 0.17% ก่อนหน้า
  • หน้าที่ถูกวางยาพีคที่ 27.0% ของหน้าที่เก็บได้ทั้งหมดในวันที่ 29 ก.ย. 2569 และอยู่ที่ราว 5 ถึง 11% ต่อวันตั้งแต่ 1 ต.ค.
  • บนหน้าที่ถูกวางยา เว็บไซต์ที่ติดตามหลุดท็อป 10 ถึง 58.6% เทียบกับ 2.7% ตามปกติ และ 77.9% กลับเป็นปกติภายในสามวัน
  • ประเทศไทยถูกวางยา 11.8% จาก 15,097 หน้าที่ประเมินได้ ส่วน Google ยังไม่แสดงความเห็นต่อข้อมูลของ Nozzle และ DemandSphere

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 Google ตอบคำขอบางส่วนจากเครื่องมือติดตามอันดับ (rank tracker) ด้วยหน้าผลการค้นหาที่ดูครบถ้วนและปกติทุกอย่าง แต่รายการผลลัพธ์ข้างในถูกสลับออกไป ข้อมูลนี้มาจากงานวิจัยที่ Nozzle ผู้ให้บริการเครื่องมือติดตามอันดับ เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 จากหน้าผลการค้นหา 27.5 ล้านหน้าใน 49 ประเทศ พบว่า 8.0% เป็นหน้าที่ "ถูกวางยา" (poisoned) นับตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน เทียบกับ 0.17% ในช่วงก่อนหน้า และในวันที่หนักที่สุดคือ 27 ถึง 29 กันยายน สัดส่วนนี้ขึ้นไปถึงราวหนึ่งในสี่ของหน้าที่เก็บได้ทั้งหมด ทั้งนี้ Google ยังไม่ได้แสดงความเห็นใด ๆ ต่อผลการศึกษานี้

สำหรับคนที่ต้องรายงานอันดับให้หัวหน้าหรือลูกค้า ประเด็นที่ใช้งานได้จริงคือ คีย์เวิร์ดที่หลุดจากท็อป 10 ไปหนึ่งวันในช่วงปลายกันยายนหรือต้นตุลาคมแล้วกลับมา อาจไม่เคยตกจริงสำหรับผู้ค้นหาเลย บทความนี้สรุปว่า Nozzle วัดอะไร นิยามหน้าที่ถูกวางยาอย่างไร อะไรใหม่เมื่อเทียบกับปัญหาลิงก์ goto ที่เคยรายงานไป และจะตรวจตัวเลขของตัวเองได้อย่างไร

Nozzle พบอะไร

งานศึกษาของ Nozzle ชื่อ Poisoned Google SERPs ใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของหน้าผลการค้นหาที่บริษัทเก็บให้ลูกค้าระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม ถึง 9 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมเดสก์ท็อป iPhone และ Android และการกำหนดพื้นที่ตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงระดับรหัสไปรษณีย์ Nozzle ระบุว่ามีคีย์เวิร์ดมากกว่า 660,000 คำที่เจอหน้าถูกวางยาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และชุดข้อมูลสี่ในห้าชุดในกลุ่มตัวอย่างได้รับผลกระทบอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

ลำดับเหตุการณ์ที่ Nozzle อธิบายมีสองขั้น วันที่ 13 กันยายน 2569 คำขอที่ส่งไปยัง Google เริ่มล้มเหลวเป็นจำนวนมาก และราวสองสัปดาห์หลังจากนั้นมีหน้าที่เก็บได้น้อยลง หน้าที่ผ่านมาได้ยังปกติจนถึงวันที่ 20 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่หน้าถูกวางยาปรากฏขึ้นครั้งแรก สัดส่วนไต่ขึ้นเป็น 11.1% ในวันที่ 25 กันยายน 18.4% ในวันที่ 26 กันยายน แล้วเป็น 24.9% 26.7% และ 27.0% ในวันที่ 27 28 และ 29 กันยายน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม อยู่ที่ราว 5 ถึง 11% ต่อวัน และอยู่ที่ 4.2% ในวันที่ 9 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของข้อมูล Nozzle หมายเหตุว่าตัวเลขของวันล่าสุดยังไม่นิ่ง เพราะหน้าหนึ่งจะนับว่าถูกวางยาก็ต่อเมื่อเว็บไซต์ประจำของคีย์เวิร์ดนั้นกลับมาแล้วเท่านั้น

ตัวเลขหลักจากงานศึกษาสรุปไว้ในตารางด้านล่าง

Nozzle พบอะไร
ตัวชี้วัด (Nozzle ข้อมูลถึง 9 ต.ค. 2569)ช่วงก่อน (baseline)ตั้งแต่ 13 ก.ย. 2569
สัดส่วนหน้าผลการค้นหาที่ถูกวางยา0.17%8.0% (สูงสุด 27.0% วันที่ 29 ก.ย.)
เว็บไซต์ออร์แกนิกจากหน้าก่อนหน้าที่ยังอยู่88.5%20.7% บนหน้าที่ถูกวางยา
เว็บไซต์ที่ติดตามหลุดจากท็อป 102.7%58.6% บนหน้าที่ถูกวางยา
หน้าเดสก์ท็อปที่เลขหน้าหยุดที่หน้า 4 หรือก่อนหน้านั้น (คีย์เวิร์ดที่ปกติมีถึงหน้า 8)0.19%32.5% ในวันที่หนักที่สุด (28 ก.ย.)
หน้าที่ถูกวางยาแล้วกลับเป็นปกติภายในสามวันไม่มีข้อมูล77.9%

นิยามของหน้า "ถูกวางยา"

Nozzle ไม่ได้นับว่าหน้าถูกวางยาเพียงเพราะอันดับขยับ ขั้นแรกจะสร้างค่าฐานของแต่ละคีย์เวิร์ด คือเว็บไซต์ที่ติดท็อป 10 ของคีย์เวิร์ดนั้นในอย่างน้อย 60% ของหน้าที่เก็บได้ระหว่าง 20 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน โดยใช้เฉพาะคีย์เวิร์ดที่มีอย่างน้อยห้าหน้าในช่วงนั้น หน้าที่เก็บได้ภายหลังจะนับว่าถูกวางยาเมื่อเว็บไซต์ประจำเหล่านั้นปรากฏไม่ถึงครึ่ง ไม่ว่าจะในหน้าผลการค้นหาหน้าใดก็ตาม และอย่างน้อย 80% ของเว็บไซต์เหล่านั้นกลับมาในหน้าที่เก็บครั้งถัดไปภายใน 14 วัน (หรือเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่หายไปจากหน้าก่อนหน้ากลับมาภายในสามวัน)

เงื่อนไขเรื่องการกลับมานี้สำคัญ การเปลี่ยนอันดับจริงมักจะอยู่ต่อ แต่หน้าที่ถูกวางยาเกิดขึ้นแล้วหายไป Nozzle พบว่า 80% ของช่วงที่ถูกวางยากินเวลาเพียงหน้าเดียว 15% กินสองหน้า และ 5% กินสามหน้าขึ้นไป หน้าถัดไปมีเว็บไซต์ประจำกลับมา 55.9% ของกรณี และค่ามัธยฐานของช่วงที่ถูกวางยาจบภายในสองวัน

งานศึกษายังอธิบายว่าทำไม Nozzle ใช้คำว่า "วางยา" แทน "บล็อก" คำขอที่ถูกบล็อกจะล้มเหลวให้เห็นชัด เครื่องมือเก็บข้อมูลจึงรู้ว่าต้องลองใหม่ แต่คำขอที่ถูกวางยาจะ "สำเร็จ" Google ส่งหน้าเต็มกลับมา ไม่มีข้อความแสดงข้อผิดพลาด ไม่มี captcha ใช้เทมเพลตเดียวกันและโค้ดส่วนหน้าเวอร์ชันเดียวกับหน้าปกติ และ Nozzle ระบุว่าไม่มีอะไรใน HTML ที่บอกว่าหน้านี้ผิดปกติ เครื่องมือจึงเก็บหน้านั้นไว้เป็นข้อมูลจริง

อะไรเข้ามาแทนผลลัพธ์ปกติ

บนหน้าที่ถูกวางยา แพลตฟอร์มโซเชียลและฟอรัมปรากฏบ่อยขึ้น เมื่อเทียบหน้าที่ถูกวางยาของแต่ละคีย์เวิร์ดกับหน้าอื่นของคีย์เวิร์ดเดียวกันตั้งแต่ 13 กันยายน Nozzle พบ Reddit ในท็อป 10 บน 28.8% ของหน้าที่ถูกวางยา เทียบกับ 20.8% ของหน้าอื่น Facebook อยู่ที่ 33.8% เทียบกับ 28.3% และ LinkedIn อยู่ที่ 9.3% เทียบกับ 6.2% ส่วน Instagram, Quora, Etsy, JustAnswer และ TikTok ก็ปรากฏบ่อยขึ้นเช่นกัน ขณะที่ YouTube, Yelp และ MapQuest ปรากฏน้อยลง

ตัวอย่างที่ Nozzle ยกมาคือคำค้น "white label local seo" บนเดสก์ท็อปในสหรัฐฯ วันที่ 4 ตุลาคม หน้าแรกแสดงผู้ให้บริการ SEO แบบ white label แต่วันที่ 7 ตุลาคม คำค้นเดียวกันกลับแสดงเครื่องมือพัฒนา WordPress ร้านสเต๊ก ไดเรกทอรีหน่วยงานสาธารณสุขระดับเคาน์ตี และ USA.gov เว็บไซต์หน้าแรกทั้งเก้าเว็บจากวันที่ 4 ตุลาคมหายไปหมด และจำนวนหน้าผลการค้นหาลดจาก 10 หน้าเหลือ 3 หน้า Nozzle ตีความว่า Google อ่านคำว่า "local" ตามตัวอักษร

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผลออร์แกนิก บนหน้าที่ถูกวางยา กล่อง "People also search for" เหลือคำค้นจากหน้าก่อนหน้าเพียง 30.7% เทียบกับ 87.9% ตามปกติ และแหล่งอ้างอิงใน AI Overview เหลือ 42.3% เทียบกับ 68.8% AI Overview ปรากฏบน 34.9% ของหน้าที่ถูกวางยา เทียบกับ 54.2% ในช่วงฐาน ส่วนกลุ่มรูปภาพ (image pack) ปรากฏบ่อยขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่ส่วนที่เป็นโฆษณาคงที่ ผล Shopping ยังอยู่ 92.2% เทียบกับ 92.8% และโฆษณายังอยู่ 83.7% เทียบกับ 70.6%

ตลาดและประเภทการค้นหาที่โดนหนักที่สุด

Nozzle แยกผลตามตลาด ในกลุ่มตลาดใหญ่ ออสเตรเลีย (11.5%) อินเดีย (10.9%) และแคนาดา (10.5%) สูงที่สุด สหรัฐฯ อยู่ที่ 8.5% เยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปนอยู่ที่ 3.4 ถึง 4.3% และสหราชอาณาจักรต่ำที่สุดที่ 3.0% อุปกรณ์แทบไม่มีผล คือ 7.7% บนเดสก์ท็อป 8.3% บน iPhone และ 7.1% บน Android

งานศึกษายังพบว่าเส้นทางที่คำขอวิ่งไปถึง Google มีผล ระหว่าง 30 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม เส้นทางหนึ่งที่ Nozzle ใช้เก็บข้อมูลได้หน้าที่ถูกวางยา 1 ถึง 7% ขณะที่อีกเส้นทางหนึ่งได้ 9 ถึง 30% ในวันเดียวกัน

เมื่อแยกตามประเภทการค้นหา การค้นหาแบบ "near me" โดนมากกว่า (11.4% เทียบกับ 7.8% ของการค้นหาอื่น) วลียาวที่มีการค้นหาน้อยกว่า 100 ครั้งต่อเดือนโดนมากกว่าคำหลัก (9.4% เทียบกับ 6.1 ถึง 7.1%) และการค้นหาชื่อแบรนด์โดนน้อยที่สุด (5.3% สำหรับวลีที่เป็นการค้นหาเพื่อเข้าเว็บโดยตรงมากที่สุด) ส่วนการกำหนดพื้นที่ระดับท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ต่างกัน เมื่อ Nozzle เทียบวลีเดียวกันที่ติดตามทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่นบนอุปกรณ์เดียวกัน ได้ 7.5% และ 7.4% จาก 21,508 คู่

ในข้อมูลสหรัฐฯ ทุกอุตสาหกรรมพีคระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 กันยายน หมวดกฎหมายมีสัดส่วนสูงที่สุดตั้งแต่ 13 กันยายน ที่ 15.9% และขึ้นไปถึง 51.3% ในวันที่ 27 กันยายน ตามด้วยหมวดบริการบ้านที่ 12.7% ส่วนหมวดสัตว์เลี้ยงต่ำที่สุดที่ 4.3%

อะไรใหม่เมื่อเทียบกับเรื่องลิงก์ goto

Relevant Audience เคยรายงานเรื่องลิงก์ goto ของ Google ไว้ก่อนหน้านี้ ในบทความ "Google's goto links push rank trackers to 500 to 1,000 requests per query" การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นห่อลิงก์ผลการค้นหาออร์แกนิกด้วยการเปลี่ยนเส้นทางผ่าน google.com/goto ปัญหาที่เครื่องมือเจอคือ "ต้นทุน" ต้องส่งคำขอมากขึ้นเพื่อแปลงแต่ละลิงก์กลับเป็นปลายทางจริง แต่เมื่อจ่ายต้นทุนนั้นแล้ว ข้อมูลยังถูกต้อง

ระยะใหม่นี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง คำถามไม่ใช่ว่าการเก็บหน้าหนึ่งหน้าแพงแค่ไหนอีกต่อไป แต่เป็นว่าหน้าที่เก็บมาเป็นความจริงหรือไม่ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ว่า Derek Perkins จาก Nozzle อธิบายแนวทางสามส่วนของ Google ได้แก่ การบล็อก IP เป็นวงกว้างมากโดยมุ่งที่เครือข่าย residential proxy รายใหญ่ การใช้ captcha เพิ่มขึ้นอย่างมาก และการฉีดข้อมูลผิดเข้าไปในหน้าผลการค้นหาที่น่าสงสัย Search Engine Roundtable มองว่าลิงก์ goto เป็นส่วนที่เครื่องมือรับมือได้ง่าย และวิธีที่สามน่ากังวลที่สุดเพราะเครื่องมืออาจไม่รู้ตัว

Nozzle ไม่ใช่ผู้ให้บริการรายเดียวที่รายงานเรื่องนี้ PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่า DemandSphere บริษัทข้อมูลการค้นหาอีกรายหนึ่ง ระบุว่า Google เริ่มส่งผลลัพธ์ปลอมเมื่อตรวจพบทราฟฟิกที่สงสัยว่าเป็นบอต กระทบราว 11% ของหน้าผลการค้นหาที่เก็บได้ต่อวันตามการวัดปัจจุบัน DemandSphere กำลังเพิ่มการรายงานอัตราข้อผิดพลาดและอัตราการสุ่มตัวอย่างไว้คู่กับข้อมูลอันดับ Search Engine Roundtable ระบุชื่อ Sistrix, DataForSEO, SE Ranking, Advanced Web Ranking และ Morningscore ว่าเป็นเครื่องมือที่แสดงความเห็นหรือประกาศเรื่องปัญหาข้อมูล และ PPC Land ก็ระบุรายชื่อเดียวกันนี้ในบทสรุปของตน

คำอธิบายที่มีผู้เสนอ และอะไรที่ Google ยังไม่ได้พูด

Google ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในเดือนกันยายน หรือต่อตัวเลขของผู้ให้บริการรายใด คำอธิบายทั้งหมดที่มีอยู่มาจากผู้ให้บริการเครื่องมือและสื่อในวงการ Nozzle ระบุว่านี่คือการตอบโต้ของ Google ต่อการดึงข้อมูลเพื่อ AI (AI scraping และ grounding) หมายถึงการเก็บผลการค้นหาจำนวนมากไปป้อนคำตอบของ AI และเครื่องมือติดตามอันดับโดนลูกหลงเพราะเก็บหน้าด้วยวิธีเดียวกัน ผู้ก่อตั้ง DemandSphere ซึ่ง PPC Land อ้างถึงก็ให้เหตุผลคล้ายกัน ส่วน Search Engine Roundtable บอกว่าเป็นการคาดว่าเป้าหมายคือบอต AI และบริการดึงข้อมูล SerpApi มากกว่าเครื่องมือ SEO ทั้งหมดนี้ไม่ใช่คำแถลงของ Google และบทความนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นคำแถลงของ Google

PPC Land ยังชี้ว่ามีอีกเหตุการณ์หนึ่งทับซ้อนในช่วงเดียวกัน ทำให้อ่านข้อมูลยากขึ้น การอัปเดตสแปมของ Google เดือนกันยายน 2569 เริ่มวันที่ 24 กันยายน และเสร็จวันที่ 8 ตุลาคม ตรงกับวันที่ใน Search Status Dashboard ของ Google ความผันผวนของอันดับจริงจากการอัปเดตนั้น กับสัญญาณรบกวนจากข้อมูลที่ถูกวางยา จะดูเหมือนกันบนแดชบอร์ดในช่วงสองสัปดาห์นั้น

แยกข้อมูลที่ถูกวางยาออกจากอันดับที่ตกจริงอย่างไร

Nozzle ให้สัญญาณไว้ห้าข้อ ซึ่งแปลงเป็นเช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับคนที่กำลังทบทวนตัวเลขเดือนกันยายนและตุลาคมได้ดังนี้

  • เทียบกับประวัติของคีย์เวิร์ด ไม่ใช่แค่เมื่อวาน เพราะหน้าของเมื่อวานอาจถูกวางยาด้วย Nozzle แนะนำให้เทียบกับเว็บไซต์หน้าแรกที่ปรากฏเป็นประจำของคีย์เวิร์ดนั้นในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า
  • รอก่อนตัดสินใจ ช่วงที่ถูกวางยาส่วนใหญ่กินเวลาหน้าเดียว และ 77.9% กลับเป็นปกติภายในสามวัน ส่วนการเปลี่ยนอันดับจริงจะอยู่ต่อ
  • ดูรูปร่างของหน้า หน้าที่ถูกวางยาโดยเฉลี่ยจะบางกว่า มี AI Overview และกล่อง "People also search for" น้อยกว่า มีกลุ่มรูปภาพและเว็บโซเชียลมากกว่า และจำนวนหน้าผลการค้นหาสั้นกว่า แต่ Nozzle เตือนว่าไม่มีสัญญาณใดเชื่อถือได้ถ้าดูแยกเดี่ยว
  • ตรวจใน Search Console ถ้าเว็บไซต์ "หายไป" ในเครื่องมือติดตามอันดับ แต่ Search Console ยังแสดง impressions และคลิกของคำค้นเดียวกันในวันเดียวกัน ข้อสรุปของ Nozzle คือไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเว็บไซต์
  • ถามผู้ให้บริการเครื่องมือว่ากำลังจัดการเรื่องนี้อย่างไร DemandSphere บอกว่าจะเปิดเผยอัตราข้อผิดพลาดและอัตราการสุ่มตัวอย่าง แต่ตามรายงานของ PPC Land ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังไม่เปิดเผยตัวเลขแบบเดียวกัน

ในแง่การรายงาน หมายความว่ารายงานให้ลูกค้าหรือผู้บริหารสำหรับเดือนกันยายนและตุลาคม 2569 ที่แสดงการหลุดจากท็อป 10 อย่างกะทันหัน ควรมีหมายเหตุเรื่องคุณภาพข้อมูล หรือตรวจสอบกับ Search Console ก่อนที่ใครจะลงมือแก้ไข การตรวจ SEO เชิงเทคนิค ที่ใช้ข้อมูลอันดับจากเครื่องมือภายนอกในช่วงนี้ก็ควรทำเช่นเดียวกัน

สิ่งที่นักการตลาดไทยควรรู้

ประเทศไทยอยู่ในตารางรายประเทศของ Nozzle ตั้งแต่ 13 กันยายน หน้าผลการค้นหาของไทยที่ Nozzle ประเมินได้ถูกวางยา 11.8% จากทั้งหมด 15,097 หน้า สูงกว่าค่ารวม 8.0% และสูงกว่าสหรัฐฯ ที่ 8.5% แต่กลุ่มตัวอย่างของไทยเล็กมากเมื่อเทียบกับ 10.9 ล้านหน้าของสหรัฐฯ ตลาดใกล้เคียงในตารางเดียวกัน ได้แก่ สิงคโปร์ 11.3% มาเลเซีย 8.2% อินโดนีเซีย 7.2% และเวียดนาม 5.9% Nozzle ไม่ได้แยกข้อมูลของตลาดเหล่านี้ละเอียดกว่านี้ และไม่ได้บอกว่าคำค้นภาษาไทยมีพฤติกรรมต่างจากคำค้นภาษาอังกฤษหรือไม่

ขั้นตอนที่ควรทำเหมือนกับตลาดอื่น ให้มองการตกของอันดับแบบวันเดียวระหว่าง 20 กันยายน ถึงต้นตุลาคมด้วยความสงสัย ยืนยันใน Search Console ก่อนแก้หน้าเว็บหรือรายงานว่าอันดับตก และถามผู้ให้บริการเครื่องมือติดตามอันดับที่ใช้อยู่ว่าตรวจจับหน้าที่ถูกสลับผลอย่างไร สำหรับทีมที่ทำ SEO ในประเทศไทย โดยอาศัยเครื่องมือติดตามอันดับภายนอก ควรเก็บไฟล์ส่งออกจาก Search Console ของช่วงเวลาเดียวกันไว้ เพื่อให้ตอบคำถามเรื่องผลงานเดือนกันยายนและตุลาคมในภายหลังได้จากข้อมูลของ Google เอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หน้าผลการค้นหา Google ที่ "ถูกวางยา" คืออะไร

หน้าผลการค้นหาที่ถูกวางยาคือหน้า Google ที่ดูครบถ้วนและปกติ แต่รายการผลลัพธ์ถูกสลับออกไป ตามนิยามในงานศึกษาของ Nozzle วันที่ 10 ตุลาคม 2569 Nozzle นับว่าหน้าถูกวางยาเมื่อเว็บไซต์ท็อป 10 ประจำของคีย์เวิร์ดปรากฏไม่ถึงครึ่ง และเว็บไซต์เหล่านั้นกลับมาในหน้าที่เก็บภายหลัง

เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

Nozzle วัดได้ว่า 8.0% ของหน้าผลการค้นหาถูกวางยาระหว่าง 13 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม 2569 เทียบกับ 0.17% ก่อนหน้านั้น จุดสูงสุดคือ 27.0% ในวันที่ 29 กันยายน และตั้งแต่ 1 ตุลาคมอยู่ที่ราว 5 ถึง 11% ต่อวัน ส่วน DemandSphere รายงานแยกต่างหากว่าราว 11% ของหน้าที่เก็บได้ต่อวันได้รับผลกระทบ โดยใช้วิธีวัดของตัวเองที่ไม่ได้เปิดเผย

Google ยืนยันหรือยังว่าทำเรื่องนี้

ยัง Google ไม่ได้แสดงความเห็นต่อสาธารณะ มุมมองที่ว่า Google มุ่งเป้าไปที่การดึงข้อมูลเพื่อ AI มาจาก Nozzle, DemandSphere และ Search Engine Roundtable ไม่ได้มาจาก Google

เรื่องนี้กระทบสิ่งที่ผู้ค้นหาจริงเห็นหรือไม่

แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าผู้ค้นหาจริงเห็นผลลัพธ์ที่ถูกสลับ งานศึกษาของ Nozzle พูดถึงหน้าที่ส่งให้ระบบเก็บข้อมูลอัตโนมัติ และคำแนะนำคือถ้า Search Console ยังแสดง impressions และคลิก ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเว็บไซต์

ประเทศไทยได้รับผลกระทบหรือไม่

ได้รับผลกระทบ ข้อมูลของ Nozzle แสดงว่า 11.8% ของหน้าผลการค้นหาของไทยที่ประเมินได้ถูกวางยาตั้งแต่ 13 กันยายน 2569 จากทั้งหมด 15,097 หน้า กลุ่มตัวอย่างนี้เล็กกว่าของสหรัฐฯ มาก ตัวเลขของไทยจึงแม่นยำน้อยกว่า

สรุป

ปัญหาของการติดตามอันดับเปลี่ยนจากเรื่องต้นทุนมาเป็นเรื่องคุณภาพข้อมูล ตั้งแต่ปลายกันยายน 2569 ตัวเลขบางส่วนที่ออกมาจากเครื่องมือติดตามอันดับภายนอกเป็นตัวเลขของหน้าที่ตามการวัดของ Nozzle ผลลัพธ์ปกติถูกสลับออกไป จนกว่าผู้ให้บริการจะเปิดเผยอัตราข้อผิดพลาดเป็นมาตรฐาน วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้ Search Console เป็นตัวอ้างอิงสำหรับการเปลี่ยนแปลงอันดับทุกครั้ง และอ่านข้อมูลจากเครื่องมือติดตามอันดับเหมือนเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีสัญญาณรบกวน หากต้องการให้ช่วยตรวจว่าอันดับและรายงานของคุณในช่วงนี้เชื่อถือได้แค่ไหน ทีม SEO ของ Relevant Audience พร้อมช่วยดู

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น